Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 441 ผู้อาวุโสท่านยังไม่ลงมืออีกรึ Re

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 441 ผู้อาวุโสท่านยังไม่ลงมืออีกรึ Re
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ในใจเจียงฉางเชิงฉงนสนเท่ห์แต่ไม่ตื่นตระหนก

เพราะเขาก็เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น

แต่พวกหลิวเสินโจวสามคนย่อมยุ่งยากแล้ว

อย่างไรเขาก็เป็นคนพาพวกเขามา จะปล่อยให้ทั้งสามคนมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้สิ

รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

“เจ้าสิ่งนั้นคือสิ่งใดกัน”

เยี่ยจานซีเฝ้าเสาแสงสีม่วงที่อยู่ไกล ๆ แล้วถามอย่างเคร่งเครียด

หลังจากพลังของมรรคาจารย์หดกลับไป ร่างกายของเขาก็ราวกับถูกควักจนว่างเปล่า ไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย

เวลานี้เขาไม่เหลือแรงสู้อีกแล้ว แต่สนามรบตรงหน้ากลับเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น เขาย่อมเป็นกังวล

บรรพจารย์เผ่าเยี่ยโผล่ออกมาบอกว่า “นั่นคือมหาค่ายกลเทพยุทธ เป็นมหาค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกเทพยุทธ

เมื่อถูกกักขังแล้วมิอาจหนีพ้น ได้ยินว่าค่ายกลนี้แปรเปลี่ยนได้นับพันนับหมื่น เป็นมหาค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดของวิถียุทธ

มีเพียงยามโลกเทพยุทธประสบภัยพิบัติใกล้ล่มสลายเท่านั้นจึงจะทำงาน”

น้ำเสียงของเขาแฝงแววเหลือเชื่อ แม้ได้เห็นกับตาตนเองแล้ว

แต่การที่โลกเทพยุทธถูกไล่ต้อนจนถึงขั้นนี้ทำให้เขาคิดไม่ถึงจริงๆ

พวกบำเพ็ญผิดแผกเหล่านั้นแข็งแกร่งเหลือเกิน แข็งแกร่งจนเขาสงสัยว่าวิถียุทธเป็นวิถีบำเพ็ญที่แข็งแกร่งที่สุดจริงๆ หรือ

บรรพจารย์เผ่าเยี่ยหันไปมองเจียงฉางเชิงอีกครั้ง

แม้ผู้สืบทอดมหามรรคาสายอื่นจะแสดงให้เห็นว่าแข็งแกร่งมากเพียงใด

เขาก็ยังรู้สึกว่ามรรคาจารย์ผู้นี้ต่างหากที่แข็งแกร่งที่สุด

ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เห็นชัดว่ามรรคาจารย์มีท่าทีสบายอกสบายใจ พลังของเขามันลึกล้ำจนมิอาจหยั่งรู้ได้

“ฟาตี้ซวน มหาค่ายกลเทพยุทธที่เจ้าร้องขอมาแล้ว เหตุใดเจ้ายังคิดหนีอีกเล่า”

เสียงอันน่าเกรงขามเสียงเดียวกับตอนก่อนหน้านี้ดังขึ้นอีกหน

พวกเจียงฉางเชิงหันไปมองฟาตี้ซวนอย่างห้ามตนเองไม่ได้

ตอนนี้เจ้าหมอนี่ยิ้มที่ปากแต่ไปไม่ถึงดวงตา ดูเหมือนเจ้าตัวก็คงกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง

เจียงฉางเชิงสังเกตเห็นว่าผู้ฝึกยุทธที่ถูกย้ายเข้าไปในมหาค่ายกลล้วนระดับขั้นไม่ต่ำต้อย

ส่วนผู้ฝึกยุทธที่ระดับขั้นต่ำอย่างพวกเฟิ่งอวี่กลับไม่ได้เข้าไป นี่เป็นการแบ่งแยกโดยเจตนาอย่างนั้นหรือ

ดูจากสีหน้าของผู้ฝึกยุทธเหล่านั้นเหมือนพวกเขาก็หวาดกลัวมหาค่ายกลเทพยุทธนี้มากเช่นกัน

บรรพจารย์พุทธอารัมภะประกับฝ่ามือพนมแล้วเอ่ยว่า

“อมิตตาภพุทธ เล่าลือกันว่ายามใดมหาค่ายกลเทพยุทธปรากฏ สรรพสิ่งเหี่ยวเฉาโรยรา อาตมาก็อยากเห็นเหมือนกันว่าโลกเทพยุทธจะสังหารผู้ฝึกยุทธทั้งหลายไปด้วยจริงหรือไม่”

เขากับโม่วังคนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับอย่างเข้าขา

คำพูดของทั้งสองคนทำให้สีหน้าของผู้ฝึกยุทธทั้งหลายย่ำแย่กว่าเดิม

ในที่สุดเจียงฉางเชิงก็ฟังเข้าใจแล้ว เจ้าพวกนี้รู้เรื่องมหาค่ายกลเทพยุทธมาก่อนแล้ว

ยามใดมหาค่ายกลเทพยุทธปรากฏ ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในสนามรบล้วนต้องตายไปด้วย

เพียงแต่เขาไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง จำเป็นจะต้องเล่นใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

หากผู้ฝึกยุทธเหล่านี้ตายกันหมดสิ้น ขุมกำลังของโลกเทพยุทธมิใช่ว่าจะถูกตัดหายไปด้วยหรือไร

คือพ่อแม่นอกโลกเทพยุทธจะยังมีผู้ฝึกยุทธอีกมาก มิหนำซ้ำยังมีโลกอิสระอีกเจ็ดแห่ง

แต่ในฐานะโลกหลัก ผู้ฝึกยุทธที่นี่ย่อมเป็นขุมกำลังที่สำคัญยิ่งกว่าสำคัญ

“เพื่อสืบต่อวิถียุทธ โลกเทพยุทธเตรียมใจไว้นานแล้วทุกท่าน การปล่อยให้พวกผิดแผกคุกคามถึงรากฐานของโลกเทพยุทธ เป็นความล้มเหลวในหน้าที่ของพวกข้า มนุษย์ล้วนต้องตาย ได้ตายเพื่อสืบสานวิถียุทธ มิใช่จุดจบที่พวกเราใฝ่ฝันปรารถนาหรอกหรือ”

อัครเทพยุทธอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา วาจาของเขาเศร้าสลดแต่กลับปลุกความฮึกเหิม ทรงอิทธิพลต่อผู้อื่นอย่างยิ่ง

เมื่อคําพูดนี้ถูกกล่าวออกมา สีหน้าของผู้ฝึกยุทธทั้งหลายก็ค่อยๆ กลายเป็นสีหน้าแน่วแน่ทีละคนๆ

เจียงฉางเชิงสังเกตเห็นว่าสีหน้าของอวี๋ซินไม่เปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

ดูเหมือนเขาไม่ใส่ใจสถานการณ์จนตรอกที่เผชิญอยู่แม้แต่น้อย

สายตาของเขาเอาแต่จับจ้องเจียงฉางเชิง ไม่แม้แต่จะเหลือบแลไปมองบรรพจารย์พุทธอารัมภะแม้สักหน

เจ้าหมอนี่เล็งข้าไว้รึ เจียงฉางเชิงลอบคิดในใจ เขาไม่ใส่ใจนัก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นเพียงร่างแยก

ตอนนี้เขาสนใจว่าจะส่งพวกหลิวเสินโจวสามคนออกไปได้อย่างไรมากกว่า

เขาหันไปมองโม่วังแล้วคิดในใจ ‘เจ้าวางแผนการเสียมากมายเพียงนี้ คงไม่ใช่ว่าไม่มีแผนรับมือแล้วกระมัง เห็นชัดๆ ว่าเจ้ารู้เรื่องมหาค่ายกลเทพยุทธมาก่อนแล้ว!’

เขาหันไปมองผู้สืบทอดมหามรรคาคนอื่นก็พบว่าทุกคนไม่ลนลานสักนิด

ทัณฑ์เทวะเผยสีหน้าดูแคลน ส่วนจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์สีหน้าเรียบเฉย รอยยิ้มของบรรพจารย์กำเนิดพิสดารดูเจ้าเล่ห์อันตราย

หรือว่ามหาค่ายกลเทพยุทธจะเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขาด้วย

“จุดจบที่ดีเช่นนั้นหรือ แล้วไฉนพวกเจ้าไม่มาตายด้วยกันเล่า”

โม่วังเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น วาจาเต็มไปด้วยคำเสียดสี

สาวกของลัทธิโบราณที่ติดตามมาต่างด่าทออย่างโกรธเกรี้ยว ทำให้ผู้ฝึกยุทธจำนวนไม่น้อยได้สติกลับมา

ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังโต้คารมกันอยู่ พลังของมหาค่ายกลเทพยุทธก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แรงกดดันสายนั้นจวนเจียนจะผนึกแน่นกลายเป็นวัตถุอยู่รอมร่อ

มองเห็นไอหมอกสีม่วงขมุกขมัวลอยอยู่เต็มไปหมด

เจียงฉางเชิงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังลึกลับบางอย่างกำลังกัดกร่อนพลังอาคมของตนเอง

“ช่างเป็นค่ายกลที่แข็งแกร่งนัก…”

เจียงฉางเชิงสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พลังอาคมของเขาไม่เคยถูกลมปราณหรือพลังบรรพยุทธกดข่มได้มาก่อน นี่เป็นหนแรกที่พลังอาคมไร้กำลังต่อต้าน

ไม่ใช่เพียงเขา พลังสายต่างๆ ในร่างของคนอื่นก็กำลังถูกกัดกร่อนอยู่เช่นกัน

เทพยุทธถูแค่นเสียงหยัน “ไยต้องเปลืองน้ำลายเถียงกันต่อไปอีก ไม่ว่าอย่างไรพวกเจ้าก็ล้วนหนีไม่รอด ต้องตายอยู่นี่!”

อัครเทพยุทธทั้งหลายต่างพยักหน้าเห็นด้วย

จากนั้นพวกเขากระจายตัวกันพุ่งปราดเข้าไปในเสาแสงสีม่วงแต่ละทิศทางอย่างรวดเร็วประหนึ่งลูกธนูแล่นออกจากเกาทัณฑ์

ในเสาแสงสีม่วงเงาร่างของพวกเขาขยายใหญ่อย่างรวดเร็วจนดูเหมือนเทพมารบรรพกาลเมื่อคราแรกก่อเกิดอนธการมาเยือน

เงาร่างที่มาพร้อมกับพลังอันดุดันน่าเกรงขามร่างแล้วร่างเล่านั้นสร้างแรงกดดันมหาศาลให้ทุกคน ทุกคนตระหนักดีว่าพวกเขากำลังจะใช้พลังที่น่ากลัวที่สุดของมหาค่ายกลเทพยุทธแล้ว!

เจียงฉางเชิงหันไปมองโม่วัง ขณะเดียวกันตัวเขาเองก็เริ่มโคจรพลังเตรียมพร้อมจะใช้ฟ้าดินสิ้นสลายตลอดเวลา หากหนีไม่พ้นจริงๆ แล้วละก็ เช่นนั้นทุกคนก็จงตายไปพร้อมกันเสียเถอะ!

โม่วังสีหน้าเคร่งขรึมเหมือนกำลังวางแผนสิ่งใดอยู่ มือขวาของเขายกขึ้นมาอย่างเนิบช้า

ในเวลาเดียวกันนี้เองภายในตำหนักเมฆาม่วง มู่หลิงลั่วกับไป๋ฉีเฝ้ามองอย่างเคร่งเครียด แม้พวกนางไม่ได้ยินเสียงแต่ก็มองเห็นช่วงเวลาที่สงครามดำเนินมาถึงจุดที่ตึงเครียดที่สุด

พวกนางไม่ทันสังเกตว่าเจียงฉางเชิงลุกขึ้นมายืน เขาเรียกเกาทัณฑ์เทพยิงตะวันออกมาแล้วไปปรากฏตัวบนหลังคาของตำหนักเมฆาม่วง

เพราะพลังอาคมของเขากับสตรีทั้งสองนางเชื่อมต่อกันอยู่ สิ่งที่สตรีทั้งสองนางมองดูอยู่จึงไม่ขาดตอน

เจียงฉางเชิงยิงธนูออกไปเก้าดอกต่อเนื่อง แสงสีทองเก้าสายสว่างโชติช่วงพุ่งขึ้นไปด้านบน

เทพเซียนทั้งหลายของแดนสวรรค์ผู้อาศัยอยู่เหนือคงคาสวรรค์ต่างตกใจกับแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน แต่แล้วแสงสีทองทั้งเก้าสายก็หายวับไปก่อนที่พวกมันจะพุ่งชนปราการพลังแห่งกฎของโลกคุนหลุน

หลังจากทำทุกสิ่งนี้เสร็จสิ้น เจียงฉางเชิงก็หวนกลับไปในตำหนักเมฆาม่วงแล้วนั่งลงบนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาเพื่อเฝ้ามองศึกหนนี้ต่อ

วิชาเกาทัณฑ์ตาอีพิฆาตโลกาสามารถทะลวงผ่านห้วงมิติได้

ระหว่างที่พวกมันพุ่งทะยานจากไป ดวงจิตเสี้ยวหนึ่งของเขาก็แทรกไปกับประกายแสงของลูกธนูด้วย ดังนั้นเมื่อถึงที่หมาย เจียงฉางเชิงย่อมเล็งศัตรูที่เขาเลือกได้อย่างแม่นยำ

แม้ไม่รู้ว่าจะทำลายมหาค่ายกลเทพยุทธได้หรือไม่ เขาก็ยังเลือกยิงพวกมันออกไปอยู่ดี

ตอนนี้ปล่อยให้ธนูทั้งหลายบินไปสักพักก็แล้วกัน

ครืนนน!

มหาค่ายกลเทพยุทธเริ่มเคลื่อนไหว แรงกดดันอันน่ากลัวทำให้ขอบห้วงสุญญตาแห่งนี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ทุกคนต่างตกตะลึงกับสถานการณ์นี้

“บุก!”

ไม่รู้ผู้ใดตะโกนนำขึ้นมาก่อน ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายของฝั่งวิถียุทธดวงตาแดงก่ำบุกมาหาผู้คนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นพวกผิดแผกอีกครั้ง

ขั้นเบิกเนตรอัครยุทธทั้งหลายก็ลงมือเช่นกัน แม้ความตายจะอยู่เบื้องหน้า แต่หลังจากขบคิดสิ่งต่างๆ มากมาย สุดท้ายพวกเขาก็ยังเลือกปกป้องวิถียุทธอยู่ดี ต่อให้ต้องตายก็จะปล่อยให้พวกผิดแผกกำเริบเสิบสานไม่ได้ ดูการกระทำเลวทรามของลัทธิโบราณสิ พวกเขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหลังจากวิถียุทธถูกโค่นล้มลงแล้ว ทุกสิ่งที่เฝ้าปกปองจะเป็นอย่างไร!

เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าจุดยืนนี้ ต่อให้พวกเขารู้ว่าเรื่องราวในตอนนี้ดูไม่ปกติ พวกเขาก็มีแต่ต้องดาหน้าโถมเข้าใส่ศัตรูเท่านั้น!

สงครามใหญ่ปะทุขึ้นอีกครั้ง!

ในตอนนี้เองโม่วังก็ชูมือขวาขึ้น อักขระยันต์สีดำกระจายไปทั่วผิวบนร่างของเขา

หน้าอกของเขามีโพรงสีดำโผล่ออกมา จากนั้นมันก็สูบทังร่างของเขาหายเข้าไปด้านใน ไม่ทันไรหลังจากนั้นโพรงสีดำก็ขยายขนาดอย่างรวดเร็วจนมีขนาดมหึมา

เจ้าหมอนั่นมันหนีไปแล้วเรอะ จบเท่านี้รึ

เจียงฉางเชิงนิ่งไปแล้ว แต่เมื่อลองจับสัมผัสอย่างถี่ถ้วนเขาก็ค้นพบความผิดปกติ แม้กลิ่นอายของโม่วังจะจางลงแต่ยังไม่หายไปอย่างสมบูรณ์

ทันใดนั้นเขาก็จับสัมผัสกลิ่นอายอื่นได้ เขาคุ้นเคยกับมันอยู่หน่อยๆ กลิ่นอายนั้นเพิ่มขึ้นพรวดพราดประหนึ่งน้ำมันที่ปะทุออกมาจากปากหลุมเจาะ

นี่มันกลิ่นอายของน้ำพุเหลืองอนธการ!

เจ้าหมอนี่กำลังทำการอัญเชิญอีกแล้วหรือ!

เจียงฉางเชิงรู้สึกสนใจศาสตร์โบราณมากขึ้นอีก ศาสตร์โบราณนี้ช่างอเนกประสงค์เสียจริง มีลูกเล่นแพรวพราวกว่าวิถียุทธมากนัก

ไม่ถึงห้าลมหายใจ เส้นผ่านศูนย์กลางของโพรงสีดำก็แผ่ขยายยาวมากกว่าร้อยล้านลี้

มันบีบให้ผู้คนมากมายที่กำลังต่อสู้อยู่พากันถอยหลบ ไอเย็นยะเยือกอันน่าหวาดหวั่นสายแล้วสายเล่าแผ่ออกมาจากโพรงอันมืดมิด

เงาร่างสีดำร่างแล้วร่างเล่าพลันพุ่งออกมาจากโพรงสีดำ พวกมันพุ่งไปทั่วทุกสารทิศประหนึ่งห่าลูกศร เพียงพริบตาเดียวเงาสีดำเหล่านั้นก็เหยียบลงบนเสาแสงสีม่วงต้นแล้วต้นเล่า

เมื่อเพ่งพิจารณามองให้ดีก็พบว่าสิ่งนั้นคือสิ่งมีชีวิตลึกลับชนิดหนึ่งที่ดูคล้ายมนุษย์ แต่คล้ายจะเป็นมนุษย์วานรมากกว่า แขนขาทั้งสี่ของพวกมันเกาะอยู่บนเสาแสงแล้วกัดกินเสาแสงสีม่วงอย่างบ้าคลั่ง รูปลักษณ์ภายนอกของพวกมันมีจุดเด่นคล้ายคลึงกันทำให้มองออกว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เพียงแต่ขนาดตัวเล็กใหญ่ไม่เท่ากันเท่านั้น

มารร้ายสีดำที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันทําให้สงครามหยุดชะงักอีกครั้ง

หรือว่าเจ้าตัวพวกนี้มาจากข้างใต้น้ำพุเหลืองอนธการ

เจียงฉางเชิงเดาอยู่ในใจ พลังสายตาของเขาเหนือกว่าผู้ใด เขามองเห็นว่ามารร้ายสีดำกำลังกัดกินลำแสงสีม่วงนั้น

“บังอาจ! ที่แท้ผู้ที่ทำลายน้ำพุเหลืองอนธการก็คือเจ้านี่เอง! โม่วังเจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งมีชีวิตที่เจ้าพามาจะสร้างหายนะใหญ่หลวงเพียงใด!”

อัครเทพยุทธคนหนึ่งตวาดเสียงเกรี้ยวกราด ถ้อยคำของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร

โม่วังผู้อยู่ในโพรงดำขนาดมหึมาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ก้าวใหม่มา! ในเมื่อวิถียุทธมิยอมรับการมีอยู่ของวิถีอื่น เช่นนั้นก็ต้องโค่นล้มวิถียุทธเสีย! วิถียุทธมีสิทธิอะไรจึงได้เป็นใหญ่เพียงผู้เดียว เหตุใดจึงไม่ยินยอมให้มหามรรคาอื่นสืบสานต่อ! วิถียุทธคือมหามรรคา แล้วศาสตร์โบราณมิใช่มหามรรคาหรือ”

ฟิว… ฟิว…

เสาแสงสีม่วงสิบแปดต้นยิงลำแสงสีม่วงนับไม่ถ้วนออกมาสังหารเหล่ามารร้ายสีดำ พร้อมกันนั้นมันก็สังหารผู้ฝึกยุทธกับผู้บำเพ็ญเพียรวิถีอื่นไปอีกไม่น้อย

เร็วมาก!

เจียงฉางเชิงรีดเค้นพลังอาคมออกมาปกป้องสามคนทีอยู่ด้านหลังทันที

ผู้สืบทอดมหามรรคากับผู้ฝึกยุทธขั้นเบิกเนตรอัครยุทธทั้งหลายต่างพากันใช้วิชาปัดป้อง แต่ลำแสงสีม่วงนั้นมีพลังทะลุทะลวงน่ากลัวยิ่งนัก ซ้ำร้ายทิศทางที่พวกมันโจมตีก็ยังกำหนดกะเกณฑ์ไม่ได้

บางคนพยายามหนีออกไปผ่านช่องว่างระหว่างเสาแสงสีม่วง แต่ผลสุดท้ายหลังจากเหาะออกไป พวกเขาก็ลอยกลับมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเขากลับมาสิ่งที่อยู่บนใบหน้าคือสีหน้าสิ้นหวัง เห็นชัดว่าพวกเขามิได้เลือกหวนกลับมาเอง แต่ถูกค่ายกลพากลับมา

ตอนนั้นเองเจียงฉางเชิงก็พลันสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง เขาหันขวับไปมองด้านบนของมหาค่ายกลเทพยุทธ มีทะเลเมฆสีม่วงกำลังก่อตัวรวมกัน อสนีบาตสวรรค์แลบแปลบปลาบสะสมขุมพลัง

เจียงฉางเชิงนึกถึงการผ่านด่านเคราะห์ มหาค่ายกลเทพยุทธชักนำพลังของสวรรค์เช่นเดียวกับยามผ่านด่านเคราะห์มาอย่างนั้นหรือ ดูท่าค่ายกลนี้จะดึงพลังออกมาจากต้นกำเนิดพลังของกฎแห่งวิถียุทธได้ พลังอำนาจของสวรรค์อันยิ่งใหญ่ด้านบนนั้นดูน่ากลัวกว่าพลังของสวรรค์ที่เจียงฉางเชิงเผชิญระหว่างการผ่านด่านเคราะห์ครั้งล่าสุดเสียอีก พลังของสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้หากมันโจมตีลงมา ทุกคนที่อยู่ในอาณาเขตของค่ายกลคงยากจะรอดชีวิต

มารร้ายสีดำพุ่งออกมาจากอุโมงค์สีดำขนาดยักษ์อย่างไม่ขาดสาย ทว่าแม้พวกมันจะโผล่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย แต่เมื่อเทียบกับลำแสงสีม่วงของค่ายกลนี้พวกมันก็ยังเทียบไม่ติด มารร้ายสีดำถูกสังหารมากขึ้นทุกที จนกระทั่งต่อมามารร้ายสีดำเพิ่งโผล่หัวออกมาพ้นโพรงสีดำก็ถูกสังหารเสียแล้ว

เสาแสงสีม่วงสิบแปดต้นที่ตั้งอยู่ไกลๆ ไม่มีมารร้ายสีดำเกาะอยู่บนนั้นอีกต่อไป ไพ่ตายของโม่วังล้มเหลวแล้ว!

เจียงฉางเชิงมองไม่เห็นโม่วัง แต่เขาพบว่าผู้สืบทอดมหามรรคาคนอื่นกำลังทำสีหน้าตื่นตระหนก ดูท่าพวกเขาคงมีไพ่ตายใบนี้เพียงใบเดียว

“ผู้อาวุโส ท่านยังไม่ลงมืออีกรึ! หรือว่าฟ้าดินอะไรสักอย่างที่ท่านคุยโวนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก”

เสียงของโม่วังดังออกมาจากโพรงสีดำขนาดยักษ์ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ผู้อาวุโสหรือ

เจียงฉางเชิงขมวดคิ้ว ผู้สืบทอดมหามรรคาคนอื่นก็เปลี่ยนสีหน้าไปเช่นกัน มีแต่ฟาตี้ซวนกับจักรพรรดิเทพมหาวัฏสวรรค์เท่านั้นที่ฉีกยิ้มดูมีเลศนัย

“ผู้ใดอยู่นอกค่ายกล!”

ทันใดนั้นอัครเทพยุทธคนหนึ่งก็ตะโกนลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

=========================

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 441 ผู้อาวุโสท่านยังไม่ลงมืออีกรึ Re"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

2 Comments

  1. BZGoom

    งง อ่านไม่ออกเลยครับ

    3 มิถุนายน 2026 at 20:02 น.
  2. ploydaeng

    อ่านยาก

    3 มิถุนายน 2026 at 19:33 น.
Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย