Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 461 ยอดสมบัติของมรรคาจารย์

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 461 ยอดสมบัติของมรรคาจารย์
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

“เช่นนั้นก็ดี ข้าเพียงกลัวเจ้าจะยึดติดกับหน้าตามากเกินไปแล้วไปขัดแย้งกับพวกเขาเข้า”

มูหลิงลั่วเอ่ยด้วยความโล่งใจ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดความสัมพันธ์ระหว่างนางกับไป่ฉีกลับใกล้ชิดขึ้นเรื่อยๆ

หรืออาจเพราะมีเพียงนางที่สามารถอยู่ในตำหนักเมฆาม่วงกับไป่ฉีได้

อีกทั้งเวลามีปัญหายุ่งยากก็มักจะให้ไป่ฉีเป็นผู้จัดการแก้ไข

ในการจัดการความสัมพันธ์ต่างๆ แน่นอนว่าความสามารถของไป่ฉีเหนือกว่ามูหลิงลั่วอยู่บ้าง

บางครั้งมูหลิงลั่วเองก็ไม่เข้าใจเหตุใดไป่ฉีที่ดูเหมือนโลภมากผู้นี้กลับได้รับความเอ็นดูจากทุกฝ่าย

กระทั่งทุกฝ่ายยังกระตือรือร้นยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับนางเสียอีก

จะไม่กล่าวถึงที่อื่นไกล แม้แต่ตระกูลมูก็มอบของกำนัลให้ไป่ฉีมากกว่าที่มอบให้นางด้วยซ้ำ

ทำให้นางไม่รู้ว่าควรโกรธหรือควรหัวเราะดี

ไป่ฉีนั่งอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า

“เรื่องตำแหน่งผู้นำแห่งเซียนพิภพถูกพูดถึงกันให้ทั่ว ตระกูลมูเองก็อยากมีส่วนร่วม เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”

มูหลิงลั่วกล่าวอย่างสงบว่า “พวกเขาอยากจะแย่งก็ให้แย่งไป ข้าไม่คิดจะช่วยพูดอะไรแทนพวกเขาหรอก”

พวกเขาได้รับก็มีมากพอแล้ว ส่วนตำแหน่งผู้นำแห่งเซียนพิภพ

ข้าเชื่อว่าพี่ฉางเชิงย่อมมีข้อวินิจฉัยของตนเอง

แม้เวลาผ่านไปนานปีนางก็ยังคงชอบเรียกเจียงฉางเชิงว่า ‘พี่ฉางเชิง’

นางเองก็รู้ดีว่าเพราะตลอดมาเจียงฉางเชิงปกป้องนางไว้อย่างดี ทำให้นางแทบไม่เคยพบเจอความยากลำบากใดๆ ในชีวิตเลย

ไป่ฉีถามต่อว่า “แล้วเจ้าคิดว่าใครจะได้เป็นผู้นำแห่งเซียนพิภพ”

มูหลิงลั่วครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วตอบว่า

“แม้ในโลกบำเพ็ญเซียนจะมีผู้คนเก่งกาจมากมาย แต่ข้าหวังว่าหูยวนผู้นั้นจะได้เป็นผู้นำแห่งเซียนพิภพ”

เขาเป็นผู้ผดุงธรรมแห่งเซียนอย่างแท้จริง เดินทางทั่วหล้าสร้างคุณความดีมากมาย

ช่วยเหลือตั้งแต่ราษฎรเบื้องล่างไปจนถึงเทียนจิงเบื้องบน ทั้งมิได้ช่วยเหลือเพียงมนุษย์เท่านั้นแต่ยังช่วยเหลือเผ่าพันธุ์อื่นๆ ด้วย

เพราะเรื่องของเจียงเทียนเชิงทำให้นางมีความประทับใจต่อหูยวนไม่น้อย

นอกจากนี้… หูยวนได้เรียนรู้มหามรรคาปราณทองคำและวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลง…

มูหลิงลั่วเหลือบมองไปยังเจียงฉางเชิงที่อยู่ไกลๆ สายตาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง

นางสงสัยนัก เหตุใดเจียงฉางเชิงจึงเลือกเด็กผู้นี้

นางเคยไปยังตำหนักยมโลกเพื่อถามถึงอดีตชาติของหูยวนแต่สะบั้นเศียรกลับบอกว่าเขาไม่มีอดีตชาติ

ไป่ฉีกลั้นหัวเราะพลางเอ่ยว่า “หูยวนผู้นี้แน่นอนว่าใช้ได้ ทุกด้านล้วนไม่เลวเลย”

ในใจของสตรีทั้งสองต่างก็รู้แจ้งแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดเจน

บรรดาผู้มีตำแหน่งสูงในแดนสวรรค์ต่างคิดว่าเบื้องหลังของหูยวนคือไป่ฉี

แต่แท้จริงแล้วคือมรรคาจารย์

เมื่อพวกนางตระหนักว่าหูยวนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์ของตนเป็นใคร ทั้งสองจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเจียงฉางเชิงกำลังวางหมากกระดานใหญ่

ไม่ใช่ใครก็สามารถฝึกบำเพ็ญมหามรรคาปราณทองคำได้!

ปัจจุบันผู้ที่ครอบครองมหามรรคาปราณทองคำมีจำนวนนับนิ้วได้

และไม่มีผู้ใดจะถ่ายทอดมหามรรคาปราณทองคำออกไปยังภายนอก

“ดูเหมือนเรื่องตำแหน่งผู้นำแห่งเซียนพิภพนี้จะมีอิทธิพลมากจริงๆ”

เสียงของเจียงฉางเชิงดังมาจากที่ห่างไกลทำให้สตรีทั้งสองหันไปมองและเห็นเขาลืมตาพอดี

ไป่ฉีรีบขยับเข้าไปใกล้ถามด้วยความอยากรู้ว่า “ตำแหน่งผู้นำแห่งเซียนพิภพจะเป็นของหูยวนหรือไม่?”

เจียงฉางเชิงเหยียดกายบิดเอวเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

“นั่นก็ไม่แน่ การบ่มเพาะหูยวนมิใช่เพื่อให้ไปชิงตำแหน่งผู้นำแห่งเซียนพิภพ”

เขาบ่มเพาะหูยวนเพียงเพราะหูยวนคือวังเฉิน

“ไม่แน่อย่างนั้นหรือ? หรือว่าท่านตั้งใจจะวางบททดสอบ” ไป่ฉีถามต่อ

เจียงฉางเชิงไม่ได้ตอบ สายตาของเขามองลงไปยังแดนมนุษย์ จ้องมองไปยังศิษย์ที่เรียกตนเองว่าจิงเทียน

ไม่รู้เลยว่าศิษย์ที่วังเฉินผู้นั้นบ่มเพาะขึ้นมาจะเป็นเช่นไร

หูยวนพเนจรไปทั่วหล้านับร้อยปี มิใช่รับจิงเทียนมาเป็นศิษย์เพียงคนเดียวเท่านั้นยังมีศิษย์คนอื่นอีกด้วย

กระทั่งรับเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยซ้ำ

แต่ในบรรดาศิษย์ทั้งหมดเขากลับถ่ายทอดมหามรรคาปราณทองคำและวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงให้จิงเทียนเพียงคนเดียว

จะต้องรู้ว่าหูยวนเคยถูกจอมราชันเผ่าปิศาจหยามเหยียดแต่กลับยังเมตตากับปีศาจน้อยตนหนึ่งได้

เจียงฉางเชิงจึงรู้สึกพึงพอใจต่อความใจกว้างของเขาอย่างมาก

แดนสวรรค์ภายในป่าทอสวรรค์ จักรพรรดิสวรรค์กับจักรพรรดินีสวรรค์กำลังชมป่าไม้ข้างหลัง

มิเหล่าเทพธิดาติดตาม จักรพรรดินีสวรรค์เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า

“ฝาบาททอสวรรค์เตรียมพร้อมแล้ว ตอนนี้ก็รอเพียงการเลือกผู้นำแห่งเซียนพิภพเท่านั้น”

พูดถึงผู้นำแห่งเซียนพิภพแล้วฝาบาทพอมีข้อมูลหรือไม่?

จักรพรรดิสวรรค์ส่ายศีรษะ “เราไม่กล้าไปรบกวนท่าน”

“ผู้นำแห่งเซียนพิภพมีอยู่ก็เพื่อคานอำนาจแดนสวรรค์ คานอำนาจเรา”

เขาทราบดีในใจและไม่เคยมีความน้อยใจใดๆ เพราะแท้จริงแล้วแดนสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่ท่านพ่อมอบให้เขามิใช่สิ่งที่เขาสร้างขึ้นเอง

อีกทั้งการทำเช่นนี้ก็เพื่อรับผิดชอบต่อสรรพชีวิตทั้งหลาย

ยิ่งแดนสวรรค์แข็งแกร่งมากขึ้นเขาก็เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดัน

การแก่งแย่งจากฝ่ายต่างๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลายเรื่องไม่อาจตัดสินใจได้โดยลำพังอีกต่อไป

บางทีการมีผู้นำแห่งเซียนพิภพอยู่ก็อาจทำให้แรงกดดันเบาบางลงบ้าง

“ผู้นำแห่งเซียนพิภพครองคันฉ่องแผ่นดินนี้ช่างเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่…”

“ฝาบาท หากท่านสามารถขอระฆังศักดิ์สิทธิ์ตรีวิสุทธิหรือดาบบินสะบั้นเซียนมาได้

เช่นนั้นแดนสวรรค์ก็จะมั่นคงกว่านี้มากนัก”

จักรพรรดินีสวรรค์เอ่ยอย่างจริงจังและไม่ใช่เพียงนางเท่านั้นที่คิดเช่นนี้

เหล่าเทพประจำทั้งหลายต่างก็มอบหมายให้นางโน้มน้าวจักรพรรดิสวรรค์เช่นกัน

จักรพรรดิสวรรค์เคยได้ยินถ้อยคำทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วนจนเบื่อหน่ายนัก

แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ผู้นำแห่งเซียนพิภพจะปรากฏตัว

และคิดถึงเรื่องที่ตนเองต้องเผชิญหน้ากับคันฉ่องแผ่นดิน หัวใจของเขาก็พลันสั่นสะท้าน

หรือบางทีควรจะไปหาสักครั้งจริงๆ

เรื่องงานชุมนุมทอสวรรค์ได้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งโลกคุนหลุน ทั้งโลกเบื้องบนและแดนมนุษย์ต่างถกเถียงกัน

และในช่วงเวลานี้ก็มีผู้ฝึกยุทธหลั่งไหลเข้าสู่โลกคุนหลุนมากขึ้นเรื่อยๆ

ศึกแห่งอสุรกายมหันตภัยในงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีทำให้วิถีเซียนเปล่งประกาย

บรรพจารย์ยุทธเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง อนุญาตให้ผู้ฝึกยุทธโลกเทพยุทธเข้าสู่โลกคุนหลุนเพื่อแลกเปลี่ยน

ตอนนี้นาวาสวรรค์ยักษ์หาลำได้จอดอยู่ใกล้โลกคุนหลุนแล้ว

หลังการเจรจาระหว่างโลกเทพยุทธและแดนสวรรค์ ผู้ฝึกยุทธก็สามารถเข้าสู่โลกคุนหลุนได้เอง

หากก่อความผิดใดๆ แดนสวรรค์ย่อมมีสิทธิลงโทษตามกฎสวรรค์

ท่าทีของโลกเทพยุทธทำให้แดนสวรรค์พอใจยิ่งนัก

ดังนั้นแดนสวรรค์จึงให้เกียรติและยังช่วยแนะนำโลกคุนหลุนแก่พวกเขาด้วย

เฟิงอวี่ในฐานะหัวหน้าแห่งเจ็ดสิบสองตาทะวะก็มาด้วยเช่นกัน

เขาแบกรับภารกิจต้องช่วยไทซังคุนหลุนให้ได้มาซึ่งวิชาเซียน

เมื่อได้ยินว่าโลกคุนหลุนเกิดจากการรวมตัวของโลกแห่งยุทธกว่าร้อยที่เฟิงอวี่ก็เกิดความเคารพต่อมรรคาจารย์

ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นผู้ฝึกยุทธอื่นก็เช่นกัน

ศึกช่วงชิงโลกแห่งยุทธหาใช่ความลับ ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่ต่างรับรู้

เดิมทีโลกคุนหลุนคือกลุ่มโลกแห่งยุทธที่ถูกโลกเทพยุทธทอดทิ้งพวกเขาจึงเลื่อมใสอย่างแท้จริง

ผู้ฝึกยุทธบางคนยังจำเผ่าฉาง หลิวเสินโจว และชีหมิงหวังได้

เมื่อได้พบกับสหายเก่าก็ยิ่งรู้สึกหลากหลายเป็นพิเศษ

ผู้ฝึกยุทธเผ่าหมิงก็มาถึงแล้วเช่นกันภายในตำหนักสวรรค์

ชีหมิงหวังกำลังต้อนรับผู้ฝึกยุทธเผ่าหมิงหลายคน

พวกเขาเห็นชีหมิงหวังก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง เพราะชีหมิงหวังคืออัจฉริยะนิรันดรกาลที่เผ่าหมิงบ่มเพาะมา

เดิมทีคิดว่าเขาตายไปแล้วเผ่าหมิงถึงกับโกรธเกรี้ยวและก่อความวุ่นวายใหญ่โต

“ชีหมิงหวัง เหตุใดเจ้าจึงไม่กลับเผ่าหมิงหรือว่ามรรคาจารย์ทำให้เจ้าเดือดร้อนลำบากกัน”

ชายชราสวมชุดดำคนหนึ่งถามเสียงทุ้ม แม้มรรคาจารย์จะยิ่งใหญ่แต่ศักดิ์ศรีของเผ่าหมิงมิอาจให้ผู้ใดเหยียบยำ่าได้

ชีหมิงหวังสายหัวแล้วกล่าวว่า

“ตั้งแต่ยุคหมื่นวิถีเริ่มขึ้นมรรคาจารย์ไม่เคยจำกัดพวกเรา

กระทั่งส่งเสียงมาบอกข่าวว่าข้ากลับไปเยี่ยมเผ่าหมิงได้ แต่ข้าไม่อยากเสียเวลา ข้าต้องบำเพ็ญเซียน”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ดวงตาของเขาก็ส่องประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

บำเพ็ญเซียน!

ทุกคนมองหน้ากันไปมาเรื่องราวของวิถีเซียนพวกเขาเคยได้ยินมานานแล้ว

บางคนถึงกับเคยเห็นกับตาเพียงแต่ว่าในสายตาของพวกเขามรรคาจารย์ก็แค่พลังแข็งแกร่งเท่านั้น

จึงสะท้อนให้เห็นว่าวิถีเซียนนั้นทรงพลังได้

แต่ท่าทีของชีหมิงหวังกลับทำให้พวกเขาเริ่มลังเล

“พวกเจ้ามาได้ถูกเวลา อีกไม่นานผู้นำแห่งเซียนพิภพก็จะถือกำเนิดขึ้น

ถึงเวลานั้นผู้นำแห่งเซียนพิภพจะได้ครอบครองคันฉ่องแผ่นดิน

บางทีพวกเจ้าอาจจะได้เห็นพลังของคันฉ่องแผ่นดิน”

ชีหมิงหวังพูดต่อเมื่อเอ่ยถึงคันฉ่องแผ่นดินเขาก็ไม่อาจเก็บความตื่นเต้นไว้ได้

แม้แต่จักรพรรดิสวรรค์ยังเป็นเช่นนั้นแล้วนับประสาอะไรกับคนอื่น

ไม่รู้ว่ามีผู้คนมากเพียงใดที่ใฝ่ฝันถึงสมบัติอาคมของมรรคาจารย์โดยเฉพาะคนเหล่านี้ที่อยู่ใกล้มรรคาจารย์ทุกคนต่างต้องการ

แม้แต่ไป่ฉีที่อาศัยอยู่ในตำหนักเมฆาม่วงก็ไม่เว้น

“ผู้นำแห่งเซียนพิภพคือสิ่งใดกัน” ผู้ฝึกยุทธอีกคนถามขึ้น

คนอื่นๆ เองก็สนใจโครงสร้างอำนาจของวิถีเซียนเช่นกัน

ชีหมิงหวังจึงอธิบายเกี่ยวกับผู้นำแห่งเซียนพิภพ ผู้ที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นผู้ชาญฉลาดผ่านศึกชิงอำนาจมาแล้วทั้งสิ้น

พอฟังคำอธิบายก็อดนับถือในใจไม่ได้

แดนสวรรค์นั้นก่อตั้งโดยมรรคาจารย์ จักรพรรดิสวรรค์ก็เป็นบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของมรรคาจารย์อีกทั้งมรรคาจารย์ยังมีพลังสูงสุด

การสร้างตำแหน่งผู้นำแห่งเซียนพิภพขึ้นมาก็เพื่อประโยชน์ของสรรพชีวิตโดยแท

หากเป็นพวกตระกูลสูงศักดินิรันดรกาลพวกเขาไม่มีวันสนใจความคิดของสรรพชีวิตทั้งหลาย

เพราะในสายตาพวกเขามวลมนุษย์ทั้งปวงก็ต้องทำงานรับใช้พวกเขาอยู่ดี

ชีหมิงหวังกล่าวด้วยความรู้สึกจากใจว่า “บำเพ็ญเซียนมานานข้าเพิ่งตระหนักว่ามิใช่จำเป็นต้องสังเวยผู้อื่นเพื่อบรรลุตนเอง”

ข้าถึงขั้นอยากเสนอให้เผ่าหมิงเข้ารวมวิถีเซียน ละทิ้งวิถียุทธแล้วหันมาบำเพ็ญเซียน!

เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมาใบหน้าของผู้ฝึกยุทธเผ่าหมิงก็พลันเปลี่ยนไปอย่างหนัก

นี่มันคำพูดเจตนาร้ายชัดๆ!

หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปโลกเทพยุทธคงต้องประณามเผ่าหมิงว่าเป็นกบฏกระมัง

ทุกคนต่างรู้ดีแม้โลกเทพยุทธอนุญาตให้พวกเขากลับมายังโลกคุนหลุนแต่ก็เพียงเพื่อรับสืบทอดวิถีเซียน

หาใช่ให้ละทิ้งรากฐานวิถียุทธ

ยิ่งไม่อาจให้เผ่าแข็งแกร่งนิรันดรกาลละทิ้งวิถียุทธแล้วหันมาบำเพ็ญเซียนนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้

พวกเขาต้องใช้เวลานับกี่ปีถึงจะบำเพ็ญเซียนได้ถึงระดับนี้กัน?

ผู้ฝึกยุทธเผ่าหมิงต่างมองหน้ากันและเห็นถึงความคิดเดียวกันในแววตาของอีกฝ่าย

อำนาจเย้ายวนของวิถีเซียนน่ากลัวเกินกว่าที่พวกเขาคิดไว้!

ต้องระวังให้มาก!

เมื่อมีผู้ฝึกยุทธจากโลกเทพยุทธเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ โลกบำเพ็ญเซียนก็คึกคักขึ้น

เพื่อปูทางสู่อนาคต นิกายบำเพ็ญเซียนทั้งหลายต่างก็ต้อนรับเหล่าผู้ฝึกยุทธจากโลกเทพยุทธด้วยความยินดี

พวกเขาในภายภาคหน้าย่อมต้องออกจากโลกคุนหลุน

และจะสร้างสายสัมพันธ์กับผู้คนมากมายย่อมช่วยให้พวกเขาเข้าสู่มหาพิภพดินเหลืองเพื่อพัฒนาต่อไปได้

กาลเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เวลาหนึ่งพันปีมาถึงในที่สุด

มหาพิภพจิตจรได้เข้าสู่ช่วงรุ่งเรืองที่ยากพบเจอในรอบหลายร้อยปี

จำนวนผู้ศรัทธาที่ปรากฏขึ้นพร้อมกันได้ทำลายสถิติเดิมลง

แม้ผู้นำแห่งเซียนพิภพจะมีเพียงหนึ่งเดียวแต่ก็ไม่อาจขัดขวางความอยากรู้อยากเห็นของผู้ศรัทธานับไม่ถ้วนได้

เหล่าผู้ศรัทธาต่างเฝ้ารอคอยหวังจะได้เห็นมรรคาจารย์ปรากฏกาย

หูยวนและเจียงเทียนเชิงก็มาด้วยทั้งสองอยู่ห่างกันไกลมองไม่เห็นกันแต่ต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นี่เช่นกัน

“เจียงซัน เจ้าคิดว่าผู้นำแห่งเซียนพิภพจะเป็นใคร

คนในโลกบำเพ็ญเซียนที่ชื่อเสียงเลื่องลือพอจะทัดเทียมแดนสวรรค์นั้นมีไม่มากนักหรอกนะ”

เจียงเทียนเชิงกระทุ้งศอกใส่เจียงซันพลางหัวเราะหยอกล้อ

นับแต่กลับมาจากน้ำพุเหลืองอันธการเจียงซันก็เปลี่ยนไปอย่างมาก พยายามกดข่มจิตสังหารรอคอยจนกว่านรกสิบแปดขุมจะสร้างเสร็จ

ดาวสังหารนิรันดรกาลผู้นี้เก็บซ่อนกลิ่นอายสังหารเอาไว้ ทำาให้ดูสงบเสงี่ยมลง

เจียงซันกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ไม่ดูชื่อเสียงหรอกแต่ดูที่บุญบารมีต่างหาก”

ในที่ห่างไกลจักรพรรดิสวรรค์ก็กำลังสนทนาถึงเรื่องนี้กับเหล่าเทพสวรรค์ เทพาจารย์ และดาราเทพ

ความเคลื่อนไหวที่ผู้นำแห่งเซียนพิภพก่อขึ้นนั้นยิ่งใหญ่นักเป็นรองเพียงมรรคาจารย์เทศนาเท่านั้น

เพียงผลกระทบเช่นนี้ก็ตอกย้ำแล้วว่าสถานะของผู้นำแห่งเซียนพิภพสูงส่งเพียงใด!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 461 ยอดสมบัติของมรรคาจารย์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย