Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 495 กลิ่นกินพลังอาคม

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 495 กลิ่นกินพลังอาคม
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

หลังจากได้รับอนุญาตจากพระศรีอาริยเมตไตรยเทวะไทซังก็เหาะเข้าไปในดอกโพธิดอกหนึ่งแล้วหายตัวไป

ภาพนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนบนท้องฟ้าและริมขอบมหาสมุทรมากมายพากันหันไปอภิปราย

“นี่เทวะไทซังกำลังเสาะหาพลังแห่งมหามรรคาชนิดที่สิบเก้าอย่างนั้นหรือ”

“ช่างสุดยอดเสียจริงมิน่าเล่าเจาลัทธิมรรคาจึงกล่าวว่าเขามีพรสวรรค์ของจอมปราชญ์”

“เหอะสุดยอดตรงไหนหากเจ้ากับข้าได้รับสืบทอดวิชาจากสายที่เจ็ดของลัทธิมรรคาทั้งยังได้เจาลัทธิรับเป็นศิษย์ไหนเลยฝีมือจะด้อยกว่าเขา”

“ภายใต้มรรคาสวรรค์บุญวาสนามิใช่สิ่งที่ตนจะกำหนดได้เป็นชะตาลิขิตมาให้เสมอ”

“ดูท่าศึกตัดสินระหว่างเขากับรัชทายาทวังมังกรจะมาถึงในอีกไม่นานรัชทายาทองค์นั้นก็ไม่ธรรมดาเพียงขั้นเอกเทวะก็บรรลุมรรคาแห่งสัปยุทธสยบคนระดับขั้นเดียวกันจนราบแล้วสองคนนี้ช่างโดดเด่นเสียจริง”

เจียงฉางเชิงฟังเสียงสนทนาที่ดังมาจากรอบด้านแล้วเข้าใจวิถีเซียนมากขึ้นกว่าเดิมในยุคสมัยของวิถียุทธการศึกษาพลังแห่งกฎจะถูกเรียกขานว่าพลังเทพพลังเทพคือสิ่งที่หาได้ยากยิ่งนักแต่ในที่แห่งนี้การวิปัสสนาทำความเข้าใจพลังแห่งมหามรรคากลับเป็นเรื่องที่เห็นบ่อยจนชินชาอย่างน้อยผู้แสวงพรตณที่แห่งนี้ก็รู้ว่ามีเรื่องเช่นนี้อยู่

วิถีเซียนโบราณกับตำนานที่เขาเคยรู้จักในชาติก่อนมีจุดที่แตกต่างกันอยู่มากวังมังกรกับตำหนักยมโลกไม่ใช่ขุมอำนาจที่ปล่อยให้ใครๆมาข่มเหงรังแกแต่พวกเขาเป็นขุมอำนาจขนาดมหึมาที่แม้แต่ลัทธิมรรคาก็ไม่กล้ามาเล่นงานง่ายๆแม้ว่าลัทธิมรรคาจะแข็งแกร่งที่สุดแต่ก็ไม่แข็งแกร่งถึงขนาดที่จะทำอะไรเหิมเกริมได้แม้แดนสวรรค์จะอยู่ใตสังกัดของลัทธิมรรคาแต่แดนสวรรค์ก็มีขุมกำลังของตนเองอย่างน้อยแดนสวรรค์ก็ไม่ได้เชื่อฟังลัทธิมรรคาอย่างสมบูรณ์แล้วยังมีสำนักกับลัทธิในแดนมนุษย์อีกเทพเซียนบนผืนพิภพบางส่วนก็แข็งแกร่งจนถึงขั้นสร้างความปั่นป่วนให้พันมหาโลกาได้หลังจากเทวะไทซังหายไปทุกสิ่งก็กลับมาเงียบสงบ

เจียงฉางเชิงเรียกสติกลับมาเริ่มพินิจโลกในดอกโพธิ

แม้เป็นการก้มมองสรรพชีวิตเหมือนกันแต่การทำเช่นนี้ที่โพธิพุทธสมุทรกลับทำให้เจียงฉางเชิงบรรลุสิ่งต่างๆได้มากกว่าการบรรลุนีบอกกล่าวออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกแตมันทำให้เขาเข้าใจกฎทั้งหลายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นทั้งยังทำให้มีความคาดหวังกับการฝึกบำเพ็ญของตนเองมากขึ้นอีกด้วยในช่วงเวลาหลังจากนั้นไม่มีคนอย่างเทวะไทซังโผล่มาอีกเป็นคนที่สอง

ที่แห่งนี้คือแดนสุขาวดีหากไม่มีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่งใครจะกล้ามาก่อเรื่องที่นี่กันเล่า

เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปอย่างรวดเร็วเงาร่างรอบโพธิพุทธสมุทรยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆแม้แต่พระอรหันต์กับพระโพธิสัตว์ก็มากันเป็นจำนวนไม่น้อยเสาเฮามองเจียงฉางเชิงจากไกลๆหัวคิ้วขมวดมุ่นไม่ทราบว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่

ทนไม่ไหวถามขึ้นมาว่า “ท่านปู่คนผู้นั้นมีฐานะอะไรกันแน่ท่านจึงสนใจเขาถึงเพียงนี้ตั้งแต่สถานที่เทศนามาจนถึงโพธิพุทธสมุทรสายตาของเสาเฮามักจะจับจองบนร่างเจียงฉางเชิงอยู่เสมอ”

“เขาคือคนผู้มิได้อยู่ในชะตาลิขิต”

เสาเฮาเอ่ยอย่างมีความนัยตี่คู่ที่ฟังอยู่มึนงงยิ่งกว่าเดิม

เจียงฉางเชิงพรูลมหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่งแล้วลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้าแม้ขั้นบำเพ็ญของเขาจะก้าวถึงวิชามรรคาธรรมชาติขั้นที่สิบสามแล้วแต่เขาก็ยังมีอาการมึนศีรษะ

แม้โพธิพุทธสมุทรจะเป็นโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่นักกระนั้นมันก็มีสิ่งที่ต้องจ่ายถึงจะมองไม่เห็นคลำจับได้ไม่ชัดก็ตาม

แม้แต่เขายังเป็นเช่นนี้ผู้ที่ขั้นบำเพ็ญต่ำคงถูกบีบให้ถอยออกไปในเวลาไม่นานแน

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไปกันเถิด”

เสียงของเจ้าแม่เซียวเหอดังขึ้นเจียงฉางเชิงหันหน้าไปมองก็เห็นว่าเทพธิดาทั้งสององค์นั้นตื่นขึ้นมานานแล้วพวกนางกำลังใช้สายตาอันซับซ้อนจ้องมองเขาเจียงฉางเชิงพยักหน้าตอบเขาเองก็สมควรกลับได้แล้วแม้จะทราบว่าในโลกแห่งความจริงเวลาเพิ่งผ่านไปไม่กี่ลมหายใจแต่การไม่ได้พบหน้าคนที่ใจห่วงหานานเกินไปทำให้เขาวิตกกังวลเล็กน้อยอยู่ดีเจ้าแม่เซียวเหอหมุนทะเลเมฆกลับแล้วขี่เมฆาลอยจางจากไประหว่างทางกลับทั้งสองคนต่างเงียบงัน

เวลานี้เจียงฉางเชิงไม่มีอารมณ์จะถามเรื่องอะไรอีกแล้วตรงกันข้ามเขาเป็นห่วงว่าในกาลเวลาหลังจากนี้เจ้าแม่เซียวเหอจะพบความทุกข์ยากลำบากประการใดบ้างแล้วนางจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใด

เจ้าแม่เซียวเหอก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นกันทว่าเพิ่งเหาะออกมาได้ไม่ไกลสักเท่าใดเจียงฉางเชิงก็รู้สึกว่าฟ้าดินเริ่มหมุนคว้างเขาตระหนักได้ว่าตนเองกำลังจะจากไปแล้วจึงบอกให้เจ้าแม่เซียวเหอหยุดทันทีเห็นชัดว่าเจ้าแม่เซียวเหอสัมผัสบางสิ่งได้เช่นกันนางจึงเอ่ยว่า “จากกันหนนี้ขอให้เจ้าสุขสบายดี”

เจียงฉางเชิงอยากพูดบางสิ่งแต่กลับพูดไม่ออกเขาอยากเปลี่ยนชะตาของเจ้าแม่เซียวเหอแต่เห็นชัดว่าเจ้าแม่เซียวเหอคาดเดาที่มาของเขาได้แล้วเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องกระทำสิ่งอื่นใดอีกแล้วตัวเขาก็ไม่มีความสามารถที่จะทำสิ่งใดด้วย

“สหายนักพรตล่วงรู้อดีตปัจจุบันอย่างถ่องแท้จริงหรือ”

จู่ๆเจ้าแม่เซียวเหอก็ถามขึ้นมา

คำถามนี้ทำให้เจียงฉางเชิงตอบไม่ได้นั่นสิ

เขามีแต่ข้อสันนิษฐานมาตลอดเขาไม่รู้เรื่องราวจากอดีตจรดปัจจุบันอย่างชัดเจนแม้แต่นิดเดียวเขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าที่แห่งนี้เป็นอดีตกาลไกลโพ้นจริงหรือไม่

เขาเพียงคาดเดาจากหลักเหตุผลพื้นฐานทิว่าวิถีเซียนล่มสลายไปแล้วเท่านั้น

หากโยนจุดนี้ทิ้งไปชะตาชีวิตของเจ้าแม่เซียวเหอก็ไม่แน่ว่าจะน่าเศร้าเช่นนั้นเจียงฉางเชิงส่ายหน้าแล้วหลุดหัวเราะ “ข้าหลงคิดไปเองแล้วขอบคุณสหายนักพรตที่ตักเตือน”

เจ้าแม่เซียวเหอคลี่ยิ้ม “ไม่เป็นไรความเป็นห่วงของสหายนักพรตกลับทำให้ข้าเบิกบานใจเสียอีกแม้ยุคสมัยจะผลัดเปลี่ยนกาลเวลาล่วงเลยเคลื่อนคล้อยแต่ข้าจะพยายามสุดกำลังเพื่อให้ได้พบกับสหายนักพรตอีกครั้งจวบจนกระทั่งได้ถกมหามรรคาด้วยกัน ณ จุดสิ้นสุดของมหามรรคา”

เจียงฉางเชิงหมดห่วงอย่างสิ้นเชิงแล้วเขาประสานมือคำนับจากนั้นจึงเหาะไปด้านหน้าเพียงลำพังสายตาของเขาเริ่มพร่ามัวความรู้สึกว่าฟ้าดินหมุนคว้างทำให้เขาหลับตาทั้งสองข้าง

ไม่นานสติของเขาก็กลับมายังกายเนื้อเขาลืมตาขึ้นนับนิ้วคำนวณก็พบว่าเวลามิได้ผ่านไปนานเท่าใดนักการฟังเทศนาหนนี้มิได้ส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความเป็นจริง

“วิถีเซียนแข็งแกร่งกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มากนักหนนี้ได้ประโยชน์มามากมายทีเดียว”

มุมปากของเจียงฉางเชิงยกโค้งการสั่งสอนมรรคาพุทธของพระศรีอาริยเมตไตรยทำให้เขาเริ่มนำโชคชะตามาใช้กับช่วงชิงโชคชะตาได้แล้วเมื่อได้ไปนั่งวิปัสสนาที่โพธิพุทธสมุทรก็ยิ่งทำให้เขาเข้าใจฟ้าดินลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมสิ่งนี้มิใช่เพียงช่วยในการสร้างโลกใบใหม่แล้วยังช่วยให้เขาสร้างโลกแห่งมรรคาได้ดียิ่งกว่าเดิมด้วยเขาค้นพบว่าฟังก์ชันจิตหวนสดับหลักคำสอนมีค่ามากยิ่งกว่ารางวัลรอดชีวิตส่วนใหญ่เสียอีกมันลดเวลาที่เขาต้องเดินอ้อมไปมาได้มากมายแล้วยังทำให้เขาได้ตกผลึกองค์ความรู้เกี่ยวกับพลังแห่งมหามรรคาอีกด้วย

เจียงฉางเชิงตัดสินใจว่าต่อจากนี้เขาจะมุ่งศึกษามรรคาแห่งโชคชะตาพรากกรรมที่พันผูกโอกาสกลับสู่สังสารวัฏและโชคชะตาจากนั้นจึงจะเป็นการเนรเทศที่แท้จริง!

เจียงฉางเชิงตั้งหน้าตั้งตารอคอยเวลาที่พลังแห่งมรรคาทั้งสามชนิดนี้จะผนึกกำลังรวมกันยิ่งนักถึงยามนั้นมันจะแข็งแกร่งมากเพียงใดกันเขาหลับตาลงอย่างเนิบช้าแล้วเข้าสู่การปิดด่านฝึกบำเพ็ญ

ลึกเข้าไปในห้วงสุญญตามีมหาสมุทรสีครามอันไร้จุดสิ้นสุดอยู่แห่งหนึ่งมันก็คือมหาสมุทรเชือมอนธการริมฝั่งมหาสมุทรมีประตูศิลาขนาดมหึมาตั้งอยู่บานหนึ่งด้านหน้าของประตูศิลามีร่างหนึ่งนั่งสมาธิอยู่

บุรุษตาเดียวผู้สวมชุดเกราะโทรมๆคนนี้ลืมตาที่มีเพียงหนึ่งข้างขึ้นมาอย่างเนิบช้าเขาลุกขึ้นยืนแล้วหันไปเผชิญหน้ากับประตูศิลา

ครนนนน!!

ประตูศิลาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงหมอกสีดำลอยลงมาจางๆจากยอดของบานประตูไอสีดำโถมทะลักคล้ายกับประตูบานนี้เชื่อมต่อไปยังห้วงอเวจิในมิติอื่นเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกสีดำอย่างเชื่องช้าคนผู้นี้สวมอาภรณ์สีดำแต่เส้นผมขาวโพลนดุจหิมะใบหน้าของเขาแก่ชราแต่ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าด้านหลังมีกระบี่ยาวสองเล่มลอยตามมา

“เทวะปฐมนภาคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกลับมาเจ้าคิดจะสอดมือเข้าไปยุ่งกับมหันตภัยแห่งวิถียุทธหรือ” บุรุษผู้สวมชุดเกราะโทรมๆถามด้วยน้ำเสียงประหลาดหู

บุรุษอาภรณ์สีดำผู้นี้ก็คืออาจารย์ของบรรพจารย์ยุทธนิพพานเทวะปฐมนภานั่นเอง

เห็นชัดว่าทั้งสองคนนี้รู้จักกันเทวะปฐมนภาเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เทวะผจญโลหิตผู้พิทักษ์ทางเชือมอนธการอย่างเจ้าก็ยังพูดมากอยู่เช่นเดิม”

แม้เทวะผจญโลหิตจะมีดวงตาเพียงข้างเดียวแต่เขาก็ยังยกยิ้มเย็นชาอย่างโอหังเช่นเดิมเขาจ้องเทวะปฐมนภาแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าสายนั้นช่างชอบขัดขืนสวรรค์เหลือจริงวิถียุทธก็เป็นเพียงหินหยั่งเท้าของพวกเราเท่านั้นไยต้องดันทุรังด้วยเล่าข้าสัมผัสได้ว่าภัยพิบัติในห้วงอนันตสุญญตาร้ายแรงกว่าก่อนหน้านี้มากนักหากเจ้าฝืนเข้าไปยุ่งโอกาสรอดคงมีเพียงหนึ่งในสิบ”

เทวะปฐมนภาตอบว่า “หากยอมคล้อยตามสวรรค์ก็คงไม่มีวิถียุทธ”

เทวะผจญโลหิตส่ายหน้าแล้วหมุนตัวกลับไปนั่งใหม่อีกครั้งเทวะปฐมนภาก้าวก้าวเดินมาถึงข้างตัวเขาจังหวะนั้นเองเงาร่างแล้วร่างเล่าก็ก้าวออกมาจากหมอกสีดำด้านในประตูแล้วติดตามเทวะปฐมนภาจากไป

เทวะผจญโลหิตลืมตาข้างที่ไม่บาดเจ็บขึ้นมาเมื่อเขามองเห็นใบหน้าของเงาร่างเหล่านั้นชัดเจนสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

“ผู้ใดกันที่เป็นคนชักใยทุกสิ่งนี้แม้แต่พวกเขาก็ออกมาด้วย…”

สีหน้าของเทวะผจญโลหิตเคร่งขรึมในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจวบจนพวกเทวะปฐมนภาหายไปยังเบื้องลึกของห้วงสุญญตา

ณ สวนทิพยสวรรค์บนแดนสวรรค์จักรพรรดิสวรรค์มหาเซียนวังเฉินหลิวเสินโจวกับเยียจานนั่งล้อมวงอยู่ทีโต๊ะศิลาตัวหนึ่งจักรพรรดิสวรรค์เป็นผู้รินสุราให้ทั้งสามด้วยตนเอง

มหาเซียนวังเฉินเอ่ยอย่างจนปัญญา “ข้าเป็นถึงผู้นำแห่งเซียนพิภพไหนเลยจะผละจากหน้าที่ตามอำเภอใจได้ฝ่าบาทก่อนหน้านี้ตอนจัดการเผ่าอวีข้าก็ออกจากโลกคุนหลุนไปหลายครั้งแล้วออกไปอีกไม่ได้แล้ว”

หลิวเสินโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ายินดีไปอยู่หรอกนะแต่เผ่าทรงอำนาจที่ท่านติดต่อไปมีเผ่าหลิวอยูด้วยยามนี้ข้าเป็นคนทรยศฝ่าบาทมิกลัวจะเกิดปัญหายุ่งยากหรือไร”

จักรพรรดิสวรรค์หันไปมองเยียจานอย่างหาทางเลือกแต่เดิมเยียจานคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของบรรพจารย์เผ่าเยียขึ้นมาเขาก็ลังเล

“มิสู้ให้ซีหมิงหวังไปด้วยกันกับเยียจานเป็นอย่างไรเล่าเผ่าหมิงก็มาด้วยมิใช่หรือซีหมิงหวังมีความสัมพันธ์กับเผ่าหมิงลึกซึ้งทีเดียว” หลิวเสินโจวเสนอจักรพรรดิสวรรค์ขมวดคิ้วถามว่า “ข้ากังวลว่าเขาจะทำอะไรลำบากเพราะถูกบีบอยู่ตรงกลาง”

หลิวเสินโจวหัวเราะ “กลัวสิ่งใดกันเล่าหากเขาก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆก็ให้มรรคาจารย์ไปจัดการเขาเสียก็สิ้นเรื่องมรรคาจารย์แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นวันๆกลับเอาแต่ปิดด่านฝึกบำเพ็ญเขาคงเก็บตัวจนงุนงงแล้วกระมังดูอย่างข้าสิแต่ละครั้งที่แข็งแกร่งขึ้นล้วนอยากจะออกมาสำแดงเดชสักหน”

มหาเซียนวังเฉินกลอกตาใส่แล้วตอบว่า “มรรคาจารย์เป็นผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ไหนเลยจะมีความคิดหุนหันพลันแล่นเช่นเจ้า”

หลิวเสินโจวส่ายหัวพลางหัวเราะเขาไม่กล้าล่วงเกินมรรคาจารย์ต่อ

เยียจานเอ่ยบ้างว่า “ฝ่าบาทระยะนี้มหาพิภพนิลเหลืองเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เผ่าเก่าแก่ทรงอำนาจเปิดศึกกันมากขึ้นทุกทีพวกเราต้องหลีกเลี่ยงมิให้สงครามส่งผลกระทบมาถึงโลกสวรรค์แม้โลกเทพยุทธจะถอนกำลังคนออกจากโลกคุนหลุนแล้วแต่ก็ยังมีผู้ฝึกยุทธจำนวนมากแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนโลกคุนหลุนอยู่แล้วในมหาพิภพนิลเหลืองเองก็มีผู้ศรัทธาเซ่นไหว้ไม่น้อยข่าวจึงแพร่กระจายผ่านทางมหาพิภพจิตจร”

“ไม่ใช่แค่มหาพิภพนิลเหลืองที่ไหนกันเล่าโลกคุนหลุนเองก็เป็นเช่นเดียวกันแม้เผ่ามนุษย์จะรวมกันเป็นปึกแผ่นแล้วแต่ความขัดแย้งในโลกบำเพ็ญเซียนกลับเริ่มปะทุขึ้นรอบด้านเผ่าพันธุ์อื่นก็เปิดศึกกันแล้วกลิ่นอายของอารมณ์ร้อนปกคลุมไปทั่วฟ้าดินมากขึ้นทุกทีวิญญาณร้ายในนรกทั้งสิบแปดขุมเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆบ่งบอกว่ามหันตภัยแห่งวิถียุทธกำลังจะมาแล้ว”

จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยอย่างกลัดกลุ้มก่อนหน้านี้เขาคิดว่ามหันตภัยแห่งวิถียุทธจะเพ่งเล็งไปที่วิถียุทธแต่ตอนนี้ดูท่ามันจะส่งผลมาถึงโลกคุนหลุนด้วย

หลิวเสินโจวไม่ใส่ใจสักนิด “มาก็มาสิเป็นมหันตภัยจึงจะมีวาสนาครั้งใหญ่!”

จักรพรรดิสวรรค์สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “เอาละถ้าเช่นนั้นก็ให้ซีหมิงหวังไปด้วยกันกับเยียจานแดนสวรรค์ต้องการผู้แข็งแกร่งมิเช่นนั้นก็ยากจะควบคุมโลกสวรรค์ได้”

เยียจานพยักหน้าส่วนหลิวเสินโจวเสียดายเล็กน้อย

มหาเซียนวังเฉินกำลังจะรินชาถ้วยหนึ่งให้ตนเองทันใดนั้นเฉินหลี่ก็เหาะเข้ามาเขามาถึงข้างกายจักรพรรดิสวรรค์อย่างร้อนรนแล้วกราบทูลเสียงแผ่วเบาว่า “ฝ่าบาทองค์ชายพระองค์เล็กประสูติแล้วพะยะค่ะ”

หลิวเสินโจวได้ยินก็คลี่ยิ้ม “ฝ่าบาทองค์ชายพระองค์เล็กต้องมาเป็นศิษย์ของข้านะพะยะค่ะ”

มาถึงแดนสวรรค์เนิ่นนานถึงเพียงนี้เขาย่อมเรียนรู้ที่จะหาเส้นสายแล้ว

จักรพรรดิสวรรค์สังเกตว่าน้ำเสียงของเฉินหลี่ไม่ปกติจึงขมวดคิ้วถามว่า “แค่ประสูติเท่านั้นเหตุใดจึงต้องมาบอกกล่าวโดยเฉพาะเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่พูดมาตรงๆ”

เฉินหลี่กัดฟันเอ่ยว่า “สภาพขององค์ชายองค์เล็กไม่ปกติดวงเนตรมหามรรคาของเขามีพลังอันน่ากลัวสายหนึ่งอยู่ในนั้นมันกลืนกินพลังอาคมของผู้อื่นได้พลังอาคมของพระสนมสวรรค์ถูกสูบจนเกลี้ยงโชคดีที่พระมารดาแห่งสวรรค์ลงมือช่วยทันเวลา”

กลืนกินพลังอาคมอย่างนั้นหรือคิ้วของจักรพรรดิสวรรค์ขมวดจนเป็นปมกว่าเดิมเขาลุกขึ้นเดินออกไปทันที

หลิวเสินโจวอยากจะตามไปดูด้วยแต่ถูกเยียจานดึงเอาไว้ก่อน

รอจนพวกจักรพรรดิสวรรค์สองคนเดินออกไปไกลแล้วเยียจานจึงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เรื่องเช่นนี้เจ้ายังจะตามไปอีกหรือ”

หลิวเสินโจวถลึงตาเถียงก็นั่นน่ะลูกศิษย์ของข้าเชียวนะ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 495 กลิ่นกินพลังอาคม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย