Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 267 ข้าคือเซียนดาบแห่งโลกมนุษย์

  1. Home
  2. บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน
  3. บทที่ 267 ข้าคือเซียนดาบแห่งโลกมนุษย์
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

งานเลี้ยงสุราคึกคักมากผู้คนต่างรินสุราคารวะผลัดกันดื่มไม่ขาดสาย

“ศิษย์พี่เยว หลังจบงานเลี้ยงสุรานี้ท่านร่วมเดินทางกลับตระกูลลูไปกับข้าได้หรือไม่?” ลูเยี่ยเอ่ยกับเยว่หนึ่งจือที่นั่งอยู่ข้างกาย

เยว่หนึ่งจือถามด้วยความสงสัย “มีธุระอันใดหรือ?”

ลูเยี่ยจึงบอกกล่าวความตั้งใจของตน “ข้าอยากจะย้ายตระกูลลูเข้าสู่สำนักกระบี่เกาสวรรค์ตอนนั้นหวังว่าศิษย์พี่เยวจะช่วยออกหน้าคุ้มกันคนในตระกูลลูเดินทางไปที่นั่น”

เยว่หนึ่งจือเข้าใจในทันทีพยักหน้าตอบรับ “ได้!”

ลูเยี่ยยิ้มพลางชูจอกสุราขึ้นเพื่อคารวะเยว่หนึ่งจือ

เมืองเทียนเหอในยามนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังแม้แต่ที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลูก็จางหายไปในเขตหวงห้ามเทือกเขาเฉียนเฟิงตั้งนานแล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องให้ตระกูลลูฝังรากอยู่ที่นั่นอีกต่อไป

การเลือกที่จะตั้งถิ่นฐานในสำนักกระบี่เกาสวรรค์จะทำให้ทุกคนในตระกูลลูได้รับการคุ้มครองและทำให้ลูเยี่ยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเมื่อต้องเดินทางไปยังเขตหวงห้ามลึกลับที่หก

“น้องลูมาข้าขอคารวะเจ้าหนึ่งจอก”

มูเทียนเย่เจ้าสำนักดาบพันราตรีลุกขึ้นเดินมาคารวะสุราต่อหน้าลูเยี่ยด้วยตนเอง

ลูเยี่ยลุกขึ้นยกจอกดื่มตอบรับจากนั้นเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักต่างๆต่างทยอยกันเข้ามาคารวะสุราอย่างต่อเนื่อง

ทุกคนต่างให้เกียรติและยกย่องไม่ได้ปฏิบัติต่อลูเยี่ยในฐานะผู้น้อยแม้แต่นิดเดียว

ฉินอูซางเฝ้ามองภาพนั้นพลางหวนนึกถึงวันที่ลูเยี่ยเพิ่งฟื้นตื่นจากการหลับใหลในตอนนั้นตระกูลลูต้องเผชิญกับปัญหาทั้งภายในและภายนอกสั่นคลอนราวกับต้องอยู่ท่ามกลางพายุฝน

ในตอนนั้นลูเยี่ยถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะที่ร่วงหล่น

ยามนั้นคนทั้งใต้หล้าต่างลืมเลือนลูเยี่ยผู้ที่เคยเป็นจวงหยวนด้านวิถียุทธที่อายุน้อยที่สุดไปเสียสิ้น

แต่บัดนี้…

ในใต้หล้ามีใครบ้างไม่รู้จักเจ้า!

แม้แต่บรรดาผู้อาวุโสผู้สูงส่งจากสำนักต่างๆที่อยู่เหนือโลกิยะต่างก็ต้องเป็นฝ่ายเดินมาคารวะสุราด้วยตนเอง

และลูเยี่ยทำเรื่องทั้งหมดนี้สำเร็จโดยใช้เวลาเพียงครึ่งปีเศษนับจากต้นปีที่ผ่านมาเท่านั้น!

เรื่องนี้จะไม่ให้ฉินอูซางทอดถอนใจได้อย่างไร?

คนยุคนี้ไม่เห็นไม่สูงเสียดฟ้าจนกระทั่งมันทะยานขึ้นสูงเหนือฟ้าผู้คนจึงค่อยยอมรับความสูงส่งของมัน?

ไม่ใช่เช่นนั้น

เมื่อหลายปีก่อนทั่วหล้าต่างรู้จักลูเยี่ยผู้เป็นจวงหยวนด้านวิถียุทธที่อายุน้อยที่สุดในรอบสามร้อยปีของตาเฉียนอยู่แล้ว

แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าเมื่อลูเยี่ยผู้ร่วงหล่นสู่ก้นบึ้งฟื้นตื่นขึ้นมาเขาจะทะยานขึ้นมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ราวกับดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆทอแสงสุกสกาวอยู่ภายใต้ท้องนภาแห่งแผ่นดินตาเฉียน!

ยามดึก

ลูเยี่ยและเยว่หนึ่งจือขี่ปราณดาบพุ่งทะยานราวกับรุ้งยามราตรีในที่สุดก็กลับมาถึงเมืองเทียนเหอเมื่อมาถึงตระกูลลูลูเยี่ยก็แปลกใจที่พบว่าโคมไฟในตระกูลสว่างไสวทุกคนต่างมารอคอยอยู่ที่นั่น

เมื่อเห็นลูเยี่ยกลับมาทุกคนต่างมีสีหน้าโล่งอกและกรูเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น

“เหลาเกาในถุงเก็บของนี้มีสุราชั้นดีนับร้อยไหข้าได้มาจากในวังหลวงของราชวงศ์เซียงพอให้ท่านดื่มไปได้อีกนาน”

“เฒ่าจ้าวท่านชอบหลอมอาวุธคราวนี้ข้าได้รวบรวมวัสดุวิญญาณและวัตถุล้ำค่ามาจำนวนมากข้ามอบให้ท่านทั้งหมดเลย”

ลูเยี่ยยิ้มพลางส่งถุงเก็บของสองใบให้แก่เหลาเกาและเฒ่าจ้าวตามลำดับเขาไม่ได้ถามถึงอาการบาดเจ็บของทั้งสองอีกทั้งไม่ได้ถามว่าทั้งสองต้องจ่ายราคาอันแสนสาหัสเพียงใดในการต่อสู้ตลอดวันที่ผ่านมา

บุญคุณนี้เพียงจดจำไว้ในใจก็พอแล้ว

“ยังคงเป็นคุณชายลูที่เข้าใจข้าที่สุด!”

เหลาเกายิ้มตาหยีเฒ่าจ้าวเองก็เผยกายยิ้มออกมาอย่างหาได้ยากยิ่ง

ลูเยี่ยยังอุตส่าห์จำได้ว่าเขาชอบการหลอมอาวุธนับว่ามีน้ำใจจริงๆ

“แล้วมีของข้าบ้างหรือไม่?”

ลูหลิงซวงถามด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม

“แน่นอนว่ามีทุกคนล้วนมีส่วน!”

เมื่อลูเยี่ยกล่าวจบก็เรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากทุกคน

“พี่ใหญ่ท่านช่วยแจกให้ทุกคนด้วยนะ”

ลูเยี่ยยิ้มพลางหยิบถุงเก็บของออกมาส่งให้พี่ใหญ่ลูเชี่ยวครั้งนี้พวกเขาได้รวบรวมสมบัติล้ำค่าจากวังหลวงมาเป็นจำนวนมหาศาลลูเยี่ยเลือกเก็บไว้เพียงแค่สิ่งที่จะช่วยให้การฝึกฝนของตนเองเท่านั้น

ส่วนวัตถุล้ำค่าทั้งหมดที่เหลือเขามอบให้กับลูเชี่ยวทั้งหมด

เนื่องจากฟ้ามืดแล้วลูเยี่ยจึงสั่งให้คนในตระกูลแยกย้ายไปพักผ่อนส่วนตัวเขาหยุดดื่มสุราสนทนากับพี่ใหญ่ลูเชี่ยวต่อลูเยี่ยเล่าประสบการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงให้ฟังทีละเรื่องหลังจากลูเชี่ยวฟังจบจิตใจก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหลังสงครามที่ด่านเทียนหลางจะซ่อนเร้นความจริงที่น่าตกใจและระทึกขวัญไว้มากมายเพียงนี้

“พี่ใหญ่ท่านวางใจเถิดไม่ว่าท่านปู่และคนอื่นๆจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ข้าจะสืบหาความจริงให้ได้”

ลูเยี่ยจิบสุราหนึ่งอึก “นอกจากนี้ข้าจะไปรับตัวท่านอารองกลับมาด้วย”

ลูเชี่ยวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ครึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าอยู่ข้างนอกคงต้องลำบากมามากสินะ”

ลูเยี่ยหัวเราะ “ไม่หรอกขาสบายดีมาก! ท่านอย่าได้กังวลแทนข้าเลย”

เมื่อมองน้องชายที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มลูเชี่ยวกลับรู้สึกไม่สบายใจเลย

ตระกูลลูมีวันนี้ได้เพราะน้องชายคอยเป็นร่มบังแดดฝนให้ในฐานะพี่ชายเขากลับช่วยอะไรไม่ได้มากนักจิตใจจึงย่อมรู้สึกไม่เป็นสุข

แต่ลูเชี่ยวไม่ได้แสดงออกมา

เขาเพียงตบไหล่ลูเยี่ย “ตระกูลลูมีข้าอยู่เจ้าวางใจเถิด”

ลูเยี่ยพยักหน้า

“พานอิงชิว…ตายแล้วหรือ?”

“ตายแล้วตระกูลพานเคยทำสงครามกับตระกูลฉินท่านลุงฉินได้ประหารชีวิตนางและพานอวินเฟิงไปนานแล้ว”

“ท่านลุงฉินดีต่อพวกเราจริงๆ”

“ฮ่าๆถึงอย่างไรเขาก็คือท่านพ่อตาในอนาคตของข้านี่”

“เจ้าก็อายุสิบเจ็ดแล้วคิดจะแต่งงานกับแม่นางจงชิงหลีเมื่อไหร่?”

“ยังเร็วเกินไปนักพี่ใหญ่ท่านยังจำได้หรือไม่ตอนที่พวกเรายังเด็กท่านอารองมักจะร้องเพลงลำนำเที่ยวชมแดนเซียนบ่อยๆได้หรือไม่?”

“แน่นอนว่าจำได้”

พี่น้องสองคนนั่งเคียงข้างกันท่ามกลางความมืดมิดของราตรีเช่นเดียวกับเมื่อครั้งยังเยาว์วัยลูเชี่ยวเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีริมฝีปากพลางเอื้อนเอ่ยบทกวีออกมาแผ่วเบา

“ข้าเป็นเพียงเซียนดาบในโลกมนุษย์ เมฆาโอบกอดดาราหนุนจันทราต่างหมอน พลันได้ยินเสียงมังกรสมุทรคำรามจากทะเลบูรพา วางจอกสะบัดแขนเสื้อประกายดาบพลันเยือกเย็น อย่าได้กล่าวว่าชีวิตอันยืนยาวเป็นเพียงภาพลวง หัวเราะซี้ไปยังประตูสวรรค์ว่ากว้างไม่พอ พลิกกลับสาดสายฟ้ามาเป็นจอกสุรา บังอาจหยิบยืมสุริยันจันทรามาหลอมกลั่นเป็นโอสถเซียน”

ในช่วงสามวันต่อมาลูเยี่ยปล่อยวางทุกสิ่งเพื่ออยู่เคียงข้างคนในตระกูลเขาร่วมเล่นสนุกกับเหล่าเด็กๆสอนการฝึกฝนให้แก่คนรุ่นเยาว์รำสุราตกปลาและเดินหมากกับผู้อาวุโสในตระกูล…

ครึ่งปีแล้วที่ลูเยี่ยไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้มานานแล้วเขาต้องเร่งเดินทางและสะสางปัญหาที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนเมื่อได้สงบนิ่งจิตใจของลูเยี่ยจึงได้รับการตกตะกอนในอีกระดับเรื่องภายนอกไม่ต้องสนใจปล่อยให้เป็นไปตามครรลองของฟ้าดิน

ขอเพียงเป็นคนว่างงานสักคราเถิด

มีเพียงแสงจันทร์และสายลมเย็นรื่นห้อยู่คู่บ้านข้าก็พอ

สามวันต่อมาเยว่หนึ่งจือพาผู้คนจากตระกูลลูออกจากเมืองเทียนเหอมุ่งหน้าไปยังสำนักกระบี่เกาสวรรค์ก่อนจะออกเดินทางเฒ่าจ้าวใช้ ‘วิชาย้ายขุนเขา’ เก็บเอาจวนตระกูลลูทั้งหมดติดไปด้วย

นี่เป็นความต้องการของลูเยี่ย

เขาเกิดที่นี่เติบโตที่นี่อิฐทุกก้อนกระเบื้องทุกแผ่นหญ้าทุกใบต้นไม้ทุกต้นแม้จะเป็นสิ่งของเก่าคร่ำคร่าเพียงใดก็ล้วนมีความทรงจำในอดีตฝังอยู่

ลูเยี่ยทำใจทิ้งมันไม่ลงเขาหวังว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดเมื่อภายหลังเขาได้รับท่านอารองกลับมาและตามหาท่านพ่อท่านแม่พบเขาอยากให้พวกท่านได้เห็น ‘ตระกูลลู’ ในอดีต

บนกำแพงเมืองหลังจากส่งคนในตระกูลลูลับตาไปแล้ว

ลูเยี่ยจึงหันกลับมามองเมืองเทียนเหอ

เมืองที่ยิ่งใหญ่ยามนี้เต็มไปด้วยรอยแผลและกลิ่นอายแห่งความตาย

กองกระดูกขาวกระจายอยู่ทั่วเมืองฝูงดูดแรงมากมายนับไม่ถ้วนมากินซากศพ

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งลูเยี่ยก็หยิบพัดขนนกสีเลือดออกมาและที่ข้างกายของเขาพลันปรากฏร่างเงาเสมือนของหลวงจีนชราผู้ซูบผอมรูปหนึ่ง

เสวียนไฉ

หนึ่งในสิบเก้ารอยประทับของบรรพจารย์บรรพจารย์แห่ง ‘วัดพรหมสุทธิ’ สำนักพุทธอันดับหนึ่งของดินแดนหลิงชาง

ทั่วร่างเปี่ยมล้นด้วยพุทธธรรมพลังบำเพ็ญล้วนแตกฉานถึงขั้นสรรค์สร้างฟ้าดิน

“ท่านผู้อาวุโสเสวียนไฉรบกวนท่านแล้ว”

ลูเยี่ยประสานมือคารวะพลางส่งพัดขนนกสีเลือดให้ในหมู่บรรพจารย์ทั้งหมดหลวงจีนชราเสวียนไฉเป็นผู้ที่มีบารมีสูงสุดอารมณ์ดีที่สุดและเป็นที่น่าเคารพนับถือที่สุด

เขามีจิตใจเมตตาดังพระโพธิสัตว์แต่ก็มีวิธีการอันเฉียบขาดราวกับพระวัชระ

“เดินทางให้ปลอดภัยเถิด”

หลวงจีนชราเสวียนไฉพยักหน้าใช้นิ้วแตะลงบนพัดขนนกสีเลือดเบาๆจากนั้นจึงประนมมือสวดภาวนา

พัดขนนกสีเลือดลุกเป็นไฟอย่างรุนแรงดวงวิญญาณล้านดวงปรากฏขึ้นพร้อมกันภายใต้การนำทางของแสงพุทธธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ดวงวิญญาณทุกดวงต่างเผยสีหน้าที่หลุดพ้นจากทุกข์

พร้อมกับเสียงสวดมนต์ที่ดังขึ้นเป็นระลอกเมืองเทียนเหอทั้งเมืองก็อาบไล้ไปด้วยแสงพุทธธรรมอันศักดิ์สิทธิ์

กระดูกที่เกลื่อนพื้นค่อยๆหายไปอย่างเงียบงันดวงวิญญาณแค้นนับล้านเหล่านั้นในยามนี้ต่างสลายไปได้รับการปลดปล่อยและส่งไปสู่สุคติอย่างสมบูรณ์

“เดินทางให้ปลอดภัยเถิด”

ลูเยี่ยเอ่ยเบาๆในใจ

เมืองเทียนเหอคือบ้านเกิดเพชร

ไม่รู้ว่าครั้งหน้าที่กลับมาจะเป็นเมื่อใดและจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายเพียงใด

และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหนาคือสิ่งเดียวที่ลูเยี่ยทำได้เพื่อ ‘บ้านเกิด’ ของตน

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 267 ข้าคือเซียนดาบแห่งโลกมนุษย์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย