Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 443 กลายเป็นตำนานยุคสมัยผันเปลี่ยน

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 443 กลายเป็นตำนานยุคสมัยผันเปลี่ยน
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ยินดีบุกเบิกเส้นทางสู่ยุคทองแห่งหมื่นวิถีเพื่อสรรพชีวิต!

คำพูดนี้ของมรรคาจารย์ทำให้ผู้ฝึกบำเพ็ญในมหา

มรรคาต่างๆต้องตื่นตะลึงเยียจานหลิวเสินโจวและซีหมิง

หวังยิ่งรู้สึกเป็นเกียรติบรรพจารย์เผ่าเยียอุทานตระหนกในใจมรรคาจารย์จิตใจกว้างขวางโดยแท!

แค่คำพูดประโยคนี้ก็ทำให้เรื่องน่าอึดอัดใจกลายเป็น

มีเกียรติกลายเป็นมีความหมายขึ้นมาได้!

แม้แต่ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ไกลออกไปก็ยังตกตะลึงสายตาที่

พวกเขามองเจียงฉางเชิงก็เปลี่ยนไปด้วย

บรรพจารย์ยุทธนิพพานแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดเพียงแค่กวักมือบอกให้เจียงฉางเชิงลงมือ

เจียงฉางเชิงกลับไม่ได้ลงมือผู้ที่สามารถกดดันอัครเทพยุทธทั้งสิบแปดได้ต้องไม่ใช่คนที่เขาต่อกรได้เป็นแน่

เมื่อเห็นว่าเจียงฉางเชิงไม่ยอมขยับบรรพจารย์ยุทธ

นิพพานจึงสะบัดแส้ขนในทันทีลมสลาตันที่แสนคุ้นเคยพัดออกไปเจียงฉางเชิงจึงพุ่งตัวเข้าใส่

เกิดเสียงดังตู้ม!

ลมสลาตันถูกสั่นสะเทือนจนสลายไปเขาพุ่งเข้ามาตรงหน้าบรรพจารย์ยุทธนิพพาน

เหล่าผู้สืบทอดมหามรรคาเห็นภาพนี้แล้วต่างมีสีหน้า

ตื่นตกใจอย่างยิ่ง!

บรรพจารย์ยุทธนิพพานยกฝ่ามือซ้ายขึ้นมากำลังจะซัดใส่เจียงฉางเชิงเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผมเส้นหนึ่งของ

เจียงฉางเชิงกำลังส่องประกายจึงหลบออกไปตามสัญชาตญาณพริบตานั้นแสงแรงกล้าก็สาดส่องออกไปจากภายในตัว

ของเจียงฉางเชิงก่อนแผ่กว้างออกไปอย่างรวดเร็วจนปกคลุมกายเนื้อของเขาแสงจ้านั้นสาดส่องไปบนใบหน้าของทุกคนส่องให้สีหน้าตกตะลึงของทุกคนสว่างขึ้นมา

สิบแปดอัครเทพยุทธตื่นตกใจเป็นที่สุดพวกเขาเคยได้ยินชื่อของมรรคาจารย์มานานแล้วแต่ในสายตาของพวกเขาเมื่อเทียบกับบรรดาพวกผิดแผกที่ก่อความวุ่นวาย

มานานแล้วเจียงฉางเชิงไม่มีสิ่งใดน่าสนใจด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงยินยอมใช้มรรคาจารย์เป็นหินลับมีดให้แก่ไทซังคุนหลุนทว่าพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามรรคาจารย์จะสา

มารถประมือกับบรรพจารย์ยุทธได้!

หลังจากใช้ฟ้าดินสิ้นสลายไปครั้งหนึ่งและแสงแรงกล้าเพิ่งจางหายไปเจียงฉางเชิงก็กระโดดออกมาในทันทีเป็นดังที่คาดไว้บรรพจารย์ยุทธนิพพานหลบออกไปแล้ว

เจ้าหมอนี่ว่องไวเหลือเกิน!

คนทั้งสองเพิ่งประมือกันเจียงฉางเชิงใช้เส้นผมที่มีวิชาฟ้าดินสิ้นสลายไปแล้วถึงสองเส้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่าของบรรพจารย์ยุทธนิพพานเขาได้แต่ใช้ฟ้าดิน

สิ้นสลายเข้าต้านเพื่อให้ปลอดภัยเอาไว้ก่อนซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่เขาพุ่งตัวทะลุผ่านลมสลาตัน

ลมสลาตันของบรรพจารย์ยุทธนิพพานไม่ได้เรียบง่าย

เฉกเช่นที่มองเห็นแม้ว่าก่อนหน้านี้จะช่วยให้ร่างกายของทุกคนจะกลับมาอยู่ในสภาวะเดิมแล้วแต่หากมาเป็นศัตรูของเขาลมสลาตันนี้ก็จะกลายเป็นไอสังหารที่ไม่จบสิ้นด้วยเหตุนี้เขาจึงใช้เส้นผมฟ้าดินสิ้นสลายไปโดยไม่ทันรู้ตัว

ต้องหาช่องโอกาส!

เจียงฉางเชิงคิดอยูเงียบๆเคราะห์ดีที่เขาเตรียมตัวมาอย่างพร้อมสรรพส่วนเส้นผมมหามรรคาจำแลงกายสำหรับฟ้าดินสิ้นสลายเขาก็เตรียมมาเป็นจำนวนไม่น้อยและ

เพียงพอให้โชว์งาน

ทว่าฟ้าดินสิ้นสลายเช่นนี้ได้แต่ใช้เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ไม่อาจต้านทานได้เท่านั้นเจาะจงสังหารศัตรูได้ยาก

แม้แต่สิงอูซินก็ยังสังหารไม่ได้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงบรรพจารย์ยุทธนิพพาน

ต้องลงมือเอง!

บรรพจารย์ยุทธนิพพานก้มมองเจียงฉางเชิงแล้วกล่าวว่า

วิถีเซียนมีพลังทำลายล้างที่รุนแรงข้าจำเอาไว้แล้วแต่หาก

เจ้าต้องการทำให้ข้าบาดเจ็บหาใช่ง่ายดายเพียงนั้น!”

ทันทีที่สิ้นเสียงก็ปรากฏแสงสีทองเก้าสายขึ้นมาเหนือศีรษะของบรรพจารย์ยุทธนิพพานเป็นเช่นแสงแห่งเทพสาดส่องลงมาด้วยความรวดเร็วยิ่งยวด!

เป็นวิชาเกาทัณฑ์ตาอิพิฆาตโลกา!

เจียงฉางเชิงเข้าใจขึ้นมาทันใดว่าร่างจริงกำลังช่วยเขาอยู่!

บรรพจารย์ยุทธนิพพานเงยหน้าขึ้นแล้วสะบัดแส้ขน

ขึ้นไปบนฟ้า

พริบตาที่เขาสะบัดแส้ขนเจียงฉางเชิงยกมือขึ้นไปดึง

เส้นผมบนศีรษะแล้วโยนเส้นผมหลายสิบเส้นออกไปกลายเป็นร่างจิตจำแลงเทพหลายสิบร่าง

แสงสีทองลำแสงแรกถูกทำลายแสงสีทองที่เหลืออีกแปดเส้นหลบไปทันใดก่อนหมุนคว้างอยู่สูงๆในห้วงสุญญตาอย่างรวดเร็วเขาล้อมเจียงฉางเชิงและบรรพจารย์ยุทธนิพพานเอาไว้

บรรพจารย์ยุทธนิพพานถูกร่างจิตจำแลงเทพล้อมเอาไว้แต่ยังคงมีท่าทีผ่อนคลายคล้ายกำลังเดินเล่นแค่สะบัดแส้ขน

ก็ทำลายร่างจิตจำแลงเทพไปได้หนึ่งร่างทุกคนมองภาพนี้แล้วต้องถอนหายใจอานุภาพทรงพลังของบรรพจารย์ยุทธนิพพานและอภินิหารยิ่งใหญ่ของมรรคา

จารย์ต่างทำให้ทุกคนตื่นตะลึงเวลานี้ทั้งสองฝ่ายยังเสมอกันโมวังตะลึงค้างมรรคาจารย์สามารถต่อกรกับผู้อาวุโสได้ถึงขั้นนี้เชียวหรือเห็นว่าทั้งบรรพจารย์ยุทธนิพพานและมรรคาจารย์เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆมรรคาจารย์พุ่งเข้าใส่ก้าวเข้าไปก้าว

เดียวคล้ายก้าวเดินไปในห้วงสุญญตาแต่เพราะการนี้กลับทำให้ขอบห้วงสุญญตาไร้ซึ่งสีสันฟ้าดินสิ้นสลาย!

ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่มหามรรคาจำแลงกายแต่เจียงฉาง

เชิงลงมือด้วยพลังอาคมทั้งหมดที่ร่างแยกมี

ไม่เหลือแรงไว้!

แสงจ้าปรากฏขึ้นพร้อมกับฟ้าดินสิ้นสลายรวดเร็วยิ่งกว่าก่อนหน้านี้แทบจะแค่พริบตาเดียวลำแสงแรงกล้าอย่างที่สุดก็เข้าปกคลุมบรรพจารย์ยุทธนิพพาน

ลำแสงสีทองทั้งแปดเส้นยิงเข้าไปในแสงแรงกล้าเพื่อป้องกันไม่ให้บรรพจารย์ยุทธนิพพานหลบหนีไปได้เปรียง…

พลังอันน่าหวาดกลัวทำให้สิบแปดอัครเทพยุทธยก

มือขึ้นพร้อมกันเพื่อใช้พลังบรรพยุทธของตนเข้าคุ้มกันผู้ฝึก

ยุทธเช่นเดียวกับเหล่าผู้สืบทอดแห่งมหามรรคาที่ต่างก็คุ้มกันคนใต้บังคับบัญชาของตนทว่าเมื่อพลังของพวกเขาแพร่กระจายออกมาและกระทบถูกลำแสงแรงกล้าพลังของพวกเขาก็สลายหายไปในพริบตา

“เป็นไปได้อย่างไร!”

ผู้แข็งแกร่งทั้งสองฝ่ายหน้าเสียไปทันใดบังเกิดคลื่น

สะเทือนขวัญขึ้นในใจพวกเขาและอยากถอยออกไปตามสัญ

ชาตญาณแต่ยังดีที่ฟ้าดินสิ้นสลายไม่ได้กระทบถึงทุกคนที่อยู่

เบื้องล่างแค่ทำลายเกราะป้องกันที่เหล่าผู้แข็งแกร่งสร้างขึ้นมาจนย่อยยับเท่านั้น

เยียจานหลิวเสินโจวและซีหมิงหวังหลับตาลงไม่สามารถมองแสงสว่างแรงกล้าของฟ้าดินสิ้นสลายได้โดยตรง

“เป็นกระบวนท่านี! เป็นกระบวนท่านี!”

หลิวเสินโจวตื่นเต้นเป็นที่สุดเสียงของเขาสะท้อนก้อง

อยู่ข้างหูของเยียจานและซีหมิงหวัง

บรรพจารย์เผ่าเยียที่อยู่ในสภาพดวงวิญญาณหรี่ตาลงมองเขามองไม่เห็นร่างของมรรคาจารย์และบรรพจารย์ยุทธนิพพานแล้วจวบจนแสงแรงกล้าหดหายไปและขอบห้วงสุญญตา

กลับมามีสีสันดังเดิมเหล่าผู้แข็งแกร่งที่อยูในระดับขั้นสูงๆก็เริ่มมองออกไปก่อนเบื้องบนเหลืออยู่เพียงร่างหนึ่งเป็นบรรพจารย์ยุทธนิพพาน!

มรรคาจารย์หายไปแล้ว!

ชุดนักพรตของบรรพจารย์ยุทธนิพพานขาดวิ่นเขาก้มหน้าลงมาน้อยๆมองมือขวาของตนแขนเสื้อขวากับฝา

มือขวาหายไปแล้วรวมไปถึงแส้ขนของเขาก็หายไปด้วย

เช่นกันเลือดสดหยดลงมาและเลือดของเขากลับเป็นสีทอง

“เจ้าบาดเจ็บแล้ว!”

เสียงหัวเราะลั่นดังขึ้นมาทำลายความเงียบสงบคนที่พูด

ก็คือฟาดินสรวลเขามีสีหน้าตื่นเต้นราวกับได้เห็นเรื่องประหลาดที่ยากพบเห็น!

แม้จะเป็นคนในขั้นยอดยุทธกำเนิดสวรรค์ก็ยังมองออก

ว่ามือขวาของบรรพจารย์ยุทธนิพพานหายไปและกำลังมีเลือด

ไหลออกมาจากกระดูกที่มือ

อ้า…

ทุกคนส่งเสียงอืออึงบังเกิดความโกลาหลขึ้นมาสิบแปดอัครเทพยุทธคิดไม่ถึงว่าบรรพจารย์ยุทธนิพพาน

จะถูกตบหน้าเช่นนี้พวกเขาร้อนรนขึ้นมาในทันใดเพราะพวกเขาไม่อาจยินยอมให้มหามรรคาอื่นดำรงอยู่ได้

“มรรคาจารย์เล่า”

เสียงของบรรพจารย์อธรรมเกาหยินดังขึ้นและดึงความคิดของทุกคนกลับเข้ามาสู่ความเป็นจริง

จริงด้วย!

มรรคาจารย์ไปอยู่ที่ใดแล้ว

เขาเสียสละตนเองเพื่อทำให้ข้าบาดเจ็บ

เสียงบรรพจารย์ยุทธนิพพานดังขึ้นน้ำเสียงของเขา

เย็นเยียบยิ่งกว่าก่อนแต่ยังคงราบเรียบคำพูดของเขาทำให้ทุกคนตะลึงค้างเหตุที่มรรคาจารย์

ทำให้บรรพจารย์ยุทธนิพพานบาดเจ็บได้ที่แทก็เพราะเลือก

เสียสละตนเองหรอกหรือทันใดนั้นพวกเขาก็คิดถึงคำพูดของมรรคาจารย์

ก่อนหน้านี้…

มหามรรคาสามพันวิถีต่างมีโชควาสนาของตนวันนี้ข้า

ยินดีบุกเบิกเส้นทางสู่ยุคทองแห่งหมื่นวิถีเพื่อสรรพชีวิต!

คำพูดนี้ลอยขึ้นมาในห้วงสมองของทุกคนแต่เมื่อย้อน

นึกถึงกลับมีความรู้สึกที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงภายในใจ

แม้แต่ฝ่ายของวิถียุทธทุกคนก็ยังเกิดอารมณ์ถาโถมพวกเขาคิดว่ามรรคาจารย์กับบรรพจารย์ยุทธนิพพานมีพลังพอจะต่อสู้กันได้สักตั้งแต่มรรคาจารย์คงรู้ชัดว่าตนเองห่าง

ชั้นจากบรรพจารย์ยุทธนิพพานจึงได้เลือกกลยุทธ์ที่รัดกุม

ที่สุด

เมื่อยืนอยู่ในมุมของพวกผิดแผกมรรคาจารย์ไม่มีทางแพ้ได้เลยจริงๆฝ่ายวิถียุทธก็ยังเป็นเช่นนี้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยบรรดาผู้ฝึกบำเพ็ญแห่งมหามรรคาว่ามรรคาจารย์ตายเพื่อพวกเขา!

“ไม่ได้!”

อัครเทพยุทธจวินแผดเสียงด้วยโทสะอัครเทพยุทธคนอื่นๆก็สะกดใจไว้ไม่ไหวต่างออกปากขัดขวางล้อเล่นอะไรอยู่!

วิถียุทธปราบพวกผิดแผกมาตั้งหลายปีบอกจะวางมือก็วางลงเช่นนั้นหรือหากปล่อยให้พวกผิดแผกเติบโตขึ้นมาไม่ช้าก็เร็วจะต้องมาแก้แค้นวิถียุทธหน้าฉ่ำจะรวมตัวกันเข้ามาแก้แค้นด้วย!

“ตัดสินใจไปแล้วหากพวกเจ้ายังคงต้องการรักษา

อำนาจของอัครเทพยุทธเอาไว้ก็จงหุบปากเสีย!”

บรรพจารย์ยุทธนิพพานตะโกนด่าทอสิบแปดอัครเทพยุทธโมโหจนหน้าบวมแดงไม่ก็มีหน้าตาดำทะมึนฝ่ายวิถียุทธล้วนขวัญกำลังใจถดถอยอย่างยิ่งแต่สิ่งที่

มีมากกว่าคือจมดิ่งอยู่ในการกระทำอันยิ่งใหญ่ของมรรคา

จารย์ที่เสียสละตนเอง

เรื่องนี้ต้องกลายเป็นตำนานไปตลอดกาลนามของ

มรรคาจารย์จะต้องสืบทอดไปชั่วนิรันดร์ฟาดินสรวลพึมพำว่า “มรรคาจารย์ตายแล้วจริงๆหรือ”

สายตาของเขามองไปยังพวกของเยียจานคล้ายมีความคิดบางอย่างณตำหนักเมฆาม่วง

“นายท่านเหตุใดร่างแยกของท่านจึงได้ระเบิดตัวเอง

เสียเล่าพวกเขากำลังพูดสิ่งใดอยู่รู้สึกว่าดุเดือดกันจริงๆ

เชียว!

ฮาๆๆนายท่านดูท่าร่างแยกของท่านจะทำให้เจ้าพวก

สวมหน้ากากตื่นตกใจเสียแล้ว!”

ไป๋ฉีร้องลั่นขึ้นมาเสียงดังสะท้อนอยู่ในตำหนักทำเอาไป๋หลงตกใจตื่น

แม้ว่าเจียงฉางเชิงจะรู้สึกว่าหนวกหูนักแต่ในใจก็สำราญยิ่ง

จำต้องบอกว่าพรสวรรค์ด้านเล่ห์เหลี่ยมของไป๋ฉีเพิ่มขึ้น

มาเต็มที่ทุกคำพูดล้วนสรรเสริญเขาเป็นนัยๆเขาเองก็มองออกแค่ไม่อยากไปเปิดโปงเท่านั้นวาจาสัตย์ระคายหูแล้วผู้ใดเล่าไม่อยากฟังคำพูดดีๆ

เจียงฉางเชิงตัดขาดกับเนตรฟ้าดินไร้ขอบเขตทำให้การ

มองเห็นของสตรีทั้งสองกลับมาเป็นปกติไม่มีความจำเป็น

ต้องดูเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีกต่อไปใบหน้าของมู่หลิงลั่วเต็มไปด้วยอาการทอดถอนใจ

กล่าวว่า “นี่เรียกว่าเหนือคนยังมีคนเหนือฟ้ายิ่งมีฟ้ามีผู้

แข็งแกร่งตั้งมากมายร่วมกันทำศึกก่อนนี้ข้าไม่กล้าดูด้วยซ้ำ

นับแต่พ้นจากระดับขั้นของคนธรรมดาสงครามที่

มีจำนวนถึงหลายล้านคนที่นางได้พบเห็นก็มีน้อยนักไป๋ฉีพยักหน้าสุดชีวิตกล่าวว่า “ยิ่งใหญ่จริงๆได้เปิดหูเปิดตาอย่างยิ่งทว่าต่อให้พวกเขาแข็งแกร่งอีกสักเท่าใด

ก็ยังไม่อาจทัดเทียมมรรคาจารย์ได้ร่างแยกหนึ่งร่างของมรรคาจารย์

ก็ปั่นหัวพวกเขาได้แล้ววิถียุทธอันใดนั่นยามมาอยู่ต่อหน้า

บรรพจารย์แห่งเซียนทั้งปวงจะนับเป็นเพียงสายลมอันใดได้!”

เจียงฉางเชิงถลึงตาใส่นางหนหนึ่งคำพูดนี้เกินเลยไปแล้วดูท่าทางนางจะใส่อารมณ์เกินไปเขามองมู่หลิงลั่วแล้วกล่าวว่า “ฝึกฝนให้ดีๆ

กว่าโลกคุนหลุนจะตามทันโลกเทพยุทธได้ยังต้องใช้เวลาอีก

เนิ่นนานนักยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงผู้ที่อยู่เหนือกว่าโลกเทพยุทธผู้ใดจะสามารถมั่นใจได้ว่าโลกเทพยุทธเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด”

การปรากฏตัวและท่าทีของบรรพจารย์ยุทธนิพพานบอกชัดว่าต้องมีขุมอำนาจหนึ่งที่ควบคุมบรรพจารย์ยุทธนิพพาน

อยู่เขาจึงจำเป็นต้องปรากฏตัวในสถานการณ์ที่สิบแปดอัครเทพยุทธเกิดความผิดพลาด

หากพบกับบรรพจารย์ยุทธนิพพานตัวคนเดียวแล้วไยต้องอ้อมค้อมไปมาเล่า

เจียงฉางเชิงคิดถึงเทวะมหาเหมันต์ผู้ซึ่งสร้างคลื่น

เหมันต์นิรันดร์ขึ้นมาเทวะแห่งโลกเทพยุทธยังมีอีกมากมาย

เท่าใดแล้วพวกเขาอยู่ที่ใดกันตอนร่างแยกต่อสู้กับบรรพจารย์ยุทธนิพพานทำให้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าขั้นเบิกเนตรอัครยุทธ

ยังดีที่บรรพจารย์ยุทธท่านนี้ก็มีหลักการของตนเองได้แต่หวังว่าเขาจะไม่สับปลับและต้องคอยดูท่าทีต่อไปของเขา

เจียงฉางเชิงอดคิดไปถึงอดีตของมหาจักรพรรดิกระดูกวิญญาณไม่ได้คล้ายว่ามหาจักรพรรดิกระดูกวิญญาณจะถูกบรรพจารย์ยุทธนิพพานควบคุมแต่ทั้งรูปลักษณ์และความ

กระหายเลือดของนางจะกลับมายังโลกเทพยุทธได้อย่างไรด้วยอานุภาพมหาค่ายกลเทพยุทธเจียงฉางเชิงรู้สึกว่าหากโลกเทพยุทธต้องการกำจัดแดนโลหิตให้สิ้นซากกลับไม่ใช่เรื่อง

ยากมหาจักรพรรดิกระดูกวิญญาณสามารถมีชีวิตต่อมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอาจเป็นเพราะความเมตตาของบรรพจารย์ยุทธนิพพาน

แต่นี่กลับมาอีกครั้ง!

รางวัลรอดชีวิตในครั้งนี้จะต้องใหญ่โตมโหฬารเป็นแน่กระมัง!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 443 กลายเป็นตำนานยุคสมัยผันเปลี่ยน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย