Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 484 มหาสมุทรเชื่อมอนธการ เชิญมรรคาจารย์ลงมือ

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 484 มหาสมุทรเชื่อมอนธการ เชิญมรรคาจารย์ลงมือ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

แต้มเซียนไหวมรรคาสวรรค์ 35 แต้มคือผู้ใดกันนะ?

มาจากมหามรรคาปริศนาอันลึกลับสายไหน? หรือว่าเป็นเทวะของโลกเทพยุทธ? เจียงฉางเซิงคิดว่าเทวะแห่งโลกเทพยุทธน่าจะเป็นไปได้มากกว่า สาเหตุที่ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ปรากฏตัว คาดว่าน่าจะเป็นเพราะการมาเยือนของมหันตภัยแห่งวิถียุทธ

ถึงอย่างไรก็ตามหาต้นตอของมหันตภัยแห่งวิถียุทธไม่พบอยู่ดี ฝึกบำเพ็ญต่อดีกว่า สรุปก็คือพากเพียรฝึกบำเพ็ญไว้อย่างไรก็ไม่ทำร้ายตนเองแน่

เจียงฉางเซิงคลายคิ้วที่ขมวดออกจากกันเขาลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมตัวจะหลอมโอสถสักชุด แล้วถือโอกาสศึกษาศาสตร์ยอดโอสถไปด้วย ปัจจุบันนี้การดึงเวลาหลายปีไปจนถึงหลายสิบปีมาหลอมโอสถไม่ค่อยส่งผลต่อการฝึกบำเพ็ญของเขามากนักแล้ว การผ่านด่านเคราะห์หนก่อนเขาต้องรอคอยนานถึงสองพันกว่าปี ดังนั้นการเลื่อนขั้นหนหน้าเกรงว่าจะต้องใช้เวลาห้าพันปีเป็นอย่างต่ำ โอสถมากมายในศาสตร์ยอดโอสถอาจช่วยให้แดนสวรรค์ข้ามผ่านภัยพิบัติครั้งหน้าได้ดีกว่าเดิม

เจียงฉางเซิงเดินมาหน้าเตาหลอมโอสถแล้วเริ่มหลอมโอสถ เป็นเช่นนี้ผ่านไปหลายปี วันหนึ่งไปฉีก็เดินเข้ามาในตำหนักเมฆาม่วง นางทำหน้าตื่นเต้นดีใจพอพบว่าเจียงฉางเซิงกำลังหลอมโอสถอยู่พอดีก็ปราดเข้ามาประชิดทันใด

“นายท่าน ข้าพบผู้มีพรสวรรค์ของจอมปราชญ์คนหนึ่งแล้ว!”

ไปฉีรีบรายงานสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง เจียงฉางเซิงจับจ้องเตาหลอมโอสถแล้วตอบกลับมาอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก “จอมปราชญ์มิใช่สิ่งที่เจ้าในตอนนี้จะมองออก”

ไปฉีนั่งยองลงไปอยู่ข้างเขาแล้วเอ่ยว่า “ในแดนมนุษย์มีคนอยู่ผู้หนึ่งนามว่า ‘หงหลิน’ เขาสร้าง ‘วิถีเซียนยุทธ’ วิถีเซียนยุทธนี้แตกต่างจากวิถีเซียนยุทธของคนอื่น มันใช้ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินมาหล่อหลอมกายา เสริมสร้างให้กายเนื้อกับดวงวิญญาณแข็งแกร่ง หลอมกายเนื้อให้กลายเป็นสมบัติ… วิถีบำเพ็ญนี้ทำให้เกิดผลกระทบต่อโลกบำเพ็ญเซียนอย่างใหญ่หลวงยิ่งนัก ข้าเสนอเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญกับทรัพยากรให้เขาไปไม่น้อย เขาจึงกลายเป็นคนของข้าแล้ว!”

เล่าถึงตอนสุดท้ายนางก็ภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

เจียงฉางเซิงเหลือบมอง แม้แต่หนึ่งในสามราชันในอนาคตนางยังอุตส่าห์ไปหน่วงมาเป็นพรรคพวกได้อีก เจ้าหมาป่าตนนี้คงไม่ใช่วากลายเป็นเทพด้านนี้ไปแล้วกระมัง? ไปฉีอยู่ใกล้ชิดกับเขามาก แม้เขาจะมองเห็นกรรมของนางแต่ตัวแปรก็มีมากมายนัก

“หงหลินจะกลายเป็นราชันปฐพี ส่วนจอมปราชญ์ตอนนี้เขายังมีคุณสมบัติไม่มากพอ บุญบารมีของเขามีขอบเขตอยู่แค่ในเผ่ามนุษย์ วิถีเซียนยุทธมุ่งเน้นไปที่กายเนื้อของมนุษย์ สำหรับเผ่าพันธุ์อื่นหากต้องการฝึกบำเพ็ญวิถีเซียนยุทธของเขาต้องอดทนรอจนกว่าจะกลายร่างได้ อีกอย่างเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญนี้เป็นเพียงวิธีทำให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ยังไม่มากพอจะเปลี่ยนชีวิตของสรรพชีวิตในโลกคุนหลุน เว้นเสียแต่วิถีเซียนยุทธจะก้าวข้ามวิถีเซียนไปได้”

เจียงฉางเซิงเผยความลับสวรรค์ออกมา ไปฉีฟังแล้วก็ผิดหวังทันที

สามราชันหรือ? มันไม่สนใจตำแหน่งนั้นแล้ว ตอนนี้มันคิดแต่อยากตามหาจอมปราชญ์ให้พบ หลังจากนั้นจะได้ครอบครองยอดของวิเศษที่นายท่านมอบให้

“ก้าวข้ามวิถีเซียนจะเป็นไปได้อย่างไรเล่า…” ไปฉีถอนหายใจ จู่ ๆ ทั้งร่างก็รู้สึกไร้เรียวแรง จึงฉวยโอกาสแอบอิงพิงร่างของเจียงฉางเซิง ก่อนจะถูกดีดกระเด็นออกไปนอนหมอบอยู่บนพื้นอย่างอนาถ แต่นางไม่เศร้าซึมสักนิด นางลุกขึ้นแล้วปราดเข้ามาใกล้ใหม่อีกหน ทันใดนางแสร้งถามอย่างน่าสงสาร “นายท่าน ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าจอมปราชญ์จะปรากฏตัวออกมาเร็วที่สุดเมื่อไหร่?”

เจียงฉางเซิงจ้องมองเพลิงบริสุทธิ์แห่งสมาธิแล้วเอ่ยว่า “บางทีหลังจากมหันตภัยแห่งวิถียุทธสิ้นสุด เขาอาจถือกำเนิดขึ้น…”

“แล้วมหันตภัยแห่งวิถียุทธจะดำเนินไปอีกนานเท่าใดกันเล่า?”

“นานยิ่งนัก แม้แต่ข้าก็คาดการณ์มิได้”

“เคอะ!”

ไปฉีครวญครางแต่เจียงฉางเซิงไม่สนใจ เขาหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากเตาหลอมแล้วส่งให้ไปฉี “กินสิลองดูผลลัพธ์ของมันหน่อย”

เจียงฉางเซิงเห็นนางทำท่าเหมือนจะปฏิเสธก็หัวเราะ “หากเจ้าช่วยให้ข้าบรรลุศาสตร์โอสถ ข้าก็อาจจะมอบยอดของวิเศษให้เจ้าได้นะ”

ไปฉีได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดพร่ำ โยนโอสถเข้าปากไม่ทันเคี้ยวก็กลืนลงไปทันที

นางกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วทันใดนั้นนางก็ก้มหน้ามองด้านล่างอย่างหวาดผวา นางเห็นลำคอของตนเองเริ่มกลายเป็นหินแล้วไล่ลามขึ้นมาด้านบนและลงไปด้านล่าง

เจียงฉางเซิงยิ้มอย่างพึงพอใจ ดูท่า ‘โอสถกลายเป็นหิน’ จะหลอมสำเร็จสินะ!

ใต้ท้องนภาอันมืดมิด ขุนเขา ธารากับพงพนาดูราวกับภูตผีมกรปีศาจมาชุมนุม ลมหนาวเย็นยะเยือกโหมพัดตามอำเภอใจ เฟิงอวี่ก้าวเดินอยู่บนภูเขา เส้นผมของเขาสกปรกและยุ่งเหยิง ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือด แม้แต่เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น เห็นชัดว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา ฝีเท้าของเขาเชื่องช้าลงทุกที ขณะเดียวกันลมหายใจก็หอบหนักขึ้นเรื่อยๆ เดินได้สักพักในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว เขาหยุดอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วพิงลำต้นของมันเพื่อพักเอาแรง เขาขยับขาลงไปนั่งสมาธิไม่ไหวเสียด้วยซ้ำ

‘บางทีนี่อาจเป็นจุดจบของข้า…’

เฟิงอวี่คิดในใจ เขารู้สึกว่าหนังตาหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลังประหลาดในร่างสายนันยังคงทำร้ายเขา ทำให้เขาไม่อาจโคจรพลังรักษาบาดแผลได้ ในช่วงเวลานี้พลังจากโชควาสนาที่คอยช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นสายนันในร่างกลับหายไปแล้ว เขาจึงสูญเสียที่พึ่งอย่างสิ้นเชิง

เมื่อนึกทบทวนชีวิตนี้ของตนเองเขาก็ทั้งเสียดายทั้งรู้สึกไม่ยินยอม ก่อนจากมาน้องชายกับน้องสาวของเขามีชีวิตอยู่ด้วยตนเองได้แล้ว สาเหตุที่เขาบุกเข้ามาในรอยแยกสีดำปริศนาก็เพื่อทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น แต่สาเหตุสำคัญกว่าก็คือเขาถูกเสียงลึกลับนั้นล่อลวง บอกว่าด้านในรอยแยกสีดำมีโชควาสนาอันยิ่งใหญ่อยู่

‘เสียงนั้นคือผู้ใดกันแน่ หรือว่าจะเป็นเจ้าโชควาสนาประการนั้นที่แฝงอยู่ในร่างของข้า… แต่หากเป็นเสียงของเจ้านั่นจริง เหตุใดตอนนี้เจ้าจึงสิ้นฤทธิ์ไปเสียแล้วเล่า?’ เฟิงอวี่คิดอย่างขมขื่น สติของเขาเริ่มพร่ามัว

เขาไม่ทันสังเกตว่ามีสายลมสีดำสายหนึ่งพัดลงมาจากท้องฟ้าอันมืดมิด ใจกลางของสายลมมีเงาร่างสีทองเลือนรางร่างหนึ่ง

“ว่าอย่างไร เจ้าอยากมีชีวิตต่อไปหรือไม่?”

เสียงของคนแปลกหน้าที่ฟังดูคุ้นเคยลอยมา แรกสุดเฟิงอวี่คิดว่าเขาประสาทหลอน จนกระทั่งเสียงนั้นเอ่ยทวนคำถามอีกครั้ง

เขาปรือตาเปิดอย่างยากลำบากเขานึกออกแล้ว นี่ก็คือเสียงที่ชักนำให้เขาเข้ามาในรอยแยกสีดำ เสียงนั้น…

‘หากมีชีวิตอยู่ได้… ผู้ใดจะ… อยากตาย…’

เฟิงอวี่เอ่ยอย่างอ่อนระโหยโรยแรง เขาอยากเงยหน้า ทว่าแม้แต่เรียวแรงจะทำเช่นนั้นก็ไม่เหลืออยู่แล้ว

“ถ้าเช่นนั้นก็จงกลายเป็นทหารทาสของข้าเสียเถิด”

สิ้นเสียงนี้ สายลมสีดำสายหนึ่งก็พัดลงมาจากท้องฟ้า กลืนร่างเฟิงอวี่เข้าไป เหลือเพียงฝุ่นดินที่ฟุ้งตลบ

เจียงเจี่ยนกับหลินเฮาเทียนนั่งสมาธิอยู่หน้ากองไฟ เจียงเจี่ยนมองท้องนภาอันมืดมิดไม่เห็นดาว ในดวงตาเต็มไปด้วยแววตาลึกลับ ขณะที่หลินเฮาเทียนคอยแต่จ้องมือขวาของตนเอง กลางฝ่ามือของเขามีรอยแตกแต่กลับไร้โลหิต มีเพียงไอสีดำเส้นบางๆ วนเวียนอยู่บริเวณนั้น

“เฮาเทียน เจ้าว่าพวกเรายังจะกลับออกไปได้อีกหรือไม่?”

จู่ๆ เจียงเจี่ยนก็ถามขึ้นมา น้ำเสียงแฝงแววกลัดกลุ้ม

หลินเฮาเทียนแค่นเสียงดังเหอะ “กลัวอันใด? มรรคาจารย์เคยบอกว่าข้ามีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้เสมอ มีข้าอยู่พวกเราต้องกลับไปได้แน!”

เขากำมือขวาซ่อนเข้าไปในแขนเสื้อ

เจียงเจี่ยนสังเกตเห็นเขาจึงถามว่า “อาการบาดเจ็บหนักขึ้นหรือ?”

หลินเฮาเทียนหัวเราะ “นีนับเป็นอะไร? ไม่ตายหรอกน่า หากสถานการณ์เลวร้ายจริง ๆ อย่างมากก็แค่ตัดมือทิ้งเท่านั้น”

เจียงเจี่ยนกลอกตา แต่อารมณ์ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว สีหน้าไม่เคร่งขรึมเท่าก่อนหน้านี้

“สถานที่แห่งนี้ช่างเลวร้ายเสียจริง มันกว้างใหญ่ไพศาล ดูเหมือนจะใหญ่กว่าโลกคุนหลุนเสียอีก แต่กลับไร้แหล่งน้ำ ทุกหนทุกแห่งมีแต่อสุรกายที่มองไม่เห็น…” หลินเฮาเทียนสบถด่าเป็นชุด เขาบ่นไม่ยอมหยุด

ทันใดนั้นเจียงเจี่ยนก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่าง เขาลุกพรวด หลินเฮาเทียนที่มองตามไปดวงตาเบิกโตในทันใด

ตัวพวกเขายืนอยู่บนทุ่งราบผืนหนึ่ง เมื่อมองไล่ตามสายตาของพวกเขาไปก็เห็นฝุ่นดินฟุ้งตลบอยู่ตรงสุดปลายขอบที่ราบ พลังสายตาของพวกเขาทำให้มองปราดเดียวก็เห็นนักรบเกราะดำจำนวนมากกำลังห้ออาชาตะบึงมาทางนี้ กองทัพของพวกเขายิ่งใหญ่เกรียงไกรดุจพยัคฆ์ที่ข่มศัตรูได้ไกลหมื่นลี้

สีหน้าของทั้งสองเคร่งเครียดในบัดดล สถานที่เช่นนี้มีกองทัพมนุษย์อยู่ได้เช่นไรกัน? นี่มันผิดปกติ!

ทั้งสองคนจ้องมองต่อไปจนพบว่าพลทหารเกราะดำที่อยู่ไกลๆ เหล่านั้นต่างมีไอโลหิตลอยออกมาจากร่าง พวกมันก่อตัวรวมกันกลายเป็นโครงกระดูกยักษ์อันน่าสะพรึงร่างหนึ่งอย่างรวดเร็ว ลูกไฟสีฟ้าสองดวงที่ลุกโชติช่วงอยู่ใต้โหนกคิ้วจับจ้องมาทางพวกเจียงเจี่ยน

เจียงเจี่ยนหยิบง้าวสามแฉกสองคมออกมาทันที ฝ่ายหลินเฮาเทียนก็ยกมือซ้ายปล่อยกระบี่บินเล่มแล้วเล่มเล่าออกมาจากแขนเสื้อ พวกมันส่งเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหู บินฉวัดเฉวียนอยู่รอบกายเขา

“เวรเอ๊ย ข้าจะสู้ตายกับพวกมันแล้วนะ ตามติดเป็นผีหลอกวิญญาณหลอนเสียจริง!”

หลินเฮาเทียนสบถด่าเบาๆ เขาทะยานนำหน้าออกไปก่อน มือซ้ายขยับนิ้วใช้เคล็ดวิชากระบี่บินรอบด้านเห็นขึ้นฟ้าแล้วขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีเงากระบี่เล่มแล้วเล่มเล่าแยกออกมาจากตัวกระบี่ เพียงพริบตาเดียวเงากระบี่ทั้งหลายก็ลอยแยกไปอยู่ทั่วอาณาบริเวณลานตังเป็นค่ายกลกระบี่

เจียงเจี่ยนพุ่งออกไปตามแนวพื้นดิน หนึ่งก้าวรุดหน้าพันจังหวะเร็วประหนึ่งอสนิบาต ประกายเย็นเยียบของง้าวสามแฉกสองคมดุจผืนฟ้าสะบัดคลุมพสุธา

“พวกผิดแผกที่บุกรุกมหาสมุทรเชื่อมอนธการ พวกเจ้าต้องตาย!”

เสียงเย็นชาน่าขนลุกเลียงหนึ่งดังก้องฟ้าดิน ชักนำอสนิบาตให้ร้องคำรามดังครืนๆ

ยามอสนิบาตสายหนึ่งฟาดลงสู่พสุธา ศึกใหญ่ก็เริ่มต้น

ผืนดินสะเทือน แผ่นฟ้าคำราม คล้ายฟ้าดินใกล้ถึงกาลอวสาน

นับตั้งแต่โอรสสวรรค์เซวียนเตาแห่งเทียนจิงได้ครองค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพ เทียนจิงก็ทำการใดสำเร็จราบรื่นดุจผ่าปล้องไผ่ พวกเขาบุกโจมตีเมืองแย่งชิงดินแดนอย่างไม่หยุดหย่อน แผ่นดินขยายใหญ่รวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้อย่างยิ่งนัก โอรสสวรรค์เซวียนเตาบันทึกวิชาค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพไว้เป็นคัมภีร์ลับแล้วประกาศว่าผู้ใดช่วยเทียนจิงจบมหาศึกสถาปนาเทพล้วนจะได้รับคัมภีร์วิชาค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพหนึ่งชุด คำพูดนี้ทำให้โลกบำเพ็ญเซียนคลุ้มคลั่ง ผู้ฝึกกระบี่และผู้ฝึกวิชาค่ายกลมากมายล้วนถูกซื้อใจในทันที พวกเขาเร่งรีบเดินทางไปที่เทียนจิง

พลังของค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพทำให้ราชวงศ์แห่งโชคชะตาแต่ละแห่งได้รับแรงกดดันอย่างหนักจนถึงขั้นเริ่มมีราชวงศ์แห่งโชคชะตาจับมือเป็นพันธมิตรกันต่อต้านเทียนจิง แต่พวกเขาขัดขวางเทียนจิงไม่ได้แม้แต่น้อย นับตั้งแต่โอรสสวรรค์เซวียนเตาได้ครองค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพภายในห้าร้อยปี เทียนจิงก็ครอบครองแผ่นดินของเผ่ามนุษย์ไปครึ่งหนึ่ง เพราะดินแดนขยายใหญ่ขึ้น ศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายข้ามมิติ การเหาะเหินและการส่งข่าวของวิถีเซียนจึงพัฒนาตามอย่างรวดเร็ว ‘ราชันนภา’! ฉายานี้ค่อยๆ ถูกแปะอยู่บนศีรษะของโอรสสวรรค์เซวียนเตา แม้แต่เทพเซียนบนแดนสวรรค์ทั้งหลายก็คิดเช่นนี้

ขอเพียงรวบรวมเผ่ามนุษย์ให้เป็นหนึ่งได้ เขาย่อมกลายเป็นจักรพรรดิมนุษย์คนแรกของโลกคุนหลุน!

ขณะที่แดนมนุษย์กำลังปั่นป่วน เทพเซียนทั้งหลายบนฟ้าก็มิได้ว่างงาน เผ่าอวิรุกรานมาอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากเข่นฆ่ากันอย่างยากลำบาก กลิ่นอายที่มองไม่เห็นของสงครามแผ่ปกคลุมอยู่เหนือสนามรบแต่ละแห่งของประตูหมื่นโลก ในตำหนักเหนือเมฆา จักรพรรดิสวรรค์นั่งอยู่บนบัลลังก์จักรพรรดิพร้อมกับสีหน้าถมึงทึง แม่ทัพสวรรค์ทั้งหลายกำลังรายงานความเสียหายจากศึกที่รบกับเผ่าอวิ บรรยากาศในตำหนักหนักอึ้งอย่างยิ่ง

แม่ทัพรายงานจบก็กราบทูลว่า “ฝ่าบาท แม้แต่มหาเซียนวังเฉินกับหลี่วเสินโจวก็ยังสู้กับยอดอัจฉริยะของเผ่าอวิไม่ได้ สมควรเชิญมรรคาจารย์ลงมือแล้วพะยะค่ะ!”

คำพูดของเขาได้รับการสนับสนุนจากเทพเซียนองค์อื่นๆ พวกเขาพากันเห็นด้วย

“ได้ยินมาว่ายอดอัจฉริยะแห่งเผ่าอวิคนนั้นใกล้จะได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นิรันดรกาลแล้ว แดนสวรรค์ทำอันใดเขาไม่ไหวจริงๆ”

“พวกกระหม่อมมิได้บุ่มบ่ามจะไปรบกวนมรรคาจารย์นะพะยะค่ะ แต่จนปัญญาที่สถานการณ์เร่งด่วน”

มีเทพในบัญชีสถาปนาเทพถูกสังหารไปสามองค์แล้ว

“ทหารสวรรค์ก็ล้มตายไปมากกว่าหนึ่งพัน ทั้งที่ฝั่งเราพยายามหลบเลี่ยงแล้วแท้ๆ”

“เห็นชัดว่าเจ้าชั่วนั่นกำลังล่าหัวเทพเซียน พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ใดกันแน่”

“หากไม่เชิญมรรคาจารย์ลงมืออีก แดนสวรรค์คงวิกฤต”

ความร้อนรนของเทพเซียนทั้งหลายเป็นเครื่องพิสูจน์ขั้นดีว่ายอดอัจฉริยะของเผ่าอวิแข็งแกร่งเพียงใด แรงกดดันที่พวกเขาเผชิญอยู่ทำให้พวกเขามิอาจรักษาความสุขุมเยือกเย็นของเทพเซียนเอาไว้ได้

จักรพรรดิสวรรค์ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “เราเข้าใจแล้ว วันนี้เราจะไปคารวะมรรคาจารย์ ขอให้ท่านลงมือจัดการ”

เมื่อคำนี้เอ่ยออกมา เทพเซียนทั้งหลายก็ยินดีปรีดา

“ไม่ต้องไปเชิญแล้ว!”

เสียงหัวเราะเสียงหนึ่งดังขึ้น เรือนร่างอ่อนแอนอรชรของไปฉีเดินนวยนาดเข้ามาในตำหนักเหนือเมฆา สายตาของเทพเซียนทั้งหมดหันไปจับจ้องบนร่างของนาง ไปฉีหันไปมองจักรพรรดิสวรรค์แล้วคลี่ยิ้มบอกว่า “มรรคาจารย์ทราบเรื่องนี้แล้ว ท่านทราบว่าแดนสวรรค์พยายามเต็มที่แล้ว อีกเดี๋ยวเผ่าอวิจะหายไปเอง”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 484 มหาสมุทรเชื่อมอนธการ เชิญมรรคาจารย์ลงมือ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย