ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 931 อสูรนับหมื่นโค้งคำนับ จักรพรรดิอสูรกลับสู่บัลลังก์
นอกจากนั้น ระดับต่อไปของดวงดาวเองก็มีจำนวนเท่ากับ 365 วันด้วย
“นี่… หรือว่า…”
สีหน้าของฉู่โม่วเปลี่ยนไป เขาทำใจเชื่อไม่ลง แต่ในแววตาก็มีความประหลาดใจอยู่
ถ้า… ถ้ามันเป็นไปอย่างที่เขาคาดเดาจริง ๆ บางที…
ตู้ม!
ตอนที่ฉู่โม่วคิดเช่นนั้น อีกาสุริยันก็ส่งเสียงร้องในทันใด แล้วดวงดาวนับไม่ถ้วนก็สั่นสะท้าน รัศมีของอสูรนับหมื่นเอ่อล้นมาจากมัน และแต่ละตัวถึงกับคำรามขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับจะระเบิดโลกทั้งใบ
และในขณะเดียวกัน
ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิดเบื้องหน้าของฉู่โม่ว ดวงดาวทั้งหลายไม่ว่าจะสว่างหรือมืดมัวก็ระเบิดแสงสว่างจ้า แสงไร้ที่เปรียบส่องประกายเกิดเป็นกระแสหมุนวน แล้วควบแน่นกลายเป็นดวงดาวที่สว่างไสวที่สุด
ด้วยการปรากฏของดาวดวงนี้
อสูรนับหมื่นต่างโค้งคำนับและส่งเสียงอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ฉู่โม่วได้ยินแววความคาดหวัง ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังรออะไรบางอย่าง
พวกมันรออะไรกันอยู่นะ?
แล้วฉู่โม่วก็ได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว
เขารู้สึกว่าดวงดาวเหล่านั้นมีความสัมพันธ์บางอย่างกับตัวเอง… ไม่สิ คงเป็นภาพลวงตาอีกาสุริยันในร่างกายของเขามากกว่า
ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่าดวงดาวเหล่านี้มีต้นกำเนิดเหมือนกับเขา ราวกับบัลลังก์ที่รอเขาไปนั่งประจำตำแหน่ง
ทันใดนั้น… เขาก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างดี
“อสูรนับหมื่นก้มศีรษะลง และจักรพรรดิอสูรกลับมาสู่บัลลังก์”
“งั้น…”
“ตอนนี้ที่ฉันต้องทำก็คือฝังพลังเข้าไปในดาวดวงพวกนั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
ครืน!
หลังจากที่คิดได้ดังนั้น เสียงอสนีบาตก็เงียบลง ฉู่โม่วเงยหน้าขึ้นและเห็นการเปลี่ยนแปลงของโชคชะตา จึงมองเห็นภาพของดวงดาวและจักรวาลที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ภาพนี้ทำให้เขาผ่อนคลายยิ่งขึ้นในทันที
“ใช่แน่ ๆ!”
“ฉันเดาถูก”
“อสูรนับหมื่นโค้งคำนับเพื่อรอการกลับมาของจักรพรรดิอสูร!”
ฉู่โม่วเข้าใจแล้ว
หลังจากนั้น เขาก็ดึงต้นกำเนิดอีกาสุริยันที่ฝังอยู่ในรัศมีของตัวเองออกมาโดยไม่ลังเลอีกต่อไป แล้วใส่เข้าไปในดาวสว่างจ้าดวงนั้น
ครืน!
เมื่อต้นกำเนิดของอีกาสุริยันไปถึงดวงดาว แสงที่สว่างยิ่งกว่าเก่าก็ปรากฏขึ้นในทันที
หลังจากนั้นดวงดาวก็เผาไหม้ กลายเป็นลูกไฟมหึมาดุจดวงอาทิตย์
เปลวเพลิงเดือดพล่าน ภาพลวงตาอีกาสุริยันกระพือปีกและเต้นรำไปมา ขณะที่รัศมีอันยิ่งใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมา ดูน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
จักรพรรดิอสูรอีกาสุริยันกลับมาสู่บัลลังก์!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เมื่ออีกาสุริยันกลับมาครองอำนาจ ทั่วทั้งจักรวาลก็ส่งคลื่นผันผวนออกมา แล้วรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวเหนือคำบรรยายใดก็พลุ่งพล่านออกมา ทั้งยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว
รัศมีเหล่านี้ให้กลิ่นอายโบราณ และแต่ละรัศมีก็ดูเหมือนมาจากยุคสมัยอันป่าเถื่อน ในตอนนี้ มันได้ข้ามห้วงมิติและกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน และสามารถทำลายล้างโลกใบนี้ได้
“โฮก!”
“แกว้ก!”
“ก๊าซ!”
“กรรร!”
…
อสูรจำนวนมากส่งเสียงร้องเพื่อแสดงถึงการยอมจำนน และส่วนมากก็เต็มไปด้วยความเบิกบาน
ฉู่โม่วสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ในหมู่สัตว์อสูรนับหมื่น โดยเฉพาะในหมู่ดาว 72 ดวงที่สว่างไสวที่สุด ต่างก็เผยความตื่นเต้นที่ไม่อาจอธิบายได้ออกมา
เมื่อเห็นดังนั้น แม้แต่ชายหนุ่มเองก็เก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่
และห้วงจักรวาลลึกในตอนนั้น พายุหมุนพลันถาโถมเข้ามา มันเต็มไปด้วยข้อมูลอันยิ่งใหญ่และทรงพลังที่หลั่งไหลเข้าไประหว่างคิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่ามีความทรงจำมากมายอยู่ในจิตใจทันที
หลังจากผ่านไปสักพัก
ฉู่โม่วศึกษาความทรงจำเหล่านี้ สายตาก็ปรากฏความตกตะลึง
“แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล!”
“จักรพรรดิโบราณผู้ปกครองอสูรทุกตนและปกครองทุกสรรพสิ่งในสรวงสวรรค์!”
“ที่จุดสูงสุดมีสัตว์เทพอสูร 72 ตน สัตว์อสูรสวรรค์ 365 ตน และราชาอสูรไร้เทียมทานผู้คอยบัญชาการ ปกครองจักรวาล และทุกสิ่งมีชีวิตก็ยอมจำนนทันทีที่ได้เห็น!”
ฉู่โม่วอุทานด้วยความตกตะลึง
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าสมบัติชิ้นนี้จะมีเบื้องหลังที่น่าสะพรึงกลัวได้ขนาดนี้ แล้วมันยังเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิอสูรอีกด้วย
“หรือว่า…”
“ตำนานพวกนั้นเป็นเรื่องจริงหมดเลยเหรอ?!”
ฉู่โม่วตะลึงงัน ทีแรกเขาพบกับสุสานราชวงศ์อินและได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทพสวรค์และผู้เป็นอมตะ หลังจากนั้นเขาก็ได้รับอีกาทองคำสามขา ได้รับระฆังจักรพรรดิบูรพา และกระทั่งกายาทองคำมา
และตอนนี้ เขาเจอเข้ากับแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล
ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับอดีตค่อย ๆ กลับกลายเป็นความจริงต่อหน้าเขา
แล้วจะไม่ให้ชายหนุ่มตกตะลึงได้ยังไงกัน?!
แต่โชคยังดี ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาและได้รับพรแห่งจักรวาล การเผชิญหน้ากับแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลจึงยังไม่เกินความเข้าใจและใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว
“แต่ว่า…”
“แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลนี่โจมตีฉันได้ยังไงกัน?”
“ใครคือคนที่อยากจะฆ่าฉันกันนะ?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว เขายังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้โจมตี
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ชายหนุ่มก็อยากฆ่าอีกฝ่ายนัก หากไม่ได้มีอีกาทองคำสามขาอยู่ในครอบครอง หากไม่ใช่เพราะแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับอีกาสุริยันและสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อ จนสำแดงพลังอันยิ่งใหญ่ออกมาไม่ได้ เขาก็คงกลายเป็นผุยผงในทันที
แม้จะใช้ไพ่ตายนับไม่ถ้วนก็ยังไม่ส่งผลเท่าไรนัก
มันทำให้ฉู่โม่วหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ
เขาอยากรู้ว่าใครเป็นผู้ลอบสังหาร
“อาณาจักรหมาป่าสวรรค์เหรอ?”
“พวกเขาคงไม่มีวิธีแบบนี้หรอก ไม่งั้นคงกลายเป็นผู้ปกครองกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ไปแล้วละ!”
ทันทีที่คิดได้ดังนั้น เขาก็ปฏิเสธความคิดนี้
อย่างไรแล้ว แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลก็น่าสะพรึงกลัวเกินไป แม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ไม่อาจต้านทานพลังนั้นได้
หากอาณาจักรหมาป่าสวรรค์มีพลังเช่นนี้ มันจะเป็นแค่อันดับที่สามในกลุ่มดาราจักรได้ยังไงกัน?
“และถ้าไม่ใช่อาณาจักรหมาป่าสวรรค์ ก็เหลือแค่มหาสมุทรดวงดาวและเผ่าพันธุ์เมดูซ่า”
“แต่ฉันไม่ได้มีความขัดแย้งกับชาวมหาสมุทรดวงดาว จึงไม่คุ้มที่จะใช้สมบัติแบบนี้หรอก”
“ถ้างั้น…”
“ความเป็นไปได้เดียวคือเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เผ่าพันธุ์เดียวที่คิดจะฆ่าฉัน!”
แสงเย็นยะเยือกสว่างวาบในดวงตาของฉู่โม่ว
แม้ว่าจะเป็นเพียงการคาดการณ์ ในความคิดของเขามันก็มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว
อย่างไรก็ตาม…
ตั้งแต่เดินทางมายังกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ นอกจากอาณาจักรจันทราสีเลือดแล้ว ก็มีแค่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าที่เกลียดชังฉู่โม่วจนอยากจะฆ่าให้ตาย
อาณาจักรจันทราสีเลือดไม่ได้มีภูมิหลังเช่นนั้น
ที่เหลืออยู่จึงมีแค่เผ่าพันธุ์เมดูซ่า
“แน่สิ จะดูถูกเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่ในจักรวาลไม่ได้หรอก!”
“จะมัวพอใจกับความสำเร็จที่ผ่านมาแล้วไม่ได้!”
“ตอนแรก ฉันคิดว่าแค่ซ่อนอยู่ในโลกในฝ่ามือก็มั่นใจได้ว่าปลอดภัย แต่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าก็โจมตีฉันอย่างแรงด้วยสมบัติแบบนี้!”
“โชคยังดี… ที่ได้แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลช่วยชีวิตไว้!”
“ไม่อย่างนั้น ผลที่ตามมาต้องเหนือกว่าจะจินตนาการได้แน่!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
นอกจากความคิดที่ว่าตัวเองโชคดีนัก ก็คือจิตสังหารที่มีต่อเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
กองกำลังนี้ยั่วยุและไล่ตามครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ชายหนุ่มหมดความอดทนในที่สุด
ตอนนี้เขายังไม่แข็งแกร่งพอ เมื่อฝึกฝนให้ระดับพลังพัฒนาสูงขึ้นเพื่อเข้าเขตแดนลับตำหนักหยก หลังจากออกมา เผ่าพันธุ์เมดูซ่าไม่รอดแน่!
และวันนี้ฉู่โม่วก็เชื่อว่าจุดหมายไม่มีทางห่างไกลเกินไปแน่นอน!