Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 493 กาลเวลาสิบสล้านปี พระศรีอาริยเมตไตรย

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 493 กาลเวลาสิบสล้านปี พระศรีอาริยเมตไตรย
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

“ไปกันเถิดสหายนักพรต ดูท่าเจ้าจะมีถ้อยคำอยากกล่าวกับข้ามากมายทีเดียว”

“ข้าก็เช่นกัน” เจ้าแม่เซียวเหอเหลือบมองเจียงฉางเซิงพร้อมกับรอยยิ้มน้อย ๆ ให้สิ่งนี้ทำให้เทพธิดาทั้งสองข้างกายนางสงสัยใคร่รู้ในตัวเจียงฉางเซิงอย่างยิ่ง สายตามากมายจากรอบทิศก็ย้ายมาจับจ้องเจียงฉางเซิงเช่นกัน

เจียงฉางเซิงพยักหนารับแล้วเดินเคียงกันไปกับเจ้าแม่เซียวเหอ เทพธิดาทั้งสองนางถอยหลังลงไปหนึ่งก้าว

มิรู้ว่าตอนนี้คือปีใด ห่างจากคราก่อนที่พวกเขาพบกันนานเท่าใดแล้ว แต่ดูจากบรรยากาศที่เปลี่ยนไปรอบตัวของเจ้าแม่เซียวเหอ เกรงว่ากาลเวลาคงผ่านไปนานยิ่งนัก มหาเถระกษิติครรภ์เคยกล่าวว่า เจาลัทธิคุนหลุน, บรรพจารย์เสวียนถิงกับเทพธิดาเซียวเหอ มีบางคนในนั้นดับสูญไปกับกาลเวลาแล้ว ในเมื่อมิใช่เทพธิดาเซียวเหอแล้วเป็นผู้ใดกัน?

แม้เจียงฉางเซิงจะมิได้คบหากับผู้สูงส่งสองคนแรกอย่างใกล้ชิดนัก แต่เมื่อคิดว่าผู้ฝึกบำเพ็ญที่ก้าวพ้นจากความธรรมดาเช่นนั้นพ่ายแพ้ต่อกาลเวลา ในใจก็รู้สึกเศร้าสร้อยอย่างยากจะห้ามได้เพียงแต่…

เจียงฉางเซิงเหลือบมองเจ้าแม่เซียวเหอแล้วแอบคิดในใจว่า ‘มิใช่นางก็ดีแล้ว’ ระหว่างจิตหวนสดับหลักคำสอนหลายครั้งที่ผ่านมา เขาพบกับเจ้าแม่เซียวเหอบ่อยครั้งที่สุด ก่อนหน้านี้ยังเคยฟังเทศนาจากเจ้าแม่เซียวเหอครั้งหนึ่ง ได้รับการสั่งสอนแก่นแท้แห่งกรรมจากนางด้วย การได้มองเห็นนางก้าวผ่านกาลเวลาเกินครึ่งชีวิตทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนขยับเข้ามาใกล้ชิดกัน เจ้าแม่เซียวเหอคลี่ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้ากับผู้เทศนาสั่งสอนหนนี้มีวาสนาต่อกันอยู่พอสมควร หนนี้เจ้าก็มาฟังคำเทศนาอยู่ข้างกายข้าเถิด จะได้อยู่ใกล้กันสักหน่อย”

“ขอบคุณเจ้าแม่”

“ข้าหวังจะได้ยินเจ้าเรียกข้าว่าสหายนักพรตมากกว่า”

“ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณสหายนักพรตยิ่งนัก”

ทั้งสองคนใช้หางตาเหลือบมองกันแล้วคลี่รอยยิ้ม แม้กาลเวลาจะผ่านมานานแสนนาน เหลือเพียงสรรพสิ่งอยู่ยังแต่ผู้คนผันเปลี่ยน ทว่าเมื่อทั้งสองคนเดินอยู่ด้วยกันพวกเขากลับยังเท่าเทียมและสนิทสนมเฉกเช่นครานั้นเมื่อนานแสนนานมาแล้ว เจียงฉางเซิงเดินตามอยู่ข้างกายเจ้าแม่เซียวเหอทำให้เขาเป็นที่สนใจของผู้คนอย่างมาก แต่เขาไม่ใส่ใจ ถึงอย่างไรเขาก็มิใช่คนในยุคสมัยนี้ หลังจากเทศนาเสร็จเขาย่อมจากไป พวกเขาก้าวเดินไปตามบันไดทะเลเมฆ ระหว่างทางเจียงฉางเซิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งมากมาย มีแม้กระทั่งตัวตนที่เขามองไม่ออกแล้วจำนวนก็มิใช่น้อยเสียด้วย ดูเหมือนจิตหวนสดับหลักคำสอนแต่ละครั้งจะทำให้ความรู้สึกสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับแต้มเผยแผ่หลักคำสอนที่ใช้ไปกัน?

เจียงฉางเซิงครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆ หนนี้เขาเหมือนมาถึงยุควิถีเซียนโบราณด้วยตนเองเลยทีเดียว ระหว่างทางที่ก้าวไปข้างหน้าพวกเขาก็เดินผ่านตำหนักอันอลังการหลังแล้วหลังเลา จนมาถึงทะเลเมฆมหิมาผืนหนึ่ง เหนือทะเลเมฆมีเมฆลอยวนเวียนซ้อนเป็นชั้นๆ เมฆแต่ละชั้นล้วนมีเบาะกลมลอยอยู่ มีผู้แสวงพรตบางคนนั่งอยู่บนนั้นแล้ว และนั่นก็คือสถานที่เทศนาอย่างนั้นหรือ?

ทิศเหนือของลานเทศนาคือเมฆชั้นหนึ่งที่ลอยแยกอยู่ก้อนเดียว มันตัดขาดจากเมฆสองฝั่งด้านข้าง บนนั้นมีบัลลังก์ดอกบัวสีทองลอยอยู่อย่างเดียวดาย เจียงฉางเซิงเดินตามเจ้าแม่เซียวเหอมานั่งตรงตำแหน่งที่ค่อนข้างใกล้กับบัลลังก์ดอกบัวสีทองอันนั้น เขานั่งลงด้านข้างเจ้าแม่เซียวเหอ ส่วนเทพธิดาทั้งสององค์นั่งด้านหลังของพวกเขา

“จู่ๆ บังอาจถามสหายนักพรต พวกเรามิได้พบหน้ากันมานานเท่าใดแล้วหรือ?”

เจียงฉางเซิงอดใจไม่ไหวจึงถามออกมา คำพูดนี้ทำให้เทพธิดาทั้งสองนางด้านหลังหันมาสนใจ เพราะพวกนางสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับเจียงฉางเซิงมากยิ่งนัก

นับตั้งแต่พวกนางรู้จักเจ้าแม่เซียวเหอมาก็ไม่เคยเห็นนางแย้มยิ้มให้บุรุษคนใดมาก่อน โดยเฉพาะเมื่อคนผู้นี้ไม่นับว่าแข็งแกร่งด้วยซ้ำ เจ้าแม่เซียวเหอมองไปด้านหน้าแล้วตอบว่า “นับดูแล้วก็สิบสองล้านปีแล้ว”

เมื่อคำนี้เอ่ยออกมา เจียงฉางเซิงก็มีสีหน้าอึ้งไปวูบหนึ่ง ส่วนเทพธิดาทั้งสององค์ตกตะลึงมากยิ่งกว่าเขา

สิบสองล้านปีอย่างนั้นหรือ? พวกนางหันขวับไปมองเจียงฉางเซิงอย่างไม่รู้ตัว หรือว่าคนผู้นี้เป็นคนใหญ่คนโตอย่างนั้นหรือ?

เจียงฉางเซิงถอนหายใจเอ่ยว่า “ช่างนานเสียจริง เจ้าแม่เซียวเหอผ่านกาลเวลามาสิบสองล้านปี แต่เขาเพิ่งจะผ่านกาลเวลามาสองพันกว่าปีเท่านั้น”

เจียงฉางเซิงสงสัยใคร่รู้ยิ่งนักว่าระหว่างช่วงเวลาอันยาวนานนั้นเจ้าแม่เซียวเหอประสบพบเจอสิ่งใดมาบ้าง แต่เขาไม่สะดวกจะถามตรงนี้

“สหายนักพรตฉางเซิง!”

น้ำเสียงตกใจระคนยินดีลอยมา เจียงฉางเซิงเลียวศีรษะไปมองก็เห็นเสาเฮาพาบุรุษคนหนึ่งเหาะเข้ามาหา เทียบกับหนก่อนที่พบกัน เสาเฮามีความฮึกเหิมคึกคะนองอย่างชายหนุ่มน้อยลงแล้ว ภาพลักษณ์ของเขาเหมือนคนที่ผ่านกาลเวลามาทำให้สุขุมมากขึ้น

พวกเสาเฮาสองคนมาถึงเบื้องหน้า เทพธิดาเซียวเหอก็คำนับอย่างนอบน้อมเป็นอย่างแรก หลังจากนั้นจึงเหาะมาข้างเจียงฉางเซิง

“ไม่พบหน้ากันมาสามล้านปี สหายนักพรตทำให้ข้าคิดถึงยิ่งนัก” เสาเฮาทอดถอนใจ ขณะที่บุรุษด้านหลังเขากำลังใช้ดวงตาอันคมกริบมองประเมินเจียงฉางเซิง

“สหายนักพรต สิ่งเที่ยนเล่า หนนี้มาหรือไม่?”

เจียงฉางเซิงถามต่อหนก่อนที่ทั้งสามคนพบกันราวกับเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน การเทศนาหนนั้นพวกเขาพบพานกันอย่างมีความสุขยิ่งนัก

“เหอะ รู้แล้วยังจะแสร้งถาม!”

บุรุษที่อยู่ด้านหลังเสาเฮาแค่นเสียงดังเหอะ น้ำเสียงไร้มารยาทอย่างยิ่ง

“หุบปาก! ตรงนี้ไม่มีที่ให้เจ้าพูด!”

เสาเฮาเอ่ยเสียงเย็นชาแล้วถลึงตาใส่อีกฝ่าย เบ้ปากแล้วไม่ส่งเสียงใดอีก เสาเฮาหันมามองเจียงฉางเซิงใหม่อีกครั้งแล้วเอ่ยอย่างจนปัญญา “ดูท่าสหายนักพรตจะมิทราบ สิ่งเที่ยนแย่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์กับบิดาของข้าจนถูกสะบั้นศีรษะ ยามนี้ถูกสะกดไว้ในห้วงแห่งธุลี”

เจียงฉางเซิงขมวดคิ้วเขาเคยอ่านตำนานเช่นนี้ในสาทิกคน คิดไม่ถึงว่าตำนานจะสะท้อนกับเรื่องราวของที่แห่งนี้

“ไม่เอ่ยถึงเขาแล้ว สหายนักพรตหายตัวไปสามล้านปี ไปที่ใดมาหรือ?” เสาเฮาเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เขาถามพร้อมกับใบหน้าที่กลับมายิ้มแย้มอย่างมีไมตรีจิตอีกครั้ง

เจียงฉางเซิงตอบว่า “ข้าไปเยือนห้วงสุญญตามา”

“ห้วงสุญญตา? นอกพิภพนั่นนะหรือ? สหายนักพรตมิทะลุธรรมดาจริงๆ”

เสาเฮาถอนหายใจอย่างชื่นชม แม้แต่ติดที่อยู่ด้านหลังเขาก็มองเขาดีขึ้นหน่อย สหายเก่าพบหน้าย่อมมีเรื่องอยากสนทนากันมากมาย แต่ที่แห่งนี้คือลานเทศนา ด้านข้างยังมีเจ้าแม่เซียวเหออยู่ด้วย เสาเฮาจึงไม่กล้ารบกวน เขาคุยอยู่ไม่นานก็ขอตัวจากไป

เจ้าแม่เซียวเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหมือนแฝงความนัยบางอย่าง “คิดไม่ถึงว่าสหายนักพรตเคยกลับมาเมื่อสามล้านปีก่อนด้วย แต่กลับไม่ยอมมาพบสหายเก่าเช่นข้าคนนี้”

เทพธิดาสององค์ด้านหลังเพิ่งเคยได้ยินอาจารย์ใช้น้ำเสียงเช่นนี้เป็นครั้งแรก พวกนางสบตากันแล้วมองเห็นความตกตะลึงอยู่ในดวงตาของอีกคน

“ข้าก็เคยถามถึงท่านกับมหาเถระกษิติครรภ์อยู่เหมือนกัน”

เจียงฉางเซิงตอบอย่างจนปัญญา เขาจะบอกว่าเขามาปรากฏตัวได้เฉพาะในสถานที่เทศนาก็ไม่ได้ใช่หรือไม่เล่า? เจ้าแม่เซียวเหอได้ยินคำนี้แม้สายตายังคงมองด้านหน้าอยู่ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย แม้จะเป็นมุมโค้งที่เล็กอย่างยิ่งแต่ก็ทำให้ใบหน้าด้านข้างของนางงดงามดุจภาพวาด

“สหายนักพรตเจ้าบรรลุขั้นพรหมแล้วหรือ?” เจียงฉางเซิงถามต่อ ระหว่างการฟังเทศนาหนก่อนเขาได้ยินคำว่าพรหมอยู่หลายครั้ง นี่เป็นเส้นแบ่งเขตที่สูงอย่างยิ่งของระดับขั้นบำเพ็ญเซียน

เจ้าแม่เซียวเหอขานรับแล้วเอ่ยต่อว่า “ตอนที่พบกันหนก่อนข้าก็เป็นขั้นพรหมแล้ว”

เจียงฉางเซิงส่ายหน้ายิ้มๆ “ข้ามีตาหามีแววไม่สินะ”

“จะว่าเช่นนั้นก็มิได้ แม้เจ้ากับข้าผ่านพบกันแต่ละหนกาลเวลาล้วนผ่านไปเนิ่นนาน แต่ข้ามองออกว่าเจ้ายังอายุไม่ถึงห้าพันปี พรสวรรค์ของสหายนักพรตยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง”

เจ้าแม่เซียวเหอหันไปมองเจียงฉางเซิงพร้อมกับรอยยิ้ม แต่เทพธิดาที่อยู่ด้านหลังสององค์ได้ฟังประโยคนีกลับสับสน มึนงง สองคนนี้พบหน้ากันเมื่อสิบสองล้านปีก่อนไม่ใช่หรือ? แล้วเขาจะอายุไม่ถึงห้าพันปีได้อย่างไรกัน?

เจียงฉางเซิงกับเจ้าแม่เซียวเหอสนทนากันต่อ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเขาที่เอ่ยถาม เจ้าแม่เซียวเหอเป็นฝ่ายตอบ เขาไม่ลืมจุดประสงค์ที่ตนเองมาเยือนจึงตั้งใจถามเรื่องมหันตภัยเป็นพิเศษ สิ่งที่ทำให้สรรพชีวิตบ้าคลั่งจมดิ่งสู่ความกระหายอยากสังหารคงเป็นภัยพิบัติสิ้นกัลป์ สิ่งนี้คือมหันตภัยจากมรรคาสวรรค์ที่มิอาจขัดขวางได้ หากรอดชีวิตมาจากกัลป์นั้นก็จะหลุดพ้นขั้นพรหม มิใช่สิ่งที่ฝึกฝนแล้วจะบรรลุ ส่วนใหญ่ล้วนต้องผ่านภัยพิบัติสิ้นกัลป์มาทั้งสิ้น”

คำตอบของเจ้าแม่เซียวเหอทำให้เจียงฉางเซิงเลิกคิ้ว

นี่มิใช่หมายความว่าหลังจากเขากับเจ้าแม่เซียวเหอพบหน้ากันหนแรก วิถีเซียนของฝั่งนี้ก็ผ่านพบภัยพิบัติสิ้นกัลป์มาแล้วหรือ? เจียงฉางเซิงมองเจ้าแม่เซียวเหอแล้วข่มกลั้นความเป็นห่วง เขาเอ่ยถามถึงภัยพิบัติสิ้นกัลป์ต่อ เจ้าแม่เซียวเหอรุสิ่งใดล้วนตอบออกมาทั้งสิ้น ตามที่เจ้าแม่เซียวเหอบอกเมื่อสรรพชีวิตในมรรคาสวรรค์พัฒนามาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วภัยพิบัติสิ้นกัลป์ก็จะถือกำเนิด ภัยพิบัติสิ้นกัลป์แต่ละหนจะชะล้างพันมหาโลกาจนสะอาดเกลี้ยง การชำระล้างหนนี้จะดำเนินเป็นเวลายาวนานยิ่งนัก เมื่อภัยพิบัติสิ้นกัลป์จบลงแล้ว สรรพชีวิตทั้งหลายจะเหลืออยู่เพียงไม่ถึงหนึ่งในสิบ สิ่งมีชีวิตที่รอดมาได้ล้วนจะได้รับความโปรดปรานจากมรรคาสวรรค์ จักได้กลายเป็นผู้ครองอำนาจยิ่งใหญ่ในกัลป์ต่อไป

เจียงฉางเซิงฟังจบก็เริ่มเชื่อคำพูดของฟ้าดินสรวงแล้ว เทพแห่งหยินหยางเป็นเพียงสิ่งที่ถือกำเนิดมาจากภัยพิบัติสิ้นกัลป์ มิใช่ผู้ที่ชักใยเรื่องนี้ ภัยพิบัติสิ้นกัลป์ที่แท้จริงมิใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่สรรพชีวิตทั้งหลายล้วนจะกลายเป็นภัยพิบัติ

กาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปอย่างเชื่องช้า ผู้แสวงพรตทั้งหลายทยอยมากันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้มาฟังเทศนาทั้งหมดมารวมตัวกันพร้อมแล้ว เสียงระฆังก็ดังขึ้นอีกหน มันกังวานเคร่งขรึมทำให้สถานที่เทศนาเงียบลง

เจียงฉางเซิงกวาดสายตามองรอบหนึ่ง ผู้ฟังเทศนาหนนี้มีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคน ยิ่งตำแหน่งค่อนมาทางข้างหน้ากลิ่นอายของวรยุทธก็ยิ่งแข็งแกร่ง

ระหว่างที่เสียงระฆังดังอย่างต่อเนื่อง ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวบนบัลลังก์ดอกบัวสีทองนั่น เจ้าของร่างนั้นเป็นพระพุทธองค์ผู้มีกายาสูงหมื่นจั้งองค์หนึ่ง เรือนกายทั้งร่างเป็นสีทองคำ เขายังคงมีรูปลักษณ์เป็นมนุษย์ แต่ใบหน้าเคร่งขรึมบุคลิกคล้ายกับบรรพจารย์พุทธอกรัมภะอยู่พอสมควร สายตาของเขากวาดมองผู้มาฟังเทศนาทั้งหมด เมื่อสายตาของเขากวาดมองผ่านร่างของเจียงฉางเซิง พลังอาคมในร่างของเจียงฉางเซิงถึงกับชะงักนิ่งไปวูบหนึ่ง โชคยังดีที่มันเป็นเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น

‘แข็งแกร่งนัก… แม้กระทั่งขั้นพรหมยังมาฟังเทศนาของเขา เขามีวรยุทธถึงระดับไหนกันนะ?’

เจียงฉางเซิงลอบตะลึงในใจ เขาสนใจระดับขั้นบำเพ็ญของพระพุทธองค์ยักษ์รูปนี้เป็นอย่างยิ่ง

“อมิตตาภพุทธ ทุกท่านที่ได้มาฟังคำเทศนาสั่งสอนของอาตมาล้วนเป็นผู้มีวาสนากับพระพุทธ หลังเทศนาจบแล้วหากท่านใดสนใจสามารถเดินทางไปชม ‘โพธิพุทธสมุทร’ ณ แดนสุขาวดีได้” พระพุทธองค์ยักษ์ผู้สูงหมื่นจั้งเอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาทรงอำนาจดังกังวานมาถึงหูของทุกคน ต่อจากนั้นแขนสีทองคำข้างแล้วข้างเล่าก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของเขา จากนั้นวาดลงมาเบื้องล่าง เกิดเป็นภาพพระพุทธองค์พันมือ

เขาก็คือพระศรีอาริยเมตไตรย หนึ่งในสามพระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนสุขาวดี พลังตบะยิ่งใหญ่เทียบฟ้าดิน ผ่านภัยพิบัติสิ้นกัลป์มาแล้วสามหน การเทศนาหนนี้เจ้าต้องได้ประโยชน์ไม่น้อยแน่” เสียงของเจ้าแม่เซียวเหอลอยเข้ามาในหูของเจียงฉางเซิง นางช่วยแนะนำตัวตนของอีกฝ่ายให้เขาทราบ เจียงฉางเซิงไม่คิดมากอันใดเพราะว่าการเทศนาของพระศรีอาริยเมตไตรยเริ่มต้นขึ้นแล้ว

เทศนาหนนี้จักกล่าวถึงโชคชะตา สิ่งใดคือโชคชะตา? โชคชะตาก็คือ ‘กรรมกับชะตา’ ผสานรวมกัน ความจริงมันก็คือเจตจำนงของมรรคาสวรรค์ โชคชะตาแบ่งออกเป็นแตกำเนิดและภายหลัง โชคชะตาแต่กำเนิดคือสิ่งที่ฟ้ากำหนด โชคชะตาในภายหลังคือสิ่งที่สรรพชีวิตมอบให้แก่กัน บนวิถีเซียนอันยาวไกลสูงขึ้นไปจรดขั้นพรหมก็มิอาจหลบเลี่ยงโชคชะตา…”

มรรคาแห่งโชคชะตา!

เจียงฉางเซิงคิดไม่ถึงว่าการเทศนาหนนี้จะเกี่ยวกับโชคชะตา นี่เป็นเรื่องดี บางทีมรรคาแห่งโชคชะตาอาจช่วยให้เขาเพิ่มพูนแต้มโชคชะตาได้ หากเป็นเช่นนั้นเขาย่อมสร้างโลกแห่งโชคชะตาได้มากกว่าเดิม เป็นการปูทางให้วิถีเซียน

ขณะที่เสียงของพระศรีอาริยเมตไตรยดังคลอ เจียงฉางเซิงก็เข้าสู่สภาวะหลงลืมตัวตนอย่างรวดเร็ว เสียงเทศนาดังต่อเนื่อง สอดแทรกด้วยเสียงสวดคัมภีร์นับพันหมื่น

“มนุษย์ล้วนมีโชคและชะตา โชคชะตาส่งผลได้กับทั้งสองสิ่ง การบำเพ็ญเซียนแต่เดิมก็เป็นการฝืนสวรรค์ มุ่งหมายช่วงชิงโชคชะตาแห่งสวรรค์ หรือก็คือหยิบยืมกฎแห่งมรรคาสวรรค์เพื่อให้ได้มาซึ่งประตูก้าวข้ามไปยังระดับขั้นที่สูงขึ้นไป ไม่เพียงเท่านี้โชคชะตายังทำลายศัตรูได้ด้วย ผู้มีโชคชะตาแข็งแกร่งสามารถหยิบยืมโชคชะตาแห่งมรรคาสวรรค์มากำราบสรรพชีวิต หากไร้โชคชะตาแล้วไซร้ กฎแห่งมรรคาสวรรค์จะมองเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วกีดกันกำราบ!”

เจียงฉางเซิงนึกถึงการผ่านด่านเคราะห์ของตนเอง เขาไม่มีโชคชะตาของวิถียุทธ ดังนั้นวิถียุทธจึงจะอาศัยด่านเคราะห์สวรรค์มากำราบเขาอยู่ตลอด เพียงแต่เขาต้านทานผ่านมาได้

ระหว่างที่ฟังเทศนา สมองของเจียงฉางเซิงก็มีความคิดนับไม่ถ้วนผุดพราย ต้นกำเนิดของโชคชะตาก็คือมรรคาสวรรค์ มรรคาสวรรค์ใช้โชคชะตาควบคุมสรรพชีวิต ปกป้องกฎแห่งมรรคาสวรรค์ ถ้าเช่นนั้นเขาจะใช้โชคชะตาสร้างมรรคาสวรรค์ช่วยให้เขาควบคุมสรรพชีวิตในวิถีเซียนได้ด้วยหรือไม่?

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 493 กาลเวลาสิบสล้านปี พระศรีอาริยเมตไตรย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย