Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 489 มรรคาจารย์ปะทะบรรพจารย์ยุทธ

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 489 มรรคาจารย์ปะทะบรรพจารย์ยุทธ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บรรพจารย์เผ่าเยียถูกคำตอบของเยียจ้านทำเอาสะอึก นันน่ะสิ! หากคนผู้หนึ่งมีชีวิตยืนยาวยิ่งกว่าเผ่าแล้วไยเขาต้องสร้างเผ่าขึ้นมาอีกเล่า? หรือว่าตั้งแต่แรกการกระทำของเขาก็ผิดอย่างนั้นหรือ? บรรพจารย์เผ่าเยียนึกทบทวนชีวิตอันยาวนานของตนเอง นับตั้งแต่สร้างเผ่าเยียเขาก็มัดตัวเองติดกับเผ่าเยียมาเสมอ ขบคิดเพื่อเผ่าเยีย เฝ้าฟูมฟักยอดอัจฉริยะรุ่นแล้วรุ่นเล่าเพื่อเผ่าเยีย นับๆ ดูแล้วมียอดอัจฉริยะเผ่าเยียตั้งมากมาย ไม่รู้เท่าใดแล้วที่สิ้นชีพไปเพราะความทะเยอทะยานของเขา

เมื่อเห็นบรรพจารย์เผ่าเยียสีหน้าหมองหม่น เยียจ้านก็เอ่ยปากปลอบอย่างอดไม่ได้ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่มีลูกไม่มีหลานเสียหน่อย อย่างมากข้าก็ให้ชิงจือพาพวกเขาเดินทางไปโลกสวรรค์ แล้วสร้างเผ่าเยียขึ้นมาใหม่ แต่ตัวข้าไม่มีเวลาไปวุ่นวายกับเรื่องยิบย่อยพวกนั้นจริงๆ ข้าปรารถนาเพียงบำเพ็ญเซียนมุ่งไปให้ถึงขั้นเอกเทวะนั่นในเร็ววันเท่านั้น”

พอเอ่ยถึงขั้นเอกเทวะ ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยแววตามุ่งมาดปรารถนา นั่นคือระดับขั้นสูงสุดของการบำเพ็ญเซียนเท่าที่มรรคาจารย์ประกาศออกมาตอนนี้ แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่าขั้นเอกเทวะมิใช่จุดสูงสุด แต่ขั้นเอกเทวะสามารถท่องไปทั่วสามภพ หลุดพ้นจากห้าธาตุ ในฐานะผู้บำเพ็ญเซียนที่บำเพ็ญเซียนมาตั้งแต่ช่วงแรกเขาย่อมไม่อยากล่าหลังผู้ใด เขาและหลิวเสินโจวอาศัยพลังปราณระดับขั้นสูงจากวิถียุทธผนวกกับพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียนอันยอดเยี่ยม ทำให้ระหว่างการฝึกบำเพ็ญแปรเปลี่ยนพลังบรรพยุทธเป็นพลังอาคมได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาเป็นรองเพียงจักรพรรดิสวรรค์เท่านั้น ฝ่ายซีหมิงหวังเพราะฝึกบำเพ็ญค่อนข้างช้าตอนนี้จึงยังตามหลังพวกเขาอยู่

กวาดสายตามองไปทั่วโลกคุนหลุน เยียจ้านคิดว่ามีเพียงจักรพรรดิสวรรค์, หลิวเสินโจวกับผู้ที่อยู่ในตำหนักเมฆาม่วงเท่านั้นที่อยู่เหนือเขา แม้แต่มหาเซียนวังเฉินเขาก็มั่นใจว่าสู้ได้ ก่อนหน้านี้ตอนประลองวิชากับมหาเซียนวังเฉินเขายังไม่ทันต้องใช้วิชานิพพานสู้กำเนิดอย่างเต็มที่ด้วยซ้ำไป

หลังจากบรรพจารย์เผ่าเยียฟังจบสีหน้าก็ผ่อนคลายลง ในใจรู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ยุคสมัยแห่งวิถียุทธ ผู้ฝึกยุทธนอกจากไขว่คว้าหาพลัง พวกเขาก็ไขว่คว้าหาอำนาจ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนการไขว่คว้าหาชีวิตอมตะคือเรื่องสำคัญที่สุด แม้แต่ในวิถียุทธก็ยังไม่เคยมีตัวตนที่ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร ร่างวิญญาณเช่นเขาคือผู้ถูกสาปอยู่มิรู้ตาย แม้แต่สิทธิในการเกิดใหม่ก็ไม่มี ยิ่งไม่มีทางทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้

“เอาเถิด ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ฝึกบำเพ็ญให้ดีๆ ในเมื่อโลกคุนหลุนยังมีผู้นำแห่งเซียนพิภพ ไม่แน่ในโลกสวรรค์ก็อาจมีเหมือนกัน หากได้เป็นผู้นำแห่งเซียนพิภพจะได้รับยอดของวิเศษจากมรรคาจารย์ เจ้าก็อย่าพลาดเสียเล่า” บรรพจารย์เผ่าเยียถอนหายใจแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง เยียจ้านพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ยอดของวิเศษของมรรคาจารย์ ผู้ใดบ้างไม่อยากได้? เกาทัณฑ์เทพยิงตะวันของจักรพรรดิสวรรค์, คันฉ่องฟ้าดินของมหาเซียนวังเฉิน, ค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพของโอรสสวรรค์เซวียนเตา ไม่ว่าชิ้นใดก็ล้วนแต่เป็นสุดยอดของวิเศษที่สั่นสะเทือนทั้งสามภพ บทสนทนาของพวกเขาทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในมหาภิภพจิตจรเท่านั้น ศรัทธาจำนวนมากมายไม่รู้เท่าไรกำลังสนทนาเรื่องของโลกสวรรค์ ผู้คนเคลื่อนไหวกันคึกคักเสียยิ่งกว่าตอนผู้นำเซียนพิภพเสียอีก แดนสวรรค์กำลังตระเตรียมการเกี่ยวกับโลกสวรรค์ แต่เรื่องนี้จะรวบรัดไม่ได้ เจตนาแรกเริ่มของเรื่องนี้ก็คือการดึงขุมอำนาจแห่งจินมาเป็นพรรคพวก ดังนั้นเวลาที่ใช้เตรียมการจึงยาวนานยิ่งนัก

เจียงฉางเซิงย่อมไม่รอ เขาเข้าสู่การปิดด่านฝึกบำเพ็ญ

ตอนนี้เขาเหยียบย่างเข้าสู่มรรคาแห่งกรรมกับมรรคาแห่งสังสารวัฏแล้ว ฝั่งมรรคาแห่งกรรมเขานับว่าบรรลุบางส่วนแล้ว แต่มรรคาแห่งสังสารวัฏเขายังคลำทางอยู่ ดังนั้นตอนนี้เขาจะมุ่งความสนใจไปที่มรรคาแห่งสังสารวัฏ เพื่อให้มรรคาแห่งสังสารวัฏก้าวมาเสมอกับมรรคาแห่งกรรม จากนั้นจึงค่อยย่างเท้าเข้าไปในมรรคาแห่งโชคชะตา เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรคลอยอยู่เบื้องหน้าของเจียงฉางเซิง มุกเม็ดหนึ่งในนั้นส่องสว่างระยิบระยับ มันก็คือมุกที่บรรจุพลังแห่งโชคชะตานั่นเอง เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์มีพลังแห่งกฎเจ็ดสิบสองชนิดบรรจุอยู่ หนึ่งในพวกมันบังเอิญบรรจุพลังแห่งสังสารวัฏเอาไว้อย่างพอดิบพอดี ถึงอย่างไรพลังแห่งสังสารวัฏก็เป็นหนึ่งในกฎพื้นฐานในการสร้างฟ้าดินอยู่แล้ว ไปฉีนั่งอยู่ข้างกายมู่หลิงลั่ว นางมองเจียงฉางเซิงที่กำลังฝึกบำเพ็ญอยู่ไกลๆ แล้วทำท่าอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่พูด นางไม่กล้ารบกวนเจียงฉางเซิงฝึกบำเพ็ญจึงทำได้เพียงรอคอยอยู่ข้างกายมู่หลิงลั่วเท่านั้น

‘ระหว่างพวกเขาเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ? ก่อนหน้านี้มู่หลิงลั่วไม่ชอบปิดด่านฝึกบำเพ็ญขนาดนี้เสียหน่อย นายท่านคงไม่ได้แอบถ่ายทอดวิชาเทพให้นางกระมัง? หรือว่าจะมีสุดยอดเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนที่ยอดเยี่ยมกว่ามหามรรคาปราณทองคำ?’

ไปฉีเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ สาเหตุสำคัญที่นางไม่ชอบปิดด่านฝึกบำเพ็ญก็เพราะพรสวรรค์ของนางอยู่ในระดับธรรมดาๆ นางจึงไม่อาจสัมผัสความเปรมปรีดิ์ยามตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้นางอิ่มเอมใจกับความสุขที่อำนาจกับสถานะนำมาให้มากกว่า ในระหว่างที่นางรอคอยอย่างร้อนใจนั้นเอง เสียงของมู่หลิงลั่วก็ดังขึ้น “เรื่องของโลกสวรรค์ยังไม่กำหนดแน่นอน เจ้าอย่ารอคอยร้อนใจไปเลย พี่ฉางเซิงแค่ยืนยันว่าจะสร้างโลกสวรรค์ขึ้นมาเท่านั้น” ไปฉีได้ยินดังนี้ก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในเมื่อยังไม่กำหนดแน่นอนนางย่อมไม่รีบร้อนแล้ว

“โลกสวรรค์จะใหญ่โตสักเท่าใดหรือเทียบกับโลกคุนหลุนแล้วเป็นอย่างไร? จะสร้างแดนสวรรค์แห่งใหม่ขึ้นมาหรือส่งแดนสวรรค์ไปปกครองดูแลกันเล่า?” ไปฉีกอดแขนมู่หลิงลั่วแล้วถามเสียงหวาน มู่หลิงลั่วตอบอย่างจนปัญญา “ข้าก็มิทราบเช่นกัน เจ้านะเจ้าใจร้อนเช่นนี้เสมอ บางทีโลกสวรรค์อาจอยู่ไกลจากโลกคุนหลุนมากก็เป็นได้ เจ้าตัดใจไปจากตำหนักเมฆาม่วงลงหรือ?” ไปฉีหัวเราะ “ข้าย่อมตัดใจไม่ลง นี่ก็เป็นเพียงการสืบหาข่าวล่วงหน้าวางแผนเพื่อคนใต้สังกัดก็เท่านั้น มีเส้นสายเผ่าจับตาเพิ่มขึ้นหน่อยจะได้ช่วยนายท่านปกป้องสรรพชีวิตได้ง่ายขึ้นอย่างไรเล่า” มู่หลิงลั่วส่ายหน้าแล้วหลุดรอยยิ้มออกมา

“จริงสิ โอรสสวรรค์เซวียนเตาใกล้จะรวบรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งได้แล้ว เจ้าคิดว่าจักรพรรดิสวรรค์จะแต่งตั้งให้เขาเป็นราชันนภาหรือไม่?” ไปฉีเปลี่ยนไปถามอีกเรื่องหนึ่ง

มู่หลิงลั่วเหลือบมองนางแล้วถามว่า “เจ้ามาชวยพูดแทนเขาหรือ?” ไปฉีหัวเราะ “ข้าจะมาชวยพูดแทนเขาทำอะไร? นายท่านรับปากเขาไปแล้วด้วยซ้ำ แต่นายท่านปิดด่านฝึกบำเพ็ญเป็นประจำ หากจักรพรรดิสวรรค์ดันแต่งตั้งโอรสสวรรค์เซวียนเตาเป็นตำแหน่งอื่นคงไม่งามเท่าไรนักกระมัง? จะว่าไปตำแหน่งตรีราชันก็ตำแหน่งสูงกว่ามหาจักรพรรดิขั้นสี่ ยามมหาจักรพรรดิจะต้องเผชิญหน้ากับบุตรชายที่สถานะสูงกว่าตนเองจิตใจจะสงบได้หรือ? แล้วจักรพรรดิสวรรค์ที่จะต้องเผชิญหน้ากับหลานชายผู้สร้างคุณงามความดีในแดนมนุษย์มากกว่าตนคนนี้จะใช้อำนาจกับเขาอย่างไร?”

“ระยะนี้จิตใจของผู้คนช่างร้อนรุ่มนัก แม้กระทั่งภายในแดนสวรรค์ก็เกิดความขัดแย้งมากขึ้นทุกที ไม่ระวังมิได้” ไปฉีเอ่ยอย่างแฝงความนัย

มู่หลิงลั่วขมวดคิ้วพึมพำเบาๆ “หรือว่านี่จะเป็นคราวเคราะห์นั่น”

อาณาจักรเทียนจิงบนแดนมนุษย์ ปีเซวียนเตาที่ 2,000 ในปีนี้เทียนจิงครอบครองดินแดนเจ็ดถึงแปดส่วนของใต้หล้าแล้ว พวกเขาอยู่ใกล้กับการรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งมากเหลือเกิน ราชวงศ์แห่งโชคชะตาที่เหลือล้วนหันไปพึ่งราชวงศ์แห่งโชคชะตาที่ทรงอำนาจอีกแห่งหนึ่งที่นามว่า ‘ต้าหง’!

โอรสสวรรค์ของต้าหงมีนามว่า ‘หงหลิน’ เขาได้รับสืบทอดบัลลังก์มาระหว่างมหาศึกสถาปนาเทพก่อนหน้านี้ พรสวรรค์ของเขาก็โด่งดังไปทั่วใต้หล้าอยู่แล้ว แม้แต่เทพเซียนบนสวรรค์ยังสนใจ แดนสวรรค์เคยชักชวนเขาขึ้นมาบนแดนสวรรค์เสียด้วยซ้ำ ศึกตัดสินที่น่าจับตามองระหว่างเทียนจิงกับต้าหงกำลังจะมาถึง โอรสสวรรค์ผู้ชมชอบการลงสนามรบด้วยตนเองทั้งสองคนจะต้องต่อสู้ตัดสินกันแน่ จะเป็นค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพของโอรสสวรรค์แห่งเทียนจิง หรือวิถีเซียนยุทธของโอรสสวรรค์แห่งต้าหงที่แข็งแกร่งกว่ากัน? หมื่นเผ่าพงศ์ในใต้หล้าต่างตั้งตารอคอยศึกนี้

ในปีนี้เอง เจียงฉางเซิงที่ฝึกวิชาอยู่ในตำหนักเมฆาม่วงพลันลืมตาขึ้น เขาพาบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาหายวับไปโผล่ที่โลกคุนหลุน จากนั้นก็พุ่งเข้าไปยังห้วงอนันตสุญญตาแล้วเดินทางมาถึงด้านในของขอบห้วงสุญญตา ด้านในของขอบห้วงสุญญตาอันกว้างใหญ่ไพศาล ท่ามกลางกลุ่มเมฆดาราระยิบระยับ เจียงฉางเซิงมองเห็นภาพมายาของสัญลักษณ์หยินหยางขนาดมหิมาอย่างยิ่ง ภาพหนึ่งมันใหญ่ยิ่งกว่าโลกคุนหลุนทั้งใบ ขนาดพอพัดพอเหวี่ยงกับกลุ่มเมฆดาราที่ขนาดค่อนข้างเล็กบางกลุ่มได้ด้วยซ้ำ เบื้องหน้าของสัญลักษณ์หยินหยางคือบรรพจารย์ยุทธนิพพานผู้ยืนอยู่อย่างหยิ่งทระนง เสื้อคลุมนักพรตพลิ้วไหว ขณะที่หน้ากากให้ความรู้สึกเย็นชายิ่งนัก

“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้สึกตัวเร็วเพียงนี้ มรรคาจารย์ ข้าดูแคลนเจ้าเสียแล้ว”

เสียงของบรรพจารย์ยุทธนิพพานดังขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบ ท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อเจียงฉางเซิงไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว เจียงฉางเซิงนั่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาแล้วถามอย่างนิ่งสงบว่า “มิทราบว่าบรรพจารย์ยุทธนิพพานมาเยือนด้วยธุระอันใดหรือ?” เบื้องหน้าภาพมายาสัญลักษณ์หยินหยางขนาดมหิมา เจียงฉางเซิงแลดูเล็กกระจิดริดประหนึ่งมนุษย์เดินดินที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับทวยเทพผู้ปกครองสรรพสิ่งในจักรวาล

“มรรคาจารย์ ข้าขอบังอาจถามว่าชาติก่อนตัวตนของเจ้าเป็นผู้ใด?”

บรรพจารย์ยุทธนิพพานก้มลงมองเจียงฉางเซิงจากด้านบนแล้วถามเสียงเย็นเฉียบ

แม้แต่เผ่าอวียังเดาความเร็วที่เจียงฉางเซิงเติบโตได้ บรรพจารย์ยุทธนิพพานย่อมทำได้เช่นกัน นับตั้งแต่เผ่าอวีล่มสลายในใจเขาก็เหมือนมีหนามชิ้นหนึ่งเสียบคาเอาไว้ เขาหวาดกลัวว่าหากรอต่อไปจะไม่มีหนทางกำราบมรรคาจารย์ลงได้อีก

เจียงฉางเซิงตอบว่า “เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น บรรพจารย์ยุทธจะไม่รู้จักก็เป็นเรื่องปกติ”

“ดูท่าตำนานมรรคาจารย์กลับชาติมาเกิดนับร้อยชาติจะเป็นเพียงเรื่องเสกสรรปั้นแต่งสินะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ขอบังอาจถามมรรคาจารย์อีกเรื่องหนึ่ง เผ่าอวีถูกเจ้าทำลายใช่หรือไม่?”

“ถูกต้องแล้ว”

เจียงฉางเซิงเผชิญหน้ากับการเค้นถามของบรรพจารย์ยุทธนิพพานแต่กลับตอบด้วยอาการนิ่งสงบ ไม่หวาดกลัวเขาแม้สักนิด เจียงฉางเซิงในตอนนี้ไม่หวาดกลัวโลกเทพยุทธอีกต่อไปแล้วจริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องทำตัวหงออีกต่อไป ต่อให้โลกเทพยุทธเชิญผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขามาจริงๆ อย่างมากเขาก็แค่หนีอีกรอบเท่านั้น ห้วงอนันตสุญญตากว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ ส่วนขอบห้วงสุญญตายิ่งเป็นปริศนาอันลึกลับ มีสถานที่มากมายให้วิถีเซียนดำรงอยู่

“ในงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถี ข้าเคยพูดไว้ว่าข้าติดค้างน้ำใจเจ้าหนึ่งหน ดังนั้นหลังปราบวิถีเซียนแล้วข้าจะไม่ทำอันตรายสรรพชีวิตในโลกคุนหลุน” บรรพจารย์ยุทธนิพพานเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา ภาพมายาสัญลักษณ์หยินหยางด้านหลังเริ่มหมุนวน พลังอันน่าหวาดกลัวแผลงมา สั่นสะเทือนกลุ่มเมฆดาราทั้งสี่ด้านแปดทิศ

เจียงฉางเซิงยกมือขวาขึ้น เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์ปรากฏบนฝ่ามือ

“พอดีเชียว ข้าเองก็อยากลองสัมผัสพลังของบรรพจารย์ยุทธแห่งวิถียุทธอยู่พอดี”

เจียงฉางเซิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแฝงความแข็งกร้าวเอาไว้ ในที่แต่เดิมความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมดังเช่นที่สรรพชีวิตทั้งหลายคิดเอาเองอยู่แล้ว ในเมื่อบรรพจารย์ยุทธนิพพานบุกมาถึงหน้าประตูบ้าน เจียงฉางเซิงก็ไม่ถือสาที่จะมอบความพ่ายแพ้ให้เขาสักหน

“บรรพจารย์ยุทธเปิดศึกกับมรรคาจารย์ สุดยอดผู้แข็งแกร่งของห้วงมิติผู้ร่วมมือกันต่อต้านอสุรกายมหันตภัย ทั้งสองวันนี้มาพบกันเพื่อต่อสู้ตัดสิน จะขาดผู้ชมเช่นข้าคนนี้ได้อย่างไรกัน?”

เสียงหัวเราะเสียงหนึ่งดังมา เฒ่าลึกลับลิขิตสวรรค์เหาะมาพร้อมกับแท่นดอกบัวหิน ปล่อยผมสยายดูไม่ได้ กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกแผ่ออกมารอบตัว เจียงฉางเซิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่งในใจพยากรณ์หาผู้แข็งแกร่งที่สุดในบริเวณนี้ ผลออกมาว่านอกจากตัวเขาเองก็ยังเป็นเฒ่าลึกลับลิขิตสวรรค์ที่มีมูลค่า 52 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์เช่นเดิม แล้วจิตสัมผัสของเขาก็ตรวจจับไม่พบกลิ่นอายที่ทำให้เขาไม่สบายใจด้วย

“เจ้าบอกว่าตนเองเป็นผู้ใคร่ครวญลิขิตสวรรค์ ไม่สอดมือมายุ่งกับการแย่งชิงอันผูกพันกับวงกรรมทั้งหลายมิใช่หรือไร?” บรรพจารย์ยุทธนิพพานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน เห็นชัดว่าเฒ่าลึกลับลิขิตสวรรค์มาโดยไม่ได้รับเชิญจากเขา

เฒ่าลึกลับลิขิตสวรรค์เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาส่งเสียงหัวเราะฟังดูชั่วร้าย “ถูกต้องแล้ว มิสอดมือเข้าไปยุ่ง แต่พวกเจ้าทั้งสองต่างมีคุณสมบัติเป็นตัวแทนชิงชัยระหว่างมหามรรคาแล้ว ศึกตัดสินระดับนี้จะให้ข้าพลาดได้อย่างไรกัน?”

บรรพจารย์ยุทธนิพพานนิ่งเงียบ เขาเลิกสนใจเฒ่าลึกลับลิขิตสวรรค์ หันมายกมือขวาชูแส้สนักพรตขึ้นแทน ภาพมายาของสัญลักษณ์หยินหยางเปล่งแสงเจิดจ้า ขอบห้วงสุญญตาเปลี่ยนสีสันกลายเป็นพื้นที่สีขาวโพลน ลำแสงหลากสีนับไม่ถ้วนทะลักออกมาจากสัญลักษณ์หยินหยางอย่างรวดเร็ว ในใจเจียงฉางเซิงเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาพึมพำกับตนเองในใจ ‘บรรพจารย์ยุทธ อย่าทำให้ข้าผิดหวังเสียเล่า’ เขาวาดหวังจะประมือกับบรรพจารย์ยุทธนิพพานมานานแล้ว เขาไม่เพียงต้องการล้มบรรพจารย์ยุทธ แต่ยังตั้งตารอคอยรางวัลรอดชีวิตด้วย!

ในสถานการณ์ที่เฒ่าลึกลับลิขิตสวรรค์ไม่คิดจะลงมือ บรรพจารย์ยุทธนิพพานผู้มีมูลค่า 20 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ย่อมเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา อีกอย่างทั่วร่างของบรรพจารย์ยุทธนิพพานล้วนมีร่องรอยของนักพรตเผยออกมาให้เห็น เจียงฉางเซิงจึงสงสัยว่าก่อนหน้านี้บรรพจารย์ยุทธนิพพานอาจเคยพบกับซากมรดกธรรมของวิถีเซียนมาก่อน เช่นเดียวกับชีหมิงหวัง ห้วงอนันตสุญญตาดูเหมือนวังเวง แต่ความจริงแล้วมันมีดินแดนแห่งโชควาสนาและดินแดนแห่งมรดกมหามรรคาอีกนับไม่ถ้วนซ่อนตัวอยู่

“สิ่งนี้คือผลลัพธ์ทั้งชีวิตของข้า มีนามว่า ‘เทวยุทธหยินหยาง’ มรรคาจารย์จากทั่วทั้งมหาภิภพนิลเหลืองในปัจจุบัน เจ้าจะเป็นคนแรกที่ได้เผชิญหน้ากับเทวยุทธหยินหยาง!” เสียงของบรรพจารย์ยุทธนิพพานดังขึ้น ไอสังหารกดข่มไว้ไม่อยู่แล้ว

เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์ในมือเจียงฉางเซิงลอยขึ้นกลางอากาศแล้วขยายใหญ่อย่างรวดเร็วไปอยู่ด้านหน้า เสียงของเขาดังตามมา “สิ่งนี้คือเจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์ เจ้าก็คือคนแรกที่ได้เผชิญหน้ากับมันเช่นกัน!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 489 มรรคาจารย์ปะทะบรรพจารย์ยุทธ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย