ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 911 พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่ง!
บทที่ 911 พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่ง!
เลือดสัตว์อสูรระดับผู้ปลุกพลังครึ่งก้าวสู่ขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์!
เมื่อตระหนักได้ถึงพลังอันน่าสะพรึง สีหน้าของฉู่โม่วก็เปลี่ยนไป
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมา มันก็มากพอที่จะเขย่าโลกทั้งใบและสะท้านห้วงมิติได้แล้ว แม้แต่พลังอณูแห่งชีวิตและเลือดลมในร่างกายก็ยังถูกกระตุ้นจนยากที่จะควบคุม มันยั่วยุความอยากดื่มกินสิ่งนี้ลงไปเป็นอย่างมาก
‘นี่ไม่ใช่เวลามากินมันหรอกนะ!’
ฉู่โม่วพยายามต่อต้านสิ่งนี้อยู่นาน ก่อนจะรีบเก็บมันลงไปในขวดหยกที่ใช้กักเก็บเลือดอสูรดังเดิม
หลังจากจัดเรียงสมบัติต่าง ๆ ที่ได้มาและนับคร่าว ๆ ไปแล้ว เขาก็พบว่าการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้มันน่าตกใจมากเหลือเกิน
หลังจากเอาชนะบรรพชนราชวงศ์จันทราเลือดมาได้ มูลค่าของสมบัติที่เขาได้รับมาก็น่าจะเกือบถึงแสนล้านหินหยกได้!
แม้แต่ฉู่โม่วเอง
ยามที่อยู่ต่อหน้าสมบัติจำนวนมากนี้ ก็ยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
ในบรรดาสิ่งเหล่านี้ มีหลายสิ่งที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่มีขายในตลาด ซึ่งทำให้ไม่สามารถตีเป็นราคาได้อยู่ด้วย
สมบัติและวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์มากมาย เกือบจะเทียบเท่าได้กับการที่เขาไปเก็บเกี่ยวมาจากเผ่าพันธุ์ที่มีอารยธรรมระดับกลางตลอดทั้งปีเลย!
ทว่า…
นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาได้มา
‘ที่นี่เป็นใจกลางหลักของราชวงศ์จันทราเลือด แถมเป็นเขตแดนลับด้วย มันจะต้องมีสมบัติมากมายรวมถึงวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์ซ่อนอยู่ในนี้แน่ หากหาให้ดี ฉันน่าจะได้อะไรกลับไปเยอะ!’
เขากวาดตากลับไปมองยังเขตแดนลับแล้วคิดกับตนเอง
ความคิดนั้นกลายเป็นเป้าหมาย
ณ ตอนนี้ เขาไม่ลังเลใด ๆ ร่างทั้งร่างหายแวบกลายเป็นสายรุ้งแล้วพุ่งตรงไปยังทิศทางที่คิดไว้
ไม่นานนัก
เขาก็มาถึงตำหนักแห่งหนึ่ง
รูปปั้นชิ้นหนึ่งประดิษฐานอยู่ภายในตำหนักแห่งนี้ มันดูคล้ายกับรูปปั้นดินเหนียวที่ค่อนข้างจะไม่ธรรมดา ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงบรรยากาศลึกลับที่ถูกสยบเอาไว้ภายในแกนกลางของรูปปั้นดินนี้
เขาพยายามจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เจาะทะลุเข้าไป แต่เพียงสัมผัสผิวนอกของรูปปั้น มันก็ระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์กลับออกมา พร้อมกันนั้นก็เกิดเงาดำที่ดูสูงส่ง เปี่ยมไปด้วยเลือดและสูงกว่าพันเมตรยืนตระหง่านออกมา
“น นี่มัน… แก่นแท้จิตวิญญาณ!”
ฉู่โม่วตกตะลึงกับสิ่งนี้
สิ่งที่เรียกว่า แก่นแท้จิตวิญญาณ
เป็นแก่นแท้เล็ก ๆ ที่ถูกอัจฉริยะเหลือทิ้งเอาไว้
ตามปกติแล้ว ผู้ที่แข็งแกร่งมากเหนือระดับราชันย์เทวะยุทธ์ขึ้นไป ยามที่ร่างกายได้เพลี่ยงพล้ำและตายตก เขาจะยังสามารถหนีออกมาจากร่างพร้อมจิตวิญญาณปฐมกาลได้ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นช่วงที่พวกเขาอ่อนแอที่สุด แต่ก็ยังสามารถรักษาพรสวรรค์และวรยุทธ์ไว้ได้
หากคนเหล่านั้นสามารถหาร่างใหม่ที่เหมาะสมได้ในเวลาที่กำหนด เขาก็จะมีโอกาสฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
แต่ถ้าเลยผ่านเวลานั้นไป ต่อให้คืนชีพได้ก็ไม่อาจจะกลับไปอยู่ ณ จุดที่แข็งแกร่งที่สุดได้
แล้วในกรณีที่…
จิตวิญญาณปฐมกาลที่อ่อนแอมากจนไม่อาจจะเข้าไปยังร่างใหม่ได้ หากมีทางเลือกอื่นอย่างการเกิดใหม่ เขาจะต้องกลับสู่วัฏจักรชีวิตตั้งแต่ต้นอีกครั้ง
แม้จะมีการป้องกันการผิดพลาดที่แข็งแกร่งมาก ๆ แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะไม่สามารถระลึกชาติได้
กลายเป็นร่างของคนใหม่ที่เชื่อมต่อกับอดีตชาติไม่ได้อีกต่อไป
ดังนั้นสิ่งนี้มันสามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ว่า…
ตราบใดก็ตามที่ผู้แข็งแกร่งคนนั้นฝึกฝนจนอยู่ในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์หรือสูงกว่า จะไม่ถูกขจัดจนหายไปเสียทีเดียว หากเขาสามารถทำตามเงื่อนไขได้ในเวลาที่กำหนด ก็จะมีโอกาสกลับมาอีกครั้ง
และเครื่องมือที่จะทำให้กระบวนการนี้เสร็จสมบูรณ์ได้ คือ แก่นแท้จิตวิญญาณ!
แก่นแท้จิตวิญญาณ คือแก่นแท้ทั้งหมดของผู้ปลุกพลัง ต่อให้ร่างกายจะแตกสลาย หรือแม้แต่จิตวิญญาณปฐมกาลแตกสลาย ตราบใดที่แก่นแท้จิตวิญญาณยังอยู่ ต่อให้ปีเดือนจะเปลี่ยน หรือโลกจะเปลี่ยนไป เขาก็จะยังมีโอกาสเสมอ
เฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป ที่เมื่อไหร่พวกเขาอยู่ในจุดสูงสุดและทำลายโซ่ตรวนตัวเองได้ คนผู้นั้นจะยิ่งใหญ่ดั่งราชา
หรือแม้จะเป็นสัตว์อสูรที่โง่เขลามาทั้งชีวิต แต่หากมีโอกาส พวกมันก็สามารถปลุกความทรงจำได้เช่นกัน
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง…
เพียงแค่มันมีการเล่าขานต่อกันมาเพียงน้อยนิด
อย่างไรเสีย มันจะมีสักกี่คนกันเชียวที่สามารถแข็งแกร่งไปกว่าราชันย์เทวะยุทธ์ได้?
และในตอนนี้
รูปปั้นดินเบื้องหน้าฉู่โม่ว ก็มีแก่นแท้จิตวิญญาณอยู่เล็กน้อยที่แกนกลางของมัน
และเมื่อดูจากแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ระเบิดออกมาจากแก่นแท้จิตวิญญาณแล้ว แสดงว่าชาติที่แล้วของสิ่งนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
‘จากจุดสุดยอดของแก่นแท้จิตวิญญาณ อย่างน้อย ๆ เขาก็น่าจะเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์!’
‘ไม่สิ…’
‘เผลอ ๆ เขาอาจจะสูงกว่านั้นอีก!’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง พร้อมพายุเกิดขึ้นในใจ
นี่เป็นหลักฐานในตัวมันเองแล้วว่า แก่นแท้จิตวิญญาณนั้นน่ากลัวขนาดไหน ยิ่งกรณีที่มันเคยเป็นของผู้ที่แข็งแกร่งเหนือจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งปวงด้วย
แม้แต่ชายหนุ่มเอง ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเหม่อลอยไปพักใหญ่ มันใช้เวลานานมากกว่าเขาจะค่อย ๆ ได้สติกลับมา
‘ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับแก่นแท้จิตวิญญาณของผู้ที่มีพลังจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่นี่!’
‘ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน ราชวงศ์จันทราเลือดคงจะยังไม่สามารถคืนชีพสิ่งนี้ได้สินะก็เลยเอามาเก็บไว้ พวกนั้นจะต้องพยายามสร้างร่างใหม่ให้แก่นแท้จิตวิญญาณดวงนี้แน่ ๆ เพื่อให้พวกตนสามารถฟื้นกำลังกลับมาได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้’
‘ไม่คิดเลยว่าเจ้าพวกนี้จะซ่อนสิ่งนี้เอาไว้!’
ถึงแม้ว่าการสร้างร่างใหม่เพื่อมารองรับจิตวิญญาณบริสุทธิ์นั้นจะยากมาก เพราะต้องใช้วัตถุดิบมากมาย รวมไปถึงสิ่งเหล่านั้นก็ยากที่จะได้มา ดังนั้นเวลาที่ใช้สร้างก็จะเนิ่นนานตามไปด้วย
แต่สำหรับราชวงศ์จันทราเลือดแล้ว หากจะได้สิ่งที่คาดหวังมา พวกเขาก็สามารถรอได้!
ต่อให้ทำไม่สำเร็จ มันก็ไม่มีปัญหา ทว่าหากทำสำเร็จละก็ พวกเขาจะกลับกลายเป็นกองกำลังที่น่าเกรงขามในทันที
‘ราชวงศ์จันทราเลือดคำนวณเรื่องนี้เอาไว้แล้ว!’
‘แต่โชคร้ายหน่อยนะที่มันจะกลายเป็นของฉัน!’
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็เผยรอยยิ้มออกมา
เขาน่ะไม่ใช่พวกมีมารยาทอะไรอยู่แล้ว จึงถอนรากถอนโคนรูปปั้นดินเหนียวนี้ออกมา และเก็บมันไว้ในโลกบนฝ่ามือ จากนั้นก็กำจัดมันทิ้งและเริ่มลงมือเก็บเกี่ยวสิ่งอื่น ๆ ต่อ
หนึ่งวันให้หลัง
ฉู่โม่วได้เก็บสมบัติหลายอย่างจากที่นี่ไปแล้ว เขาพบบ่อจิตวิญญาณแห่งโลกและสวรรค์หลายแห่ง พบแหล่งเก็บวัตถุดิบสำหรับฝึกฝน แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้โดนเขาเก็บมาทั้งหมด พร้อมกับวัตถุดิบอื่นอีกด้วย
ท้ายที่สุด เมื่อพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็พบว่าสมบัติที่เขาได้รับมาจากเขตแดนลับแห่งนี้มันมีมูลค่าแตะแสนล้านหินหยกแล้ว!
…
ในมิติพกพา
มองไปยังกองสิ่งของมากมายที่สูงเป็นภูเขา ฉู่โม่วก็อดแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาไม่ได้
แต่ไม่นาน เขาก็สงบลง
‘ครั้งนี้ ฉันได้ฆ่าราชันย์เทวะยุทธ์ของราชวงศ์จันทราเลือดไปทั้งหมดเจ็ดคน และได้รับวัตถุดิบจำนวนมากมา พูดได้เลยว่ามันเปลี่ยนสถานะการเงินของฉันที่กำลังตกต่ำให้กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย!’
‘ด้วยสมบัติมากมายขนาดนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ ไม่มีทางปิดมิดอย่างแน่นอน ตอนนี้เหล่าราชันย์เทวะยุทธ์และคนที่ทรงพลังอื่น ๆ ในราชวงศ์จันทราเลือดคงจะกำลังกลับมากันแล้วแน่ ๆ!’
‘แต่นี่เป็นการลอบสังหาร ดังนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นฉัน และฉันก็ไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนด้วย’
‘หากอยู่จนมีการต่อสู้เกิดขึ้น นี่จะต้องทำให้อาณาจักรหมาป่าสวรรค์รับรู้ เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะส่งราชันย์เทวะยุทธ์มาเพิ่มที่นี่’
หลังจากครุ่นคิดแบบนั้น ฉู่โม่วก็เตรียมที่จะออกไป
ครั้งนี้เขามาล้างแค้น ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างความแค้นไว้เพิ่มแล้วก็ยังได้ผลประโยชน์ติดมือไปมากมาย เท่านี้ก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว
ดังนั้นฉู่โม่วจึงไม่ลังเลและออกจากเขตแดนลับนี้ไป
ทว่าแต่ก่อนที่จะออกมา ชายหนุ่มก็ได้ใช้กระบี่ของตน ฟากฟันและปลดปล่อยปราณกระบี่ทลายท้องนภาออกไป ครอบคลุมพื้นที่กว่าล้านกิโลเมตร มันทำลายเขตแดนลับเกือบจะทั้งหมดในพริบตา
ยามที่เหล่าราชันย์เทวะยุทธ์ของราชวงศ์จันทราเลือดกลับมาเห็น พวกเขาจะต้องหัวใจแตกสลายกันแน่นอน