Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 460 ครบกำหนดเวลาพันปีจึงเที่ยง

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 460 ครบกำหนดเวลาพันปีจึงเที่ยง
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีถูกจัดขึ้นใหม่ที่โลกอิสระที่หก ไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก หลังจากเผชิญการจู่โจมของอสุรกายมหันตภัย งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีก็มีบรรยากาศที่กลมเกลียวมากขึ้น วิถียุทธกับมหามรรคาสายอื่นต่างมีศัตรูรวมกันแล้ว ดังนั้นความแค้นระหว่างกันจึงลดทอนน้อยลง อสุรกายมหันตภัยเป็นเพียงฉากเปิดม่านของมหันตภัยวิถียุทธเท่านั้น

บรรพจารย์ยุทธสั่งให้ประกาศการมีอยู่ของเทพแห่งหยินหยางไปทั่วโลกเทพยุทธ เรื่องนี้ทำให้งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม

หลังจากจัดงานต่อเนื่องเกือบสิบปี งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีก็ปิดม่านลง ผู้ฝึกบำเพ็ญของมหามรรคาแต่ละสายเดินทางกลับ ฝ่ายคนของแดนสวรรค์ก็ได้ร่างแยกของเจียงฉางเซิงพาเดินทางกลับเช่นกัน ระหว่างทางแม้หวาดเสียวอยู่บ้าง แต่ก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย

งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีหนนี้ทำให้แดนสวรรค์ได้ประโยชน์มามากมาย คณะที่เดินทางไปล้วนมีแต่เทพเซียนผู้มีพรสวรรค์กับความสามารถโดดเด่น ระหว่างงานชุมนุมพวกเขาจึงรวบรวมเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญมาได้จำนวนมาก ได้ประโยชน์กลับมามากนัก พวกเขาตั้งใจจะนำสิ่งเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้แล้วสร้างเคล็ดวิชาบำเพ็ญของตนเอง

แดนสวรรค์ครึกครื้นจนความครึกครื้นถ่ายทอดไปยังมหาพิภพจิตจร เลยไปจนถึงโลกคุนหลุน

ถึงอย่างนั้นสวรรค์ชั้นสามสิบสามก็ยังคงเงียบสงบ เจียงฉางเซิงหมกมุ่นอยู่กับการสร้างร่างแยกผานกูอยู่เช่นเดิม

เรื่องราวของหายนะในงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้ศรัทธาทั้งหลายตื่นเต้นกับเรื่องนี้ เพราะในเมื่อมรรคาจารย์เป็นผู้กอบกู้สถานการณ์ วิถีเซียนย่อมได้แสงไปด้วย นามของระฆังศักดิ์สิทธิ์ตรีวิสุทธิกับดาบบินสะบั้นเซียนถูกเล่าขานไปทั่วโลกบำเพ็ญเซียนอย่างรวดเร็ว พวกมันกลายเป็นเป้าหมายของนักหลอมศาสตรานับไม่ถ้วน พวกเขาต่างเฝ้าฝันอยากหลอมยอดของวิเศษเช่นนี้ออกมาได้ในสักวัน

ยิ่งชื่อเสียงของวิถีเซียนรุ่งเรือง จำนวนของนักหลอมศาสตราก็มากมายดังมัจฉาในสมุทร ผู้ฝึกบำเพ็ญเซียนเกือบทุกคนล้วนเคยลองหลอมศาสตรา สิ่งนี้คือจุดที่พิเศษที่สุดของวิถีเซียน การบำเพ็ญเซียนมุ่งหมายให้เก่งกาจสามารถรอบด้าน ต่อให้เก่งกาจสามารถรอบด้านไม่ได้ จะมากจะน้อยก็ต้องเข้าใจศาสตร์ด้านต่าง ๆ อย่างนิด ๆ หน่อย ๆ

กาลเวลาไหลผ่านไปดุจโบยบิน สิบห้าปีผ่านไป ในที่สุดเจียงฉางเซิงก็สร้างผลผานกูให้กลายเป็นร่างแยกผานกูสำเร็จ ร่างแยกร่างนี้เหมือนเขาทุกประการ ทว่ามองเห็นเพียงร่างกายเท่านั้น สัมผัสพลังไม่ได้

“เพิ่งถือกำเนิดก็มีกายเนื้อระดับนี้แล้ว หากฝึกบำเพ็ญต่อภายภาคหน้าต้องไม่ธรรมดาแน่”

เจียงฉางเซิงมองสำรวจพลางขบคิดไปด้วย มหาค่ายกลเทพสังหารสิบสองนคราสวรรค์ต้องใช้ผู้กางค่ายกลอย่างน้อยสิบสองคน นั่นก็หมายความว่าต้องรออีกหนึ่งแสนกับอีกหนึ่งหมื่นปี ร่างแยกผานกูของเขาจึงจะได้ใช้งานจริง

“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นปีนี้ช่าง… ยาวนานจริงเชียว”

เจียงฉางเซิงเพิ่งมีชีวิตอยู่มาสองพันกว่าปีเท่านั้น

สำหรับเขาแล้วกาลเวลาหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นปีช่างยาวนานยิ่งนัก แต่แน่นอนว่าหากทุกสิ่งสงบสุขดี บางทีเขาหลับตาหนเดียว กาลเวลาอาจผ่านเลยไปถึงหมื่นปีหรืออาจนานกว่านั้นก็เป็นได้ หากเขาปิดด่านเช่นนั้นได้จริงก็หมายความว่าวิถีเซียนก้าวเข้าสู่ช่วงที่มั่นคงแล้ว ไม่ต้องให้เขาเฝ้าจับตามองเป็นระยะอีกต่อไป

เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นปี ร่างแยกผานกูร่างแรกนี้จะแข็งแกร่งมากเพียงใดกันนะ

เจียงฉางเซิงนึกถึงเรื่องนี้แล้วในใจก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง

วันเวลาแห่งการฝึกบำเพ็ญช่างเหี่ยวแห้ง จึงต้องหมั่นตั้งความหวังให้ตนเองเสมอ เขาจะแอบฝึกมหาค่ายกลเทพสังหารสิบสองนคราสวรรค์อย่างลับ ๆ พอวันใดศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนปรากฏตัว เขาก็จะสำแดงพลังของมันออกมา ถึงยามนั้นทั้งโลกคุนหลุนต้องตะลึงแน่

เจียงฉางเซิงนับว่าเป้นผู้ฝึกบำเพ็ญพรตขั้นสูงแล้วก็จริง แต่ข้างในก็ยังซุกซ่อนหัวใจที่ปรารถนาชื่อเสียงจอมปลอมอยู่เล็กน้อย เรื่องหนึ่งเขาไม่ต่อต้านเรื่องนี้ เขาไม่เคยต้องการกลายเป็นผู้ละสิ้นแล้วซึ่งกิเลส เขารู้จักตนเองดีที่สุด เขารู้ว่าตนเองมีสิ่งที่ปรารถนาไม่น้อยแต่เขาไม่ถึงขั้นลุ่มหลงไปกับพวกมัน

หลังจากเก็บร่างแยกผานกูเข้าไปในโลกแห่งมรรคาพร้อมกับทิ้งดวงจิตเสี้ยวหนึ่งไว้กับมันเพื่อให้อันฝึกบำเพ็ญเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เรียกมู่หลิงลั่วกับไป๋ฉีกลับมา

หลายปีที่ผ่านมาสตรีทั้งสองนางท่องเที่ยวแดนมนุษย์ด้วยกันแล้วยังรับเทพธิดาเข้ามาในสังกัดไม่น้อย คนที่มู่หลิงลั่วรับเข้ามาล้วนเป็นสตรีเผามนุษย์ผู้มีความกล้าหาญและรักความยุติธรรม ส่วนพวกที่ไป๋ฉีรับมาจะเป็นสตรีเผาปีศาจ

ปีศาจที่นางเลือกมาล้วนเป็นนางปีศาจที่มีชาติกำเนิดลำบาก แต่กลับทำตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้แต่พวกนางยังทำเช่นนี้ นับประสาอะไรกับแดนสวรรค์ เทพประจำแต่ละองค์ต่างมีบรรทัดฐานในการเลือกผู้สืบทอดไม่เหมือนกัน สิ่งนี้ทำให้แดนสวรรค์เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากขึ้นทุกวัน ความสัมพันธ์ภายในแดนสวรรค์ซับซ้อนขึ้นตามลำดับ อำนาจของจักรพรรดิสวรรค์ไม่ใช่อำนาจที่เด็ดขาดอีกต่อไปแล้ว

กาลเวลาผ่านไปอีกยี่สิบปี

เทียนจิงดำรงอยู่มาถึงปีเสวียนเต่าที่ห้าร้อยยี่สิบสอง

วันนี้ ณ ดินแดนทิศเหนือของโลกคุนหลุน

ครืน!

แผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินปั่นป่วน เทพเซียนทั้งหลายบนท้องฟ้าต่างรับรู้เหตุการณ์นี้ แดนสวรรค์ควบคุมพลังโชคชะตาของโลกคุนหลุนได้ดีขึ้นทุกวัน

ดังนั้นยามใดแดนมนุษย์เกิดเหตุการณ์ผิดปกติ แดนสวรรค์จึงหันมาจับตามองได้ทุกครั้ง

ณ ประตูสวรรค์ทิศเหนือ แม่ทัพสวรรค์องค์หนึ่งวางมือสองข้างไว้บนหน้าผาก

ดวงตาสีทองอร่ามข้างหนึ่งปรากฏบนหน้าผากของเขา นี่คืออำนาจแห่งเทพของเขา เขากำลังใช้เนตรพันลี้ส่องดูแดนมนุษย์เพื่อค้นหาสถานที่เกิดเรื่อง

ทหารสวรรค์ทั้งหลายรอบด้านวิตกกังวล พวกเขาเพิ่งเคยเห็นพลังโชคชะตาเคลื่อนไหวผิดปกติเช่นนี้เป็นครั้งแรก เทพประจำทยอยกันเดินออกมาจากตำหนัก พวกเขาเองก็ออกมาสังเกตปรากฏการณ์ประหลาดในแดนมนุษย์เช่นกัน แม้แต่ไป๋ฉีผู้อยู่ในตำหนักเมฆาม่วงก็รับรู้เหตุการณ์นี้ด้วย นางเดินออกมามุงดูเรื่องสนุกทันที

แม้เจียงฉางเซิงจะฝึกบำเพ็ญอยู่ แต่เขามิได้เข้าสู่ภวังค์สมาธิจนลืมเลือนโลกรอบตัว เพราะการเผชิญหน้ากับอสุรกายมหันตภัยหนก่อนทำให้เขาเข้าใจมรรคาแห่งกรรมได้เลิกซึ้งมากขึ้นแล้ว

เขาสัมผัสความผิดปกติในแดนมนุษย์ได้เช่นกันจึงนับนิ้วทำนาย จากนั้นก็ทำหน้าแปลกใจ สิ่งที่ชักนำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดครานี้กลับเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตแรกเกิดตนหนึ่ง มันมิใช่เผามนุษย์แต่เป็นเผาปีศาจ ลึกเข้าไปในหมู่เขาอันรกร้างปีศาจน้อยตนหนึ่งเพิ่งเกิดมาก็ดูดซับปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดนี้ขึ้นมา เหตุการณ์เช่นนี้เพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เจียงฉางเซิงนับนิ้วคำนวณกรรมของมัน ทันใดนั้นเขาก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา

‘ดูท่าโลกคุนหลุนคงมั่นคงแล้วสินะ ถึงปรากฏผู้มีโชคชะตายิ่งใหญ่ที่ถือกำเนิดจากโลกใบนี้ มิใช่ร่างกลับชาติมาเกิดทั้งหลาย น่าสนใจ’

เจียงฉางเซิงคิดเงียบ ๆ จากนั้นเขาก็หลับตาฝึกบำเพ็ญต่อ เขาทํานายจนล่วงรู้แล้วว่านับจากวันนี้ปีศาจตนนี้จะปั่นป่วนโลกจนฟ้าดินแทบพลิกถล่ม แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะจบลงด้วยดีเขาจึงคร้านจะสอดมือเข้าไป อีกอย่างก็สมควรมอบแรงกระตุ้นให้แดนสวรรค์เสียบ้าง ตัวตนที่ดำรงอยู่เพื่อธำรงระเบียบของฟ้าดินเช่นแดนสวรรค์ หากอยู่อย่างสงบสุขเกินไปกลับมิใช่เรื่องดี

ปรากฏการณ์ประหลาดบนแดนมนุษย์หนนี้ดำเนินต่อเนื่องอยู่สามวัน นอกจากแผ่นดินไหวยามแรกต่อมาก็มีเพียงปราณวิญญาณฟ้าดินที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายต่อแดนมนุษย์แต่อย่างใด

หลังจากนั้นแดนมนุษย์ก็ตกสู่ความวุ่นวาย เทพเซียนจากแดนสวรรค์ลงไปยังแดนมนุษย์เพื่อสืบข่าวจากเผาปีศาจและเผามนุษย์ พวกเขาล้วนออกตามหาสิ่งมีชีวิตแรกเกิดที่ชักนำให้ฟ้าดินเกิดปรากฏการณ์ประหลาดตนนั่น

แปดสิบปีให้หลัง โอรสสวรรค์เสวียนเต่าแห่งเทียนจิงครองราชย์เกินหกร้อยปีแล้ว ในที่สุดกำหนดเวลาพันปีแห่งการคัดเลือกผู้นำเซียนพิภพก็ใกล้มาถึง โลกบำเพ็ญเซียนมีเรื่องให้ตื่นตาตื่นใจไม่เว้น

แต่ละวันผู้ฝึกบำเพ็ญชั้นยอดต่างทยอยออกมาจากการปิดด่าน พวกเขาออกเดินทางทำความดีสั่งสมบุญบารมีไปทั่วทุกหนแห่งบนแดนมนุษย์ บ้างก็ออกเดินทางเทศนาสั่งสอนวิชาไปทั่วทุกทิศเพื่อสั่งสมชื่อเสียง

ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่ามรรคาจารย์จะเลือกผู้นำแห่งเซียนพิภพอย่างไร บุญบารมีอันยิ่งใหญ่ที่ว่ามีบรรทัดฐานอย่างไรก็ไม่มีกำหนดนิยามชัดเจนนัก

แม้เทพเซียนของแดนสวรรค์จะเข้าคัดเลือกเป็นผู้นำแห่งเซียนพิภพไม่ได้ แต่พวกเขาก็สนใจเหตุการณ์นี้อยู่ ผู้มีอำนาจหลายฝ่ายแอบสนับสนุนผู้ฝึกบำเพ็ญฝีมือเก่งกาจในแดนมนุษย์อย่างลับ ๆ ขณะที่ฉากหน้าแดนสวรรค์ให้ความสำคัญกับงานชุมนุมทอสวรรค์มากที่สุด เพราะในงานชุมนุมทอสวรรค์ที่จะจัดขึ้นหลังการคัดเลือกผู้นำเซียนพิภพหนนี้ จักรพรรดิสวรรค์กับจักรพรรดินีสวรรค์จะเชิญผู้นำแห่งเซียนพิภพมาร่วมงานเลี้ยงด้วย นับว่าเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแดนสวรรค์กับโลกบำเพ็ญเซียน

ใต้ทองนภาสีคราม ขุนเขาทอดตัวเรียงราย ยอดเขากระจุกเบียดเสียดเป็นกลุ่มก้อน หยวนนั่งสมาธิอยู่บนหน้าผาตรงไหล่เขา เสื้อคลุมนักพรตสีเขียวโบกสะบัด สายลมสดชื่นของคิมหันตฤดูพัดปอยผมของเขาให้พลิ้วไหว ร่างหนึ่งทะยานขึ้นจากใต้หน้าผามาหยุดยืนข้างกายหยวน เจ้าของร่างนี้เป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง บนเรือนผมยาวดกดำของเขามีเขาอยู่หนึ่งคู่ ร่างกายดูแข็งแกร่งกำยำ

“อาจารย์ ข้าร่ำเรียนวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงสำเร็จแล้วขอรับ ยังมีวิชาอื่นอีกหรือไม่”

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่ถามอย่างตื่นเต้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเอง

หยวนลืมตาขึ้นมาอย่างเนิบช้าแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้าร่ำเรียนวิชามหามรรคาปราณทองคำกับวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงสำเร็จ เจ้าก็มีความสามารถมากพอจะออกท่องใต้หล้าได้แล้ว ถึงเวลาที่อาจารย์ควรจากไปเสียที”

“ไปหรือ ไปที่ใดขอรับ”

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่ถามอย่างประหลาดใจ เขาไม่เข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนี้

หยวนลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “ในอดีตอาจารย์ของข้าก็ทำเฉกเช่นเดียวกับข้า เขารอจนข้าบรรลุวิชามหามรรคาปราณทองคำกับวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงแล้วก็จากไป วันนี้เจ้าก็ควรอยู่ด้วยตัวเองบ้างแล้ว”

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่ได้ยินดังนี้ใบหน้าก็พลันถอดสี เขาคุกเข่าอย่างตื่นตระหนกถามเสียงสั่นว่า “อาจารย์ ศิษย์ทำอันใดผิดไปหรือ”

หยวนจับจ้องขอบฟ้าแล้วเอ่ยว่า “เจ้ามิได้ทำสิ่งใดผิด แต่ถึงเวลาที่เจ้าสมควรยืนด้วยขาของตนเองแล้ว หลังจากนี้จงอย่าบอกตัวตนของข้ากับผู้ใด”

ขณะที่เอ่ยคำพูดนี้หยวนก็นึกถึงอาจารย์ของตนเอง จู่ ๆ ไปครานั้นอาจารย์ก็เคยกำชับเขาเช่นนี้

ก่อนหน้านี้เขาไม่เข้าใจ แต่ถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

ไม่ว่าอย่างไรคนเราก็ต้องพึ่งพาตนเอง

“ศิษย์เอ๋ย เจ้าเกิดมาแตกต่างจากผู้อื่น ชะตาลิขิตให้เจ้ามีชีวิตที่ไม่ธรรมดา ความยากลำบากจะย่างกรายมาหาเจ้ามิหยุดหย่อน ข้าหวังว่านอกจากเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้น เจ้าจะไม่ลืมคำสั่งสอนที่อาจารย์กำชับเจ้า แม้เจ้าถือกำเนิดจากฟ้าดินไร้บิดามารดา แต่เจ้านับถือฟ้าดินเป็นบิดามารดาได้ วันใดเจ้าเก่งกาจสามารถแล้วจงทำความดีเพื่อฟ้าดิน จึงจะนับว่าได้ตอบแทนบุญคุณของบิดามารดา”

หยวนหันมามองชายหนุ่มเขาทั้งคู่ด้วยแววตาอ่อนโยน อยู่ด้วยกันมาแปดสิบปีไหนเลยจะไม่ผูกพัน

พูดถึงการพบพานของพวกเขาหยวนก็นึกถึงสตรีอาภรณ์สีขาวผู้ลึกลับคนนั้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ สตรีนางนั้นเป็นผู้ส่งปีศาจน้อยตนนี้มาไว้ในมือของเขา นางชิงปีศาจตนนี้มาจากมือของเทพทั้งหลายของแดนสวรรค์ได้ ตัวตนของนางคงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน หยวนสงสัยว่าสตรีนางนั้นรู้จักกับอาจารย์ของเขา แต่จนปัญญาที่นางไม่ยอมบอกสิ่งใดทั้งสิ้น แม้กระทั่งนามของตนก็ไม่ยอมบอก

“จู่ ๆ อาจารย์ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ!”

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่เงยหน้าขึ้น แม้ขอบตาแดงระเรื่อแต่แววตาแน่วแน่ ตั้งแต่เกิดเขาก็มิใช่คนนิสัยอ่อนแอ เขาสัมผัสได้ว่าอาจารย์ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ดังนั้นเขาย่อมไม่ทำตัวดื้อดึงอีก

เขาเชื่อฟังอาจารย์ผู้นี้มาเสมอ ในใจของเขาอาจารย์คือครอบครัวเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้

“หลังจากนี้เจ้าจะไร้ที่พึ่ง เจ้าต้องออกไปผจญภัยในใต้หล้าสร้างชีวิตของตนเอง ช้าเร็วข้างกายเจ้าจะมีผู้คนมากมาย แต่เมื่อมีเสียงข้างกายมากเข้า เจ้าก็อาจหลงทางได้ ยามหลงทางจงนึกถึงคำที่อาจารย์เคยสั่งสอนเจ้าไว้”

หยวนกล่าวคำพูดนี้จบก็ทะยานร่างเหาะขึ้นฟ้าขี่เมฆาจู่ ๆ จากไป

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่ยืนเหม่อมองจนอาจารย์จากไปไกลลิบ

แต่แล้วทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

“อาจารย์ แล้วท่านมีนามว่าอะไร อีกอย่างท่านลืมตั้งนามให้ข้าด้วย!”

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่ตะโกนเรียกอย่างตกใจ น่าเสียดายไม่มีเสียงของหยวนตอบกลับมาแล้ว ในตอนนี้เองป้ายไม้แผ่นหนึ่งก็ร่วงลงมาจากท้องนภา ตกลงมากระทบศีรษะของเขา เขาตกใจเงยหน้าดูแต่กลับไม่เห็นเงาของผู้ใดทั้งสิ้น เขาจึงก้มลงไปเก็บป้ายไม้ขึ้นมาแล้วพบว่าบนนั้นมีตัวอักษรสลักอยู่สองตัว

‘จิงเทียน!’

“จิงเทียน…นี่ช่างเป็นนามที่ดีนัก…อาจารย์ทิ้งไว้ให้ข้าหรือ”

ชายหนุ่มเขาทั้งคู่พึมพำกับตนเอง เขากำป้ายไม้ไว้แน่น

ขณะที่สำรวจดูมันอย่างละเอียด

ภายในตำหนักเมฆาม่วง

มู่หลิงลั่วได้ยินเสียงฝีเท้า นางจึงลืมตาหันไปมอง นางเห็นไป๋ฉีเดินนวยนาดเข้ามาในตำหนักพร้อมกับรอยยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่อง

“มีเรื่องอันใดหรือจึงอารมณ์ดีเช่นนี้” มู่หลิงลั่วถามอย่างสงสัยใคร่รู้

ไป๋ฉียิ้มอย่างมีเลศนัย “ไม่มีอะไร ก็แค่ต้นอ่อนดี ๆ ต้นหนึ่งกำลังจะเติบใหญ่แล้วก็เท่านั้น”

มู่หลิงลั่วถอนหายใจ “เจ้าช่างชอบหาเรื่องให้ตนเองวุ่นวายเหลือจริง ฟูมฟักผู้อื่นต้องเอาใจใส่ยิ่งกว่าฟูมฟักตนเองเสียอีกเจ้าระวังให้ดีเล่า ฟูมฟักคนไว้มากเกินไปจะคุมยากเอา”

ไป๋ฉีหัวเราะ “วางใจเถิด ในใจข้ารู้เหมาะควร หากมีผู้ใดกล้าทำตัวเหลวไหลเดินผิดทาง ข้าย่อมมิใจอ่อนจักทำตามกฎสวรรค์อย่างแน่นอน ราชาปีศาจที่จืออวี่ลงโทษก่อนหน้านี้ก็เป็นคนที่ข้าฟูมฟักมา ข้าเป็นคนมอบเบาะแสช่วยให้จืออวี่จับกุมเขาได้อย่างราบรื่นด้วยซ้ำ”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 460 ครบกำหนดเวลาพันปีจึงเที่ยง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย