Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 464 เหล่าผู้กล้า

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 464 เหล่าผู้กล้า
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 464 เหล่าผู้กล้า

………………..

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…

นกนางแอ่นบินกลับมาเกาะอยู่บนชายคาพลางไซร้ขนไปมา

เงาศีรษะของผู้คนเชื่อมต่อกันเป็นพรืด แสงไฟจากคบเพลิงและโคมไฟหลอมรวมเป็นหนึ่ง ส่องให้เห็นเงาวูบไหวเลือนราง บ้างยืนอยู่ในลานบ้าน บ้างออกไปออกันอยู่หน้าประตู ผู้ที่คำนับก็คำนับ ผู้ที่คุกเข่าก็คุกเข่า ต่างพากันกล่าวขอบคุณเสียงดังระงม

“ทุกท่านโปรดรีบลุกขึ้นเถิด ข้าไม่อาจรับไว้ได้” นักพรตหนุ่มยืนอยู่เบื้องหน้า รีบร้องบอกให้ผู้ที่คุกเข่าลุกขึ้น โดยเฉพาะผู้เฒ่าคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าที่ดูจะบอบช้ำจากคุณไสยมาไม่น้อย เขาถึงกับต้องเข้าไปพยุงด้วยตนเอง “ในเมื่อทุกท่านมาหาข้าถึงที่นี่ ทั้งยังมีปีศาจออกอาละวาดจริงๆ ย่อมไม่มีเหตุผลที่ข้าจะนิ่งดูดาย ในเมื่อข้าพอจะช่วยได้บ้างและออกอุบายให้เล็กน้อย คำขอบคุณของทุกท่านข้าขอรับไว้ ทว่าเรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านี้ มิต้องถึงขั้นประกอบพิธีรีตองใหญ่โตเพียงนี้หรอก”

“ล้วนเป็นเพราะท่านอาจารย์เซียนแท้ๆ…”

“ความกล้าหาญของทุกท่านที่หาญกล้าสู้กับปีศาจต่างหาก คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้จับกุมมันได้ หากจะขอบคุณ ก็ควรขอบคุณความกล้าของพวกท่านเอง” ซ่งโหยวยิ้มละไม “ไม่ทราบว่ายามนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง”

“เป็นเพราะท่านหลิวซานยอมเสี่ยงอันตราย ลองกระชากแผ่นสมุนไพรออกเป็นคนแรก ยามนี้พวกเราทุกคนจึงได้แกะแผ่นสมุนไพรออกหมดแล้ว โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิดเดียวขอรับ” ชายแซ่หลี่เหลือบมองชายชราผู้ซูบซีดข้างกายครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองซ่งโหยวด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความหวัง “เพียงแต่ท่านอารองของข้าดวงตาบอดสนิทไปแล้ว ไม่ทราบว่าท่านเซียนพอจะมีวิชารักษา…”

“ข้าไม่ใช่เซียน” ซ่งโหยวส่ายหน้าพลางกล่าว “ข้าไม่อาจทราบได้ว่าผู้อื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับข้าแล้ว…ข้าไม่มีวิชาเช่นนั้น”

“เฮ้อ…”

“แล้วสิ่งชั่วร้ายตนนั้นเล่า เป็นอย่างไรบ้าง”

“พวกเราบันดาลโทสะรุมทุบตีมันจนตายคามือไปแล้วขอรับ” ชายแซ่หลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความตื่นเต้นปนหวาดกลัวแฝงอยู่ “จะว่าไปก็น่าอัศจรรย์นัก หลังจากพวกเราทุบมันจนตาย ขอทานผู้นั้นกลับกลายร่างเป็นก้อนหินสีดำก้อนใหญ่ ยามต้องแสงไฟดูคล้ายจะโปร่งแสงอยู่รำไร”

“ก้อนหินหรือ…”

“ถูกต้องแล้วขอรับ!” ชายแซ่หลี่ตอบ

“ตอนที่พวกเราล้อมจับมัน ใช้ไม้พลองฟาดลงไปรู้สึกเหมือนตีกระสอบข้าวก็จริง แต่พอใช้ดาบขวานฟันลงไป กลับเหมือนฟันเข้ากับก้อนหิน ทั้งยังมีเศษซากหลุดร่วงออกมา เจ้าสิ่งนั้นก็ดูเจ็บปวดรวดเร้าไม่น้อย” ชายอีกคนที่ยืนข้างหลี่เหอซีกล่าวเสริม “ตอนนั้นสถานการณ์ฉุกเฉินประกอบกับฟ้ามืด จึงไม่ได้สังเกตว่าสิ่งที่ร่วงลงมาคืออะไร ต่อมาพอใช้โคมไฟและคบไฟส่องดู ถึงได้เห็นว่าเป็นเศษหินสีดำทั้งสิ้น”

“พวกท่านตีมันจนตายได้อย่างไรกัน”

“ใช้ไม้เท้าไผ่ของท่านขอรับ หวดไปเพียงสองทีมันก็สิ้นใจแล้ว ทั้งยังถูกรุมฟันไปอีกหลายดาบจนร่างแหลกเหลว”

“เป็นเช่นนี้เอง”

หากเป็นเช่นนั้นย่อมมิอาจหนีรอดไปได้

ไม้เท้าไผ่เล่มนี้ติดตามซ่งโหยวมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิในรัศกหมิงเต๋อปีที่สอง จวบจนบัดนี้ก็ล่วงเข้าปีที่แปดแล้ว ซ่งโหยวมักจะใช้มันร่ายอาคมอยู่เป็นประจำ ย่อมมีฤทธิ์เดชในการขับไล่ปิศาจสยบมาร ปีศาจทั่วไปยากจะทนทานแรงหวดแม้เพียงไม่กี่ครั้งได้

ทว่าซ่งโหยวกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยถามว่า “แล้วก่อนที่พวกท่านจะตีมันจนตาย ได้ลองถามมันบ้างหรือไม่ว่ามันมาจากที่ใด เหตุใดจึงมาสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวงเช่นนี้”

“ถามแน่นอนขอรับ!”

ชายแซ่หลี่รีบก้าวออกมาประสานมือกล่าวว่า “แม้พวกเราจะโกรธแค้นเพียงใด แต่ก็หาได้วู่วามจนเกินไปนัก ก่อนจะลงมือปลิดชีพมันได้มีการสอบถามดูแล้ว เจ้าสิ่งนั้นบอกว่ามันมีตัวตนมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล เพียงแต่เดิมทีมันหลับใหลอยู่ใต้ผืนดินนอกเมือง จนกระทั่งท่านพ่อและท่านอารองเดินกลับบ้านในยามวิกาลแล้วเผลอไปเตะถูกมันเข้า มันจึงตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงงแล้วเดินตามท่านพ่อและท่านอารองมาจนถึงเมืองหยางตู พอมาถึงก็จ้องจะทำร้ายคน ช่างน่าแค้นใจนัก!”

“หลังจากชาวบ้านได้ฟังก็สุดจะกลั้นโทสะได้ จึงได้รุมทุบตีมันจนตายคาทีตรงนั้นเอง!”

ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็ยังไม่หายแค้น พากันกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ

“เช่นนั้นก็ยังดี…”

ซ่งโหยวลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก

เขานึกกลัวว่าคนกลุ่มนี้จะถูกเพลิงโทสะครอบงำจนไม่สนใจสิ่งใด รุมตีปีศาจจนตายไปโดยไม่ได้ความอะไร แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังรู้จักสอบถามเอาความมาได้บ้าง

“เศษหินพวกนี้พวกเราก็นำมาให้ท่านอาจารย์เซียนช่วยพิจารณาด้วยขอรับ ส่วนก้อนใหญ่นั้นยามนี้ยังวางอยู่ในตรอก เย็นเยียบประหลาดและดูอัปมงคลยิ่งนัก วันนี้ฟ้ามืดแล้วพวกเราจึงมิกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม มือปราบประสงค์จะย้ายมันไปไว้ที่ว่าการในวันพรุ่งนี้ขอรับ” ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลังคนหนึ่งล้วงเอาเศษหินสองสามก้อนออกมาจากสาบเสื้อ ภายใต้แสงไฟมันดูดำสนิทจริงๆ คนรอบข้างต่างหวาดเกรงจนต้องรีบถอยห่าง เมื่อเขาทำใจกล้ายื่นส่งให้ซ่งโหยว คนอื่นๆ จึงค่อยขยับเข้ามาล้อมดูอีกครั้ง “หากท่านอาจารย์เซียนอยากจะดูก้อนใหญ่ ก่อนจะย้ายไปที่ว่าการพรุ่งนี้เช้า พวกเราจะช่วยกันแบกมาให้ชมก่อนขอรับ”

“…”

ซ่งโหยวถือก้อนหินขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

เศษหินสองสามก้อนรวมกันแล้วมีขนาดเพียงฝ่ามือ ดำสนิท ทว่าก็หาได้ดำทึบไปเสียหมด ภายใต้แสงไฟที่ส่องกระทบมันดูลักษณะกึ่งโปร่งแสง หากเป็นยามกลางวันที่แสงแดดจัดจ้าน สีของมันคงจะออกเป็นสีเทาเข้มหรือสีน้ำตาลไหม้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นก้อนใหญ่ยักษ์จึงจะแลเห็นเป็นสีดำทมิฬ

ไม่รู้ว่าเป็นหินชนิดใด แต่กลับมีพลังวิญญาณแฝงอยู่เข้มข้น ปราณหยินและปราณอาถรรพ์แผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ ชายฉกรรจ์ผู้นั้นแม้จะเป็นคนที่มีปราณหยางพลุ่งพล่าน ทว่าเมื่อถือไว้ในมือนานเข้า ก็อดไม่ได้ที่จะขยับมือไปมาคล้ายจะรู้สึกเย็นเฉียบจนแสบผิว

นับว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่บำเพ็ญตบะจนกลายเป็นปีศาจโดยแท้

“สิ่งไร้วิญญาณกลายเป็นปิศาจ…”

ม่านตาของซ่งโหยวหดแคบ พลันพึมพำกับตนเองเบาๆ

การที่สิ่งไร้วิญญาณจะกลายเป็นปีศาจนั้นยากลำบากที่สุด มักต้องอาศัยเงื่อนไขที่เคี่ยวกรำอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ต้องอยู่ในสถานที่พิเศษที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นและมีพลังพิสดารเท่านั้น แต่ยังต้องใช้เวลายาวนานแสนนาน ค่อยๆ ดูดซับพลังฟ้าดินและแก่นตะวันจันทราจึงจะสำเร็จ ซ่งโหยวลงเขามาหลายปี ทว่ากลับเคยพบเจอสิ่งไร้วิญญาณที่กลายเป็นปีศาจเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

มีมาตั้งแต่โบราณ…เพิ่งจะมาตื่นในยุคนี้…

ซ่งโหยวหาได้สงสัยว่าปีศาจตนนั้นจะพูดจาโป้ปดก่อนตายไม่ เพราะมันสอดคล้องกับที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

“แม้สิ่งชั่วร้ายจะดับสูญไปแล้ว แต่ปราณหยินและปราณอาถรรพ์ยังคงเข้มข้นนัก หากมนุษย์สัมผัสคลุกคลีเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทางที่ดีควรนำไปฝังลึกลงใต้ดิน มิเช่นนั้นก็นำไปทิ้งในเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาให้ไฟแผดเผาตลอดวันตลอดคืน”

“ไอ้หยา…”

ชายฉกรรจ์ผู้นั้นตกใจจนแทบจะขว้างหินในมือทิ้งทันควัน

คนอื่นๆ ก็รีบถอยห่างออกไปไกลกว่าเดิม

ซ่งโหยวนิ่งคิดครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ทุกท่านกล้าหาญพอจะลุกขึ้นสู้กับปีศาจร้ายในวันนี้ นับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนัก พึงรู้ไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นภูตผีหรือปิศาจร้าย ล้วนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากมนุษย์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงได้ วันหน้าหากเมืองหยางตูมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับทุกท่านหรือคนรอบข้างอีก แม้จะไม่วู่วามบุ่มบามจนเกินไป ทว่าก็ไม่ควรขลาดเขลาเอาแต่หวาดกลัวเพียงอย่างเดียว หากพึ่งพาผู้ใดไม่ได้ ก็จงพึ่งพาตนเองเถิด”

“พวกเราเข้าใจแล้วขอรับ!”

“น้อมรับคำสั่งสอนของท่านอาจารย์เซียน!”

“ขอบพระคุณท่านอาจารย์เซียนที่ช่วยชี้แนะ…”

“ในเมื่อทุกท่านมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้” ซ่งโหยวยิ้มกว้างขึ้น “ข้ามีคำกล่าวอยากจะมอบให้แก่ทุกท่าน เผื่อว่าวันหน้าหากต้องเผชิญกับภูตผีปีศาจอีก อาจจะได้ใช้ประโยชน์บ้าง”

“ขอท่านเซียนโปรดชี้แนะ”

“ปีศาจย่อมยำเกรงผู้ที่มีปราณหยางเข้มข้นและความกล้าหาญเต็มเปี่ยม ขึ้นชื่อว่าภูตผีปีศาจร้าย ย่อมมีจุดแข็งและจุดอ่อน มีสิ่งข่มขวัญและมีจุดตาย ทุกท่านห้ามวู่วามบุ่มบามก็จริง แต่ก็สามารถเสาะหาหนทางต่อกรกับมันได้” ซ่งโหยวกล่าวพลางกวาดสายตามองทุกคน แล้วเอ่ยต่อ “หากเป็นปีศาจที่บำเพ็ญมาจากสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุ ย่อมฟันแทงเข้า หากฟันแทงไม่เข้า ย่อมเป็นเพราะเรี่ยวแรงไม่พอหรือฟันไม่ถูกที่ ส่วนพวกผีร้ายวิญญาณชั่ว เมื่อนำเลือดของคนหนุ่มและเหล่ายอดฝีมือ รวมถึงสิ่งของที่มีปราณหยางจัดจ้านมาทาบนคมดาบ ก็สามารถฟันพวกมันให้ร่างขาดกระจุยได้เช่นกัน”

“พวกเราจะจำใส่ใจไว้ขอรับ”

“ยังมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่านั่นคือ”

“พวกเราน้อมรับฟัง!”

“วิหารเทพสายฟ้าใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว ท่านเทพโจวเหลยกงนั้นทรงขยันขันแข็งยิ่งนัก หากพบเจอภูตผีปีศาจที่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ก็อย่าได้ทำอะไรเกินตัว ให้ไปจุดธูปอธิษฐานที่วิหารเทพสายฟ้า ยามอธิษฐานต้องแจ้งรายละเอียดให้ครบถ้วนว่าปีศาจอยู่ที่ใด รูปร่างอย่างไร ทำร้ายคนอย่างไร และมีคนเดือดร้อนกี่คน ต้องกล่าวซ้ำให้ครบสามจบ หากยังไม่ได้ผล ก็ให้ไปพร่ำบ่นอธิษฐานทุกวัน” ซ่งโหยวกล่าวจบก็พลันยิ้มออกมา “นี่คือยอดอุบาย”

“จะจำให้มั่นเลยขอรับ!”

ทุกคนต่างรีบรับคำ

จากนั้นชายแซ่หลี่ก็กวักมือเรียกไปทางด้านหลัง พลันมีชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเจ็ดแปดส่วนเดินประคองถาดที่คลุมด้วยผ้าแดงออกมา

“ช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเราเสียเงินเสียทองไปเปล่าประโยชน์มากมาย แต่กลับไม่อาจจัดการปิศาจตนนั้นได้ จนต้องมาอ้อนวอนขอพึ่งท่านอาจารย์เซียน มิเช่นนั้นก็มิรู้ว่าจะต้องถูกมันทรมานไปอีกนานเท่าใด” ชายแซ่หลี่กล่าวพลางเลิกผ้าแดงออก เผยให้เห็นก้อนเงินและเศษเงินจำนวนหนึ่ง “นี่คือเงินที่แต่ละบ้านช่วยกันลงขัน บ้านไหนมีมากก็ให้มาก บ้านไหนขัดสนก็ให้น้อย ถือเป็นน้ำใจของพวกเรา และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อท่านอาจารย์เซียน ขอท่านโปรดรับไว้ด้วยเถิด”

เด็กหญิงตัวน้อยข้างกายนักพรตที่ยืนถือกองชามอยู่นิ่งๆ พลันเขย่งปลายเท้า ชะโงกหน้ามองดูถาดนั้น พริบตาเดียวดวงตาของนางก็เบิกกว้าง ลมหายใจถึงกับสะดุดไปชั่วขณะ

“ขอท่านอาจารย์เซียนโปรดรับไว้ด้วยเถิด…”

ฝูงชนต่างส่งเสียงร้องบอกด้วยคำพูดทำนองเดียวกัน

“ท่านกล่าวว่าเป็นน้ำใจและเป็นความกตัญญู น้ำใจนั้นรับได้ แต่ความกตัญญูนั้นข้าไม่อาจรับไว้” ซ่งโหยวนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “เช่นนั้น ข้าขอรับไว้เพียงครึ่งเดียว”

“…”

ชายแซ่หลี่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้ง บังเกิดความเสียดายและเสียใจขึ้นมาทันที

ผู้อาวุโสสองสามคนที่อยู่ข้างๆ ต่างพากันหันมาจถลึงตาใส่เขา

เห็นเพียงนักพรตวาดมือผ่านถาดเบาๆ

เกร้ง…

เงินทองทั้งหมดบนถาดพลันแยกออกเป็นสองฝั่งตรงกลางอย่างเป็นระเบียบ

เด็กหญิงตัวน้อยหน้าตางดงามราวกับตุ๊กตา ดูไม่เหมือนมนุษย์เดินดินเลยแม้แต่น้อย รีบวางกองชามคืนลงบนม้านั่งหินทันควัน แล้ววิ่งพรวดเข้าไปกวาดเงินอีกครึ่งหนึ่งจากมือชายแซ่หลี่เข้าสู่อ้อมอกตนเองอย่างรวดเร็ว

เป็นเงินครึ่งหนึ่งพอดี นางนึกเสียดายที่ไม่สามารถเอาไปได้มากกว่านี้ แต่ก็จะไม่ยอมให้ขาดไปแม้สักเหวิน

“แล้วไม้เท้าไผ่ของข้าเล่า”

นักพรตเอ่ยถามพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

“ของวิเศษของท่านอาจารย์เซียนยามนี้อยู่ที่ฮั่วเอ้อร์หนิวขอรับ” ชายแซ่หลี่กล่าวพลางยืดตัวขึ้น มองซ้ายมองขวาแล้วหันไปมองข้างหลังเพื่อตามหาฮั่วเอ้อร์หนิวผู้นั้น

ผู้คนมากมายเบื้องหลังต่างก็หันกลับไปมองเช่นกัน

“?”

สีหน้าของชายแซ่หลี่พลันแข็งค้างไป

เจ้าฮั่วเอ้อร์หนิวผู้นั้นร่างกายกำยำล่ำสัน รูปร่างสะดุดตายิ่งนัก ย่อมหาได้ไม่ยาก อีกทั้งตอนมาตนยังกำชับเสียดิบดีให้เดินตามหลังตนมา เขาก็รับคำอย่างแข็งขัน แล้วเหตุใดตอนนี้จึงหายหัวไปเสียได้

เห็นเพียงแสงจากคบไฟและโคมไฟสว่างไสวไปทั่ว ทั้งในและนอกลานบ้าน ทว่ากลับไร้เงาของฮั่วเอ้อร์หนิว

“ฮั่วเอ้อร์หนิว!”

“ฮั่วเอ้อร์หนิวอยู่ที่ไหน”

ฝูงชนต่างพากันตะโกนเรียก ทว่ากลับไร้เสียงตอบรับ

เด็กหญิงที่เพิ่งเก็บเงินเสร็จพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมลงทันที

พริบตานั้นมีเสียงลมพัดแผ่วเบา นกนางแอ่นตัวหนึ่งบินจากชายคาด้านหลังมาเกาะที่ชายคาใกล้ๆ มันอ้าปากแล้วเอ่ยออกมาเป็นภาษามนุษย์ “ชายผู้นั้นวิ่งหนีออกไปนอกเมืองพร้อมไม้เท้าของท่านอาจารย์เซียนแล้ว”

ทุกคนที่ได้ยินต่างก็นิ่งอึ้ง ตาโตเท่าไข่ห่าน

นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนจริงๆ

กระทั่งลืมทึ่งกับการที่นกนางแอ่นพูดได้ เพราะมัวแต่ตกตะลึงกับข่าวที่ได้รับ

“แย่แล้ว!”

ชายแซ่หลี่ถึงกับยืนเซ่อทำอะไรไม่ถูก รีบคุกเข่าลงทันที

“หา”

“มันกล้าดีอย่างไร”

“ไอ้พวกนักเลงยุทธภพพรรค์นี้ มันก็พวกไร้สมองทั้งนั้น!”

“ท่านหลี่! ท่านดูเถิด! ท่านอาจารย์มอบของวิเศษให้เจ้า เหตุใดเจ้าถึงส่งต่อให้คนอื่นง่ายๆ เช่นนี้”

“ท่านอาจารย์เซียนโปรดอภัยด้วย…”

“จะมัวขอโทษขอโพยทำไมกัน ต้องรีบไปตามหาสิ!”

คนอื่นๆ ต่างพากันตกใจและโกรธแค้น วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

“ท่านอาจารย์เซียนโปรดประทานอภัยด้วยเถิด! ก่อนหน้านี้ท่านสั่งกำชับว่าให้มอบของวิเศษแก่ผู้ที่มีวรยุทธและใจกล้า ข้าจึงมอบให้ฮั่วเอ้อร์หนิว เพราะมันใจกล้า เคยรับเงินร้อยเหวินไปนอนเฝ้าป่าช้าและบ้านร้างผีสิงมาแล้ว หลังจากกำจัดปิศาจเสร็จ ข้าหมายจะขอของวิเศษคืน แต่มันกลับบอกว่าข้าร่างกายอ่อนแอ ไม่อาจสะกดของวิเศษของท่านอาจารย์ได้ ข้าจึงยอมให้มันถือตามหลังมา ใครจะไปนึกว่าความกล้าของมันจะกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นนี้! มันต้องอาศัยจังหวะที่มืดค่ำวุ่นวาย ลอบขโมยของวิเศษของท่านไปแน่นอน!”

ชายแซ่หลี่หวาดกลัวจนสั่นไปทั้งตัว

เขากล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมอง

ทว่ากลับเห็นเด็กหญิงมีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ส่วนนกนางแอ่นบนชายคาก็กำลังไซ้ขนอย่างเกียจคร้าน ขณะที่นักพรตหนุ่มผู้นั้นเดินเข้ามาพยุงเขาขึ้นอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร เรื่องไม่คาดฝันเช่นนี้ไม่มีใครเดามีได้ หาใช่ความผิดของท่านไม่ ทุกท่านเองก็ไม่ต้องกังวลไป วันนี้เหน็ดเหนื่อยมามาก ทั้งยังขวัญเสียกันมาพอแล้ว กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่เถิด” นักพรตกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าชอบคบค้าสมาคมกับคนที่มีนิสัยโดดเด่นไม่เหมือนใคร ชายผู้นั้นกล้ากระทำการเช่นนี้ เห็นทีคงไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ”

“ทว่าของวิเศษของท่านอาจารย์…”

“เดี๋ยวมันก็กลับมาเอง”

………………..

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 464 เหล่าผู้กล้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย