Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 463 ผู้คนทั้งหลายล้วนขอบคุณท่านเซียน

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 463 ผู้คนทั้งหลายล้วนขอบคุณท่านเซียน
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 463 ผู้คนทั้งหลายล้วนขอบคุณท่านเซียน

………………..

ทิศตะวันออกของเมือง ตรอกเจียกู่

ยามทัศนียภาพเริ่มมืดสลัว เงาร่างของขอทานในชุดขาดรุ่งริ่งก็เริ่มออกอาละวาด

ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องประหลาดพิสดารอื่นใด เพียงแค่กิริยาอาการของขอทานผู้นี้ก็หาได้เหมือนคนปรกติไม่

ทั่วร่างของมันส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวประหนึ่งหมกตัวอยู่ในกองขยะมานานแสนนาน ก้าวเดินโซซัดโซเซ เท้าข้างหนึ่งสวมรองเท้าผุพัง อีกข้างเปลือยเปล่า ลากเท้าไปกับพื้นคล้ายวิญญาณเร่ร่อน หากมีผู้ใดเดินผ่าน มันจะเหลียวหน้ามาจ้องเขม็ง หากเป็นผู้ที่มีอาการปวดท้อง มันจะเร่ขายแผ่นสมุนไพร หากเป็นคนปกติ มันจะจ้องตาไม่กะพริบด้วยแววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวและหมาป่า

หากไร้ผู้คนรอบข้าง มันจะเดินเตร่ไปตามหน้าบ้านของคนที่แปะแผ่นสมุนไพรไว้ แล้วสูดลมหายใจประหนึ่งสุนัขดมกลิ่น

หลายวันมานี้ ยามค่ำคืนจึงไม่มีผู้ใดกล้าก้าวเท้าออกจากบ้าน เด็กเล็กทุกคนต่างถูกกำชับให้รีบกลับบ้านโดยเร็ว หากพบเจอมันต้องรีบหลบหลีกให้ไกล แม้แต่พวกนักพนันหรือคนขี้เมาก็ยังมิกล้าออกเที่ยวเตร่ในยามวิกาล

ถึงแม้จะยังไม่มีข่าวว่ามันจับคนไปกิน ทว่าเพียงเรื่องประหลาดเหล่านี้ก็สร้างความน่าหวาดหวั่นเพียงพอแล้ว

วันนี้ได้ยินข่าวว่าตระกูลหลี่จะนำกลุ่มนักล่าผี ทั้งยังเชิญชาวยุทธ์ผู้กล้ามาช่วยสมทบ มิหนำซ้ำยังได้รับน้ำทิพย์จากผู้วิเศษมาอีกด้วย น้ำทิพย์นี้ออกฤทธิ์ไวนัก ไม่ว่าจะปวดท้องหนักหนาสาหัสเพียงใด ต่อให้ปวดร้าวไปทั้งท้องไส้ประหนึ่งโดนมีดกรีด เพียงดื่มน้ำเข้าไปอึกเดียว อาการปวดก็พลันมลายหายไปสิ้น ครั้นได้ยินว่าการล่าผีครั้งนี้ได้รับคำแนะนำมาจากผู้วิเศษ บรรดาผู้ที่เคยทนทุกข์จากอาการปวดท้องต่างก็ขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน ฮึดสู้ตอบรับคำชวนกันถ้วนหน้า

ผู้ที่พลั้งพลาดถูกหลอกให้แปะแผ่นสมุนไพรต่างก็ได้ดื่มน้ำทิพย์นั้นแล้ว พวกเขาต่างอดทนต่อความหวาดกลัวและกังวลมานานพอแล้ว ยามนี้เมื่อมีผู้นำ ความกลัวจึงแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ความปรารถนาที่จะทำลายอาคมชั่วร้ายนั้นรุนแรงยิ่งกว่าผู้ที่เพียงแค่ปวดท้องเสียอีก พวกเขาต่างกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง

ยังมีเพื่อนบ้านอีกไม่น้อยที่แม้จะมิได้แปะแผ่นสมุนไพรหรือปวดท้อง แต่ก็ไม่อาจทนกับวันเวลาที่ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ต่างพากันหยิบฉวยไม้คาน ไม้พลอง มีดทำครัว หรือมีดผ่าฟืน ออกมาสมทบ ความฮึกเหิมก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก

รวมกับชาวยุทธ์ที่ตระกูลหลี่เชิญมา ขบวนนักล่าผีจึงดูเกรียงไกรไม่น้อย

นอกจากนี้ยังมีบุตรหลานของบ้านหลังหนึ่งที่ทำงานรับราชการ เมื่อทราบข่าวจึงได้เรียกมือปราบคนสนิทมาอีกกลุ่มหนึ่ง คอยกำกับการดักซุ่มของชาวบ้านด้วยตนเอง

กลุ่มคนนับร้อยพันมืดฟ้ามัวดิน เมื่อรวมตัวกันความกล้าหาญมหาศาลก็บังเกิดขึ้นอย่างน่าประหลาด อย่าว่าแต่สิ่งชั่วร้ายเพียงตนเดียวเลย ต่อให้มามากกว่านี้ก็ไม่มีผู้ใดนึกหวั่น

หลังจากปรึกษาหารือกัน บ้างก็ซุ่มอยู่ที่หัวถนน บ้างก็แอบอยู่ที่ท้ายตรอก บ้างหลบอยู่ในบ้าน บ้างแอบหลังกำแพงริมทาง และบ้างก็ดักซุ่มอยู่ในเส้นทางที่คาดว่ามันจะหลบหนี ทุกคนต่างกลั้นหายใจนิ่งเงียบเฝ้ารอคอย หัวใจที่เต้นรัวแรงนั้นหามิใช่ความกลัวไม่ ทว่าคือความตื่นเต้นฮึกเหิม

หลายคนอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลง จนมือเท้าสั่นเทาด้วยความตื่นตัว

ยามนี้ต่อให้เป็นเสือร้ายหรือมังกรคลั่ง ก็คงถูกทุบตีจนน่วมเป็นแน่

ชายแซ่หลี่แม้ร่างกายจะซูบผอม แต่เขาก็หยิบยืมดาบเหล็กมาเล่มหนึ่ง กุมไว้ในมือแน่น เขามองดูผู้คนรอบกาย พลางนึกถึงสหายร่วมอุดมการณ์อีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด รู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนที่พุ่งพล่านขึ้นสู่สมอง โลหิตทั่วร่างวิ่งพล่านดั่งม้าคะนองอยู่ใต้ผิวหนังจนมิอาจหยุดยั้ง ในหัวนอกจากจะจินตนาการถึงภาพการรุมล้อมจับกุมปีศาจตนนั้นแล้ว สิ่งเดียวที่เขายังจำได้ติดตาคือวาจาราบเรียบของนักพรตหนุ่มผู้นั้น

‘โลกใบนี้อย่างไรเสียก็เป็นโลกของมนุษย์ เหตุที่มนุษย์สามารถครองแผ่นดินได้ ก็มิใช่เพราะพึ่งพาแต่เทพเซียนบนสวรรค์หรือผู้นักพรตบนดินไปเสียทั้งหมด’

ยามนั้นนักพรตหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง

คนในที่แห่งนั้นไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ ย่อมยังมิอาจเข้าซึ้งถึงแก่นแท้

ชายแซ่หลี่เพิ่งจะมาเข้าใจในตอนนี้เองว่า เบื้องหลังวาจานั้นแฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลเพียงใด!

ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง พลันได้ยินเสียงตะโกนจากเบื้องหน้า

“มันมาแล้ว!”

เสียงนั้นประดุจเสียงแตรศึกในสมรภูมิ

ปัง!!

บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกทันที

“ย้าก!”

ในยามนี้ไม่มีใครมีแก่ใจจะไปนึกถึงสิ่งอื่น ทุกคนต่างกู่ร้องตะโกนก้องพุ่งออกไป รวมถึงชายแซ่หลี่ด้วย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว คือพุ่งไปจับตัวมันมาให้ได้

ชายแซ่หลี่พุ่งออกไปสุดแรงเกิด ทว่าเขาวิ่งช้า จึงมีผู้คนวิ่งแซงหน้าไปคนแล้วคนเล่า เบื้องหลังยังมีคนอีกมากคอยผลักดันเขาให้ไปข้างหน้า

จนกระทั่งพุ่งพ้นประตูรั้วบ้าน

ท่ามกลางตรอกที่มืดสลัว ขอทานผู้นั้นกำลังแสดงสีหน้าฉงน คล้ายจะรู้สึกว่าวันนี้ช่างแตกต่างจากวันวาน ทว่ามันยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เบื้องหน้าและเบื้องหลังก็ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนจนหนาตา

หลายคนเคยนึกว่าตนเองจะหวาดกลัว ทว่าเมื่อเห็นผู้คนรวมกันเป็นกระแสธารไหลบ่า จึงได้รู้ว่าผู้ที่หวาดกลัวหาใช่พวกตนไม่ แต่เป็นสิ่งชั่วร้ายที่จำแลงมาในคราบขอทานตนนั้นต่างหาก

เจ้าสิ่งนั้นกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อถึงขั้นลืมหนีไปชั่วขณะ!

“อา! ฮ่า!”

ทุกคนต่างแผดเสียงกู่ร้อง ทั้งเพื่อข่มขวัญและปลุกใจ ทว่าเสียงเหล่านั้นกลับหลอมรวมกันเป็นดั่งเสียงน้ำหลากจากแม่น้ำใหญ่

พลั่ก!

ไม้พลองฟาดลงบนศีรษะของมันเป็นครั้งแรก

ขอทานตนนั้นคล้ายเพิ่งจะได้สติ มันรีบดิ้นรนผลักไสผู้คนออกไปหมายจะหลบหนี

ปึง! ปึง! ปึง!…

ไม้พลองนับไม่ถ้วนระดมฟาดลงบนร่างของมันไม่หยุดยั้ง

เจ้าสิ่งนี้มีเรี่ยวแรงมหาศาล เพียงมันวาดมือผลักออกไปครั้งเดียว ตัวคนก็กระเด็นล้มคว่ำ ทั้งยังหนังหนาเสียจนไม่รู้ว่าภายใต้ผ้าขี้ริ้วนั่นคือสิ่งใดกันแน่ ยามไม้พลองฟาดลงไปจึงเกิดเสียงทึบราวกับตีลงบนวัตถุแข็งๆ

ทว่าแม้จะผลักคนออกไปได้ไม่กี่คน กลับมีคนกลุ่มใหม่พุ่งเข้ามาแทนที่อย่างไม่ขาดสาย

เห็นเพียงเจ้าขอทานนั่นพ่นลมใส่พวกเขา ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ร่างกายของมันเองก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ มันจึงได้แต่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งการระดมไม้พลองที่ฟาดกระหน่ำลงมาได้

“ข้ามีดาบ! ให้ข้าจัดการเอง!”

ชายแซ่หลี่แทรกตัวเข้าไปข้างหน้า เงื้อดาบขึ้นฟันสุดแรง

ไม่ต้องมีชั้นเชิงใดๆ ทั้งสิ้น!

เพียงอัดพลังทั้งหมดแล้วฟันลงไป!

อย่างมากก็เพียงกลัวว่าจะฟันมันตาย จึงเลี่ยงจากศีรษะไปฟันส่วนอื่น

เห็นเพียงคมดาบเหล็กฟาดลงไป—

เคร้ง!

เสียงดังสนั่นบาดหู

ยามไม้พลองตีถูกร่างมัน เสียงและสัมผัสคล้ายกับการตีกระสอบข้าวที่อัดแน่นจนเต่ง ทว่ายามดาบเหล็กฟันลงไป เสียงและสัมผัสกลับเหมือนฟันลงบนหินผา

และเป็นหินที่แข็งแกร่งยิ่งนัก

ชายแซ่หลี่รู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านจนมือชาหนึบ

ทว่าดาบนี้ดูเหมือนจะทำอันตรายมันได้ เจ้าขอทานตนนั้นพลันแหงนหน้าคำรามก้อง เสียงร้องของมันละม้ายคล้ายเสียงวัว ก่อนจะพุ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม

พริบตานั้น ผู้คนนับร้อยกลับมิอาจขวางกั้นมันไว้ได้

โชคดีที่เบื้องหน้ายังมีจอมยุทธ์ที่เขาเชิญมาซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ เมื่อเห็นว่าปีศาจตนนี้มิได้เก่งกาจถึงขั้นไร้เทียมทาน ดาบกระบี่ฟันลงไปยังรู้จักเจ็บปวด พวกเขาจึงพากันกรูออกมาสกัดกั้นมันไว้

ตามมาด้วยเสียงของดาบและขวานที่ระดมฟันลงไป

ตึง! ตึง! ตึง!…

ทั่วทั้งตรอกเล็กอบอวลไปด้วยเสียงโลหะปะทะของแข็ง

ไม่ว่าดาบ กระบี่ หรือขวานจะฟันลงไป ก็คล้ายฟันลงบนก้อนหิน คมดาบบิ่นพับ ยับเยินไปตามๆ กัน ทว่าภายใต้เสื้อผ้านั้นกลับมีเศษซากบางอย่างกระเด็นหลุดออกมา ส่วนเจ้าขอทานก็ได้แต่ร้องโหยหวน

ในระหว่างที่ร้องโหยหวน มันก็ใช้แรงมหาศาลผลักผู้คนออกไป

เห็นมันกระโจนเพียงครั้งเดียว ก็สามารถปีนป่ายกำแพงสูงข้างทางหมายจะหนีขึ้นไปเบื้องบน

“ฉุดมันไว้!”

มีทั้งจอมยุทธ์และชาวบ้านกระโดดขึ้นไปคว้าขาของมันลากลงมา ในระหว่างนั้นยังมีไม้พลองและมีดทำครัวนับไม่ถ้วนรุมกระหน่ำฟาดฟันลงบนร่างมัน เสียงโลหะดังระงม ขณะเดียวกันก็มีเศษซากสีดำๆ ร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย ท่ามกลางความมืดมิดไม่มีใครรู้ว่าเศษที่หลุดออกมานั้นคือสิ่งใด

คนอย่างน้อยสี่ห้าคนช่วยกันฉุดรั้งขาของมันไว้ แต่กลับฉุดมันไม่ลง เจ้าสิ่งนี้กลับลากคนเหล่านั้นไต่ขึ้นกำแพงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่อยู่ด้านล่างช่วยกันดึงมากขึ้นเรื่อยๆ และพอมันโผล่พ้นกำแพง เห็นว่าหลังกำแพงยังมีคนถือไม้พลองดักรออยู่อีกกลุ่มใหญ่ มันจึงถูกกระชากลากถูลงมาจนได้

ทว่าลำพังคนเพียงไม่กี่คนกลับมิอาจกดร่างมันไว้ได้อยู่มือ

เมื่อเห็นสิ่งชั่วร้ายตนนั้นเริ่มคุ้มคลั่งหมายจะทำร้ายคน พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง

“ถอยไป! หลีกไปให้พ้น!”

ทุกคนเหลียวหน้ากลับไปมอง อาศัยแสงจากคบไฟ เห็นชาวยุทธ์ผู้หนึ่งชูไม้เท้าไม้ไผ่สีเขียวหยกพุ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา เล็งไปที่ศีรษะของเจ้าสิ่งชั่วร้ายที่กำลังอาละวาดเพราะสิ้นหนทางหนี แล้วหวดลงไปทันที

ไม้เท้าไม้ไผ่ถูกชูขึ้น สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับ

เจ้าสิ่งชั่วร้ายเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือเท้าพลันระเบิดเรี่ยวแรงมหาศาลผลักไสคนรอบข้างออกไป

ทว่าไม้เท้าไม้ไผ่ได้หวดลงมาถึงแล้ว

ป๊อก!

เสียงดังสนั่นเพียงครั้งเดียว

เจ้าสิ่งชั่วร้ายพลันอ่อนระทวยล้มพับลงกับพื้นทันที

ชาวยุทธ์ผู้ถือไม้เท้าถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ยืนตะลึงงันไปตามๆ กัน

มีคนถือคบไฟเข้าไปตรวจดู พบว่าขอทานตนนั้นนอนสลบไสลอยู่บนพื้น แม้จะยังเบิกตาค้างอยู่ทว่ากลับมิอาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้แม้เพียงปลายนิ้ว

“ถุย! เจ้าปีศาจ!”

ฝูงชนนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็มีคนถ่มน้ำลายด่าทอ “รีบคลายคุณไสยให้พวกข้าเดี๋ยวนี้!”

เมื่อสิ่งชั่วร้ายนิ่งเงียบ ก็มีคนใช้ไม้พลองกระหน่ำตีทันที

เสียงที่กระทบถูกร่างมัน คล้ายกับการตีลงบนกระสอบข้าว

เจ้าปิศาจกะพริบตาถี่ๆ ราวกับสัตว์ป่าที่ใกล้สิ้นใจ มันถูกทุบตีไปอีกหลายทีจึงค่อยยอมปริปาก ทว่ากลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงประหลาดแต่ถ้อยคำชัดเจนว่า “ไม่ใช่ว่าคลายไปแล้วหรืออย่างไร”

สำเนียงนั้นช่างฟังดูพิลึกพิลั่นนัก

“ถุย! เจ้าปีศาจ! ยังจะกล้าพูดจาโป้ปดอีก!”

“รีบคลายคุณไสยเดี๋ยวนี้!”

“มิเช่นนั้นข้าจะทุบเจ้าให้ตายตรงนี้เสีย!”

ไม้พลองนับไม่ถ้วนระดมฟาดลงบนร่างมันอีกครั้ง

ขอทานตนนั้นไม่เจ็บปวดและไม่ร้องโหยหวนอีกต่อไป จะมีก็แต่ยามที่คมมีดทำครัวหรือมีดผ่าฟืนฟันลงเท่านั้นที่ร่างของมันจะสั่นสะท้านและร้องออกมาสั้นๆ ในที่สุดเมื่อเห็นว่ามีมีดอีกหลายเล่มจามลงมา มันจึงทนความเจ็บปวดไม่ไหว ตอบกลับมาว่า

“ไม่ใช่ว่ามีท่านเซียนมาคลายคุณไสยของข้าให้พวกเจ้าแล้วหรอกหรือ พวกเจ้าถึงได้กล้าบุกมาหาข้าถึงที่เช่นนี้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าคงตาบอดกันไปหมดนานแล้ว…”

ทุกคนต่างตะลึงงัน ยังคงไม่เข้าใจความหมาย

มีเพียงคนไม่กี่คนที่เคยไปเยือนเรือนตระกูลเยี่ยเพื่อเชิญนักพรตหนุ่มผู้นั้นเท่านั้นที่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ความคิดก็พลันกระจ่างขึ้นในทันใด ส่วนจอมยุทธ์ที่ถือไม้เท้าก็ได้แต่จ้องมองไม้เท้าในมือตนเองด้วยความตื่นตะลึงระคนสงสัย

แสงตะเกียงในเรือนวูบไหว

แม้มะเขือเปรี้ยวพื้นเมืองในยุคสมัยนี้จะมีผลเล็ก ทว่ากลับมีรสชาติเข้มข้นยิ่งนัก เมื่อนำมาต้มกับก้างปลาจึงได้รสเปรี้ยวหอมชวนน้ำลายสอ เนื้อปลานั้นทั้งนุ่มและเด้งสู้ฟัน ไร้ซึ่งกลิ่นคาวและก้าง

ซ่งโหยวคลุกข้าวกับน้ำแกงเปรี้ยว กินปลาแผ่นอย่างเอร็ดอร่อย บางทีก็คีบแบ่งให้เสาหลักของบ้านบ้าง

ส่วนแม่นางสามสีนั้นมุ่งมั่นอยู่กับการกินปลาตะเพียนตัวน้อยของนาง ดูจากสีหน้าแล้ว นางคงจะพึงพอใจกับปลาตะเพียนราดน้ำมันต้นหอมนี้ไม่น้อย

เมื่อสิ้นสุดมื้ออาหาร ทั้งคนทั้งแมวต่างก็อิ่มหนำสำราญใจ

แม้จะเป็นเพียงวันธรรมดาสามัญ ทว่าก็ต้องใช้ชีวิตให้มีรสมีชาติเช่นนี้เอง

“ข้าอิ่มแล้ว”

“แม่นางสามสีก็อิ่มแล้ว”

“เดี๋ยวข้าล้างชามเอง”

“ข้าทำเอง!”

“แม่นางสามสีต้องตกปลาขายเงินเลี้ยงบ้าน กลับมายังต้องทำงานบ้านอีก จะลำบากแม่นางสามสีเกินไปหรือไม่”

“ข้าทำเอง!”

“เช่นนั้นข้าคงต้องขอน้อมรับน้ำใจแต่โดยดี”

“คราวหน้าเจ้าต้องทำกับข้าวให้เร็วกว่านี้หน่อย แม่นางสามสีกินข้าวเสร็จแล้วยังต้องอ่านหนังสืออีก” เด็กหญิงตัวน้อยลุกขึ้นเก็บชามพลางเอ่ย “กินข้าวตอนค่ำมันไม่ดีนะ เจ้ายิ่งตาบอดกลางคืนอยู่”

“วันนี้ข้ามีเรื่องต้องจัดการเลยล่าช้าไปบ้าง”

“เรื่องอะไรเล่า”

“…”

นักพรตยังไม่ทันจะได้ตอบ และเด็กหญิงที่โอบกองชามไว้ก็ยังไม่ทันได้เดินจากไป พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก

เด็กหญิงหันขวับไปมอง จ้องเขม็งไปยังประตูด้วยความระแวดระวังทันที

ก๊อก ก๊อก…

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“…”

เด็กหญิงมองไปที่ประตูสลับกับมองนักพรต แล้วก้มมองกองชามในอ้อมอกนาง นางไม่ได้ขยับให้นักพรตไปเปิดประตู ทว่ายังคงยืนหยัดทำหน้าที่ศิษย์น้อยอย่างเคร่งครัด สุดท้ายนางก็วางชามลงแล้ววิ่งไปเปิดประตู

เอี๊ยด…บานประตูไม้เปิดออก

แสงจากโคมไฟและคบไฟนับไม่ถ้วนส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังของเด็กหญิง จนหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้นเพราะแสงไฟ

เบื้องหลังบานประตูคือกลุ่มชาวหยางตู ครั้นพวกเขาเห็นประตูเปิดออก โดยที่ยังไม่ทันมองให้ชัดว่าผู้ที่อยู่ข้างในเป็นใคร ก็พากันประสานมือค้อมกายคำนับลงอย่างพร้อมพรียง

“ขอบคุณท่านอาจารย์เซียน…”

แม่นางสามสีถึงกับยืนอึ้งไปในบัดดล

………………..

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 463 ผู้คนทั้งหลายล้วนขอบคุณท่านเซียน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย