ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 932 ใจเย็น
“ครั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้การปลอมตัวจริง ๆ”
“ไม่เพียงเอาชีวิตรอดมาได้ แต่เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันได้รู้จักแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล แค่ประทับตราตัวเองลงไป ฉันก็ได้การควบคุมแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลส่วนหนึ่งมาด้วย”
ฉู่โม่วถอนหายใจยาวอย่างมีความสุข
ในตอนแรก เขามีอำนาจในการครอบครองแผนที่ดวงดาวส่วนหนึ่งอยู่แล้ว จึงอัญเชิญมันได้เหมือนกัน แต่เพราะเผ่าพันธุ์เมดูซ่าฝึกฝนมานานหลายปี ถึงแม้พวกเขาจะควบคุมสิ่งนี้ไม่ได้ แต่ก็ยังได้รับพลังส่วนหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มจึงยังอัญเชิญผู้ใช้มาไม่ได้
“แต่… ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!”
‘ตอนที่ต้องคอยระวังจักรพรรดิเทวะยุทธ์…ไม่สิ ขนาดต่อให้ฉันเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ เมื่อมีพลังที่มากพอจะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ ฉันจะสามารถเข้าใกล้เผ่าพันธุ์เมดูซ่าและสละสมบัติชิ้นนี้ได้!’
‘เมื่อเวลานั้นมาถึง หากควบคุมแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลได้ แค่เผ่าพันธุ์เมดูซ่า ดีดนิ้วก็ทำลายได้แล้ว!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
แต่อาหารควรกินทีละคำ ถนนควรเดินไปทีละก้าว
ก้าวต่อไปของเขาคือการฝึกฝนให้ดีเสียก่อน
เขาในตอนนี้ยังเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ระดับต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างต่อไปคือพัฒนาขั้น และเข้าไปยังเขตแดนลับตำหนักหยกแล้วค่อยไปยังเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
‘หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล!’
‘ต้องเริ่มฝึกฝนก่อน!’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็เริ่มนั่งขัดสมาธิ และหยิบเลือดสัตว์อสูรออกมาจากมิติพกพาเพื่อฝึกฝนต่อ เขาดื่มมันลงไปจนหมดในอึกเดียว
ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ชายหนุ่มเริ่มจัดแจงกระบวนท่าฝึกในทันทีและกลืนกินพลังนั้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันนั้น เลือดมังกรฟ้าที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในร่างของเขาก็ถูกสกัดพลังงานบริสุทธิ์ออกมา เพียงกลืนมันเข้าไป ก็เพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้มหาศาล
…
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังฝึกฝนอยู่นั้น
เวลาเดียวกันที่เผ่าพันธุ์เมดูซ่า
ชายผู้แข็งแกร่งในขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ได้เดินทางออกจากดินแดนบรรพชน
ถึงแม้เขาจะไม่ได้เห็นอีกฝ่ายตายด้วยตาตนเอง แต่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งออกมาจากแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล เขาก็ยังรู้สึกถึงความน่ากลัวของมัน
ในขณะที่ฉู่โม่วไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าราชันย์เทวะยุทธ์ ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งหรือมีพรสวรรค์มากขนาดไหนก็ไม่มีทางรอดอยู่แล้ว
‘ไอ้หนูนั่นคงตายไปแล้ว’
เขาภูมิใจมากที่รู้สึกเช่นนั้น
แต่ชายชราไม่ได้รู้เลยว่า…
ภายในห้องโถง
แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลเกิดความเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
ถึงแม้มันจะยังคงดูเหมือนมีดวงดาวมากมายร้อยเรียงเป็นวงคลื่น ดาวดวงหนึ่งก็สว่างไสวในแผนที่ดาราจักรนั้นอย่างเงียบงัน
ดาวดวงนี้มีสภาพเหมือนลูกไฟที่ส่องสว่างยิ่งเสียกว่าดวงตะวัน อยู่เหนือดาราลัยทุกดวง และส่องแสงไปทั่วทั้งดาราจักร
มีดวงดาวมากมายถูกปกคลุม และเงาของสัตว์อสูรนับพันร่างก็ได้ปรากฏตัวขึ้นบนดวงดาวเหล่านั้น พวกมันทุกตัวน่าเกรงขาม ทว่าก็ถูกสะกดไว้ด้วยอาทิตย์ดวงนี้ จนจำต้องยอมแพ้ไปตาม ๆ กันโดยไม่อาจต้านทานได้
ในขณะเดียวกัน
ริ้วแสงศักดิ์สิทธิ์อาบไปทั่วฟากฟ้า ส่องสว่างไปทั้งหน้าและหลังของแผนที่ดวงดาว และใช้เวลาพักใหญ่ กว่าจะปกคลุมทั้งหมด
ก่อนทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในความสงบ
ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น… เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
ทว่า…
มีเพียงภายในดินแดนบรรพชนเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เหล่าบรรพชนกำลังฝึกฝนกันอยู่เงียบ ๆ
บรรพชนผู้กำลังหลับตานั่งขัดสมาธิ จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง จนต้องลืมตาขึ้นในทันที
“หือ?…”
“ทำไมจู่ ๆ ฉันก็รู้สึกได้ว่าเลือดในกายตัวเองปั่นป่วนราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกำลังจะจากฉันไป?”
เขาขมวดคิ้วแล้วรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้น
ชายชราหันมองไปยังโถงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสมบัติของตระกูล ดวงตาของเขามองทะลุผ่านห้องโถงใหญ่นี้ แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ ครั้นเมื่อใช้จิตสัมผัสสวรรค์กวาดออกไปทั่วทั้งดินแดนบรรพชน หรือทั่วทั้งจักรวาล เขาก็ยังไม่พบความผิดปกติ
“หรือว่า…”
“มันจะเป็นภาพลวงตา?”
หลังจากตรวจดูรอบ ๆ แล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ ชายชราผู้เป็นบรรพชนคนนี้ก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
เมื่อคิดได้แบบนั้น เขาก็ทำได้เพียงบ่นกับตัวเอง “บางทีอาจเป็นเพราะการทลายขีดจำกัดของฉันกำลังใกล้เข้ามาแล้ว เพราะงั้นหัวใจของฉันจึงกัวลเกี่ยวกับอนาคตจนอยู่ไม่สุข…”
ชายผู้นี้เป็นบรรพชนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
เขาได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์มานานมากแล้ว
ขั้นของเขาค้างอยู่ที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับปลายมาเนิ่นนานแล้ว ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรมันก็ไม่พัฒนาขึ้น มีเพียงไม่กี่ร้อยปีก่อนเท่านั้นที่เขารู้สึกได้ถึงความหวังอันริบหรี่ที่จะทลายขีดจำกัดได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงขัดเกลาตัวเองและพยายามทลายขีดจำกัดขั้นตลอดหลายปีนี้ แต่ช่างน่าเสียดายที่ไม่อาจทำมันสำเร็จได้
มีเพียงอายุขัยที่กำลังลดลง
ชายชราเหลืออายุเพียงหมื่นปีเท่านั้น หากทลายขีดจำกัดไม่ได้ เขาจะไม่มีโอกาสอื่นเหลืออีก
และไม่ใช่ว่าชายผู้นี้ไม่มั่นใจในพลังของตัวเอง ในช่วงหลายปีมานี้ พลังเทวะของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แต่การรับรู้ของเขากลับอ่อนด้อยอยู่เล็กน้อย การพึ่งพาเผ่าพันธุ์เมดูซ่าให้ช่วยเก็บสมบัติมาให้จากทั่วทั้งดาราจักร ก็ทำให้เขาพบแสงศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่จะสามารถช่วยเขาทลายขีดจำกัดได้
บางทีมันอาจจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ 30%
แต่อย่าได้เมินค่ามัน เพราะ 30% นี้นับว่าสูงเอาเสียมาก ๆ
หากเขาทลายขีดจำกัดได้ เขาจะสามารถเข้าสู่ระดับใหม่ ณ ตอนนั้น อายุขัยไม่เพียงจะเพิ่มขึ้นมาก แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็จะสูงขึ้นด้วย
และถ้าเป็นแบบนั้น เผ่าพันธุ์เมดูซ่าจะสามารถขึ้นเป็นเผ่าระดับสูงของอวกาศได้
‘หากเป็นเผ่าพันธุ์ระดับสูงได้ ก็จะมีที่นั่งในสภาหมื่นเผ่าพันธุ์!’
‘ไม่เพียงจะได้รับโอกาสมากมายในการเข้าสำรวจเขตแดนลับ แต่ยังสามารถแลกเปลี่ยนสมบัติกับผู้แข็งแกร่งอีกมากมายได้ แล้วก็ยังมีโอกาสอื่น ๆ อีก!’
‘หากไปถึงระดับนั้นได้ ฉันจะถือว่าได้เข้าสู่ระดับจักรวาลที่แท้จริง! ’
เมื่อคิดถึงภาพที่ตัวเองก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหายใจถี่ แววตาของเขาแสดงความยำเกรงออกมา
หลังจากนั้นสักพักใหญ่
เขาก็ค่อย ๆ ใจเย็นลง หลับตาใหม่อีกครั้งและเริ่มขัดเกลาขั้นพลังของตนเองต่อไป
มีเพียงหัวใจเท่านั้น ที่ยังคงส่งเสียงอยู่
‘เร็ว! เร็วเข้า! ฉันไม่อยากรออีกแล้ว!….’
…
ฉู่โม่วไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
เขายังคงฝึกฝนอยู่ในโลกในฝ่ามือ
และระหว่างช่วงเวลานี้ ทั่วทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์ก็สงบลงไปด้วย
กองกำลังทั้งหลายในดาราจักรนี้ก็ได้รับรู้กันหมดแล้วว่าเหตุใดเผ่าพันธุ์เมดูซ่าถึงได้นำสมบัติประจำเผ่าออกมาใช้ก่อนหน้านี้ มันเป็นเพราะเผ่าพันธุ์เมดูซ่ารู้แล้วว่าคนที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ การสังหารคนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า รวมไปถึงการชโลมเลือดของราชวงศ์จันทราเลือด
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นฝีมือของผู้ปลุกพลังคนเดียวกัน!
เพราะเจ้าเด็กคนนี้เก่งเรื่องการหนีหาย รวมถึงมีพรสวรรค์อยู่ในระดับสูงมาก เจ้าตัวจึงหนีรอดได้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ต้องนำสมบัติประจำเผ่ามาใช้
ตอนนี้…
เจ้าฉู่โม่วได้ถูกกำจัดและสังหารไปแล้ว
หลังจากรับรู้เรื่องนี้ กองกำลังหลักทั้งหมดก็รู้สึกเบาใจ
ถึงแม้พวกเขาจะรู้สึกว่าการที่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าใช้สมบัติประจำเผ่าเพียงเพื่อสังหารผู้ปลุกพลังอัจฉริยะคนเดียวเช่นนี้ ค่อนข้างสิ้นเปลืองเล็กน้อย แต่ในความคิดที่สวนทางกันเองนั้น พวกเขาก็เกรงกลัวว่าเผ่าพันธุ์เมดูซ่าจะใช้อาวุธชิ้นนี้กับพวกตนที่เข้าไปหาเรื่องด้วย
ดังนั้นหลังจากที่เรื่องทุกอย่างจบลง กองกำลังทั้งหลายจึงอยู่กันอย่างสงบ
ด้วยเหตุนี้ ทั่วทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์จึงกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง
มีเพียงตระกูลหนี่เค่อ
หลังจากรู้ข่าวการตายของฉู่โม่ว ไม่ว่าจะหนี่เค่อลู่ หรือหนี่เค่อปู้ ต่างก็เงียบกันอยู่นาน
จากนั้นพวกเขาก็ไปแสดงความเคารพ ณ ห้องที่ชายหนุ่มเคยอยู่อาศัย เป็นการแสดงการไว้อาลัย