ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 458 มรรคาจารย์แข็งแกร่งเพียงใดกันแน่
- Home
- ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
- ตอนที่ 458 มรรคาจารย์แข็งแกร่งเพียงใดกันแน่
การสิ้นชีพอย่างกะทันหันของจักรพรรดิเทพมหันตภัย
สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งห้วงสุญญตาสรรพชีวิตทั้งปวง
ล้วนตื่นตระหนกมองไปยังเจียงฉางเซิงไม่อาจเชื่อสายตาของตนเองได้จักรพรรดิเทพมหันตภัยผสานเข้ากับอสุรกายมหันตภัย
ทั้งหมดเพียงแรงกดดันจากดัชนีเมื่อครู่ทำาให้สรรพชีวิตรู้สึกว่าตนจะกลายเป็นเถ้าถ่านได้ทุกเมื่อแต่สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง
ถึงเพียงนั้นกลับถูกเพียงนิ้วเดียวของมรรคาจารย์สังหาร!
เป็นไปได้อย่างไร!
ความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นในห้วงสมองของสรรพชีวิตทั้งปวง
แม้แต่ความยินดีหรือความโล่งใจจากการรอดตายก็ยังไม่ทัน
เกิดขึ้นเจียงฉางเซิงซักมือกลับแล้วพลันพบว่าเพราะจักรพรรดิเทพมหันตภัยสิ้นไปอสุรกายมหันตภัยทั้งปวงก็พลันสูญสิ้น
หายนะแห่งโลกเทพยุทธถูกปลดเปลื้องลงทันทีเขาเองยังไม่ทันได้ใช้สมบัติอาคมแห่งวิถีเซียนมากกว่านี้เลย
น่าเสียดาย!
ทั้งหมดเป็นเพราะจักรพรรดิเทพมหันตภัยใช้กลยุทธ
แบบสังเวยเช่นนี้ทำาให้เจียงฉางเซิงเสียโอกาสแสดงฝีมือไปมาก
แต่เมื่อดูจากปฏิกิริยาของสรรพชีวิตการแสดงฝีมือคราวนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้ายอย่างน้อยก็สามารถเก็บเกี่ยวแต้มเซียนไหวได้มากโขอย่างไรก็ตามแม้แต่ผู้ศรัทธาแห่งแดนสวรรค์เองก็ยัง
ถึงกับตะลึงงันเจียงฉางเซิงแหงนหน้ามองสายตาทะลุทะลวงผ่านกำาแพงแห่งจักรวาลตกลงไปยังขอบห้วงสูญญตาแสงเมฆหลากสีแห่งบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาแสงตะวันของแสงเทพสุดขอบตะวันและหมอกสีม่วงแห่งปราณกำาเนิดเทพอันธการทำาให้ร่างของเขาพร่ามัวสรรพ
ชีวิตไม่อาจเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาได้เห็นเพียงเขากำาลังแหงนหน้าขึ้นเท่านั้น
ทว่าก็เพียงการแหงนหนานี้กลับทำาให้สรรพชีวิต
สะดุ้งตื่นห้วงสุญญตาพลันปั่นป่วนด้วยเสียงฮือฮาอีกครั้ง
“มรรคาจารย์ชนะแล้วหรือ”
นี่…นี่ก็คือวิถีเซียนหรอกระบวนท่าเมื่อครู่ช่างน่าหวาดหวั่นนัก!”
“อำานาจกดดันของอสุรกายมหันตภัยนั้นเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้คิดไม่ถึงว่าจะถูกมรรคาจารย์สังหารด้วย
ดัชนีเดียวมรรคาจารย์จะต้องแข็งแกร่งเพียงใดกัน
“เจ้าคิดว่าร่างแยกเพียงหนึ่งก็สามารถทำาร้ายบรรพจารย์ยุทธได้อยู่อย่างนั้นหรือ? มรรคาจารย์ย่อมไม่อ่อนด้อยกว่าบรรพจารย์ยุทธกระทั่งอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่า!”
เพียงแค่กระบวนท่านั้นในอดีตจนถึงปัจจุบันจะมีใคร
เปรียบเทียบได้? ยิ่งไปกว่านั้นมรรคาจารย์ชัดเจนว่าไม่ได้จริงจังเลยสักนิด!”
“ใช่แล้วรู้สึกเหมือนเพียงชี้นิ้วตามอำาเภอใจ…ยากจะจินตนาการถึงพลังแท้จริงของเขายิ่งไปกว่านั้นเรากล้า
ยืนยันหรือว่านี่คือร่างจริงของเขาไม่ใช่ร่างแยกหรือ
สรรพชีวิตทั้งหลายต่างสนทนากันด้วยความตื่นเต้นเหล่า
ผู้ฝึกบำาเพ็ญมหามรรคาก็พลอยโห่ร้องยินดีเหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาเมื่อได้ยินว่าสายมรรคาของ
ตนกำาลังโห่ร้องยินดีพวกเขามิได้โกรธเคืองเพียงแต่มองไปยัง
เจียงฉางเซิงด้วยสีหน้าซับซ้อน
ความตื่นตะลึงของพวกเขานั้นลึกซึ้งยิ่งกว่าเหล่าสรรพ
ชีวิตเพราะด้วยระดับขั้นที่สูงส่งของพวกเขายืนอยู่ในระดับขั้นเช่นนั้นกลับไม่อาจเข้าใจเจียงฉางเซิงได้เลย
ร่างแยกสมบัติอาคมและท่วงท่าที่สังหารศัตรูเพียงหนึ่งกระบวนท่าอย่างง่ายดาย…
พวกเขาคิดว่านิ้วชี้ของมรรคาจารย์นั้นเป็นเพียงการสะบัดตามอำาเภอใจหารู้ไม่ว่านั่นคืออภินิหารที่ทรงพลังที่สุดของมรรคาจารย์เจียงฉางเซิงเห็นบรรพจารย์ยุทธนิพพานต่อสู้กับเทพแห่งหยินหยางเขาแอบสงสัยว่าคู่ต่อสู้ของบรรพจารย์ยุทธ
นิพพานคือผู้ใดจึงใช้ฟังก์ชันเซียนไหวพยากรณ์ถึงอีกฝ่ายในเมื่อเขามาด้วยร่างจริงไม่มีทางจะพยากรณ์ไม่ได้
[จำเป็นต้องใช้แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ 21 แต้ม
จะดำาเนินการต่อหรือไม่]
แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ 21 แต้ม!
ช่างเกินจริงนัก!
ขั้นเบิกเนตรอัครยุทธระดับหาเพิ่งจะ 5 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์เท่านั้น 1 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์นั้นเทียบ
เท่ากับหนึ่งหมื่นล้านล้านแต้มเซียนไหว!
มิน่าเล่าถึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
เจียงฉางเซิงแอบตื่นตะลึงอยู่ในใจตอนที่เขาบรรลุวิชา
มรรคาธรรมชาติขั้นที่สิบสองก็ยังเทียบเท่ากับ 1 แต้มเซียนไหว
มรรคาสวรรค์แต่ตัวตนลึกลับนี้กลับเทียบเท่าถึงยี่สิบเท่าจากตอนที่เขาเพิ่งทะลวงขั้น!
ยังดีที่บรรพจารย์ยุทธนิพพานแสดงท่าที่แข็งกร้าวถึงขั้นต้องการพลิกสถานการณ์เพียงแต่กระบวนท่าของดวงตาตัวตนลึกลับนั้นร้ายกาจเกินไปดวงตาแต่ละข้างสามารถปลดปล่อยการโจมตีออกมาได้แต่ก็คล้ายกับเป็นภาพลวงตา
ทำาให้เคล็ดวิชาของบรรพจารย์ยุทธนิพพานทะลุผ่านไปโดยไร้ผลกระทบ
เมื่อบรรพจารย์ยุทธนิพพานยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
อำานาจกดดันอันรุนแรงนั้นก็ทำาให้ดวงตานับไม่ถ้วนที่ปกคลุม
ขอบห้วงสุญญตาบิดเบี้ยวไปมาพร้อมจะสลายลงได้ทุกเมื่อเจียงฉางเซิงนับนิ้วคำานวณพบว่าผลกรรมของงาน
ชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีมิได้เลือนรางอีกต่อไปสิ่งนี้หมายความว่า
คราวเคราะห์นี้กำาลังจะสิ้นสุดงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีจะดำาเนินไปได้อย่างราบรื่นเขาก้มหน้ามองไปยังจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ที่อยู่ไกลออกไปเอ่ยขึ้นช้าๆว่า “จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เจ้าพอจะให้คำาอธิบายได้หรือไม่”
ทันทีที่คำานั้นเอ่ยออกมาห้วงสุญญตาก็พลันเงียบงันเหล่าผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนต่างหันขวับไปมองจักรพรรดิเทพ
มหาวัฏสวรรค์ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เร่งเร้าพลังอย่างบ้าคลั่งช่วยให้จักรพรรดิเทพมหันตภัยแข็งแกร่งขึ้นพวกเขา
เห็นกันอย่างชัดเจนเพียงแค่เกือบลืมเรื่องนี้ไปเพราะถูกการแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ของมรรคาจารย์กลบเท่านั้นเหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาก็มองจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ด้วยแววตาไม่เป็นมิตรเช่นกันบรรพจารย์อธรรมเกาหยินเค้นหัวเราะแล้วกล่าวว่า
“จักรพรรดิเทพเจ้าควรจะต้องอธิบายสักหน่อยหรือไม่หรือว่า
คราวเคราะห์ครั้งนี้เจ้าเป็นผู้ชักใยกันบรรพจารย์พุทธอารัมภะยังคงแข็งกราวดังเดิมเอ่ย
ฮึดฮัด “ยังจะต้องอธิบายอะไรอีกหากปล่อยให้เขาหลบหนีไปได้แล้วหน้าตาของพวกเราจะเหลือไว้ที่ใดกัน?”
โมวังมีสีหน้าหม่นหมองไม่รู้ว่ากำาลังคิดสิ่งใดอยู่
บรรพจารย์กระบี่ประกาศิตเทวะชูมือขึ้นจิตกระบี่ก่อตัวเป็นรูปร่างแล้วเล็งไปที่จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ทัณฑ์เทวะปรากฏขึ้นทางด้านหลังจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ปิดเส้นทางหลบหนีของเขา
“เจ้าจะกระทำาการใดต้องอธิบายด้วยหรือ”
จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเขาเมินเฉยต่อเหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาแล้วเงยหน้ามองมรรคาจารย์ที่อยู่สูงพลางกล่าวต่อว่า “มรรคาจารย์พลังแห่ง
วิถีเซียนก็เป็นพลังจากภายนอกมิใช่หรือเจียงฉางเซิงเหลือบตามองเขาแล้วกล่าวว่า “คำาอธิบายของเจ้าข้ายังไม่อาจพอใจ”
สินค้าพูดนำ้าเต้าที่เอวของเขาพลันลอยขึ้นฟ้าปากนำ้าเต้าเปิดอ้าออกนำ้าเต้าพลันขยายใหญ่ด้วยท่าทาบฟ้าเทียมพสุธาเมื่อเห็นมรรคาจารย์กระทำาเช่นนี้จักรพรรดิเทพมหาวัฏ
สวรรค์ก็พลันสายตาแข็งกร้าวขึ้นมา
“เช่นนั้นจักรพรรดิเซียนข้าก็อยากลองทดสอบพลังของ
บรรพจารย์วิถีเซียนดูสักหน่อยว่ามีคุณสมบัติใดกล้ามาอ้างนามเทพเซียนกัน!”
จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ตะโกนกร้าวด้วยเสียงเย็นชาพลังอำานาจที่รุนแรงยิ่งกว่าอสุรกายมหันตภัย
ก่อนหน้านี้พลันระเบิดออกมาทำาให้สรรพชีวิตทั้งหลายหายใจติดขัดไปชั่วขณะ
ทัณฑ์เทวะพุ่งขึ้นเหนือศีรษะของเขากำาหมัดฟาดลงมากำาปั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานแฝงพลังที่น่าสะพรึงกลัวสุดขีดจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์สะบัดมือไปทางด้านหลังอย่างง่ายดายใช้หลังมือกระแทกเข้ากับกำาปั้นของทัณฑ์เทวะตม!
แสงสีแดงวาบสะท้อนทั่วห้วงสุญญตาความร้อน
แผดเผากวาดไปทุกทิศทางสรรพชีวิตนับไม่ถ้วนถูกซัด
กระเด็นออกไปบ้างดวงจิตที่อ่อนแอถึงกับสิ้นชีวิตลงแต่ทาง
แดนสวรรค์ยังมีร่างแยกของเจียงฉางเซิงปกป้องอยู่จึงไม่
มีใครบาดเจ็บหรือล้มตายทัณฑ์เทวะถูกแรงสะท้อนซัดกระเด็นออกไปกระแทก
ทะลุห้วงสุญญตาร่วงหล่นสู่มิติที่ลึกกว่าเดิมเป็นหรือตายไม่อาจทราบได้เหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาต่างก็ลงมือแต่จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์กลับพุ่งเข้าหาเจียงฉางเซิงด้วยความเร็วที่
เหนือกว่า
เขากางแขนทั้งสองออกภายนอกร่างควบรวมเป็นร่างเทพสีม่วงเข้มลักษณะคล้ายกับร่างกายของเขาเองแต่สวมเกราะสงครามที่กดดันและน่าเกรงขามก่อนจะซัดหมัดใส่เจียงฉางเซิงหมัดนี้ถูกต้านไว้ด้วยปราณกำาเนิดเทพอันธการแม้ปราณกำาเนิดเทพอันธการจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนดูราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อแต่ถึงกระนั้นก็ยังฝืนต้านการโจมตีของจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เอาไว้ได้หมัดนั้นฟาดออกไปสายฟ้าสีม่วงนับไม่ถ้วนร้อยเรียงกันไปทั่วห้วงสุญญตาท่าให้ห้วงสุญญตาที่มืดสลัวปรากฏเค้า
ลางแห่งความแตกสลายที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมา
“ในเมื่อเจ้ามัวหลงผิดไม่ยอมตื่นข้าก็จะขอชำาระธรรมแทนสวรรค์!”
เจียงฉางเซิงเอ่ยคำาว่า ‘ชำาระธรรมแทนสวรรค์’ อีกครั้ง
และคราวนี้ที่กล่าวซ้ำาขึ้นมาก็เพื่อกระตุ้นดาบบินสะบั้นเซียน!
ลำาแสงสีขาวหนึ่งสายพุ่งออกมาจากนำ้าเต้าสีแดงมหึมาทะลวงผ่านปราณกำาเนิดเทพอันธการมุ่งตรงเข้าไปหา
จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ม่านตาของจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ขยายใหญ่ขึ้น
รีบหลบฉากทันทีเว้นระยะห่างจากเจียงฉางเซิงออกไปไกลซึ่งในระยะนี้ไกลจนมีงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีและสรรพ
ชีวิตทั้งมวลแห่งโลกอิสระที่เจ็ดขวางเขาไว!
เร็วหนัก!
จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์แอบสะท้านใจเพียงแค่
แสงสีขาวนั้นปรากฏเข้าก็รีบหลบเลี่ยงไปโดยสัญชาตญาณนี่คือการตอบสนองตามสัญชาตญาณยามเผชิญหน้ากับ
ภัยอันตรายถึงชีวิตฝ่ายตรงข้ามกลับสามารถบีบให้เขาต้องแสดงสัญชาตญาณเช่นนี้ออกมาได้ยังไม่ทันให้เขาได้คิดอะไรมากนักเขาก็เหมือน
จะตระหนักถึงบางสิ่งหันศีรษะไปมองโดยไม่รู้ตัวดาบบินเล่มหนึ่งลอยอยู่ด้านหลังของเขาเขาเพิ่งคิด
จะเคลื่อนไหวแต่เพียงพริบตาเดียวดาบบินนั้นก็ฟันฉับที่
ศีรษะของเขานำาทั้งศีรษะและวิญญาณลอยตรงไปยังเจียงฉางเซิง
นำ้าเต้าแดงในมือตำ่าลงตามด้วยการรับดาบบินและศีรษะพร้อมวิญญาณของจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เข้าไว้ภายใน
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้นเริ่มปิดปากขวดนำ้าเต้า
การต่อสู้นี้ใช้เวลาไม่ถึงสามลมหายใจจริงๆ!
จักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เคยแสดงพลังอันร้ายกาจออกมาไม่ต่างจากจักรพรรดิเทพมหันตภัยแต่กลับถูกมรรคาจารย์สังหารลงได้อย่างง่ายดายทำาให้สรรพชีวิตทั้งหลาย
ถึงกับตกตะลึงอีกครั้งบรรพจารย์อธรรมเกาหยินจับจ้องไปยังนำ้าเต้าสะบั้น
เซียนในมือของเจียงฉางเซิงนิ่ง
นี่มันคือสมบัติอันใดกันแน่
แม้จะไม่ยิ่งใหญ่อลังการดุจต้นไม้วิเศษเกล็ดทองแต่พลังสังหารนั้นน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดกระทั่งนางเองยังรู้สึกได้ถึงความหวาดหวั่น!
เหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาคนอื่นๆต่างก็ถูกดาบบินสะบั้นเซียนพลิกโฉมความเข้าใจใหม่ภายในใจล้วนเต็มไปด้วย
ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งนิ้วพวกเขายังพอจินตนาการเติมแต่งได้หลายประการแต่ครั้งนี้เพียงหนึ่งดาบก็ได้ตัดขาด
ความคิดที่จะต่อต้านมรรคาจารย์ไปโดยสิ้นเชิง!
ผู้แข็งแกร่งที่มีค่าถึง 6 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์กลับ
ไม่อาจต้านเพียงหนึ่งท่าโจมตีได้เลยหรือดูท่าข้าคงประเมินพลังของตนเองตำ่าเกินไปแล้ว’
เจียงฉางเซิงคิดในใจเงียบๆสายตากวาดมองไปยังเหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาเหล่านั้นชั่วขณะนี้เองแม้เหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาทั้งหลายมอง
ไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมรรคาจารย์แต่ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าตนเองถูกมรรคาจารย์จับจ้องเข้าให้แล้วต่างก็หวาดกลัวรีบ
เบือนสายตาหรือก้มหน้าหลบหัวใจของบรรพจารย์อธรรมเกาหยินเต้นระรัวนางนึกถึงเล่ห์อุบายทั้งหลายที่เคยทำาไว้
หรือว่าตอนที่ตนไปยังโลกคุนหลุนก็อยู่ในสายตาของมรรคาจารย์มาโดยตลอดกัน
ยังมีเรื่องที่ตนขโมยสมบัติอาคมของมรรคาจารย์อีกแต่กลับไม่อาจใช้งานได้หรือแท้จริงแล้วมรรคาจารย์กำาลังล้อเล่นกับนางอยู่
ที่นางถึงกับหวาดหวั่นสั่นกลัวเช่นนี้ก็เพราะไม่อาจมองเห็นดวงตาของมรรคาจารย์จึงคิดไปว่ามรรคาจารย์กำาลังจับจ้องตนอยู่
เหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกันหากมรรคาจารย์เพ่งเล็งพวกเขาอยู่จริงๆมิใช่ว่าจะต้องมีข้อสงสัยในใจหรอกหรือ
แต่ละคนล้วนมีเล่ห์กลซ่อนอยู่ภายในจะไม่ให้รู้สึกผิดจนใจสั่นได้อย่างไรเจียงฉางเซิงละสายตากลับมาจากนั้นก็นั่งรออย่างเงียบสงบบนบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาห้วงสุญญตายังคงปกคลุมด้วยความเงียบงัน
ไม่มีผู้ใดเอ่ยอุทานออกมาอย่างไรจักรพรรดิเทพมหาวัฏ
สวรรค์เพิ่งสังหารสรรพชีวิตไปมากมายใครจะกล้ารับประกัน
ว่ายังมีผู้แข็งแกร่งคนอื่นกระโดดออกมาก่อความวุ่นวายอีกเล่าชั่วขณะนั้นเองสายตานับมากมายพากันหันไปยังเหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาทำาให้พวกเขาทั้งอึดอัดทั้งกดดันถูกมรรคาจารย์จับจ้องก็ว่าไปอย่างแต่พวกเจ้ามันเป็นอะไรกันนัก
บรรพจารย์พุทธอารัมภะซึ่งมีนิสัยดุดันที่สุดส่งเสียงฮึดฮัดออกมาราวกับค้อนหนักกระแทกลงกลางใจสรรพชีวิต
ทั้งหลายจนไม่มีผู้ใดกล้าสบตาเขาอีกเลยมรรคาจารย์ไม่เอ่ยคำาพูดใดเหล่าผู้สืบทอดมหามรรคา
ก็ไม่กล้าขยับตัวไม่กล้าเอ่ยปากง่ายๆเพราะกลัวจะพูดผิดไปการตายอันน่าสยดสยองของจักรพรรดิเทพมหันตภัยและจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์ทำาให้ภาพลักษณ์ของมรรคาจารย์ในใจพวกเขาเหนือกว่าบรรพจารย์ยุทธไปแล้ว!
ไม่ว่ามรรคาจารย์จะแข็งแกร่งกว่าบรรพจารย์ยุทธจริง
หรือไม่แต่เพียงวิธีการฆ่าฟันอันเด็ดขาดนี้ก็ร้ายกาจกว่าบรรพจารย์ยุทธแล้ว!
ปกติเป็นเหมือนคนสงบเสงี่ยมแต่พอลงมือก็เป็นท่า
สังหารทันที!
เจียงฉางเซิงมิได้จงใจทำาเช่นนั้นเขาเพียงกำาลังรอคอยบรรพจารย์ยุทธนิพพานและในใจก็กำาลังคำานวณสุดกำาลังว่าในขอบเขตที่รับรู้ได้มีผู้แข็งแกร่งที่เกินกว่าหนึ่งร้อยแต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์อยู่หรือไม่เหตุผลบอกเขาว่าโอกาสเช่นนั้นยากจะเกิดขึ้นจริงแต่หาก
บังเอิญมีจริงขึ้นมาเล่า!
หากมีจริงเขาจะรีบพาแดนสวรรค์หลบหนีทันทีไม่สนใจแต้มเซียนไหวอะไรอีก!
เวลาไหลผ่านไปทีละวินาทีผ่านไปครู่หนึ่งบรรพจารย์ยุทธนิพพานปรากฏขึ้นกลางห้วงสุญญตาเขากวาดตามองทั่วห้วงสุญญตาแล้วสายตาก็ตกลงมาที่เจียงฉางเซิงเขาราวกับสั่นสะท้านเพราะภาพลักษณ์ของเจียงฉางเซิงจึงไม่อาจเอ่ยปากได้ในทันที