บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 256 โทสะของลูเยี่ย
ด้วยพลังบำเพ็ญของลูเยี่ยในตอนนี้การชักดาบพิชิตมารออกมาใช้ก็เพียงพอจะทำให้ขันทีเฝิงที่เป็นบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ต้องบาดเจ็บสาหัสได้
แต่ในตอนนี้ดาบพิชิตมารกลับถูกมือข้างหนึ่งของทารกมารกดไว้แน่น!
ไม่ว่าดาบพิชิตมารจะดิ้นรนอย่างรุนแรงเพียงใดก็ไม่เป็นผลจากเหตุการณ์นี้จะเห็นได้ว่าพลังของทารกมารนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวเพียงใดเห็นได้ชัดว่าเกินกว่าขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
และคำพูดที่ทารกมารเอ่ยออกมานั้นยิ่งเต็มไปด้วยการยั่วเย้าอย่างเห็นได้ชัดทว่าลูเยี่ยผู้เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารกลับไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากอวินเจินเที่ยนและไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นด้วย!
เขาพลิกฝ่ามือขึ้นปรากฏลูกธนูที่ดูสึกกร่อนขึ้นกลางอากาศ
“นี่มันเศษเหล็กเน่าๆอะไรกัน?”
ทารกมารชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น “ลูเยี่ยเจ้ากำลังล่อข้าเล่นให้ขำตายหรืออย่างไร?”
ลักษณะภายนอกของลูกธนูหักๆนั้นดูไม่ได้จริงๆ
แต่ในขณะนี้ที่ปลายลูกธนูที่สึกกร่อนอย่างหนักปรากฏอักขระลึกลับสีทองสองตัวอย่างประหลาด
ตัวหนึ่งคือ ‘ซือ’ อีกตัวหนึ่งคือ ‘จี’ เมื่ออักขระลึกลับทั้งสองปรากฏลูกธนูหักๆนั้นก็ราวกับตื่นจากการหลับใหลพลันระเบิดอานุภาพอันดุดันและโหดเหี้ยมออกมาอย่างฉับพลันตู้ม!
ทั่วทั้งดินแดนลับถูกแสงสว่างเจิดจ้าอาบไล่จนสว่างไสว
และบนลูกธนูหักๆที่เสียหายอย่างหนักนั้นได้หลั่งไหลออกมาเป็นแสงวิเศษราวกับความฝัน
“นี่มันสิ่งประหลาดอะไรกัน?”
เสียงหัวเราะของทารกมารหยุดลงทันทีสีหน้าเปลี่ยนไปในพริบตารู้สึกถึงพลังลมปราณอันตรายที่พุ่งเข้ามาในขณะนั้นเองเสียงสองเสียงที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ดังออกมาจากอักษร ‘ซือ’ และ ‘จี’ บนลูกธนูหักๆ
“หิว! หิวเหลือเกิน! เร็วเข้า! รีบฆ่าอาหารที่มีชีวิตนั้นเสีย! เร็ว!”
เสียงจากตัวอักษร ‘ซือ’ แฝงความหิวโหยที่ยากจะทนได้เหมือนปีศาจหิวโซที่กำลังกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
“ฮ่าๆๆขอบคุณท่านผู้อาวุโสในที่สุดก็มีพวกมารลูกสุนัขให้ข้าได้ฆ่าอีกแล้ว!”
ส่วนเสียงของ ‘จี’ เต็มไปด้วยความยินดีกระหายเลือดและอดรนทนไม่ไหวแย่แล้ว!
ทารกมารสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันร้ายแรงยกมือขึ้นร่ายเคล็ดวิชา “ผนึกวิญญาณ!”
ทว่ากลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นตามที่เขาคาดคิด
ส่วนลูกธนูหักๆของซือจีได้เปล่งแสงเจิดจ้าไร้เทียบเทียมพุ่งทะลวงออกไป
ตู้ม!
ทารกมารรีบถอยหนีในทันทีเปลวเพลิงสีเลือดทั่วร่างพวยพุ่งเดือดพล่าน
เบื้องหน้าของเขาปรากฏภาพดวงอาทิตย์สีเลือดลอยอยู่กลางอากาศพยายามสกัดการโจมตีครั้งนี้
เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นภาพดวงอาทิตย์สีเลือดที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ระเบิดออกลูกธนูหักๆนั้นทรงพลังอย่างไร้เทียมทานทำลายทุกสรรพสิ่งพุ่งปักเข้าที่หน้าท้องของทารกมารอย่างแม่นยำทารกมารร้องโหยหวนด้วยความทรมานร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
พลังอำนาจที่ปลดปล่อยออกมาจากลูกธนูหักๆนั้นทำลายพลังชีวิตและพลังเลือดลมของเขาจนย่อยยับนอกจากนี้ลูกธนูหักๆยังมีพลังดูดกลืนอีกพลังหนึ่งที่ค่อยๆดูดกลืนพลังเลือดลมที่กำลังสลายของเขาอย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าของทารกมารเต็มไปด้วยความเจ็บปวดยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วแทงเข้าไปในท้องควานหาลูกธนูหักๆไว้พยายามดึงมันออกแต่ก็เปล่าประโยชน์พลังอานุภาพของลูกธนูหักๆนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไปราวกับถูกตรึงอยู่ในร่างของเขาจนไม่สามารถถอนออกได้
ในชั่วพริบตาเดียวจิตวิญญาณของทารกมารก็ถูกทำลายไปเกือบครึ่งและถูกลูกธนูหักๆกลืนกินเข้าไป
“อ้วกๆๆ! ผ่านไปนานเท่าใดแล้วนะในที่สุดก็ได้กินอาหารอุ่นๆเสียที! ถ้าอร่อยก็กินใหม่ได้อีกหน่อยมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะซ่อมแซมรากฐานของข้าได้ทำให้ข้าสามารถฆ่าได้สอย่างสะใจ!”
ภายในหน้าท้องของทารกมารมีเสียงของ ‘ซือ’ และ ‘จี’ ดังลอดออกมาภาพเหตุการณ์นี้ทั้งนองเลือดและพิสดารยิ่งนักลูเยี่ยเองก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจ
ใครเล่าจะไปคาดคิดว่าลูกธนูดอกนี้ที่มาจากเขตหวงห้ามลึกลับที่ชื่อ ‘สมบัติตกทอดแห่งเทียนจิน’ ที่เสียหายรุนแรงถึงเพียงนี้แต่เมื่อแผลงฤทธิ์กลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?
“ลูเยี่ย! ถ้าข้าตายเจ้าก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้!”
ทารกมารมีแววตาบ้าคลั่งยกมือขึ้นร่ายเคล็ดวิชา “ระเบิดเสีย!”
อย่างไรก็ตามภาพที่เขาคาดการณ์ไว้ก็ยังไม่เกิดขึ้น
“เจ้าส่งเสียงเรียกต่อไปเถอะแล้วมาดูกันว่าอาคมของเจ้าจะทำอันตรายข้าได้หรือไม่?”
ลูเยี่ยพลิกฝ่ามือป้ายหยกไร้อักษรสองชิ้นและป้ายกระดูกลอยขึ้นมาพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อพานหลานอวินมอบของทั้งสามสิ่งนี้ให้ลูเยี่ยก็มองออกตั้งแต่นั้นแล้วว่าของทั้งสามชิ้นถูกลงอาคมเอาไว้!
พวกมันถูกประทับด้วยอาคมลับผลาญใจของปีศาจกูพิษเผาใจซึ่งเป็นพลังคำสาปเดียวกับที่เคยทำร้ายเซี่ยหลิงชิวจนบาดเจ็บสาหัส
เรื่องเช่นนี้มีหรือจะรอดพ้นสายตาของลูเยี่ยไปได้?
ด้วยเหตุนี้ลูเยี่ยจึงได้ใช้เคล็ดวิชาลับผนึกของทั้งสามสิ่งนี้เอาไว้แต่แรก!
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดทารกมารลงมือถึงสองครั้งสองคราแต่กลับล้มเหลวเสมอ
“เจ้า…”
ในที่สุดทารกมารก็เข้าใจเขาเอ่ยด้วยความตกใจและโกรธแค้น “เหตุใดเจ้าจึงรู้จักวิธีการของปีศาจกูพิษเผาใจของข้าได้ดีเช่นนี้?”
ลูเยี่ยไม่ได้อธิบายเขากลับพุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วซัดหมัดเข้าใส่ใบหน้าของทารกมารอย่างจังตู้ม!
ทารกมารกระเด็นออกไปโลหิตพุ่งออกจากปากและจมูกกระดูกโหนกแก้มยุบตัวลง
ทารกมารโกรธเกรี้ยวพยายามพยุงตัวลุกขึ้นหมายจะโต้กลับ
ทว่าลูกธนูหักๆที่ปักอยู่ตรงหน้าท้องกลับทรมานเขาจนเจ็บปวดแสนสาหัสพลังชีวิตกำลังหลั่งไหลออกไปอย่างรวดเร็วปัง!
ลูเยี่ยซัดหมัดออกไปอีกครั้งร่างกายของทารกมารปรากฏรอยร้าวมากมายโลหิตกระเซ็นไปทั่ว
ก่อนหน้านี้ลูเยี่ยดูสงบนิ่งมาตลอดทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าภายในใจของเขานั้นโกรธแค้นถึงเพียงใด
เหตุผลนั้นง่ายมากเมื่อองค์ชายใหญ่ฟื้นขึ้นมาและเอ่ยประโยคแรกออกมาลูเยี่ยก็พลันตระหนักได้ทันที
เขาตกหลุมพรางเขาเสียแล้ว!
นับตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้ามาในดินแดนลับแห่งนี้เขาก็ถูกพานหลานอวินจูงจมูกมาโดยตลอดพานหลานอวินกล่าวคำที่ดูเหมือนจริงใจเหล่านั้นรวมถึงความจริงที่เปิดเผยออกมาได้กระแทกใส่จุดอ่อนของเขาอย่างจังและนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาใส่ใจมากที่สุด
ถึงขนาดที่ว่าเมื่อได้รับรู้ข่าวว่าผู้อาวุโสตระกูลลูยังมีชีวิตอยู่เขาถึงได้ดีใจมากถึงเพียงนั้น
แต่ตอนนี้ลูเยี่ยได้ตระหนักแล้วว่าตัวเองเกือบจะถูกหลอกให้หลงเชื่อ!
ไม่ใช่เพราะคำพูดเหล่านั้นของพานหลานอวินมีช่องโหว่อะไรแต่เป็นเพราะจิตใจของพานหลานอวินถูกทารกมารควบคุมคำพูดของนางจึงไม่อาจเชื่อถือได้แม้แต่น้อย!
ในสนามรบนอกอาณาเขตทุกคนต่างรู้ดีว่าคำพูดของปีศาจกูพิษเผาใจนั้นไม่อาจเชื่อได้แม้ตัวอักษรเดียว
นี่คือบทเรียนที่แลกมาด้วยเลือดและน้ำตานับไม่ถ้วน!
ด้วยเหตุนี้เองเมื่อเขาล่วงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของทารกมารลูเยี่ยจึงได้เดือดดาลถึงเพียงนี้การนำบุคคลและสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดมาล่อลวงเขาช่างสมควรตายยิ่งนัก
ปัง!
หมัดของลูเยี่ยกระแทกเข้าใส่ร่างทารกมารอีกครั้งร่างกายแหลกเหลวล้มพับอยู่บนพื้นไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีกทว่าทารกมารกลับยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย “ฆ่าข้าก็สายเกินไปแล้วเมื่อครู่ข้าโกหกเจ้าจริงๆแต่ความจริงก็คือบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลลูของพวกเจ้าตายไปนานแล้ว!!”
“ฮ่าๆเจ้ายงดีใจอยูหรือไม่?”
จากความปิติสูงสุดสู่ความโศกเศร้าสุดพรรณนาคือสิ่งที่กัดกินจิตใจได้ดีที่สุด
การทำให้ลูเยี่ยเห็นความหวังแล้วปล่อยให้เขามองความหวังนั้นแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาช่างน่าสนุกเพียงใด?
ลูเยี่ยใช้เท้าเหยียบลงบนใบหน้าของทารกมารอันลึกล้ำสงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
“เจ้าคิดมากไปแล้วหากบรรดาผู้อาวุโสตระกูลลูตายข้าก็จะแก้แค้นแทนพวกเขาให้พวกเจ้าชดใช้คืนเป็นสิบเท่าร้อยเท่า!”
“หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ข้าก็จะไม่มีวันหยุดมือจะสังหารทุกคนที่คิดร้ายต่อพวกเขาให้สิ้นซาก!”
ในน้ำเสียงที่สงบนิ่งนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแนวแน่คนไม่ใช่ก้อนหินหรือต้นไม้ไฉนเลยจะไร้หัวใจ
เพราะใส่ใจมากเกินไปลูเยี่ยถึงได้ดีใจถึงเพียงนั้นในตอนแรกและเพราะใส่ใจมากเกินไปในยามนี้เขาจึงได้โกรธแค้นถึงเพียงนี้
ลูเยี่ยยอมรับว่านี่คือจุดอ่อนของตนเองเป็นจุดอ่อนสุดใจของเขาเขาไม่อาจทำใจให้สงบนิ่งดุจน้ำแข็งยามเผชิญกับความเป็นตายของญาติพี่น้องได้
เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น!
การเคี่ยวกรำในสนามรบนอกอาณาเขตตลอดสามปีได้หล่อหลอมจิตใจของเขาให้แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า
แต่เขาไม่ใช่ก้อนหินไม่ใช่ต้นไม้ที่ไร้ความรู้สึก!
เมื่อพบเจอผู้คนและเรื่องราวที่ใส่ใจก็ย่อมมีความสุขและความยินดีก็ย่อมมีความเศร้าและความโกรธ!
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงบนเส้นทางมหาวิถีผู้ใดกล้ากล่าวว่าตนสามารถ ‘ตัดขาดจากอารมณ์’ ได้อย่างแท้จริง?
ตราบใดที่ยังมีความยึดมั่นต่อมหาวิถีตราบใดที่ยังมีความปรารถนาที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งก็ย่อมไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการ ‘ตัดขาดจากอารมณ์’ อย่างแท้จริง!
“น่าขันเจ้าไม่รู้หรอกว่าการฆ่าข้าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นไร!”
ทารกมารกัดฟันกล่าวว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปไม่เพียงแค่เจ้าเท่านั้นแม้แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าก็จะถูกปีศาจกูพิษเผาใจหมายหัวและต้องเผชิญกับการล้างแค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด!”