Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 933 สิบปีในพริบตา

  1. Home
  2. ระบบกลืนกินพรสวรรค์
  3. บทที่ 933 สิบปีในพริบตา
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

“พี่ฉู่ ถึงแม้ว่าพี่จะเป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลฉันเพียงเวลาสั้น ๆ แต่พี่ก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์และอัธยาศัยดี หากไม่เกิดอุบัติเหตุนี้ขึ้น พี่จะต้องได้เป็นผู้นำในอนาคต… มีโอกาสจะได้เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์อย่างแน่นอน!!”

“ฉันไม่เคยคิดเลย…”

ภายในลานกว้าง หนี่เค่อปู้มองไปยังดาวบนฟากฟ้า ระลึกถึงความทรงจำมากมายที่เขาและฉู่โม่วเคยได้ใช้ร่วมกัน และก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

เขาชื่นชมฉู่โม่วจริง ๆ

พวกเขาคิดด้วยซ้ำว่าจะขอติดตามฉู่โม่วในอนาคต และจะไต่เต้าขึ้นไปยังขั้นที่สูงกว่านี้ด้วยกัน

แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ฉู่โม่วจะตกเป็นเป้าหมายของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า

อีกฝ่ายไม่ลังเลที่จะงัดสมบัติของเผ่ามาใช้เลย

ถึงแม้ในความรู้สึกของเขา จะรู้สึกว่าด้วยพรสวรรค์ของฉู่โม่ว ไม่มีทางเพลี่ยงพล้ำก็จริง แต่อาวุธเจ้ากรรมชิ้นนั้นก็เป็นอาวุธของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า แม้แต่จักพรรดิเทวะยุทธ์ยังอาจจะตายได้ แต่ฉู่โม่วเป็นเพียงราชันย์เทวะยุทธ์ระดับต้น เขาจะต้านมันได้อย่างไร?

ดังนั้นในความคิดของเขา ฉู่โม่วไม่มีทางรอดแน่

สิ่งนี้ทำให้เขาไม่สบายใจมาก

“เอาเถอะ!”

“วันนี้ฉันได้มาทำความเคารพพี่ฉู่แล้ว หากว่าพี่ได้เกิดใหม่ละก็ หวังว่าพี่จะได้อยู่อย่างสุขสบายนะ!”

“ส่วนเผ่าพันธุ์เมดูซ่า ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากล้างแค้นให้พี่จริง ๆ หวังว่าพี่ฉู่จะเข้าใจ…”

เขารินสุราจากเหยือกเสมือนของฝาก

และหลังจากที่ทำสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้ว หนี่เค่อปู้ก็กลับออกไปจากลานกว้างนี้เงียบ ๆ โดยที่แววตาของเขายังคงเยือกเย็นและหนักแน่นในการตัดสินใจ

เขาจะต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งกว่านี้!

ตั้งแต่เกิดมาในตระกูลหนี่เค่อ เขาก็พรั่งพร้อมด้วยวัตถุดิบสำหรับฝึกฝนมากมายนับไม่ถ้วน ในขณะที่ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ยังต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการหามันมา

ตลอดมา หนี่เค่อปู้ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับการฝึกฝน

แต่…

หลังจากที่ได้รู้เรื่องการจากไปของฉู่โม่ว เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกระตุ้นอันรุนแรง และความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

เขาอยากจะฝึกฝนอย่างหนัก และก้าวขึ้นเป็นตัวตนระดับเทพเจ้าหรือสูงกว่านั้นให้ได้!

มีเพียงพลังระดับนั้นจึงจะกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง รวมถึงปกป้องตระกูลและเพื่อนพ้องได้!

…

ดาราจักรกลุ่มดาวกันย์

ชายขอบทางช้างเผือก

ตั้งแต่มนุษย์กับมนุษย์วิหคได้รวมตัวกันราวกับแม่น้ำที่เชื่อมต่อกันหลายสาย หลังจากงานประลองเทพเจ้า เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ได้เข้าสู่ช่วงที่ความแข็งแกร่งพวยพุ่ง

จนกระทั่งตอนนี้ สิ่งดี ๆ มากมายได้ปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบเขตแดนลับ และการสำรวจโบราณสถานมากมาย

สมบัติล้ำค่านับไม่ถ้วนที่มนุษยชาติต้องการ หรือสมบัติที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนก็ได้ค้นพบ สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งของเหล่ายอดฝีมืออัจฉริยะและกองกำลังหลัก

ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ มนุษยชาติก็ได้พัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพียงไม่กี่ปี ราชันย์เทวะยุทธ์ก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีผู้ปลุกพลังระดับสุดยอดของเทวะยุทธ์อีกมากที่ขยันฝึกฝน บางทีอีกไม่นาน มนุษยชาติคงจะมีมหาเทวะยุทธ์อีกมากทีเดียว

นอกจากนี้ เพราะเทวะยุทธ์ได้กำเนิดขึ้นในเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว ต่อให้เทวะยุทธ์เหล่านั้นจะเกิดจากผลเต๋า และเป็นมหาเทวะยุทธ์ระดับต้นที่สุด ทว่ามหาเทวะยุทธ์ที่เกิดจากการทานผลเต๋าก็เหนือชั้นกว่า

มหาเทวะยุทธ์ทั่วไปจึงไม่อาจรับมือพวกเขาได้

ผลลัพธ์นี้ทำให้ความแข็งแกร่งของมนุษยชาติเติบโตอย่างมาก และเผ่าพันธุ์รอบข้างก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผู้อยู่เบื้องล่างและได้ลงนามในสนธิสัญญากับมนุษยชาติด้วย

สักพักใหญ่

เขตแดนของมนุษย์ก็ได้ขยายออกไปมาก และพื้นที่อิทธิพลของพวกเขาก็กระจายกว้างขึ้น

และด้วยการขยายขอบเขตของอำนาจนี้เอง มนุษยชาติจึงสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด

พวกเขามีทีมแลกเปลี่ยนมากมายที่พร้อมจะเดินทางไปแลกเปลี่ยนและค้าขายวัตถุดิบแปลกประหลาดกับเผ่าพันธุ์อื่นแล้ว

มองไปรอบ ๆ มนุษยชาติในตอนนี้กำลังพัฒนาและรุ่งเรืองขึ้นจริง ๆ

พวกเขาย่อมไม่เคยลืม ทุกเหตุการณ์ที่ทำให้มนุษยชาติเดินทางมาถึงจุดนี้ ผู้คนมากมายต่างสรรเสริญและกู่ก้องชื่อจากในใจ

ฉู่โม่ว!

“หากไม่ใช่เพราะอัจฉริยะฉู่โม่ว มนุษยชาติของเราจะมีวันนี้ได้ยังไง?”

“ขอบคุณท่านอัจฉริยะฉู่!”

“มนุษยชาติได้ให้กำเนิดตัวตนสุดพิเศษอย่างท่านอัจฉริยะฉู่ สิ่งนี้หากเรียกว่าเป็นการอวยพรจากสวรรค์ก็คงจะไม่เกินจริงนัก!”

“มนุษยชาติจงเจริญ!”

ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมายพากันร้องสรรเสริญ

แม้จะผ่านมาเนิ่นนานแล้ว และแม้ว่าฉู่โม่วจะไม่ได้ยินข่าวใด ๆ มาอย่างยาวนาน แต่ชื่อเสียงและความนิยมของชายหนุ่มก็ยังคงสูงดังเดิม

ฉู่โม่วในวันนี้

ภายในกลุ่มของมนุษยชาติไม่ได้ด้อยไปกว่าบรรพชนหมัวและคนอื่น ๆ เลย

แม้จะเป็นเพราะพรสวรรค์และความแข็งแกร่งที่ได้บันทึกไว้ของเขา ท่ามกลางคนรุ่นใหม่ เขาก็ยังสูงกว่าบรรพชนหมัวและคนอื่น ๆ อีก!

หรือจะพูดได้ว่าชื่อของฉู่โม่วได้กลายเป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง

เพียงได้ยินชื่อก็ทำให้มนุษยชาติเป็นสุขแล้ว

ถึงอย่างไร การมีพรสวรรค์ระดับสูงก็ได้กลายเป็นศรัทธาของผู้ปลุกพลังรุ่นใหม่กันแล้ว พวกเขาตั้งเป้าหมาย และพยายามฝึกฝนให้ดีที่สุดเพื่อที่จะได้มาซึ่งพลัง

แต่นั่นก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องน่ายินดี เพราะการที่ฉู่โม่วจากไปเนิ่นนานและไม่ส่งข่าวกลับมา ทำให้เหล่ามนุษยชาติระดับสูงเริ่มกังวล เนื่องจากกลัวว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเขา

โชคยังดี

เขาได้ทิ้งตะเกียงจิตวิญญาณที่เป็นของเขาไว้ที่นี่ ที่ซึ่งจะลุกโชนตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นสัญญาณว่าฉู่โม่วยังมีชีวิตอยู่

สิ่งนี้ทำให้หลายคนโล่งใจเป็นอย่างมาก

แต่ความคิดถึงก็ใช่ว่าจะขจัดไปได้

โดยเฉพาะความคิดถึงจากเหล่าญาติและเพื่อนพ้องของฉู่โม่ว

ภายในอาคารที่ดูสวยงดงามของตำหนักบรรพชนแห่งมนุษยชาติ ซึ่งตั้งอยู่บนทางช้างเผือก

เฉินซีเวยกำลังนั่งขัดสมาธิ

กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ถูกปลดปล่อยจากร่างของเธอในตอนนั้น ทั้งยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม แรงกดดันที่น่ากลัวนี้ดูจะทำลายมิติได้ ทำให้ความนิรันดร์แตกร้าวและกระจายตัวเป็นวงกว้าง ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังที่อยู่ภายในตำหนักบรรพชนนี้รู้สึกถึงความใจสั่น

โชคดีที่แรงกดดันนี้อยู่ไม่นาน

ครู่หนึ่ง เฉินซีเวยก็รีบระงับกลิ่นอายของตัวเองและลืมตาขึ้น

ทันใดนั้น เธอก็เห็นแสงไฟวิ่งผ่านไปในแววตา

ทว่าไม่นานนัก แววตาที่สดใสไปด้วยความตื่นเต้นก็หม่นหมองลงด้วยความคิดถึง

‘จุดสูงสุดของขั้นเทวะยุทธ์!’

‘ฉู่โม่ว… ฉันเป็นจุดสูงสุดของขั้นเทวะยุทธ์ได้แล้วนะ… เมื่อไหร่นายจะกลับมาล่ะ?’

เธอมองไปยังภูเขาซึ่งอยู่ไกลออกไปผ่านช่องหน้าต่างขณะครุ่นคิดกับตนเอง

นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามรูปทรงหัวใจของจี้หยกที่ห้อยอยู่โดยไม่รู้ตัว มันคือหยกที่ฉู่โม่วมอบไว้ให้เธอตั้งแต่ตอนนั้น

เมื่อเห็นสิ่งนี้ หญิงสาวก็ราวกับได้เห็นชายผู้เป็นที่รัก

ทุกครั้งที่คิดถึงเขา หรือเบื่อหน่ายจากการฝึกฝน เธอจะหยิบมันขึ้นมาแล้วลูบเบา ๆ

สักพักหนึ่ง เฉินซีเวยก็รู้สึกว่าอารมณ์ของเธอเย็นลง ดังนั้นจึงหลับตาเพื่อฝึกฝนต่ออีกครั้ง

เธอรู้ว่าสุดที่รักของเธอมีพรสวรรค์มาก หากฉู่โม่วกลับมาวันใด หญิงสาวก็ไม่อยากถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ดังนั้นจึงฝึกฝนอยู่ตลอด

เธอต้องการไล่ตามเขาให้ทัน

ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหน ก็อยากจะยืนอยู่ข้าง ๆ เขาให้ได้

…

เวลาเคลื่อนผ่านไปช้า ๆ

ไม่เคยหยุดแม้ว่าใครจะต้องการก็ตาม

สิ่งนี้ก็ไม่ต่างกับกระแสน้ำที่ไหลโดยไม่หยุดนิ่ง มอบความชุ่มชื้นให้สรรพสิ่งเงียบ ๆ แล้วไหลผ่านไปโดยไม่หยุดชะงัก

เช่นตอนนี้…

กว่าจะรู้ตัว สิบปีก็ผ่านไปแล้วที่ฉู่โม่วอาศัยอยู่อย่างสันโดษ

และในสิบปีนี้มนุษยชาติก็ได้พัฒนาอย่างเต็มกำลังมากกว่าแต่ก่อน ในขณะที่ดาราจักรอสรพิษสวรรค์ก็สงบสุขและไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในจักรวาลอีก

เป็นอย่างนี้มาตลอด

ในจักรวาลอันไร้ขอบเขตและมากด้วยประวัติศาสตร์

แม้จะผ่านมาสิบปี แต่ก็แทบไม่มีอะไรเลย

เทียบกับขนาดของมันแล้ว สิ่งนี้เหมือนชั่วพริบตาที่ไม่อาจนับได้ ไม่มีสิ่งสำคัญหรือปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่เกิดมาในจักรวาลแห่งนี้แม้แต่อย่างเดียว

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 933 สิบปีในพริบตา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย