ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 457 ชำาระธรรมแทนสวรรค์ลวนคือข้า
สวิจอเทพประจำาชุดที่สองที่ถูกสถาปนาเป็นหนึ่งในจอหงวนแห่งเทียนจิงในสมัยจักรพรรดิสวรรค์เจียงจืออวี
เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งทว่ามีศักยภาพด้านการบำาเพ็ญ
เซียนตำ่าพลังจึงอยู่ในระดับล่างของเทพประจำามาตลอดการ
เขาร่วมงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีก็เป็นเพราะเขาอ้อนวอนจักรพรรดิสวรรค์คือยู่เนิ่นนานในฐานะเทพเซียนที่อ่อนแอที่สุดในงานชุมนุมใหญ่หมื่น
ความกดดันของเขาจึงไม่มากนักอสุรกายมหันตภัยที่เขา
ต้องรับมือก็ไม่แข็งแกร่งแม้ไม่แข็งแกร่งแต่เขาก็ทำาได้เพียงรักษาตัวรอดเท่านั้นสวิจอเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ของการเพิ่มพลังของอสุรกาย
มหันตภัยอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วแต่เมื่อเขาเห็นจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เปล่งพลังดังคนคลุ้มคลั่งเขาก็หมดสิ้น
ความหวังทันที
จักรพรรดิเทพมหันตภัยกลายเป็นบ้าคลั่งเพราะจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์พลังอานุภาพของเขาแผ่ปกคลุมทั่วโลกเทพยุทธเขาไม่เคยพบเจอแรงกดดันที่ทรงพลังเช่นนี้
มาก่อนศัตรูเช่นนี้จะฆ่าได้อย่างไรกัน
ยังมือสุรกายมหันตภัยอื่นๆเห็นได้ชัดว่ากำาลังรับคำาสั่งจากจักรพรรดิเทพมหันตภัยหากศัตรูเริ่มจัดระเบียบได้ความน่ากลัวจะเพิ่มขึ้นอีก
หลายเทาทันที!
“บัดซบ! ถึงแม้จะคาดไว้แล้วว่าข้าที่เป็นแค่ตัวเบี้ย
จะตายในมหันตภัยแต่ก็คาดไม่ถึงว่าจะมาเร็วขนาดนี้|
ใบหน้าสวิจอซีดเผือดเขาเห็นมรรคาจารย์กำาลังถูกรุม
ความหวังสุดท้ายในใจเขาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่มรรคาจารย์ที่เขาเชื่อว่าไร้เทียมทานยังไม่อาจ
พลิกสถานการณ์นี้ได้แล้วตัวเบี้ยอย่างเขาจะมีหวังรอดหรือในตอนนั้นเองเขาก็พลันเห็นมรรคาจารย์เหลือบตามอง
มาที่เขา
แม้จะอยู่ห่างกันมากแต่สวิจอมั่นใจในประสาทสัมผัสของตนเขารู้ได้ทันทีว่ามรรคาจารย์กำาลังมองมาที่เขา
ยังไม่ทันที่เขาจะคิดตึดก็แสงสีทองเจิดจ้าก็ปะทะเข้ากับหางตาเขาหันไปมองโดยไม่รู้ตัวลำาแสงสีทองสายหนึ่ง
พุ่งพรวดขึ้นจากข้างกายเขายิงทะลุฟ้าไปยังกลางอากาศเหล่าอสุรกายมหันตภัยที่แน่นขนัดถูกรัศมีสีทองนั้นพัดกระจายไปทำาให้ยอดฝีมือมากมายหันขวับไปมอง
แสงสีทองอันไพศาลนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็น
บัลลังก์เทพสูงหมื่นจั้งบนบัลลังก์มีเงาร่างหนึ่งนั่งอยู่เป็นร่างที่ดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์เป็นเจียงฉางเซิงนั้นเอง!
แสงแห่งบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาสองสว่างทั่วโลกเทพยุทธแสงเทพสุดขอบตะวันลอยอยู่เบื้องหน้าเขาบดบังใบหน้าที่แท้จริงของเขาปราณกำาเนิดเทพอันธการกลายเป็น
หมอกสีม่วงล้อมรอบบัลลังก์เทพทำาให้รัศมีของเขายิ่งน่าตะลึง
ยิ่งขึ้น
สิ่งมีชีวิตทั้งปวงต่างจ้องมองเจียงฉางเซิงอย่างอึ้งงันแม้แต่ผู้สืบทอดแห่งมหามรรคาทั้งหลายก็เช่นกัน
ปราณกำาเนิดเทพอันธการยิ่งเสริมความลึกลับและพลังมง
อานุภาพให้เจียงฉางเซิงแม้แต่โมวังผู้รู้จักเขาดีที่สุดก็ยังอดตกใจไม่ได้หลายคนหันไปมองร่างแยกของเจียงฉางเซิงความแตกต่างระหว่างทั้งสองช่างห่างไกลดังฟ้ากับเหว!
จักรพรรดิเทพมหันตภัยถึงกับตกตะลึงเมื่อมองไปยังเจียงฉางเซิงเหล่าอสุรกายมหันตภัยมากมายนับไม่ถ้วนต่าง
หลบหลีกไม่กล้าเข้าใกล้เจียงฉางเซิง
“เขาเป็นใครกัน”
นั่นคือมรรคาจารย์! มรรคาจารย์แห่งวิถีเซียนของพวกเรา!”
อะไรนะมรรคาจารย์หรือว่าคนก่อนหน้านั้นเป็นเพียงร่างแยกของมรรคาจารย์”
หมื่นร่างพันลักษณ์เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่านี่คือมรรคาจารย์ตัวจริง”
รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้คือผู้ที่ยิ่งใหญ่เป็นรองแค่บรรพจารย์ยุทธจริงๆหรือ”
การปรากฏตัวของร่างจวริงของเจียงฉางเซิงทำาให้อสุรกายมหันตภัยทั้งปวงราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจเพราะพวก
มันพบว่าอสุรกายมหันตภัยที่สามารถรับมือคนผู้นี้ได้ยังไม่ปรากฏตัวเลยปราณกำาเนิดเทพอันธการปั่นป่วนอย่างรุนแรงเจียงฉางเซิงสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับและไร้รูปร่างบางอย่างพลังนี้
พยายามจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างเขา
ใช่ร่างอสุรกายมหันตภัยเจียงฉางเซิงแอบยินดีปราณกำาเนิดเทพอันธการนั้น
มีพลังป้องกันสูงเกินกว่าที่เขาคาดไว้และสามารถทำาให้พลังที่
แม้แต่เขาก็ไม่อาจมองเห็นเผยรูปร่างออกมาได้!
“เจ้าเป็นใครกัน”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยตะโกนด้วยความเดือดดาลเหล่าอสุรกายมหันตภัยนับหมื่นล้านใบหน้าบิดเบี้ยวจ้องมอง
มาที่เจียงฉางเซิงพร้อมกันเหล่าอสุรกายมหันตภัยนับพันล้านต่างจ้องเขาพร้อมกันความกดดันนั้นยากจะอธิบายทว่าผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เทพ
สวรรคมหามรรคาอย่างเจียงฉางเซิงกลับวางท่าสบายราวกับ
ไม่เห็นสิ่งใดอยู่ในสายตาเลย
ข้ามาจากวิถีเซียนพวกเจ้าจะเรียกข้าว่ามรรคาจารย์
ก็ได้ยุคแห่งหมื่นวิถีคือแนวโน้มใหญ่ของโลกคืบหน้าตามมรรคาสวรรค์พวกเจ้าใช้พลังขัดขวางละเมิดกฎสวรรค์ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจำาต้องชำาระธรรมแทนสวรรค์!”
เสียงของเจียงฉางเซิงดังกังวานนำ้าเสียงเย็นเยียบทำาให้
สิ่งมีชีวิตทั้งปวงสัมผัสได้ถึงความแน่วแน่ที่เด็ดขาดแตกต่าง
จากมรรคาจารย์อีกผู้หนึ่งโดยสิ้นเชิง
เจียงจืออวีเจียงเจียนเฉินหลีและเทพเซียนอื่นๆเงยหน้ามองมรรคาจารย์ด้วยความตื่นเต้นรัศมีและพลัง
อานุภาพของมรรคาจารย์ในตอนนี้ทำาให้พวกเขารู้สึก
เป็นเกียรติแทนวิถีเซียนบรรพจารย์อธรรมเกาหยินจ้องเขม็งไปยังบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาของเจียงฉางเซิงความรู้สึกของนางบอกว่าบัลลังก์นี้ไม่ด้อยไปกว่าต้นไม้วิเศษเกล็ดทองเลย!
น่าเสียดายนางได้ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองมานานแต่นางกลับไม่สามารถควบคุมมันได้เลยแม้กระทั่งหอเซอเซียนฝาในมือ
นางก็ไม่ต่างจากเจดีย์ศิลาขนาดใหญ่เท่านั้น
“ใดหัง! เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวทำาได้หรือ!”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยหัวเราะอย่างเดือดดาลพลางสะบัดแขนอสุรกายมหันตภัยนับพันล้านทะยานเข้าโจมตีราวกับฝนห่าลูกศรปิดฟ้าคลุมแดดฉากนี้นิ่งใหญ่ตระการตา
ยิ่งนักสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ตกตะลึงและนี่เป็นครั้งแรกที่ได้
เห็นภาพเช่นนี้
มรรคาจารย์ที่ถูกล้อมโจมตีกลับไม่ตื่นตกใจแม้แต่น้อย
พลังสีม่วงลึกลับรอบกายของเขาราวกับแส้ที่ฟาดออกอสุรกายมหันตภัยนับไม่ถ้วนถูกฆ่าล้างหมอกโลหิตพวยพุ่ง
กลืนกินฟ้าเป็นพันล้านลี้
ฉากนี้ทำาให้สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนเบิกตากว้างแม้แต่เทพ
เซียนและผู้ศรัทธาที่เชื่อในตัวมรรคาจารย์ก็ยังตกตะลึงอ้าปากค้าง
บรรพจารย์พุทธอารัมภะจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ทัณฑ์เทวะบรรพจารย์กระบี่ประกาศิตเทวะและไม่วังล้วน
ตกตะลึง
นี่คือวิชาอะไรกันแน่
พวกเขานึกว่าปราณกำาเนิดเทพอันธการคือเคล็ดวิชา
หนึ่งของเจียงฉางเซิงไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วมันคือของวิเศษ!
ไม่มีใครรู้ว่าปราณกำาเนิดเทพอันธการนั้นคือสมบัติ
อาคมที่ทรงพลังที่สุดในมือเจียงฉางเซิงและนี่คือของรางวัลที่รอดชีวิตจากมหาสงครามในโลกเทพยุทธ!
เจียงฉางเซิงยกมือขวาขึ้นระฆังศักดิ์สิทธิ์ตรีวิสุทธิปรากฏในมือ
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเขากับร่างแยกก็คือเขาครอบครองสมบัติอาคมทรงพลังมากมายเขาคือตัวแปรใหญ่ที่สุดของมหาเคราะห์นี้!
“ตูม!”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยคำารามด้วยความเดือดดาลซัดหมัดออกไปฟ้าสลายกระจายความมืดมิดไร้สิ้นสุดถาโถมเข้า
ใส่เจียงฉางเซิงราวกับคลื่นคลั่งปราณกำาเนิดเทพอันธการบัดออกไปอีกครั้งราวกับพู่กัน
สวรรค์สะบัดนำ้าหมึกสีม่วงแข็งแกร่งและไร้กังวลสลายการโจมตีของจักรพรรดิเทพมหันตภัยไปอย่างง่ายดายอสุรกายมหันตภัยขั้นเบิกเนตรอัครยุทธกว่าร้อยตนพุ่งเข้าใส่เจียงฉางเซิงพลังของพวกมันหลอมรวมกัน
ช่างน่าสะพรึงกลัว!
กริ้ง! กริ้ง!
เสียงระฆังใสกังวานดังขึ้นสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ในภวังค์
เลื่อนลางขณะที่เหล่าอสุรกายมหันตภัยที่เจียงฉางเซิงจับจ้องไว้นั้นค้างกลางอากาศแม้แต่ดวงตาทั้งสองของจักรพรรดิ
เทพมหันตภัยก็ไร้ซึ่งแววระฆังศักดิ์สิทธิ์ตรีวิสุทธิ!
เจียงฉางเซิงสะบัดระฆังอีกครั้งเพียงชั่วพริบตาอสุรกายมหันตภัยจำานวนมากร่างระเบิดดับสิ้นวิญญาณแตกกระเจิง
ดวงตาของจักรพรรดิเทพมหันตภัยพุ่งประกายโลหิตออกมาเขาฝืนสติกลับมาได้โบกมือขวาที่หนึ่งพลังเทพ
ควบแน่นกลายเป็นหอกยักษ์แทงทะลุเหนือศีรษะหอกยักษ์เล่มนี้พุ่งทะลวงด้วยพลังคมกล้าทะลวง
จักรวาลเพิ่งปรากฏตัวก็หายวับไปแล้วตม!
ปราณกำาเนิดเทพอันธการถูกสลายราวกับคลื่นซัดเข้าฝั่งแต่ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิงหอกยักษ์นั้นก็แตกสลายเป็นผุยผงตามไป
“เป็นไปได้อย่างไร!”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยเบิกตากว้างตะโกนด้วยความ
เหลือเชื่อจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ในระยะไกลก็พลันสะเทือนใจเช่นกันการโจมตีของเขาแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงและยากที่จะต้านทานทว่ามรรคาจารย์ไม่แม้แต่
ขยับอาศัยเพียงพลังสีม่วงรอบตัวก็ต้านไว้ได้แล้ว
นี่หมายความว่าคืออะไร
หมายความว่าความต่างของพวกเขานั้นมากเหลือเกิน!
มรรคาจารย์มหันตภัยที่เผชิญหน้ากับร่างแยกของเจียง
ฉางเซิงถึงกับผงะเขาตะโกนด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
ทว่า “เขาคือเจ้าจริงๆ!”
ร่างแยกกล่าวพร้อมหัวเราะ “ข้ามีพันร่างหมื่นลักษณ์มีข้า
พันคนหมื่นใบหน้าทุกสิ่งล้วนคือข้า!
ใบหน้าของมรรคาจารย์มหันตภัยซีดเผือดยิ่งนักใน
ดวงตามีเพียงความหวาดกลัว
เมื่อมรรคาจารย์ตัวจริงปรากฏพลังที่แสดงออกมาคือ
ความแข็งแกร่งเหนือชั้น!
สิ่งที่เขาคิดไม่ตกคือเหตุใดจึงไม่มีอสุรกายมหันตภัย
ของมรรคาจารย์กำาเนิดขึ้นบ้างที่อาจเป็นเพราะเขาได้กำาเนิด
ขั้นแล้วบุคคลคนเดียวกันไม่สามารถปรากฏอสุรกายมหันตภัยสองตนได้ในเวลาเดียวกันหรือ
หรือนี่คือจุดอ่อนของพลังเทพ
“มหาข้าทั้งหมด!”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยคำารามอย่างโกรธเกรี้ยวเหล่าอสุรกายมหันตภัยจำานวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขาท่าให้ร่างกายของเขาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเหล่าอสุรกายมหันตภัยขั้นเบิกเนตรอัครยุทธมุดเข้า
สู่ร่างของเขาร่างกายของเขาพลันสูงใหญ่ขึ้นพลังก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณพลังของอสุรกายมหันตภัยทะยานขึ้นเกิดเสียงกัมปนาท
สะเทือนหูเป็นระลอกๆ
สรรพชีวิตต่างตกตะลึงยังไม่ทันได้ทำาอะไรโลกที่ถล่มลงทันทีแผ่นดินแตกราวฟ้าดินพังทลายห้วง
สุญญตาอันมืดมิดกลืนกินฟ้าดินแห่งนี้ราวกับเป็นเหวลึกร่างของจักรพรรดิเทพมหันตภัยสูงเกินหมื่นจั้งภายใน
ชั่วพริบตาร่างของเจียงฉางเซิงในสภาวะทาบฟ้าเทียมพสุธาดราวกับมดปลวกเงยมองภูเขาไทซานและภูเขาลูกนี้ก็กำาลัง
ขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
“ฆ่าเขาอย่าลังเล!”
บรรพจารย์พุทธอารัมภะตะโกนลั่นทว่าเจียงฉางเซิงกลับไม่ไหวติง
เมื่อเห็นฉากนี้ผู้สืบทอดมหามรรคาทั้งหลายต่างหวาดหวั่นหรือว่ามรรคาจารย์จะเหมือนกับจักรพรรดิเทพ
มหาวัฏสวรรค์เป็นเพียงเบี้ยหมากของอสุรกายมหันตภัยหรือความเร็วในการหลอมรวมของจักรพรรดิเทพมหันตภัย
เร็วอย่างเหลือเชื่อเมื่อเขากลืนอสุรกายมหันตภัยไปทั้งหมด
ร่างกายของเขาก็ใหญ่โตจนผู้แข็งแกร่งระดับขั้นสูงๆยัง
ตกตะลึงร่างสูงหมื่นจั้งของเจียงฉางเซิงดูเล็กจิ๋วในสายตาเขา
นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวของเขาก็ใหญ่กว่าเจียงฉางเซิงหมื่นเท่าแล้วตอนนี้ทั่วทั้งร่างของจักรพรรดิเทพมหันตภัยมีหมอกสีดำา
ล้อมรอบบนร่างมีดวงตานับไม่ถ้วนเปิดออกบ้างก็เย็นชาบ้าง
ก็บ้าคลั่งบ้างก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวทุกสายตาล้วนจับจองเจียงฉางเซิงนิ่ง
แม้แต่เจียงฉางเซิงก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นฉากนี้
“มรรคาจารย์เจ้าแข็งแกร่งมากแต่เจ้าไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้!”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งเขายก
มือขวาขึ้นเหยียดนิ้วชี้กดไปยังเจียงฉางเซิงนิ้วชิ้นี้แฝงด้วยแรงกดดันเกินจะจินตนาการด้านล่างของเจียงฉางเซิงเหล่า
สรรพชีวิตต่างถูกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกรู้สึกว่าร่างจะระเบิดได้ทุกเมื่อโชคยังดีที่เจียงฉางเซิงรับแรงไว้ให้
กริ้ง! กริ้ง!
เสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ตรีวิสุทธิดังขึ้นอีกครั้งทำาให้ความเร็วของนิ้วที่กำาลังจะตกลงมาของจักรพรรดิเทพมหันตภัยลดลงเจียงฉางเซิงยกมือขวาขึ้นตามพร้อมกับ
เหยียดนิ้วชี้ออกมาใช้นิ้วต่อกรนิ้ว!
ดัชนีมรรคพิฆาตโลกา!
นิ้วหนึ่งยิงออกไปลำาแสงสีขาวเจาะทะลุห้วงสุญญตาอัน
เจาะทะลุแขนของจักรพรรดิเทพมหันตภัยแล้วทะลุหน้าอกของเขาต่อแสงสีขาวกลายเป็นเสาแสงขยายตัวด้วย
ความเร็วสุดขีดทำาลายร่างกายของจักรพรรดิเทพมหันตภัยจนสิ้น
“เป็นไปไม่ได้…”
จักรพรรดิเทพมหันตภัยร้องออกมาอย่างตกตะลึงเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัวแต่ยังไม่ทันจบคำาร่าง
ก็สลายหายไป
เมื่อเสาแสงแห่งดัชนีมรรคพิฆาตโลกาขยายจนกลืนกินร่างจักรพรรดิเทพมหันตภัยแสงนั้นก็ค่อยๆจางหายไป
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำาให้สรรพชีวิตแทบมอดม้วยหายไปสิ้น
สรรพชีวิตทั้งหมดต่างเหม่อมองขึ้นไปด้านบนมรรคา
จารย์นั่งอยู่บนบัลลังก์เทพมือซ้ายค้ำาคางมือขวาชี้เฉียงขึ้น
เบื้องบนมองตามปลายนิ้วของเขาไปก็เห็นอุโมงค์แห่ง
ความว่างเปล่าที่มืดมิดยิ่งกว่าห้วงสุญญตาปรากฏขึ้น
ราวกับแบ่งห้วงสุญญตาออกเป็นสองส่วน!
ภาพนี้ฝังลึกในหัวใจของทุกสรรพชีวิตแม้แต่เหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาทั้งหลายก็ล้วนตัวสั่นเทา
นี่คือวิชาอะไรกัน!?
ก่อนหน้านี้พลังของจักรพรรดิเทพมหันตภัยในสายตาของพวกเขานั้นเหนือกว่าระดับขั้นของพวกเขาแล้วแม้แต่
บรรพจารย์ยุทธนิพพานก็ยังไม่เคยแสดงพลังถึงระดับนี้
จักรพรรดิเทพมหันตภัยที่ทรงพลังเช่นนั้นกลับถูกมรรคาจารย์
สังหารทิ้งด้วยดัชนีเดียว!
tawatchai
อ่านไม่รู้เรื่อง455-458 ภาษาอะไร