Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 486 ฟ้าดินสิ้นสลาย ทุกสิ่งพินาศ

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 486 ฟ้าดินสิ้นสลาย ทุกสิ่งพินาศ
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

เจียงฉางเซิงก้มมองอวี๋ฉิวเทียนที่อยู่บนฝ่ามือ ดวงเนตรมหามรรคาใช้อภินิหาร ‘เก้าขุมนรกสุขาวดี’ ทำให้อวี๋ฉิวเทียนจมดิ่งลงไป

มู่หลิงลั่วเห็นอวี๋ฉิวเทียนถูกหดร่างเล็กลงกลับไม่ประหลาดใจ ‘จักรวาลกลางฝ่ามือ’ เป็นพลังอภินิหารที่เหมือนเอกลักษณ์ประจำตัวของเจียงฉางเซิงไปแล้ว ในมหาภิภพจิตจรมันถูกเล่าลือไปทั่ว นางเพียงสงสัยใคร่รู้ว่าเหตุใดอวี๋ฉิวเทียนจึงนิ่งงัน มิหนำซ้ำบนใบยังเผยรอยยิ้มโง่งมออกมาอย่างควบคุมตนเองไม่ได้อีกด้วย

นี่คือผู้ที่เข้าใกล้ขั้นเทวะจริงๆ หรือ?

นางสงสัยใคร่รู้ระดับขั้นของเจียงฉางเซิงมากกว่า ตัวตนที่เข้าใกล้ขั้นเทวะถูกเขาจับมาเล่นบนฝ่ามือได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ แล้วบรรพจารย์ยุทธยังจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้จริงๆ หรือ?

พลังของเจียงฉางเซิงกับอวี๋ฉิวเทียนห่างชั้นกันมาก แค่เก้าขุมนรกสุขาวดีกระบวนท่าเดียวก็ทำให้อวี๋ฉิวเทียนจิตใจแตกสลายแล้ว ตอนนี้เขาจึงเริ่มสำรวจความทรงจำของอวี๋ฉิวเทียนเพื่อค้นหาที่ตั้งของเผ่าอวี

ด้วยระดับขั้นบำเพ็ญในวันนี้ของเขาจึงไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลานานเท่าใดนัก เขาหยิบน้ำเต้าทองม่วงออกมาใส่อวี๋ฉิวเทียนเข้าไปข้างใน หลังจากนั้นจึงพามู่หลิงลั่วกลับไปในตำหนักเมฆาม่วง

“สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาเป็นเพียงสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งพันธนาการผู้อ่อนแอไว้เท่านั้น สำหรับเผ่าอวี ตัวตนของผู้ที่เข้าใกล้ขั้นเทวะคนนี้มิใช่ผู้ควบคุมโชคชะตาของพวกเขาหรอกหรือ?” เจียงฉางเซิงบอกมู่หลิงลั่วเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งสงบ ราวกับการกำราบอวี๋ฉิวเทียนมิใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

มู่หลิงลั่วจมลงในห้วงความคิด แม้นางจะก้าวเท้าเข้ามาในมรรคาแห่งโชคชะตาแล้วแต่ก็ยังทำนายโชคชะตาของอวี๋ฉิวเทียนไม่ได้ สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์แนวคิดของเจียงฉางเซิงโดยปริยาย มันแสดงให้เห็นว่าต่อให้นางศึกษามรรคาแห่งโชคชะตาอยู่แต่ก็มิอาจทำนายโชคชะตาของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองได้

สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาก็ยังหนีไม่พ้นถูกแบ่งแยกด้วยความแข็งแกร่งอ่อนแออยู่ดี

นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปนั่งสมาธิบนเบาะกลมของตนที่อยู่ด้านข้าง เจียงฉางเซิงแบ่งร่างแยกออกมาร่างหนึ่ง หลังจากนั้นร่างแยกนั้นก็หายไปจากในตำหนัก

ร่างแยกร่างนั้นกำลังเดินทางไปจัดการเผ่าอวี เก็บกวาดเกมหมากที่ดำเนินมาต่อเนื่องยาวนานเกมนี้ ร่างแยกกระโดดเข้าไปในขอบห้วงสุญญตาแล้วเดินทางทะลุผ่านไปอย่างรวดเร็ว

[ปีเซวียนเตาที่ 2,362 อวี๋ฉิวเทียนหมายรุกรานโลกคุนหลุนช่วงชิงวิถีเซียน แต่ถูกเจ้าพบตัวทัน เจ้ายังรอดชีวิตมาจากการโจมตีของเขาได้สำเร็จ ผ่านพ้นเคราะห์ภัยสังหารไปได้ ได้รับรางวัลรอดชีวิตเป็นพลังอภินิหารนามว่า ‘กาฬวาตสะบันมรรคา’]

เจียงฉางเซิงยกมุมปากโค้ง เขาเริ่มตั้งตารอคอยว่าเผ่าอวีจะนำรางวัลรอดชีวิตเช่นไรมาให้ตน ในเผ่าอวีนั่นยังมีตัวตนมูลค่าสิบเอ็ดแต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ซ่อนอยู่อีกเชียวนะ

เรื่องนี้ยกให้ร่างแยกจัดการไป ส่วนเขาจะรับสืบทอดความทรงจำเกี่ยวกับพลัง ‘กาฬวาตสะบันมรรคา’

กาฬวาตสะบันมรรคาบรรจุพลังทำลายล้าง มันทำลายพลังแห่งกฎเกณฑ์ในขอบเขตบริเวณหนึ่งได้ สิ่งที่แตกต่างจาก ‘ดัชนีมรรคพิฆาตโลกา’ กับ ‘ฟ้าดินสิ้นสลาย’ ที่ทำลายทุกสิ่งก็คือ พลังอภินิหารนี้มีประโยชน์กับการทำลายอาณาเขตหรือค่ายกลมากกว่า มันใช้ทำลายศัตรูภายในเขตค่ายกลของตนเองได้อีกด้วย

โลกของเผ่าอวีที่แห่งนี้เป็นมิติขนาดเล็กที่แยกออกมาจากสามพันโลกอย่างเป็นเอกเทศ มันครอบครองโลกขนาดใหญ่และเล็กอยู่นับพันใบ คล้ายกับจักรวาลที่แยกออกมาอีกแห่งหนึ่ง โลกของเผ่าหลักของเผ่าอวีมีขนาดใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ใจกลางของจักรวาล

เผ่าอวีปิดกั้นตนเองอย่างยิ่ง คนนอกมิอาจรุกรานเข้ามา แม้กระทั่งโลกเทพยุทธหากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมก็มิอาจเข้ามาได้ เผ่าอวีเลี้ยงดูเผ่าพันธุ์ไว้มากมาย แค่มนุษย์ธรรมดาของเผ่ามนุษย์ก็มีจำนวนนับไม่ถ้วนแล้ว หน้าที่ของคนเหล่านี้ก็คือการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวสมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดินให้พวกเขา

ในตำหนักหลังใหญ่อันกว้างขวางที่เพดานสะท้อนภาพของขอบห้วงสุญญตา หมู่เมฆดาราดงดงามชวนให้คนลุ่มหลงยิ่งนัก บนแท่นสูงที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าของตำหนักมีผู้อาวุโสสามคนกำลังนั่งสมาธิเรียงกัน พวกเขาแต่ละคนอยู่ห่างกันสิบจั้ง

จู่ๆ ผู้อาวุโสอาภรณ์สีแดงตรงกลางก็ลืมตาแล้วเอ่ยปากว่า “เกิดเรื่องกับอวี๋ฉิวเทียนแล้ว”

ผู้อาวุโสอีกสองคนลืมตาขึ้นตามแล้วหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ “เร็วถึงเพียงนี้เชียว? เขาเพิ่งเดินทางไปโลกคุนหลุนนานเท่าใดเอง?”

“เขาเป็นผู้ที่จะก้าวเข้าขั้นเทวะเมื่อใดก็ได้เชียวนะ! จะเกิดเรื่องได้อย่างไร? มรรคาจารย์แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? หากมรรคาจารย์เป็นขั้นเทวะ เหตุใดโลกคุนหลุนจึงเล็กกระจิดริดเช่นนั้นเล่า?”

สาเหตุที่เผ่าอวีต่อสู้กับแดนสวรรค์มาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่ไม่ยอมส่งขั้นเบิกเนตรอัครยุทธมาเสียทีเป็นเพราะว่าพวกเขาคาดเดาไม่ถูกว่ามรรคาจารย์แข็งแกร่งมากเพียงใดกันแน่ พวกเขาจึงได้แต่คอยค้นหาข่าวสารระหว่างการต่อสู้แทน

กาลเวลาผ่านมากว่าเนิ่นนานถึงเพียงนี้ พวกเขาค้นพบว่าแดนสวรรค์อ่อนแอมาก ผู้ที่ต่อกรกับหัวกะทิของเผ่าอวีได้สูสีคือมีจำนวนนับนิ้วได้ อาจถึงขั้นพูดได้ว่าแดนสวรรค์ด้อยกว่าเผ่าเก่าแก่ทรงอำนาจทั้งหลายอยู่ไกลโพ้น ยิ่งไม่ต้องเทียบกับเผ่าอวี

เผ่าอวีฉวยโอกาสที่ผู้บำเพ็ญเซียนของแดนสวรรค์กับผู้ฝึกยุทธของโลกเทพยุทธเริ่มขัดแย้งกันหวนกลับมาอีกครั้ง พวกเขาเพิ่งจะกล้าเตรียมการรุกรานอย่างจริงจัง แต่คิดไม่ถึงว่า…

อวี๋ฉิวเทียนที่พวกเขาเชื่อมั่นและคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม กลับเสียท่าเร็วถึงเพียงนี้!

ผู้อาวุโสอาภรณ์สีแดงขมวดคิ้วเอ่ยว่า “หากอวี๋ฉิวเทียนเสียท่าจากน้ำมือของมรรคาจารย์จริง พลังของมรรคาจารย์ก็เหนือกว่าที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้มาก เขาเติบโตรวดเร็วเหลือเกิน ปกติแล้วกาลเวลาหมื่นปีสำหรับผู้ฝึกยุทธระดับขั้นสูงไม่อาจนับเป็นอะไรได้ แต่มรรคาจารย์ผู้นี้ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวเขาราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน หากตำนาน ‘พันร่างหมื่นลักษณ์’ ของเขาไม่ใช่ความจริง เขาก็คงฝึกบำเพ็ญได้รวดเร็วมาก…”

คำพูดนี้ทำให้ผู้อาวุโสอีกสองคนที่เหลือขมวดคิ้วเป็นปมยิ่งกว่าเดิม ผู้อาวุโสอาภรณ์สีดำที่นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายของผู้อาวุโสสีแดงเอ่ยว่า “อวี๋ฉิวเทียนพ่ายศึกแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ต้องเตรียมรับมือกับการแก้แค้นของมรรคาจารย์ เรื่องนี้จำเป็นต้องบอกเขา”

ผู้อาวุโสอาภรณ์สีแดงพยักหน้า เพียงแต่ความกังวลบนใบหน้ายังไม่จางลง

ผู้อาวุโสอาภรณ์สีเหลืองที่นั่งอยู่ทางฝั่งขวากัดฟันเบาๆ “ไม่รู้จริงๆ ว่ามรรคาจารย์ผู้นี้โผล่หัวมาจากที่ใด แม้แต่คนของแดนสวรรค์เองยังรู้เรื่องเขาเพียงน้อยนิด ไม่รู้สักนิดว่าเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด คงมิใช่ว่าเขามีฝีมือเทียบเท่าบรรพจารย์ยุทธอย่างที่เล่าลือกันจริงๆ หรอกกระมัง? หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดเขาต้องช่วยเหลือบรรพจารย์ยุทธแล้วเหตุใดวิถีเซียนต้องมาหลบซ่อนอยู่ในห้วงอนันตสุญญตา? ไม่มีเหตุผลสักนิด!”

พวกเขาไม่เคยพานพบบุคคลเช่นนี้มาก่อน ชื่อเสียงของเขาสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสามพันโลก แท้แต่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขากลับหาไม่พบเลย

ก่อนหน้านี้มรรคาจารย์แสดงฝีมืออันแข็งแกร่งออกมาให้เห็นระหว่างจัดการอสุรกายมหันตภัย แต่พลังที่เขาแสดงออกมาหนนั้นก็ยังไม่ถึงขั้นเทวะ พวกเขามีเส้นสายอยู่ในโลกเทพยุทธอีกทั้งเส้นสายผู้นั้นก็ยังตำแหน่งสูงยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ดีว่าสาเหตุที่อสุรกายมหันตภัยล่าถอยไปเป็นเพราะบรรพจารย์ยุทธนิพพานโจมตีเทพแห่งหยินหยางจนล่าถอยไปต่างหาก มรรคาจารย์เพียงขวางพลังของเทพแห่งหยินหยางในฉากหน้าเท่านั้น เพราะทราบเรื่องนี้มานี่เอง พวกเขาจึงคิดคนละอย่างกับสรรพชีวิตทั้งหลาย พวกเขาคิดว่ามรรคาจารย์สู้บรรพจารย์ยุทธไม่ได้ อีกอย่างมรรคาจารย์จะเอาอะไรมาเหนือกว่าบรรพจารย์ยุทธเล่า?

บรรพจารย์ยุทธมีชีวิตอยู่มากี่ปีแล้ว? ส่วนมรรคาจารย์เพิ่งปรากฏตัวมานานเท่าไรกัน? พวกเขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของผู้แข็งแกร่งตั้งแต่ยุคโบราณจรดปัจจุบันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย มีเพียงมรรคาจารย์เท่านั้นที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาสำแดงเดชราวกับว่าตัวเขาทะลุมาจากห้วงเวลาอื่น

สรรพชีวิตในโลกคุนหลุนรวมไปถึงเทพเซียนบนแดนสวรรค์ล้วนรู้จักมรรคาจารย์เพียงผิวเผิน พวกเขารู้จักแต่ตำนานของมรรคาจารย์ แต่ไม่รู้แน่ชัดว่ามรรคาจารย์มีพลังระดับขั้นใด พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ยิ่งใหญ่นิรันดรกาลคือระดับขั้นใด บนโลกใบนั้นดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่ามรรคาจารย์แข็งแกร่งมากเพียงใดกันแน่…

“บางทีอาจจริงเช่นที่พี่ใหญ่พูด มรรคาจารย์มีสิ่งที่ไม้สมเหตุสมผลมากมายก็เพราะพรสวรรค์ของเขา หากเขาแข็งแกร่งขึ้นได้เร็วถึงขนาดที่หลุดจากกรอบของทุกสิ่งที่พวกเราเคยรู้เช่นนั้น ทุกสิ่งก็จะอธิบายได้ สมัยที่โลกเทพยุทธจัดศึกประชันโลกแห่งยุทธเมื่อครานั้น มรรคาจารย์ยังอ่อนแอมากจนไม่ต่างจากคนธรรมดา แม้ตอนที่โลกเทพยุทธบุกมากวาดล้างมรรคาจารย์จะเป็นฝ่ายชนะ แต่เขาไม่กล้าต่อสู้คะคานกับโลกเทพยุทธ จึงได้แต่พาโลกคุนหลุนหนีไปไกลถึงห้วงอนันตสุญญตา…”

ผู้อาวุโสอาภรณ์สีดำยิ่งพูดยิ่งสีหน้าซับซ้อน น้ำเสียงซ่อนความหวาดกลัวไว้เสี้ยวหนึ่ง เท่าที่พวกเขารู้มา มรรคาจารย์เพิ่งจะปรากฏตัวมาไม่เกินห้าพันปีเท่านั้น หากพูดให้ลึกลงไปอีกหน่อยนับตั้งแต่เวลาที่โลกเทพยุทธจ้องเล่นงานมรรคาจารย์เป็นหนแรก กาลเวลายังผ่านมาไม่ถึงสี่พันปีด้วยซ้ำ

กาลเวลาสี่พันปีจากผู้ที่หวาดกลัวโลกเทพยุทธจนต้องหลบหลีกหนีไปห้วงอนันตสุญญตา กลายมาเป็นผู้ที่ต่อสู้คะคานกับบรรพจารย์ยุทธได้…

ผู้อาวุโสทั้งสามคนล้วนคิดจุดนี้ออกจึงจมดิ่งลงในความเงียบ

“เรื่องนี้ต้องแจ้งให้บรรพจารย์ยุทธทราบ ตอนนี้ข้าสงสัยว่ามหันตภัยแห่งวิถียุทธอาจไม่ใช่เทพแห่งหยินหยาง แต่เป็นมรรคาจารย์! เขาเติบโตเร็วยิ่งนัก ไม่ถึงหนึ่งแสนปี… ไม่สิ บางทีไม่ถึงหนึ่งหมื่นปีเขาก็คงสยบทุกคนในวิถียุทธได้แล้ว!”

ผู้อาวุโสอาภรณ์สีแดงกล่าวเสียงเข้ม เขาลุกพรวดขึ้นมา ผู้อาวุโสอาภรณ์สีดำกับอาภรณ์สีเหลืองก็ทำเช่นเดียวกัน หลังจากหารือกันครู่หนึ่งความหวาดกลัวที่มีต่อมรรคาจารย์ก็พุ่งแตะจุดสูงสุด

“เทวะที่แท้จริงของเผ่าอวียังไม่ออกมาหรือ?”

ตอนนั้นเองเสียงเรียบเฉยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ผู้อาวุโสทั้งสามคนได้ยินก็หายตัวออกจากห้องโถงใหญ่ทันที อีกฟากฝั่งหนึ่งท่ามกลางหมู่มวลดาราบนห้วงอวกาศ เจียงฉางเซิงยืนอยู่อย่างยโสอยู่เหนือโลกใบหลักของเผ่าอวี แม้เป็นเพียงร่างแยก แต่ก็มีแสงเจิดจ้าประดับกายไม่ยอมให้ผู้ใดมองเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาอยู่ดี

ร่างแยกมีพลังอาคมเพียงครึ่งเดียวของร่างจริง แต่ร่างจริงของเขาบรรลุวิชามรรคาธรรมชาติขั้นสิบสามแล้ว แม้จะมีพลังอาคมเพียงครึ่งเดียวก็มากพอจะใช้มือเดียวบดขยี้เผ่าอวี หรือแม้แต่โลกเทพยุทธในตอนนี้ได้!

จิตสัมผัสของเจียงฉางเซิงแผ่ปกคลุมไปทั่วมิติจักรวาลของเผ่าอวรีเพื่อไม่ให้ผู้ใดอาศัยโอกาสหนีไป

“เจ้าเป็นผู้ใดกัน?”

เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

เจียงฉางเซิงเหลือบมองความมืดที่อยู่ระหว่างกลางหมู่ดาวบิดเบี้ยว จากนั้นเงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาอย่างเนิบช้า

‘นี่นะหรือพลังของเทวะ ทำให้พลังแห่งกฎในจักรวาลเคลื่อนไหวได้…’ เจียงฉางเซิงคิดอยู่ในใจ ไม่ว่าจะฝึกบำเพ็ญสายใดแต่ละระดับขั้นล้วนจะมีพลังพิเศษที่แสดงออกมา แม้ตัวเขาจะมีพลังเทียบเท่าขั้นเทวะเหนือดับสูญแล้ว แต่ระดับขั้นของวิถียุทธก็ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาอย่างยิ่ง เงาร่างนั้นก้าวเดินออกมาจากความมืด แสงสีขาวที่ฉายรอบร่างสะบัดพลิวดุจเปลวเพลิง เขาสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีม่วงปักลายเกล็ด บนศีรษะสวมกวานทองรูปมังกร สีหน้าเย็นชา ทันทีที่เขาปรากฏกายกฎทั้งหลายในห้วงจักรวาลบริเวณนี้ก็หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอีก

กลิ่นอายบนร่างของเขาทำให้เจียงฉางเซิงนึกถึงคลื่นเหม็นต์นิรันดร์ของ ‘เทวะมหาเหม็นต์’ หลังจากเทวะมหาเหม็นต์ใช้คลื่นเหม็นต์นิรันดรมูลค่าของตัวเขาก็ลดลงฮวบฮาบ ไม่รู้ว่าเทวะผู้นี้จะเป็นเช่นเดียวกันหรือไม่?

เจียงฉางเซิงเริ่มโคจรพลัง เตรียมตัวใช้พลังอภินิหาร

“เผ่าอวีรุกรานโลกคุนหลุนของข้าหลายครั้งหลายครา เคราะห์กรรมพันผูกกันลึกซึ้ง วันนี้มาจบกรรมที่ผูกกันไว้เถิด จงทุ่มแรงให้เต็มกำลัง บางทีเจ้าอาจมีโอกาสรอดสักเสี้ยว ให้ข้าลองสัมผัสพลังของเทวะแห่งเผ่าอวีเสียหน่อย!”

เจียงฉางเซิงลอยขึ้นไปด้านบน เขาก้มมองบุรุษอาภรณ์สีม่วงจากเบื้องสูง ในความทรงจำของอวี๋ฉิวเทียน เผ่าอวีมอบหน้าที่ให้เทวะผู้นี้คอยปกป้องเผ่า รับมือกับมหันตภัยไปจนถึงรอรับมือเจียงฉางเซิงที่อาจบุกมาทุกเวลา ดังนั้นพวกเขาจึงรอจนกระทั่งอวี๋ฉิวเทียนกลับมาแล้วค่อยกล้าลงมือกับโลกคุนหลุน

“โง่อาจ!”

เสียงของบุรุษอาภรณ์สีม่วงดังขึ้น แสงสีขาวคล้ายเปลวเพลิงรอบกายเขาลุกโชติช่วง พวกมันแผ่ปกคลุมทั่วทั้งจักรวาลแทบจะในพริบตาเดียว

แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น เจียงฉางเซิงก็ชักเท้าขวาหลบพลังอภินิหาร!

ฟ้าดินสิ้นสลาย!

ร่างแยกไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนีรอด เขาจึงสาดพลังอาคมทั้งหลายในร่างออกไปทันที ตั้งใจจะทำลายมิติของเผ่าอวีให้ย่อยยับ บุรุษอาภรณ์สีม่วงเห็นลำแสงเจิดจ้าที่ระเบิดออกมาจากร่างของเจียงฉางเซิงก็พลันเบิกตาโต เขาหายวับไปจากที่เดิมทันที ยามได้เผชิญหน้ากับพลัง ‘ฟ้าดินสิ้นสลาย’ สัญชาตญาณของเขาก็สั่งให้หนี!

ทว่าฟ้าดินสิ้นสลายที่ทุ่มออกมาเต็มกำลังเป็นหนแรกได้แสดงพลังที่น่ากลัวที่แท้จริงของมันออกมา มันไม่เพียงทำลายทุกสิ่งจนราบคาบ แม้แต่ความเร็วที่มันแผ่ขยายกลืนกินทุกสิ่งก็เร็วกว่าความเร็วที่บุรุษอาภรณ์สีม่วงใช้หนีมากนัก

เดิมทีบุรุษอาภรณ์สีม่วงตั้งใจจะละทิ้งเผ่าอวีแล้วหนีออกไปนอกจักรวาลแห่งนี้ แต่มิติของจักรวาลแห่งนี้ถูกเจียงฉางเซิงใช้ดวงจิตปิดผนึกไว้แล้ว ดังนั้นเขาจึงหนีออกไปไม่ได้ 185 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์สู้กับ 11 แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ แต่เดิมก็จับวางอีกฝ่ายได้ตามใจอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับเมื่อพลังของเจียงฉางเซิงปกติแล้วจะมากกว่าค่าที่ปรากฏออกมา แสงเจิดจ้าแสบตากลืนกลบจักรวาลของเผ่าอวีจนหมด ดวงดารานับไม่ถ้วนและโลกอีกมากมายหลายแห่งมลายหายไปพร้อมกัน ฟ้าดินสิ้นสลายทุกสิ่งพินาศย่อยยับ!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 486 ฟ้าดินสิ้นสลาย ทุกสิ่งพินาศ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย