บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 255 ทารกมาร!
ริมสระโลหิตมังกรเพลิงองค์ชายใหญ่เซียงฉางลวี่ไม่รู้ว่าฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดน้ำเสียงอันแหบพร่าของเขาดังสะท้อนไปทั่วบริเวณในชั่วขณะนั้นลูเยี่ยพลันสะบัดมือขึ้นตู้ม!
ปราณดาบชิงซวี่วาบขึ้นมาจากความว่างเปล่าโซ่สีดำที่พันธนาการหน้าท้องของเซียงฉางลวี่พลันขาดออกจากกันทันที
พานหลานอวินส่งเสียงครางในลำคอออกมาเงาร่างที่ยืนอยู่ในสระโลหิตมังกรเพลิงเซถอยหลังไปหลายก้าวในมืออีกข้างของนางยังกำเศษโซ่ที่ขาดเอาไว้
“ลงมือฆ่าคนต่อหน้าข้าเช่นนี้เป็นเพราะเจ้าขวัญเสียหรือเพราะไม่เห็นลูผู้หนึ่งอยู่ในสายตากันแน?”
ลูเยี่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพานหลานอวินสายหน้าพลางกล่าว “เจ้าคิดมากเกินไปแล้วข้าเพียงแต่ไม่อยากให้การสนทนาระหว่างเราถูกเข้าได้ยินก็เท่านั้น”
เซียงฉางลวี่ตะโกนด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว “นางปิศาจ! เจำกำลังกังวลว่าความลับจะรั่วไหลใช่หรือไม่!”
เขาอ่อนแอเกินไปแม้จะฟื้นขึ้นมาได้แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ
ลูเยี่ยหยิบโอสถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บออกมาเม็ดหนึ่งแล้วส่งให้เซียงฉางลวี่ผ่านอากาศ “ประคองสติเอาไว้ก่อนตราบใดที่มีข้าอยู่นางก็ฆ่าเจ้าไม่ได้”
คำพูดเมื่อครู่ของเซียงฉางลวี่ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้งพานหลานอวินไม่ใช่เทพมารจากนอกอาณาเขตแน่นอนทว่าทารกในครรภ์ของนางต่างหากที่เป็น!
เจ้ายังเป็นทารกมารที่สูบกินปราณโชคชะตาแผ่นดินและปราณบริสุทธิ์ชีพจรมังกรมาเป็นของตน!
หากเป็นเช่นนี้เมื่อทารกมารนี้ถือกำเนิดขึ้นก็จะเป็นเสมือนบุตรแห่งโชคชะตาของแผ่นดินตาเฉียนและเป็นเชื้อพระวงศ์อันสูงส่งอย่างไรก็ตามลูเยี่ยมั่นใจว่าจุดประสงค์ที่พานหลานอวินฟูมฟักทารกมารนี้ไม่มีทางเรียบง่ายเพียงแค่นั้นเป็นแน่นางต้องมีแผนการอื่นซ่อนอยู่อย่างแน่นอน!
“ขอบคุณ!”
เมื่อได้รับโอสถจากลูเยี่ยเซียงฉางลวี่ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยรีบกลืนลงไปทันทีพานหลานอวินไม่ได้วู่วามลงมืออีก
นางยืนสงบนิ่งอยู่ในสระโลหิตมังกรเพลิงแล้วกล่าวว่า “สิ่งที่ควรบอกข้าก็บอกไปหมดแล้วพวกเรามาตกลงกันเถอะ”
“ขอเพียงเจ้าไว้ชีวิตข้าข้าจะคืนป้ายหยกไร้อักษรทั้งสองแผ่นนี้ให้เจ้า”
“นอกจากนี้ข้าสามารถรับประกันได้ว่าเจ้าจะสามารถได้พบกับเหล่าผู้อาวุโสตระกูลลูของพวกเจ้าอีกครั้ง!”
พานหลานอวินพลิกฝ่ามือหนึ่งครั้งป้ายหยกไร้อักษรสองชิ้นสีดำหนึ่งและสีขาวหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
“ลูเยี่ยเจ้าอย่าได้หลงกลเด็ดขาดนางปิศาจผู้นั้นเชี่ยวชาญในการล่อลวงมีเล่ห์เหลี่ยมอำมหิตคำพูดของนางไม่สามารถเชื่อถือได้เลย!”
ไม่ทันที่ลูเยี่ยจะเอ่ยปากองค์ชายใหญ่ก็เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจ
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความหวาดกลัวร่างกายยังสั่นเทาไม่หยุด
“เสด็จพ่อของข้าทรงมีพระปรีชาสามารถเพียงใดยังถูกนางปิศาจตนนี้วางแผนเล่นงาน!”
“คนในราชวงศ์เซียงล้วนถูกนางปั่นหัวเล่นเหมือนสิ่งของ”
เสียงพรำพรรณนาด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้นดังก้องไปทั่ว
ลูเยี่ยหรตามองใบหน้ายังสงบนิ่งเช่นเคยทำให้คนยากจะคาดเดาความรู้สึกของเขา
ส่วนพานหลานอวินกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ลูเยี่ยสามารถคุกคามชีวิตข้าได้แล้วเสด็จพ่อของเจ้าทำได้หรือไม่? ราชวงศ์เซียงทำได้หรือไม่?”
“ข้ายอมปฏิบัติต่อคนที่ต่างกันด้วยท่าทีที่ต่างกันข้ารู้ดีว่าการเจรจากับลูเยี่ยต้องใช้ความจริงใจเท่านั้นจึงจะช่วงชิงโอกาสรอดชีวิตให้ตนเองได้!”
พานหลานอวินเงยหน้าขึ้นจ้องมองลูเยี่ย “เจ้าวางใจได้เพียงแค่เจ้ายอมปล่อยข้าไปข้าขอรับรองว่าเจ้าจะได้อยู่พร้อมหน้ากับผู้อาวุโสตระกูลลูอย่างแน่นอน!”
กล่าวจบนางก็พลิกฝ่ามือขึ้นปรากฏป้ายกระดูกที่ขัดเกลาจากกระดูกสัตว์ออกมา
“นี่คือของแทนกายของข้าเจ้านำมันไปที่เผาหมอผีปีศาจแห่งชายแดนเหนือก็จะสามารถช่วยผู้อาวุโสเหล่านั้นของตระกูลลูจากมือพวกของได้”
นางสะบัดมือโยนป้ายกระดูกให้ลูเยี่ย
ลูเยี่ยรับป้ายกระดูกมาพิจารณาดูครู่หนึ่งโดยไม่กล่าวสิ่งใดองค์ชายใหญ่เซียงฉางลวี่กล่าวอย่างร้อนรน “ลูเยี่ยนางปิศาจคนนี้กำลังล่อลวงจิตใจเจ้าอยู่!”
“นางเปรียบเสมือนมารในใจที่มักจะหาจุดอ่อนและปมด้อยที่ใหญ่ที่สุดของเจ้าเจอล่วงรู้ถึงบุคคลและสิ่งที่เจ้าให้ความสำคัญที่สุดแล้วใช้สิ่งนั้นเป็นเหยื่อล่อเพื่อปั่นหัวเจ้า!”
ลูเยี่ยไม่ได้สนใจคำทัดทานนั้น
เขามองพานหลานอวินแล้วกล่าวว่า “ข้าจะเชื่อใจเจ้าจริงๆได้อย่างไร?”
พานหลานอวินส่งป้ายหยกไร้อักษรสองแผ่นลอยไปให้ลูเยี่ยแล้วกล่าวว่า “นี่คือความจริงใจของข้าเพียงพอหรือไม่?”
ลูเยี่ยส่ายหน้า “ยังไม่พอ”
พานหลานอวินขมวดคิวงาม “เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีกถึงจะยอมเปิดทางรอดให้?”
ลูเยี่ยเลื่อนสายตาลงต่ำมองไปยังหน้าท้องของพานหลานอวินที่จมอยู่ในสระโลหิตมังกรเพลิงใบหน้างดงามของพานหลานอวินเปลี่ยนไปทันที “เจ้าคิดจะแตะต้องทารกในครรภ์ของข้าอย่างนั้นหรือ? ไม่ได้เด็ดขาด!!”
ลูเยี่ยกล่าวโดยไม่เสียเวลาคิด “ทารกมารต้องตายนี่คือขีดจำกัดสูงสุดของข้า!”
พานหลานอวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เช่นนั้นก็มาสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งเจ้าฆ่าข้าได้แต่ผู้อาวุโสตระกูลลูของเจ้าต้องตายตกตามกันไปหมด!!”
“และเจ้าก็อย่าหวังจะได้รู้ความลับในป้ายไร้อักษรสองชิ้นนั้น!”
นางเน้นย้ำทีละคำด้วยความเด็ดเดี่ยว
ลูเยี่ยส่งเสียงตอบรับสั้นๆก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ถ่วงเวลามานานขนาดนี้คงเตรียมการไว้พร้อมแล้วกระมัง?”
พานหลานอวินชะงักไปชั่วขณะ
ลูเยี่ยโจมตีทันทีโดยไม่รอช้านิ้วทั้งห้าดุจดาบฟาดฟันเข้าใส่พานหลานอวินปราณดาบที่เกิดจากเจตจำนงดาบชิงซวี่พุ่งทะยานออกไปราวกับผ้าแพรสีเขียวอ่อนเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันแหลมคมไร้ที่เปรียบตู้ม!
เมื่อดาบฟันลงมาร่างของพานหลานอวินถูกซัดกระเด็นออกไปสระโลหิตมังกรเพลิงถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้น
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”
พานหลานอวินมีโลหิตไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดใบหน้าบิดเบี้ยวกรีดร้องออกมา “หากข้าตายพวกผู้อาวุโสตระกูลลูของพวกเจ้าก็ต้องตายตามข้าไปด้วย!!”
นางได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่กะทันหันนี้ตามร่างกายปรากฏรอยดาบลึกถึงกระดูกโลหิตไหลรินไม่ขาดสาย
ลูเยี่ยไม่สนใจคำขู่เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวนิ้วทั้งห้าเหมือนดาบฟันออกไปอีกครั้ง
พานหลานอวินรู้สึกหวาดกลัวในที่สุดนางจึงกรีดร้องออกมา “วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ช่วยข้าด้วย!”
นางรีบหลบหลีกสุดชีวิตทว่ายังคงถูกปราณดาบกวาดใส่ร่างทั้งร่างถูกซัดกระเด็นกระแทกกำแพงอย่างรุนแรงกระดูกแตกหักไม่รู้กี่ท่อน
ทว่าในพริบตานั้นเองทั่วร่างของนางกลับแผ่ซ่านกลิ่นอายประหลาดและน่าสะพรึงกลัวออกมาอักขระลับสีเลือดที่ดูแปลกตาปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วกายเส้นผมสีดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานบาดตาดวงตาทั้งคู่มีประกายดำเข้มวนเวียนคล้ายกับน้าวนราวกับกลายเป็นคนละคนไปโดยสิ้นเชิง!
“เด็กหนุ่มใจร้อนเกินไปมันไม่ดีนะ”
พานหลานอวินค่อยๆพยุงกายลุกขึ้น
น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นแหลมเล็กและแหบพร่าทั่วร่างห้อมล้อมด้วยเปลวเพลิงสีเลือดที่ดูแปลกประหลาดและน่าสยดสยองทันทีที่เสียงของนางดังขึ้น
กระแสน้ำสีเลือดในสระโลหิตมังกรเพลิงพุ่งขึ้นมาเป็นสายแล้วไหลเข้าสู่ร่างของนางทั้งหมดเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ากลิ่นอายทั่วร่างของนางพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ลูเยี่ยเผ้ามองการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ด้วยสายตาที่สงบนิ่งดังเดิม
“เป็นปีศาจกูพิษเผาใจอีกแล้ว!”
ทว่าครานี้กลับเป็น ‘ทารกมาร’ ที่เกาะกินอยู่ภายในร่างของพานหลานอวิน
นี่คือวิธีการพิเศษในการ ‘แย่งชิงร่าง’ ที่มีเพียงเทพมารจากนอกอาณาเขตเท่านั้นที่สามารถใช้ได้โดยการใช้เลือดเนื้อของผูถูกแย่งชิงร่างเป็นรังไหมเพื่อฟูมฟักทารกมารแม้จะเรียกว่าทารกมารแต่แท้จริงแล้วมิใช่ทารกแต่เป็นสิ่งที่มีจิตเทวะและความทรงจำที่สมบูรณ์ของผูแย่งชิงร่าง!
ในสนามรบนอกอาณาเขตลูเยี่ยเคยเห็นเคล็ดวิชาลับและเล่ห์เหลี่ยมทำนองนี้มานับไม่ถ้วน
ลูเยี่ยกล่าวว่า “คำพูดที่นางเอ่ยออกมาเมื่อครู่ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าควบคุมจิตนางให้พูดออกมาใช่หรือไม่?”
“เจ้าดูออกตั้งแต่แรกแล้วหรือ?”
‘พานหลานอวิน’ รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างหากจะพูดให้ถูกต้องในขณะนี้พานหลานอวินถูก ‘ทารกมาร’ แย่งชิงร่างแล้วอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวทารกมารเองเลยก็ได้
ลูเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เจ้าเพียงแค่ตอบข้ามาคำพูดเหล่านั้นมีกี่ส่วนที่เป็นความจริงและกี่ส่วนที่เป็นเรื่องโกหก?”
ทารกมารหัวเราะ “เจ้าลองทายดูสิ?”
“ถุย! มารดามันเถิด!”
ในส่วนลึกของนัยน์ตาลูเยี่ยปรากฏจิตสังหารอันบ้าคลั่งเขาชักดาบพิชิตมารออกมาและฟาดฟันเข้าใส่ทันที
เขามักจะสงบและมีสติอยู่เสมอทว่าในยามนี้กลับดูเหมือนจะถูกยั่วโทสะจนถึงขีดสุดเจตนาสังหารเดือดพล่านราวกับน้ำเดือดความโกรธลุกโชนราวกับเปลวเพลิงการฟันด้วยดาบพิชิตมารในครั้งนี้ระเบิดอานุภาพอันดุดันและทรงพลังถึงที่สุดออกมา!
ดวงตาของทารกมารฉายแววเหยียดหยามมันยกมือขึ้นกดลงมาอย่างไม่ใส่ใจ
เคร้ง!
เสียงดาบกรีดร้องอย่างโศกเศร้าดังขึ้นดาบพิชิตมารถูกมือข้างหนึ่งของทารกมารกดไว้แน่นหยุดชะงักกลางอากาศไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นได้
“แค่พลังบำเพ็ญเท่าของเจ้านั้นไม่สามารถทำอะไรข้าได้หรอก”
ทารกมารกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อย่าเสียเวลาเลยรีบเรียกคนหนุนหลังของเจ้าออกมาเสียดีกว่า!”