Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 498 ศึกแห่งโลกสวรรค์ พลังแห่งอนันต์

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 498 ศึกแห่งโลกสวรรค์ พลังแห่งอนันต์
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

นับตั้งแตโลกสวรรค์ถือกำเนิด แดนสวรรค์ก็อาศัยประตูหมื่นโลกก้าวเข้าไปตั้งรกรากในโลกสวรรค์เป็นกลุ่มแรก

พวกเขาสร้างสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ในเวลาเดียวกันก็ให้ ‘อาณาจักรเทียนจิ่ง’ แห่งโลกคุนหลุนพาประชาชนส่วนหนึ่งเข้าไป

หลังจากนั้นแดนสวรรค์จึงอนุญาตให้กองกำลังแต่ละแห่งที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้เข้าไปในโลกสวรรค์

ในตอนนี้เองนามของโลกสวรรค์ก็ได้ขจรขจายไปทั่วทั้งสามพันโลกอีกครั้ง

เจียงฉางเซิงไม่ได้เฝ้าจับตาดูโลกสวรรค์

หลังจากสร้างโลกสำเร็จแล้วเขาก็กลับมาที่ตำหนักเมฆาม่วงแล้วเริ่มปิดด่านฝึกบำเพ็ญ แต่เขาก็ยังคอยระวังเอาไวอยู่

เขาส่งร่างแยกร่างหนึ่งไปซุ่มซ่อนที่สักมุมหนึ่งของโลกสวรรค์เพื่อป้องกันไม่ให้โลกสวรรค์ผ่านพบการโจมตีที่ไม่อาจต่อต้าน

ระหว่างที่เขาปิดด่านฝึกบำเพ็ญ กาลเวลาล่องลอยผ่านไป

โลกสวรรค์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วยการสนับสนุนของกองกำลังแต่ละแห่ง

มหามรรคาแต่ละสายต่างนำเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญของตนเองออกมาเผยแพร่ในโลกสวรรค์

วันนี่เอง เบื้องหน้าประตูหมื่นโลกที่แดนสวรรค์ ร่างองอาจผึ่งผายสวมเกราะสีเงินของแม่ทัพสวรรค์สองร่างก็เหาะมาถึง

พวกเขาก็คือเจียงอีกับเจียงเที่ยนมิงนั่นเอง

เจียงอีเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ร่างกายของเขาองอาจผึ่งผาย หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม

หลังจากผ่านการฝึกบำเพ็ญมาร้อยปี เขาก็เก็บซ่อนดวงเนตรมหามรรคาบนหน้าผากได้ในที่สุด

เหลือไว้เพียงลวดลายเส้นบางๆ สีดำเส้นหนึ่งเท่านั้น

เขากับเจียงเที่ยนมิงเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กัน เสมือนหนึ่งพี่น้องร่วมครรภ์มารดา

ทหารสวรรค์กับแม่ทัพสวรรค์ทั้งหลายที่เฝ้าพิทักษ์ประตูหมื่นโลกคำนับทันที

เจียงอีเป็นรัชทายาทองค์เล็กแห่งแดนสวรรค์ ส่วนเจียงเที่ยนมิงก็เป็นสามสิบหกแม่ทัพใหญ่ดาวฟ้า

ทหารสวรรค์พบเขาย่อมต้องคารวะเป็นธรรมดา

“โลกสวรรค์ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างสิ่งต่างๆ เร็วไปเช่นนี้จะมิเสียเวลาฝึกบำเพ็ญเอาหรือ?”

เจียงอีเอ่ยอย่างอิดออดเล็กน้อย เพราะเขากำลังฝึกวิชาอยู่ก็ถูกเจียงเที่ยนมิงลากออกมา

ตัวเขาเองไม่ค่อยสนใจโลกสวรรค์เท่าไรนัก

เจียงเที่ยนมิงหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “โลกสวรรค์ไม่ได้ปรองดองอย่างที่คนเล่าลือกันหรอก

กองกำลังแต่ละฝ่ายเริ่มต่อสู้กันทั้งในที่ลับและในที่แจ้งแล้ว

เจ้าอยากใช้พรสวรรค์ของเจ้ามาตลอดมิใช่หรือ?

นี่ก็คือโอกาสอย่างไรเล่า เจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วแน่”

เจียงอีได้ยินคำนี้ก็หรี่ตาลง ประกายชั่วร้ายฉายวาบในดวงตา

พรสวรรค์ในการกลืนกินพลังอาคมผู้อื่นของเขามิใช่วาสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว

ตรงกันข้ามเขาควบคุมมันได้อย่างง่ายดายนักจนไม่เคยหลุดการควบคุมเลยต่างหาก

แต่เพราะสิ่งที่พบพานในวัยเยาว์เขาจึงกดข่มมันไว้มาตลอด

สมัยที่อยู่ในขุมนรกก่อนหน้านี้เขาเคยใช้มันได้เต็มที่ตามที่ใจปรารถนาอยู่ช่วงหนึ่ง

ความรู้สึกที่ตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วในตอนนั้นช่างชวนให้เขาลุ่มหลง

แต่เขาเป็นโอรสของจักรพรรดิสวรรค์

เขาย่อมมิอาจใช้พลังเช่นนี้ในโลกคุนหลุนได้

เพราะในสายตาของเขาสรรพชีวิตทั้งหลายคือประชาชนของเขา

แต่หากเดินทางไปโลกสวรรค์แล้วจัดการคนอื่นที่ไม่ใช่คนจากโลกคุนหลุน เช่นนั้นหัวใจของเขาก็จะไม่ต้องแบกภาระอีกต่อไป

ในเวลานี้เองจิตชั่วร้ายที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ถือกำเนิดขึ้นในหัวใจของเขา

มันงอกเงยอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งวัชพืชยึดครองความคิดทั้งหมดของเขาไป

เจียงเที่ยนมิงรับรู้ถึงจิตชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากข้างในตัวของคนข้างกาย

ทว่าเขากลับไม่หวาดกลัว กลับกันเขากลับยิ้มอย่างมีความสุขกับหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น

อีกฝั่งหนึ่งในห้องทรงพระอักษร

จักรพรรดิสวรรค์วางฎีกาในมือลงแล้วเอ่ยปากถามว่า

“เจียงอีออกเดินทางไปแล้วหรือ?”

เฉินหลี่ผู้ยืนอยู่ด้านข้างพยักหน้าตอบว่า

“ออกเดินทางแล้วพะยะค่ะ มีเจียงเที่ยนมิงไปเป็นเพื่อน ฝ่าบาทมิต้องทรงเป็นห่วง”

จักรพรรดิสวรรค์หัวเราะ “ข้าก็ไม่ห่วง อีกอย่างก็มีพวกหลิวเสินโจวคอยคุมสถานการณ์ฝั่งโลกสวรรค์อยู่แล้ว

หวังว่าเจียงอีจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นำทางให้วิถีเซียนผงาดขึ้นมาเหนือกว่าเผ่าเก่าแก่ทรงอำนาจเหล่านั้น กลายเป็นแสงสว่างแห่งมหามรรคาสายนี้”

หลังจากโลกสวรรค์ถือกำเนิด กองกำลังแต่ละแห่งก็พาเผ่าพันธุ์อันหลากหลายเดินทางมาเยือน ทำให้โลกสวรรค์ครึกครื้นอย่างรวดเร็ว

โลกสวรรค์อนุญาตให้หมื่นวิถีคงอยู่รวมกัน

สิ่งนี้ก็เท่ากับเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่ง

แต่กองกำลังแต่ละแห่งต่างเห็นพ้องที่จะสัญญากันว่าจะไม่มีการก่อสงครามระหว่างขุมอำนาจต่างๆ ในโลกสวรรค์

ไม่ว่าอัจฉริยะของแต่ละขุมอำนาจจะแข่งขันกันอย่างไรพวกเขาจะไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงกำหนดขีดจำกัดอายุไว้

ตั้งกฎไว้ว่าตัวตนที่มีอายุมากกว่าหนึ่งแสนปีห้ามสอดมือเข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ในโลกสวรรค์

ขีดจำกัดอายุเดิมที่ควรเป็นเรื่องดีสำหรับแดนสวรรค์

แต่ตัวตนที่มีอายุใกล้แสนปีจากกองกำลังทั้งหลายแข็งแกร่งมากจนเทพเซียนในแดนสวรรคมิอาจต่อกรได้

ตัวจักรพรรดิสวรรค์เป็นผู้ปกครองแดนสวรรค์ย่อมมิสะดวกจะเข้าไปยุ่งด้วยตนเอง

ดังนั้นจึงได้แต่ส่งลูกหลานสกุลเจียงเข้าไปยุ่งแทน

“ฝ่าบาท เผ่าติจิตใจทะเยอทะยานนัก จะดูแคลนพวกเขามิได้

ไม่นานมานี้พวกเขาเพิ่งถล่มเผ่าเก่าแก่ทรงอำนาจไปแห่งหนึ่ง

อำนาจบารมีของพวกเขาในสามพันโลกเติบโตถึงขีดสุดแล้วจนได้ใช้คำว่าจักรพรรดิเป็นนามท่ามกลางโลกทั้งสามพันใบ

มิหนำซ้ำยังรักษานามนี้ผ่านกาลเวลามาได้

ขุมกำลังที่พวกเขาสั่งสมมาคงแข็งแกร่งยิ่งกว่าเผ่าอวีเสียอีก”

เฉินหลี่กราบทูลด้วยท่าทางจริงจัง

แดนสวรรค์อาศัยอำนาจบารมีของมรรคาจารย์จึงยังไม่มีกองกำลังแห่งใดกล้าข่มเหงรังแกพวกเขาในที่แจ้งตอนนี้

แต่การเล่นลูกไม้ตุกติกกลับมีอยู่ไม่น้อย

แต่ดูจากการกระทำที่ผ่านมาของเผ่าติ พวกเขาเป็นพวกใช้กำลังหักหาญอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา

หากเป็นเช่นนี้ต่อไปโลกสวรรค์อาจตกไปอยู่ในมือเผ่าติได้ง่ายๆ”

“ในใจเราพอจะมีแผนการอยู่บ้างแล้ว เผ่าติแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็เพราะพวกเขาแข็งแกร่งเกินไปนี่เองกลับจะทำให้เราจัดการกับพวกเขาได้ง่ายขึ้น

มีเผ่าเก่าแก่ทรงอำนาจจำนวนไม่น้อยเริ่มเข้ามาหาแดนสวรรค์แล้ว”

จักรพรรดิสวรรค์แค่นเสียงหยัน

ในฐานะจักรพรรดิสวรรค์เขาย่อมละเอียดอ่อนกับแซ่ติมากเป็นพิเศษ

ณ ตำหนักยมโลก

ในยมโลกในปัจจุบันแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศแล้ว

มันมิได้อยู่ใต้ผืนพสุธาอีกต่อไป

ใต้ผืนดินของเทียนจิงมีน้ำพุเหลืองอยู่

เมื่อล่องเรือตามน้ำพุเหลืองมาจึงจะมาถึงยมโลก

แต่น้ำพุเหลืองใช่ว่าจะล่องข้ามมากันได้ง่ายๆ เพราะเหตุนี้เองหากไม่สิ้นชีวาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็ยากจะตามหายมโลกพบ

ใต้ตำหนักยมโลกมีมิติที่อยูลึกกว่านั้นอีก มันก็คือนรกสิบแปดขุม

หลังจากพัฒนามาเนิ่นนานหลายปีนรกสิบแปดขุมก็กลายเป็นโลกที่แยกเป็นอิสระสิบแปดใบ

โลกของแต่ละขุมเต็มไปด้วยไอแค้นและไอสังหาร มีดวงวิญญาณกำลังได้รับความทุกข์ทรมานอยู่ตลอดเวลา

ทว่าในนรกขุมที่สิบแปดที่แห่งนี้กลับเงียบสงบ

ฟ้าดินมืดหม่น มองไม่เห็นกลิ่นอายชีวิต

ดาวสังหารนิรันดรกาลเจียงซันนั่งสมาธิอยู่บนธารหินหนืด

ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินที่แฝงจิตสังหารไหลถาโถมแทรกเข้ามาในร่างเขา

ตัวเขาผู้มีเส้นผมสีโลหิตประหนึ่งเทพมารกำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียร

ตูม!

ร่างหนึ่งร่วงลงมาจากบนฟ้า หล่นลงมาในธารหินหนืด

ธารหินหนืดกระเซ็นสูงพันจั้ง สาดปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน

เจ้าของร่างนี้หัวไหล่กว้าง เอวสอบ

สวมเกราะสีดำหนาหนัก

ศีรษะสวมกวานหยกโลหิตประดับขนหงส์

มือข้างหนึ่งถือกระบองยาวพาดไว้บนหัวไหล่

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เผยให้เห็นใบหน้าที่บ้าคลั่งที่อยู่ใต้เขี้ยวอันคมกริบดุจดาบ

ศิษย์ของมหาเซียนวังเฉิน มหาราชันจิงเที่ยนนั่นเอง!

เขาถูกส่งลงมาที่นรกขุมที่สิบแปดได้ระยะหนึ่งแล้ว ในที่แห่งนี้ระดับขั้นบำเพ็ญของเขาพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

“ผู้อาวุโส พวกเราจะเดินทางไปโลกสวรรค์กันเมื่อใดหรือ?”

มหาราชันจิงเที่ยนเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

เมื่อไม่นานมานี้มหาเทพแวะมาเยี่ยมเยือนเพื่อเรียกตัวพวกเขาไปทำงานให้วิถีเซียน

มหาราชันจิงเที่ยนถูกขัดเกลามาเนิ่นนานถึงเพียงนี้เขาคิดตกนานแล้ว

เขารับปากทันที

การเรียกตัวหนนี้ไม่ได้เรียกเขาเพียงคนเดียวแต่เจียงชันก็ด้วย

เจียงชันหลับตาลงแล้วตอบว่า “ไม่ต้องรีบร้อน รอให้โลกสวรรค์เริ่มเกิดภัยพิบัติจากการเข่นฆ่ากันก่อน จึงจะเป็นเวลาออกโรงสยบโลกของข้ากับเจ้า ใช้การเข่นฆ่าสังหารธำรงความสงบสุขแก่วิถีเซียน”

มหาราชันจิงเที่ยนตัวสั่นสะท้านทั้งตื่นเต้นแล้วก็หวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

เขารู้ดีเหลือเกินว่าเจียงชันน่ากลัวมากเพียงใด

เขาเพิ่งมาถึงเขาถูกเจียงชันซ้อมอยู่เกือบทุกวัน จิตสังหารที่พุ่งทะลวงเข้ามาถึงในดวงวิญญาณนั่นทำให้เขาขวัญผวามาตราบจนทุกวันนี้

“พลังของเจียงเที่ยนมิงแข็งแกร่งมากแล้ว ยังมีเจ้าเด็กเจียงอีคนนั้นอีก แดนสวรรค์มีพวกเราสิบคนก็มากพอจะสยบยอดอัจฉริยะพวกนั้นในโลกสวรรค์แล้ว”

มหาราชันจิงเที่ยนเอ่ยอย่างตั้งตารอคอย

เจียงชันกลับเตือนว่า “สกุลเจียงมิได้มีเพียงพวกเราสามคนที่เก่งกาจ ยังมีอัจฉริยะที่เก่งกาจผิดมนุษย์อีกหลายคน แล้วอีกอย่างระหว่างที่เจ้าถูกขังไว้นี่ โลกคุนหลุนเองก็มียอดอัจฉริยะผู้เก่งกาจไร้เทียมทานถือกำเนิดขึ้นมามากมาย

จงอย่าได้คิดว่าพรสวรรค์ของตนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในโลกคุนหลุนแล้ว”

มหาราชันจิงเที่ยนเกาศีรษะแล้วหัวเราะตอบว่า “นั่นก็ใช่ จะดูแคลนสรรพชีวิตในใต้หล้าไม่ได้สินะ”

ในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้นมา

เขายกมือขวาขึ้นกวักอากาศทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าในตำหนัก

แสงเจิดจ้าฉายวาบไปทั่วโถงตำหนัก

โชคดีที่มู่หลิงลั่วกับไปฉีไม่อยู่ในตำหนัก มิเช่นนั้นพวกนางคงมีเรื่องสงสัยใคร่รู้มากมาย

ส่วนไปหลงมันหลับสนิทไปแล้วหนก่อนที่มันลืมตาขึ้นมาคือเมื่อหนึ่งพันปีก่อน

เงากำยำร่างหนึ่งขดตัวอยู่ในแสงเจิดจ้านั่น เขาก็คือผิงอันนั่นเอง

ตอนนั้นผิงอันพลัดหลงเข้าไปในแดนต้องห้ามด้วยกันกับเจียงเจี่ยนและหลินเฮาเทียน

เขาได้พลังลึกลับรักษากายเนื้อให้ตราบจนวันนี้

กาลเวลาผ่านพ้นไปสี่พันปี ในที่สุดหลังจากผ่านมาเนิ่นนาน ผิงอันก็ผลัดร่างเปลี่ยนกระดูกสำเร็จเสียที

เจียงฉางเซิงเพ่งมองเขาในหัวใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เขาหวังว่าพลังแห่งกฎสายนั้นจะช่วยรักษาสติปัญญาของผิงอันได้สำเร็จ

ทำให้เขากลายเป็นคนปกติจริงๆ

หากทำไม่ได้เจียงฉางเซิงก็จะคิดหาวิธีจากศาสตร์ยอดโอสถ

ปัญหาด้านสติปัญญาของผิงอันเป็นปัญหาที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิดเนื่องจากถูกปัจจัยภายนอกส่งผลตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา

ยิ่งเขาฝึกยุทธนานเขามันก็พัฒนากลายมาเป็นอาการบาดเจ็บทางวิญญาณ

แต่เพราะผิงอันมิใช่สิ่งมีชีวิตในวิถีเซียน แม้แต่ระดับขั้นบำเพ็ญของเจียงฉางเซิงก็รักษาเขาให้หายดีได้ยาก

โชคยังดีที่ผิงอันไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นวิญญาณของผิงอัน

เจ้าเด็กคนนี้กำลังรับถ่ายทอดความทรงจำในอดีต

หลังจากผ่านพิธีชำระล้างนานสี่พันปี กายเนื้อกับดวงวิญญาณของผิงอันก็วิวัฒน์อย่างสมบูรณ์แล้ว

แค่พลังฝังวิถียุทธผิงอันก็เข้าใกล้ขั้นเจายุทธปฐมมรรคาแล้ว

การเติบโตอย่างรวดเร็วระดับนี้เรียกได้ว่าน่าเหลือเชื่อ

แต่นอกจากนั้นในร่างเขายังมีพลังแห่งกฎอันแข็งแกร่งสายหนึ่งอัดแน่นอยู่ด้วย

จวบจนวันนี้เจียงฉางเซิงก็ยังมองไม่ออกว่าพลังแห่งกฎสายนี้มีความเป็นมาอย่างไร

พลังแห่งกฎสายนี้ดูไม่เหมือนพลังแห่งกฎของแท้แต่มันก็มีคุณลักษณะของกฎอยู่

ผ่านไปครู่ใหญ่

ผิงอันก็ลืมตาขึ้น

รูปลักษณ์ภายนอกของเขาไม่แตกต่างจากก่อนหน้านี้เลยสักนิด

ร่างกายหดเล็กลงมาหนึ่งรอบเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังกำยำล่ำสันจนน่ากลัวอยู่

เมื่อเขามองเห็นเจียงฉางเซิง แววตางุนงงสับสนก็เปล่งประกายระยิบระยับ

เขาร่วงลงมาที่พื้นได้ก็ก้าวโซซัดโซเซรีบวิ่งมาคุกเข่าหน้าเจียงฉางเซิงแล้วเรียกเสียงสั่น

“อา… อาจารย์…”

สติปัญญาของเขาฟื้นกลับมาได้หลายร้อยปีแล้ว

ระหว่างช่วงเวลานั้นจิตใจของเขาค่อยๆ เติบโตโดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาในครึ่งชีวิตแรก

จนในที่สุดเมื่อครู่เขาก็ผสานความทรงจำครึ่งชีวิตแรกของตนเองได้เสร็จสมบูรณ์

“ผิงอัน ในที่สุดเจ้าก็หายดีแล้ว!”

เจียงฉางเซิงคลี่ยิ้ม

แสงเทพสุดขอบตะวันถดถอยหายไป

แม้แต่แสงรัศมีของบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาก็หดเก็บไปด้วย

เมื่ออยู่ต่อหน้าศิษย์คนโตของตนคนนี้เขาไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ดูลึกลับ

ระหว่างศิษย์อาจารย์ไม่มีช่องว่างใดกั้นขวางพวกเขาทั้งสิ้น

ผิงอันตื่นเต้นดีใจไม่หาย เขาพูดจาไม่เป็นลำดับอยู่นานครึ่งวันโดยที่เนื้อหาของถ้อยคำส่วนใหญ่ใจความไม่ต่างกัน

ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็พลันนึกขึ้นมาได้จึงถามว่า

“เจียงเจี่ยนเล่า แล้วก็หลินเฮาเทียนด้วย พวกเขาอยู่ที่ไหนหรือขอรับ? ตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”

เจียงฉางเซิงตอบว่า

“พวกเขาไม่เป็นไร อย่าเพิ่งรีบร้อนไปตามหาพวกเขา ให้อาจารย์ถ่ายทอดวิถีเซียนให้เจ้าก่อนเถิด”

เจียงเจี่ยนกับหลินเฮาเทียนหายตัวไปนานแล้ว แต่รอยประทับสังสารวัฏของพวกเขากับรอยประทับวิญญาณบนบัญชีสถาปนาเทพยังอยู่ ดังนั้นจึงแน่ใจได้ว่าพวกเขายังไม่ตาย

ผิงอันพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เจียงฉางเซิงเริ่มถ่ายทอดมหามรรคาปราณทองคำให้เขา พร้อมกันนั้นก็สำรวจระดับพรสวรรค์ของผิงอันไปด้วย

หลังจากพลังแห่งกฎอันลึกลับแก้ไขกายเนื้อให้เขาก็อยู่ในสภาวะที่รับปราณเข้าสู่ร่างได้อย่างง่ายดาย

ความเร็วในการซึมซับปราณของเขาเหนือกว่าสรรพชีวิตทั้งหลายมาก นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทาน

ต่อไปนี้ก็เหลือเพียงดูว่าสติปัญญาของผิงอันเป็นเช่นไร?

เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเซียนบางครั้งสติปัญญาก็สำคัญยิ่งกว่าพรสวรรค์ด้านกายเนื้อเสียอีก

ยิ่งระดับขั้นสูงเท่าใดก็ยิ่งเป็นเช่นนั้น

แล้วผิงอันก็ไม่ทำให้เจียงฉางเซิงผิดหวัง เจ้าเด็กน้อยคนนี้ถึงขั้นทำให้เขาประหลาดใจ

สติปัญญาของเขาสูงมากอย่างยิ่ง!

ใช้เวลาสั้นๆ เพียงสิบปีผิงอันก็แตกฉานมหามรรคาปราณทองคำ

ระดับขั้นบำเพ็ญเซียนของเขารุดหน้าอย่างรวดเร็ว

พลังบรรพยุทธอันมหาศาลแปรเปลี่ยนกลายเป็นพลังวิญญาณแห่งวิถีเซียน ทำให้เขาประหยัดกระบวนการดูดซับปราณไปมาก

ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้จักพลังแห่งกฎของตนเองแล้วด้วย… ‘กฎแห่งอนันต์’!

จากที่ผิงอันบอกตอนที่เขาจับพลังของกฎแห่งอนันต์ได้เขามองเห็นเงาร่างหนึ่ง

สิ่งนี้ทำให้เจียงฉางเซิงเข้าใจกระจ่างแจ้งในบัดดล

กฎแห่งอนันต์มิใช่กฎดั้งเดิมที่ถูกมหามรรคาทั้งสามพันสร้างขึ้น แต่มันเป็นกฎที่สร้างขึ้นมาจากพลังของตัวตนที่แข็งแกร่งบางคนต่างหาก

มันคือกฎที่ใครบางคนสร้างขึ้นมาทีหลัง!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 498 ศึกแห่งโลกสวรรค์ พลังแห่งอนันต์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย