ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 415 ลัทธิเทพแมว
บทที่ 415 ลัทธิเทพแมว
……………
แม่นางสามสีออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจริงๆ
สาเหตุหลักเป็นเพราะเมื่อคืนได้นอนเบียดนักพรตแล้วรู้สึกอุ่นใจยิ่งนัก ได้กลิ่นลมทะเลเค็มๆ ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง คำพูดของนักพรตเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว จนถักทอออกมาเป็นความฝันอันแสนงดงาม
แม่นางสามสีฝันว่าริมชายหาดมีปลามากมายเหลือเกิน ตัวที่เล็กที่สุดยังกว้างเท่าอุ้งเท้าแมว และยาวเท่าหางแมว พวกมันพากันว่ายไปมาอยู่ตามแอ่งน้ำตื้นริมทะเล นางเหยียบย่ำลงไปในแอ่งน้ำ ตะปบทีไรก็ได้ปลามาทุกที จับเท่าไรก็ไม่หมดไม่สิ้น
นักพรตเห็นเข้าถึงกับอึ้งตะลึงลาน เอ่ยปากชมไม่ขาดสายว่านางช่างเก่งกาจเหลือเกิน
ปลามีเยอะจนกินไม่หวาดไม่ไหว
แม่นางสามสีกินไม่หมดจึงนำปลาเหล่านั้นมาตากไว้บนเรือลำน้อยที่เพิ่งทุ่มเงินซื้อมา ทำเป็นปลาตากแห้ง คำนวณดูคร่าวๆ แล้วน่าจะกินได้นานครึ่งเดือน ต่อให้นักพรตอยากจะมากินด้วยก็ยังมีเหลือเฟือ
ข่าวร้ายก็คือ… เพิ่งจะเอาปลาขึ้นเรือเสร็จ ฝันก็สลายหายไป
ข่าวดีก็คือ… นางลืมตาขึ้นมาตอนอยู่ที่ริมทะเลพอดี
เช่นนี้ใครจะยังนอนต่อได้อีกเล่า
ชายทะเลในยามที่แสงเงินแสงทองเพิ่งเริ่มจับขอบฟ้า สำหรับนางแล้วไม่ต่างจากตอนกลางวันเลยสักนิด หลังจากสังเกตดูนักพรตครู่หนึ่ง นางก็แอบมุดออกจากผ้าห่ม ย่ำเท้าลงบนทรายเปียกชื้น เดินเลาะไปตามแนวชายฝั่ง
เดิมทีนางยังแอบคิดว่านักพรตเองก็ไม่เคยมาทะเล บางทีคำพูดของเขาอาจจะน่าสงสัยอยู่บ้าง อย่างอำเภอหลานมั่วยามปีศาจหนูอาละวาดที่เป็นดั่งสวรรค์ของแมวนั้น ยังมีหนูวิ่งพล่านไปทั่ว ต้องอาศัยความสามารถระดับแม่นางสามสีถึงจะตะปบได้ ไฉนเลยจะมีกุ้งหอยปูปลาวางเกลื่อนให้กินได้ตามใจชอบ
ขอแค่ได้อย่างในฝันก็นับว่าดีมากแล้ว
ทว่าทันทีที่แม่นางสามสีเดินออกมา ชูคอเงยหน้ามองไปรอบๆ ก็เห็นปลาสีเงินตัวหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนหาดทรายสลัว เกล็ดของมันวาววับราวกับกำลังเปล่งแสง
แม่นางสามสีเดินเข้าไปดูด้วยความตะลึง
ตัวใหญ่กว่าปลาในฝันเสียอีก
ปลาตัวนี้ยังคงอ้าปากพะงาบๆ พลางสบตากับนาง
มองแวบแรกนึกว่ามันกำลังพยายามจะพูดกับนางเสียด้วยซ้ำ
แม่นางสามสีเบิกตากว้าง ยื่นหน้าเข้าไปดมแล้วดมอีก จนแน่ใจว่าเป็นปลาจริงๆ ซ้ำยังมีรายละเอียดสมจริงกว่าในฝัน นางก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย คาบมันกลับไปที่พักทันที
เมื่อวางปลาตัวนั้นไว้แล้ว นางก็ออกมาอีกครั้ง คราวนี้นางวิ่งปราดไปยังหาดทรายเลยทันที
เดินเลาะชายฝั่งไปไม่ไกล ก็เห็นปลาลำตัวแบนนอนอยู่บนพื้นทราย มันใช้ทรายอำพรางตัว แต่ในสายตาของแม่นางสามสี มันกลับโดดเด่นยิ่งนัก
ปลาตัวนี้กว้างเท่าตัวแมวเลยทีเดียว
ปกติยามอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง ไม่ว่าจะตะปบปลาหรือตกปลา จะหาปลาตัวใหญ่ถึงเพียงนี้ได้สักตัวก็ถือว่ายากนัก แต่ที่นี่กลับเดินเก็บได้ตามทาง
แม่นางสามสีตะลึงงันไป ถึงขั้นสงสัยว่าตนเองยังไม่ตื่นจากฝัน แต่กลับหลุดเข้าไปในฝันอีกชั้นหนึ่งแทน
นางใช้อุ้งเท้ากดปลาตัวนั้นไว้ พลิกซ้ายพลิกขวาเปลี่ยนมุมมองสำรวจอยู่หลายรอบ ดมแล้วดมอีก สูดกลิ่นแล้วสูดกลิ่นอีก จนแน่ใจว่ามันคือของจริง
นางคาบปลากลับไปอย่างยากลำบาก ทว่าในใจยังคงตื่นเต้นไม่หาย จึงรีบวิ่งออกมาหาอีกครั้ง คราวนี้นางเห็นปูตามซอกหินในแอ่งน้ำตื้น ปูพวกนี้ริอ่านจะสู้กับนาง แต่นางเพียงแค่อ้าปากพ่นควันสีเหลืองใส่ทีเดียว พวกมันก็สิ้นฤทธิ์เลิกขัดขืน จากนั้นนางก็คาบกลับไปทีละตัว
จากนั้นอาศัยช่วงที่นักพรตยังหลับลึก แอบปลุกเจ้านกนางแอ่นให้ตื่นขึ้นมาช่วยกันขุดบ่อน้ำเล็กๆ สำหรับขังเหยื่อที่ได้มาโดยไม่ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อยไว้
มาถึงจุดนี้ ความคิดของนางกลับพลิกตลบไปหมด
นี่มันใช่ชายทะเลที่ไหนกัน
นี่มันแดนเซียนชัดๆ!
หากตัวนางและท่านแม่เกิดที่นี่ก็คงจะดีไม่น้อย
ท้องฟ้าพลันสว่างขึ้น
ชาวบ้านต่างพากันมาที่ชายทะเลแต่เช้าตรู่
ทีแรกแม่นางสามสียังแอบกังวลว่าพวกเขาจะเจอของบนชายหาดไป ภายในใจเกิดความว้าวุ่นขึ้นชั่วขณะ แต่แล้วนางก็พบว่าของบนชายหาดนั้นมีมากมายมหาศาลเกินกว่าที่นางเห็นก่อนหน้านี้เสียอีก
ดังนั้นนางจึงเริ่มใช้จิตวิญญาณแห่งการใฝ่รู้
นางเห็นชายคนหนึ่งขุดหอยสังข์ออกมาจากเนินทราย หลังจากเอียงคอสังเกตและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เข้าใจในทันที นางเลียนแบบชายผู้นั้น นางขุดหอยสังข์ตัวโตออกมาได้จริงๆ ทั้งยังจดจำขั้นตอนการล้างและบีบน้ำออกได้ทั้งหมด
เรียนรู้ได้รวดเร็วไร้ที่ตินัก
หลังจากนั้นแม่นางสามสีก็เริ่มขุดหาหอย
ขุดไปขุดมา ไม่รู้ว่าเดินมาไกลแค่ไหน ทันใดนั้นนางก็ยืดตัวขึ้น และสังเกตเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ คอยลอบมองนางจากซอกหิน ด้วยความสงสัยแม่นางสามสีจึงหยุดขุดหาหอยชั่วคราวแล้วสะกดรอยตามเขาไป ไม่นานนักนางก็ได้เรียนรู้จากเขา และจับปูตามซอกหินกลับมาได้อีกหลายตัว รวมถึงปลาอีกหนึ่งตัวและแมลงรูปร่างประหลาดอีกตัว
“ดูสิ”
แม่นางสามสีกล่าวพลางก้มหน้าลง ยื่นมือเข้าไปควานหาในย่าม แล้วหยิบแมลงตัวนั้นออกมาอวดนักพรต
แท้จริงแล้วมันคือกุ้งมังกรเล็ก
ถึงจะเรียกว่ากุ้งมังกรเล็ก แต่ลำตัวของมันก็หนากว่าแขนของแม่นางสามสีเสียอีก กอปรกับฝ่ามือของนางนั้นเล็กจ้อย นิ้วสั้นๆ ขาวสะอาดจึงจับกุ้งมังกรตัวนั้นอย่างทุลักทุเล แต่ขณะเดียวกันก็จับไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้กุ้งมังกรจะดิ้นรนบนมือนางอย่างไรนางก็ไม่หวั่นไหว ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เพียงเงยหน้าจ้องนักพรตตาเขม็ง
หลังจากอวดกุ้งมังกรเสร็จก็ใส่กลับลงไปในย่าม ก้มหน้าควานหาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบปลาออกมาอวดเขา มันยังคงดิ้นรนอยู่ในมือนาง แต่นางก็ยังนิ่งสนิท เพียงเงยหน้ามองจ้องนักพรตดั่งเคย
“นี่คือกุ้งมังกรเล็ก เป็นกุ้งชนิดหนึ่ง”
“กุ้งมังกรเล็ก!”
“ใช่แล้ว”
“กุ้ง!”
“ใช่”
“แล้วทำไมมันไม่มีก้ามเล่า”
เสียงของนางเล็กแหลม ฟังดูออดอ้อน
“กุ้งบางชนิดมีก้าม บางชนิดไม่มี ทว่ากุ้งในทะเลมีรูปร่างหลากหลาย มีหลายชนิดยิ่งกว่าตามแม่น้ำลำคลองอีก หน้าตาแบบไหนก็มีทั้งนั้น”
“แล้วปลาตัวนี้เล่า”
พูดจบนางก็จะหยิบปลาลายด่างที่เพิ่งใส่กลับเข้าไปออกมาอวดนักพรตอีกรอบ
“ไม่ต้องเอาออกมาแล้ว”
“ต้องเอาออกมาสิ!” เด็กหญิงตัวน้อยดึงดันหยิบมันออกมาอีกครั้ง “เจ้าดูนี่!”
“เห็นแล้วๆ นี่คือปลาเก๋า”
“ปลาเก๋า~”
“ใช่แล้ว”
“เจ้าดูสิว่าปลาตัวนี้ใหญ่แค่ไหน!”
“เห็นแล้ว”
“ใหญ่กว่าแมวอีกนะ!”
“เห็นแล้ว”
“อ้วนมากด้วย!”
“เห็นแล้ว”
“ข้าจะเก็บมันแล้วนะ!”
“แม่นางสามสีเก่งจริงๆ”
“ใช่แล้ว!”
หลังจากนั้นถึงมาเจอหญิงชาวบ้านกำลังขุดหาหอยหลอด เคล็ดวิชานี้ดูจะซับซ้อนกว่าอย่างอื่น แม่นางสามสีคิดไม่ตกเลยว่านางรู้ได้อย่างไรว่าหอยหลอดจะหนีไปทางไหน จึงแอบเดินตามหลังนางอยู่พักใหญ่ ยามนี้นางถือว่าบรรลุวิชานี้แล้ว
“สัตว์พวกนี้โง่จริงๆ เลย ไม่รู้จักหนีด้วยซ้ำ คนปัญญานิ่มยังจับได้เลย” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยกับเขา “แถมยังมีเยอะมากด้วย”
“ที่แม่นางสามสีจับมาตอนนี้ ก็น่าจะพอกินสักสองวันแล้วกระมัง”
“ไม่พอหรอก!”
แม่นางสามสีก้าวนำไปข้างหน้าเพียงลำพัง ก่อนจะเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “หลังจากนี้เราต้องออกทะเล ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน เราต้องตุนของกินไว้เยอะๆ จะได้ไม่หิวตาย”
“แต่เรามีคันเบ็ดนะ ในทะเลก็มีอย่างอื่นให้กินมากมาย”
“ไม่พอหรอก!”
“เอาเถิด…”
ซ่งโหยวไม่คิดโต้เถียงกับนาง เขาเพียงยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นข้าขอไปกับแม่นางสามสีด้วยได้หรือไม่”
“ได้สิ”
“เช่นนั้นต้องขอบใจแม่นางสามสีแล้ว” ซ่งโหยวชะงักไปนิด “แต่เหตุใดแม่นางสามสีต้องเรียกหมาป่าออกมาด้วยเล่า”
“เพราะแม่นางสามสีเป็นเด็กน้อย พวกมนุษย์เห็นแม่นางสามสีตัวเล็กก็คิดว่าอ่อนแอ รังแกง่าย อาจจะมาแย่งปลาของแม่นางสามสีไปก็ได้ แต่ถ้ามีหมาป่าตัวใหญ่ขนาดนี้เดินตาม แม่นางสามสีว่าพวกเขาคงไม่กล้ามาแย่งหรอก”
“แม่นางสามสีช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆ”
“ใช่แล้ว!”
เด็กหญิงตัวน้อยตอบพลางย่อตัวลง ใช้กริชกรีดไปตามรูที่ปูดขึ้นมาบนดินเพื่อดูทิศทางของมัน ทันใดนั้นนางก็ขุดรูปูอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็กลายเป็นหลุมลึกกลางหาดทราย ทว่าในหลุมทรายก็มีน้ำขังจนมองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไร
“แถมมีหมาป่าแล้ว มันยังช่วยถือของที่แม่นางสามสีจับได้ด้วยนะ”
“แล้วทำไมแม่นางสามสีไม่ให้มันช่วยเล่า”
“แม่นางสามสีจะถือเอง!”
เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยพลางขุดทรายไปพลาง
“แม่นางสามสีไม่เหนื่อยหรือ”
“ไม่เหนื่อย!”
สิ้นคำเด็กหญิงตัวน้อยก็ชักมือออกมา
ในมือของนางมีหอยหลอดหนึ่งตัว แม้สีหน้าจะยังคงดูจริงจัง แต่ดวงตากลับเป็นประกายสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับชูหอยตัวนั้นขึ้นสูงเพื่ออวดนักพรต
“นักพรต เจ้าดูสิ!”
“แม่นางสามสีเก่งเหลือเกิน”
“เจ้านี่เรียกว่าอะไร”
“น่าจะเป็นหอยหลอด”
“หอยหลอด!”
“อืม”
“เจ้ากินไหม”
“กินสิ ข้าชอบมากเลยล่ะ”
“!”
เด็กหญิงตัวน้อยชะงักไปทันที แววตาเปล่งประกายขึ้นอีกหลายส่วน สีหน้ายิ่งดูเคร่งขรึมจริงจังขึ้นกว่าเดิม
นางยัดหอยหลอดตัวนั้นลงในย่ามอย่างลวกๆ ในจังหวะนั้นเองนางก็หันขวับไป กวาดสายตาคมกริบประดุจเหยี่ยวไปทั่วหาดทราย เพื่อหาดูว่ามีรูหอยหลอดอยู่ที่ไหนอีกบ้าง
“เจ้าตามแม่นางสามสีมา”
“ต้องให้ข้าช่วยอะไรไหม”
“ไม่ต้อง”
“ให้ข้าช่วยถือย่ามไหม”
“ไม่ต้อง”
“แล้วข้าต้องทำอะไรเล่า”
“แค่ตามมาก็พอ! คอยดูแม่นางสามสีหาของทะเลนะ!”
“ตกลง…”
นางก่อตั้งลัทธิเทพแมวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเลยจริงๆ
ซ่งโหยวอดที่จะอมยิ้มไม่ได้
เขาจึงเดินตามหลังนางไปแต่โดยดี เฝ้ามองนางขุดรูบนหาดทรายไม่ต่ำกว่าสิบรู ในนั้นมีสักเจ็ดแปดรูที่นางขุดหอยหลอดออกมาได้ เมื่อใดที่พลาดไป แม่นางสามสีจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้อแท้ว่ามันหนีไปแล้ว ส่วนซ่งโหยวมีหน้าที่เพียงปลอบใจว่ารูนั้นมันว่างเปล่ามาแต่แรก นอกเหนือจากนี้เขาก็ไม่มีงานอื่นให้ทำอีก
ทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าเขาทำตัวไร้ประโยชน์ เพราะแท้จริงแล้วเขาคือผู้สร้างบรรยากาศและประสบการณ์การหาของทะเลของแม่นางสามสีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนั่นเอง
เมื่อเห็นว่าย่ามของแม่นางสามสีใกล้เต็มแล้ว หอยหลอดที่ถูกยัดไว้ปลิ้นออกมาตามตะเข็บ ซ่งโหยวจึงรีบเอ่ยปากปราม
“พอแล้ว พอแล้ว…”
“หือ”
“แค่นี้ก็ทำได้แกงหม้อใหญ่ได้แล้ว” ซ่งโหยวเอ่ยอย่างจนใจ “กินแค่ชนิดเดียวก็ใช่ว่าจะดีนะ”
“จริงด้วย…”
แม่นางสามสีถึงยอมปล่อยหอยหลอดเหล่านั้นไป
กระนั้นนางก็ยังไม่อยากกลับอยู่ดี นางยังคงก้าวเดินต่อไปข้างหน้า มองซ้ายทีขวาที ดวงตาสอดส่ายไปทั่ว เห็นได้ชัดว่านางหลงใหลในกิจกรรมนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
……………