Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 485 มรรคาแห่งโชคชะตา เขาเป็นขั้นเทวะ เผ่าอวีจะหายไป!

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 485 มรรคาแห่งโชคชะตา เขาเป็นขั้นเทวะ เผ่าอวีจะหายไป!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ช่างเป็นคำพูดที่วางโตยิ่งนัก!

เทพเซียนทั้งหลายของแดนสวรรค์ย่อมไม่คลางแคลงใจ พวกเขาทุกองค์ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนเปิดศึกกับเผ่าอวีพวกเขาเคยมั่นใจเต็มเปี่ยม ทว่าหลังผ่านศึกมาพันปีพวกเขาก็ค้นพบว่าขุมกำลังที่เผ่าอวีสั่งสมไว้น่ากลัวยิ่งนัก มันไม่ใช่สิ่งที่แดนสวรรค์จะเทียบได้เลย

แต่ไม่ว่าเผ่าอวีจะแข็งแกร่งอีกเท่าใด ขอเพียงมรรคาจารย์ลงมือ เผ่าอวีย่อมพินาศ!

ในใจของผูศรัทธาทั้งหลายมรรคาจารย์คือผู้ไร้เทียมทาน กวาดสายตามองสรรพชีวิตทั่วทั้งสามพันโลก มรรคาจารย์คือตัวตนที่ชิงชัยอันดับหนึ่งกับบรรพจารย์ยุทธนิพพาน จักรพรรดิสวรรค์เผยรอยยิ้ม เมฆอึมครึมที่ปกคลุมหัวใจของเขาอยู่สลายไปทันที แต่เขาก็ยังกดความสงสัยใคร่รู้เอาไว้ไม่อยู่จึงถามออกมาว่า “มรรคาจารย์ยินดีลงมือเพราะเกี่ยวข้องกับมหันตภัยอย่างนั้นหรือ?”

เทพเซียนทั้งหลายหันสายตาไปจับจ้องบนร่างของไปฉีอีกครั้ง ปกติมรรคาจารย์มักยุ่งอยู่กับการฝึกบำเพ็ญเสมอ เขาไม่ถามไถ่เรื่องของแดนสวรรค์มานานมากแล้ว แต่วันนี้กลับจะลงมือ เป็นเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของแดนสวรรค์จริงๆ หรือ?

ไปฉีแสร้งกระแอมหนึ่งหนแล้วเลียนแบบน้ำเสียงของมรรคาจารย์ “มรรคาจารย์บอกกับข้าเช่นนี้ ในเมื่อเผ่าอวีมีผู้ที่แข็งแกร่งระดับนั้น เช่นนั้นข้าคงต้องไปพบเขาเสียหน่อย”

ผู้อแข็งแกร่งระดับนั้น?

เทพเซียนทั้งหลายสีหน้าเปลี่ยนไปทันใด หรือว่าเผ่าอวีมีขุมกำลังที่พวกเขาไม่เคยเห็นอยู่อีก? ยอดอัจฉริยะของเผ่าอวีที่พวกเขาเผชิญหน้าอยู่เป็นตัวตนที่เข้าใกล้ระดับผู้ยิ่งใหญ่นิรันดรกาลเท่านั้น หากเป็นระดับผู้ยิ่งใหญ่นิรันดรกาลย่อมมิอาจเทียบชั้นกับมรรคาจารย์ได้

ไปฉีหมุนตัวออกไป ก่อนจากไปนางส่งสายตาให้จีอจวินกับอวิ๋เหยียน สตรีทั้งสองนางเข้าใจสัญญาณทันที จักรพรรดิสวรรค์เลิกประชุมหมู่เซียนอย่างรวดเร็ว เทพเซียนทั้งหลายจับกลุ่มสององค์สามองค์เดินออกไป พวกเขาลวนสนทนาเรื่องที่มรรคาจารย์จะลงมือ

อีกด้านหนึ่งในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเซิงยังนั่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคา นับจากตอนที่ให้ไปฉีทดลองโอสถกลายเป็นหินเวลาก็ผ่านมากว่าสองร้อยปีแล้ว แต่เดิมเขากำลังปิดด่านฝึกบำเพ็ญอยู่ แต่แล้วก็ถูกคลื่นพลังสายหนึ่งปลุกให้ตื่น

มีคนกำลังสอดส่องประตูหมื่นโลก!

เขาใช้แต้มเซียนไหวพยากรณ์ดูก็พบว่ามูลค่าของอีกฝ่ายเท่ากับเก้าแต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์!

ธรณีประตูของขั้นเบิกเนตรอัครยุทธระดับห้าคือห้าแต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ นั่นหมายความว่าคนผู้นี้กำลังจะก้าวไปถึงขั้นเทวะของโลกเทพยุทธได้ตลอดเวลา เริ่มแรกเขาคิดว่าพวกเทวะมาเยือนเสียอีก แต่สุดท้ายเมื่อใช้เนตรฟ้าดินไร้ขอบเขตมองดูกลับพบว่าเขามาจากเผ่าอวี การที่เผ่าอวีมีคนแข็งแกร่งระดับนี้ทำให้เจียงฉางเซิงประหลาดใจพอสมควร

เผ่าอวีกับแดนสวรรค์รบกันมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ เผ่าอวีจึงได้เคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนไปมากมาย คาดว่าพวกเขาคงค้นพบว่าตนเองบำเพ็ญเซียนไม่ได้ ดังนั้นจึงเตรียมตัวเปิดฉากโจมตีโลกคุนหลุน ในเมื่อครอบครองพลังที่ใกล้เคียงกับระดับเทวะ แปลกที่เผ่าอวีจะกล้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้ น่าเสียดายต่อให้เจียงฉางเซิงยังไม่เลื่อนขั้น เก้าแต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้เจียงฉางเซิงกำลังขบคิดว่าจะจัดการเผ่าอวีอย่างไรดี จะสังหารคนที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นเป็นคำเตือน หรือว่าจะเล่นงานทั้งเผ่าเลยดี?

เขารักสรรพชีวิตในโลกคุนหลุนยิ่งนัก แต่นั่นมิได้หมายความว่าเขาเป็นคนใจอ่อนกับศัตรูแล้ว เขาโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง คนอย่างพวกเผ่าอวีหากเจียงฉางเซิงสังหารหัวหน้าของพวกเขาแล้วเหลือทางรอดไว้ให้พวกเขา พวกเขาจะซาบซึ้งใจหรือไม่? เจียงฉางเซิงรู้สึกว่าน่าจะไม่ เผ่าอวีคงมีแต่จะเตรียมตัวมาแก้แค้นในวันหน้าเท่านั้น

เผ่าอวีแห่งนี้ถูกใช้เป็นหินลับมีดมานานพอแล้ว สมควรทิ้งได้เสียที!

“ท่านมรรคาจารย์ ข้าเหมือนจะบรรลุความรู้ใหม่เกี่ยวกับโชคชะตา ไม่สิ กฎแห่งโชคชะตาเพิ่มมาหน่อยแล้ว ข้าติดต่อกับตนเองในอนาคตได้หนหนึ่ง” เสียงของมู่หลิงลั่วดังขึ้น คำพูดนี้ทำให้เจียงฉางเซิงหันไปมอง

อนาคตหรือ?

เจียงฉางเซิงอ่อนไหวกับคำนี้มาก เขากวักมือเรียกมู่หลิงลั่วเดินเข้ามาหาทันที นางนั่งลงข้างกายเขา

มู่หลิงลั่วนำมือของเขามาจับแล้วบอกว่า “ตัวข้าในอนาคตแย้มพรายเรื่องของมหันตภัยหนนี้ให้ฟัง นางบอกว่ามหันตภัยหนนี้โหดร้ายยิ่งกว่าที่ข้าคาดคิดไว้ ข้าจะสูญเสียคนที่หวงใยไปจำนวนหนึ่ง”

เจียงฉางเซิงเลิกคิ้วถามว่า “เหตุใดนางจึงบอกเช่นนี้? นางต้องการให้เจ้าเปลี่ยนแปลงโชคชะตาอย่างนั้นหรือ?”

มู่หลิงลั่วส่ายหน้าตอบว่า “โชคชะตามิอาจเปลี่ยนแปลงได้ นางเพียงบอกกล่าวข้าเท่านั้น นางบอกว่าเมื่อข้าผ่านมหันตภัยไปแล้ว ข้าจะเข้าใจโชคชะตาในระดับใหม่ อาจถึงขั้นก้าวเข้าสู่มรรกาสายนี้อย่างเป็นทางการ”

โชคชะตามิอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างนั้นหรือ?

เจียงฉางเซิงกลับไม่เชื่อ เขาถามว่า “ตัวเจ้าในอนาคตเอ่ยถึงข้าบ้างหรือไม่?”

“เรื่องนั้น… ไม่เลย นางดูเหมือนจะระวังอย่างมากไม่ให้เผลอพูดถึง”

มู่หลิงลั่วขมวดคิ้ว เรื่องนี้ทำให้นางเสียดายยิ่งนัก นางอดคิดไม่ได้ว่าคนที่นางต้องสูญเสียไปคือเจียงฉางเซิง เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ นางก็ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง ดังนั้นนางจึงมาบอกเรื่องนี้กับเจียงฉางเซิง หวังว่าเขาจะรอบคอบยิ่งกว่าเดิมในการเผชิญหน้ากับมหันตภัยแห่งวิถียุทธ

“อย่างนั้นหรือ?” เจียงฉางเซิงทำท่าเหมือนกำลังครุ่นคิด ทั้งสองคนจมอยู่ในความเงียบ มู่หลิงลั่วเอนกายพิงไหล่เขาแผ่วเบา เจียงฉางเซิงได้ยินเสียงหัวใจของนาง

“อย่ากังวลกับอนาคตไปเลย ข้าจะไม่มีวันไปจากเจ้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม” เจียงฉางเซิงปลอบโยนเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงสงบนิ่งนัก เขาไม่เชื่อในชะตา แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเห็นภาพมายาของอนาคตมาแล้ว แต่เขาก็ยังคลางแคลงอยู่นิดๆ หากทุกสิ่งล้วนถูกกำหนดมาแล้วดังสิ่งที่เรียกว่า ‘ชะตา’ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงจุดจบได้ เช่นนั้นทุกสิ่งยังมีความหมายอันใด? สรรพชีวิตจะมีจิตใจของตนเองไปเพื่อสิ่งใด?

บางทีโชคชะตาอาจมีอยู่จริง แต่ในความเห็นของเจียงฉางเซิง สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาคือพันธนาการที่ผู้แข็งแกร่งใช้ควบคุมผู้อ่อนแอไว้ในกำมือ ผู้แข็งแกร่งที่ว่าอาจเป็นมนุษย์หรืออาจไม่ใช่มนุษย์ก็ได้ โชคชะตาเป็นเพียงเครื่องแสดงพลังในรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

มู่หลิงลั่วเงยหน้าขึ้นมาถาม “หรือว่าสิ่งที่ข้าเห็นจะมิใช่ตนเองในอนาคต?”

เจียงฉางเซิงคลี่ยิ้ม “ผู้ใดจะตอบได้กันเล่า? แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะไม่ดูแคลนมหันตภัยเท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว”

มู่หลิงลั่วพยักหน้า นางคิดว่ามีเหตุผล

เจียงฉางเซิงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “พอดีเชียว ข้าจะไปทำธุระเรื่องหนึ่ง เจ้าอยากไปด้วยกันหรือไม่?” มู่หลิงลั่วถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “เรื่องใดหรือเจ้าคะ?”

“เรื่องที่พวกเจ้าสงสัยใคร่รูกันก่อนหน้านี้” ได้ยินคำนี้มู่หลิงลั่วก็ยิ่งสงสัยใคร่รู้กว่าเดิม นางรู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไรอยู่

เจียงฉางเซิงสะบัดแขนเสื้อ บัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาพาพวกเขาสองคนหายไปด้วยกัน ใต้ดวงดาราบนท้องฟ้า ยอดเขาตั้งเรียงรายดุจป่าไผ่ ทว่ามีเพียงเศษศิลาแสดงความแข็งกร้าว ทอดสายตามองไปหนใดบนหมู่ยอดเขากลุ่มนี้ก็ไม่เห็นสีเขียวแม้แต่น้อย บนยอดเขาลูกหนึ่ง เงาร่างหนึ่งกำลังนั่งสมาธิ เขาสวมอาภรณ์สีดำผูกผ้าคาดเอว เส้นผมยาวสีขาวโพลนครึ่งศีรษะเกล้าไว้ใต้กวานประดับผม ฝ่ามือซ้ายของเขาตั้งอยู่บนกลางฝ่ามือขวา สองฝ่ามือตั้งฉากกันอยู่

เขามาจากเผ่าอวีมีนามว่า ‘อวี๋ฉิวเทียน’

ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากันแล้วพึมพำกับตนเองว่า “ประตูหมื่นโลกนั่นมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่? ไม่เห็นมีหนทางแย่งชิงมาได้เสียด้วย สมบัติอาคมของวิถีเซียนล้วนมีความสามารถในการปกป้องตนเองระดับนี้กันหมดเลยหรือ? มิน่าพวกเขาศึกษากันมานานนับพันปีก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ กีดกันกันถึงเพียงนี้ มรรคาจารย์ตั้งใจจะเผยแค่วิถีเซียนจริงๆ หรือไม่? หรือว่าเขาต้องการชักจูงให้สรรพชีวิตย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในโลกคุนหลุนเท่านั้น? เหอะ! หากเป็นเช่นนั้นข้าคงดูแคลนเขาที่หวังน้อยนิดถึงเพียงนั้น” น้ำเสียงของเขาเผยความดูแคลนออกมา ในความเห็นของเขาหากผู้สืบทอดมหามรรคาสายหนึ่งจำกัดขอบเขตของตัวเองไว้ในโลกเพียงใบหนึ่ง มหามรรคาของเขาย่อมก้าวไปได้ไม่ไกลนัก

“ถ้าเช่นนั้น หลบๆ ซ่อนๆ เช่นเจ้ายิ่งใหญ่นักหรือไร?”

เสียงหนึ่งดังมาจากท้องฟ้า อวี๋ฉิวเทียนตกใจเงยหน้าขึ้นไปมองทันควัน บัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาปรากฏตัวออกมา

กลางอากาศ แสงรัศมีเจ็ดสีกับแสงเทพสุดขอบตะวันปิดบังใบหน้าของเจียงฉางเซิงกับมู่หลิงลั่วเอาไว้ เผยออกมาให้เห็นเพียงร่างกายของพวกเขา

อวี๋ฉิวเทียนแอบตกตะลึงอยู่ในใจ เขาไม่รู้สึกตัวสักนิดว่าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ขนาดนี้ มรรคาจารย์!

แต่เหตุใดจึงมีสองคน เป็นหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีเล่า? ว่ากันว่ามรรคาจารย์มีพันร่างหมื่นลักษณ์ หรือว่าเขามีรูปลักษณ์ที่เป็นอิสตรีด้วย? อวี๋ฉิวเทียนลุกพรวดทันที เขาแหงนหน้ามองบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาแล้วถามว่า “มรรคาจารย์แห่งวิถีเซียนใช่หรือไม่?”

เจียงฉางเซิงก้มมองเขาแล้วเอ่ยว่า “เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าสักวันเผ่าอวีจะพานพบความพินาศ?” อวี๋ฉิวเทียนขมวดคิ้ว เขามิอาจข่มกลั้นจิตสังหารมันพุ่งออกมาจากสายตาของเขาอย่างเข้มข้นจนแทบจะแตะต้องได้

เจียงฉางเซิงไม่สนใจอวี๋ฉิวเทียนอีก เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล “การย่างเท้าสู่มรรคาแห่งโชคชะตาทำให้หลงทางได้ง่ายนัก เพราะเจามิเข้าใจโชคชะตาจึงบังเกิดความรู้สึกว่าตนเองเล็กจ้อยกระจิดริด โชคชะตาเป็นเช่นนี้ กรรมก็เป็นเช่นนี้ หรืออาจกล่าวได้ว่ามหามรรคาทั้งสามพันล้วนเป็นเช่นนี้ เจ้าจงอย่าหวาดกลัวโชคชะตา แต่จงตั้งใจควบคุมโชคชะตาเอาไว้ให้ได้”

มู่หลิงลั่วขบคิดคำพูดของเขาอย่างจริงจัง

“เหอะ! มรรคาจารย์เจ้าจะดูแคลนข้าเกินไปหน่อยแล้วกระมัง? เจ้าคิดว่าข้าเป็นผู้ใดกัน!”

อวี๋ฉิวเทียนตวาดเสียงเย็นชา พลังอันน่ากลัวระเบิดออกมา หมู่ยอดเขาเบื้องล่างแตกสลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา ฟ้าดินบริเวณนี้ล้วนแหลกสลายเป็นธุลีตามไปด้วย

ไม่มีเสียงกึกก้องดังสะเทือนแก้วหู ทว่าเพียงพริบตาเดียวโลกก็มลายหายไป มู่หลิงลั่วเห็นแล้วหลุดสีหน้าตกตะลึงออกมา

นี่มันพลังอันใดกัน? เมื่อมีบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคากับปราณกำเนิดเทพมู่หลิงลั่วจึงสัมผัสพลังของอวี๋ฉิวเทียนข่มไม่ได้ แต่การที่อีกฝ่ายทำให้ฟ้าดินบริเวณกว้างสลายกลายเป็นความว่างเปล่าก็ยังน่าตกตะลึงมากอยู่ดี

ตัวนางอยู่ในโลกคุนหลุนมาตลอดจึงไม่เคยเห็นพลังทำลายล้างระดับนี้

“คิดจะทำลายเผ่าอวีของข้า? มรรคาจารย์ เจ้าไม่รู้จักความแข็งแกร่งของเผ่าอวีแม้แต่น้อย บางทีเจ้าอาจเป็นตำนานที่มหาพิภพนิลเหลือง แต่มหาพิภพนิลเหลืองหาใช่จุดสูงสุดไม่!”

อวี๋ฉิวเทียนเอ่ยเสียงเย็นชา เขายกมือขวาชี้บัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาที่ลอยอยูด้านบน “จงลิ้มรสพลังเทพของผู้ที่เข้าใกล้เทวะเสียเถิด!”

สิ้นเสียงของอวี๋ฉิวเทียน หมู่มวลดารากับผืนฟายามรัตติกาลทั้งหมดก็จมหายไปในแสงสีเงินอันเจิดจ้า ประกายแสงหลากสีมากมายหลายสายก่อตัวรวมกันแล้วแผ่ขยายมาโอบคลุมรอบบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคา มู่หลิงลั่วถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “เทวะคือสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”

เจียงฉางเซิงตอบว่า “ผู้ยิ่งใหญ่นิรันดรกาลคือขั้นเบิกเนตรอัครยุทธ เป็นพลังระดับที่สูงกว่ายอดยุทธปฐมมรรคา และขั้นวิวัฒนยุทธรังสรรค์ ส่วนเทวะอยู่เหนือกว่าขั้นเบิกเนตรอัครยุทธอีกขั้นหนึ่ง เจ้าหมอนี่คือผู้มีฝีมือโดดเด่นในหมู่ขั้นเบิกเนตรอัครยุทธ ดังนั้นเขาจึงยกยอตนเองว่าเขาใกล้เทวะ”

มู่หลิงลั่วได้เปิดหูเปิดตาแล้ว นางไม่ตื่นตระหนกสักนิด เพราะนางเชื่อมั่นว่าเจียงฉางเซิงแข็งแกร่งกว่า

อวี๋ฉิวเทียนได้ยินเจียงฉางเซิงอธิบายระดับขั้นให้สตรีที่อยู่ข้างกายฟัง ราวกับรอบด้านไม่มีใครอื่นอยูด้วย ก็พลันรู้สึกว่าถูกหยามหมิ่นอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันในใจก็บังเกิดความกระสับกระส่ายขึ้นมาด้วย

อีกฝ่ายไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาสักนิด หรือว่าอีกฝ่ายจะบรรลุขั้นเทวะแล้ว? เป็นไปไม่ได้!

หากเป็นขั้นเทวะ เหตุใดจึงยังรั้งอยู่ในมหาพิภพนิลเหลืองเล่า?

อวี๋ฉิวเทียนแววตาสั่นระริก มือขวาหมุนเข้าด้านในแล้วกำเป็นหมัด ลำแสงที่ทอดยาวประหนึ่งสายรุ้งจำนวนนับไม่ถ้วนฟาดเข้าใส่บัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคา ประหนึ่งแส้คมกริบเส้นแล้วเส้นเล่าท่ามกลางหมู่ดาวบนผืนฟ้าที่ถูกอาบย้อมด้วยแสงสีเงิน

ทว่าเจียงฉางเซิงยกมือขึ้นมาเร็วกว่า เขายื่นมือซ้ายออกมาคว้าจับกลางอากาศ ทันใดนั้นแสงสีเงินที่อาบย้อมนภาอยู่ก็หายไปในบัดดล อวี๋ฉิวเทียนรู้สึกว่าบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคากำลังขยายใหญ่ขึ้นด้วยความเร็วที่เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้ จากนั้นเขาก็ร่วงลงมาอยู่กลางฝ่ามือของเจียงฉางเซิง ตัวเขาราวกับมดปลวกบนผืนดินที่กำลังแหงนหน้ามองทวยเทพบนท้องฟ้า เจียงฉางเซิงกับมู่หลิงลั่วผู้มีแสงเจิดจ้าบดบังโฉมหน้าที่แท้จริงกำลังก้มมองเขาพร้อมกับแรงกดดันอย่างที่เขาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน!

นี่คือพลังอภินิหาร!

จักรวาลกลางฝ่ามือ!

พลังของพวกเขาช่างห่างชั้นกันยิ่งนัก เจียงฉางเซิงใช้พลังอภินิหารเพียงกระบวนท่าเดียวก็ทำให้อีกฝ่ายไร้หนทางตอบโต้กลับได้แล้ว!

พลังอภินิหารวิชานี้ของเขาทำให้อวี๋ฉิวเทียนตกสู่ความสิ้นหวังอันไร้ก้นบึ้ง ‘นี่มันพลังอันใดกัน… เขาเป็นขั้นเทวะ! เขาจะต้องเป็นขั้นเทวะแน่ๆ!’

อวี๋ฉิวเทียนเบิกตาโต ในใจคำรามคลุ้มคลั่งอย่างเกรี้ยวกราด เขาพยายามต่อต้าน แต่พลังที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งสายหนึ่งกำราบเขาไว้ ทำให้เขากระดิกกระเดี้ยตัวไม่ได้ ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก เขาก็เห็นหน้าผากของมรรคาจารย์มีดวงตาแนวตั้งสีทองดวงหนึ่งปรากฏขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 485 มรรคาแห่งโชคชะตา เขาเป็นขั้นเทวะ เผ่าอวีจะหายไป!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย