บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 253 ความลับที่สะเทือนโลก
ณ ยอดเทือกเขาพันมังกรทุกหนแห่งเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่พังทลาย ภาพที่เห็นเป็นความเสียหายอย่างหนัก
เมื่อได้ยินคำพูดของลูเยีย เชียงอวินเฮอรู้สึกเหมือนได้รับการกระตุ้นอย่างรุนแรง เขาระเบิดโทสะออกมาว่า
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าไม่กล้า?”
ตุม!
ร่างที่สะบักสะบอมโชกเลือดของเขาพลันปะทุแสงวิถีที่น่าสะพรึงกลัวราวกับกำลังเผาไหม้ตนเอง
ลูเยียหรี่ตาลงเล็กน้อย เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มกำลัง
แต่ในชั่วขณะต่อมาร่างของเชียงอวินเฮอก็โงนเงนแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นด้วยเสียงดังตุบ
พลังลมปราณที่เคยลุกโชนมอดดับลงทันที และพลังชีวิตทั้งหมดของเขากำลังหมดไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาเริ่มพร่ามัวไร้แสง
“บัดซบ! ทำให้ข้าตกใจเสียหมด!”
ลูเยียอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบาๆ
ก่อนหน้านี้เขาถูกทำให้ตกใจจริงๆ และเตรียมตัวที่จะต่อสู้สุดชีวิตแล้ว แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตาเฒ่านี่แค่แสร้งทำขู่ไปอย่างนั้นเอง!
ลูเยียไม่ลังเลแม้แต่น้อยเรียกดาบบินออกมาและฟันหัวเชียงอวินเฮอจากระยะไกลในทันที
“ดูเหมือนว่าพานกุยเฟยผู้นั้นจะต้องอยู่ที่สระโลหิตมังกรเพลิงแน่นอน”
ลูเยียนึกในใจ อ๋องฟูไห่เคยกล่าวไว้ว่าหลังเขาของเทือกเขาพันมังกรมีเขตต้องห้าม ที่นั่นมีสระโลหิตมังกรเพลิงซึ่งรวบรวมปราณโชคชะตาแห่งแผ่นดินและปราณบริสุทธิ์ชีพจรมังกรที่แท้จริงเอาไว้!
วันนี้เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่ขนาดนี้และตนเองก็ได้บุกขึ้นมาถึงยอดเทือกเขาพันมังกรแล้ว แต่กลับไม่เห็นพานหลานอวินเลย
ไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องอยู่ที่สระโลหิตมังกรเพลิงอย่างแน่นอน!
และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นหาให้มาก เมื่อจิตสัมผัสของลูเยียแผ่ออกไปก็ค้นพบสถานที่นั้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่นอกเหนือความคาดหมายคือที่นั่นกลับเป็นดินแดนลับขนาดเล็กซึ่งเดิมทีถูกปกคลุมด้วยค่ายกลต้องห้าม
แต่เมื่อค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนถูกทำลาย ทางเข้าดินแดนลับก็ปรากฏออกมาให้เห็น ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะอยู่ด้านนอกก็สามารถมองเห็นสภาพภายในดินแดนลับได้อย่างชัดเจน ดินแดนลับนี้ไม่ใหญ่นักมีขนาดเพียงหนึ่งพันจั้งเท่านั้น ใจกลางมีสระโลหิตมังกรเพลิงตั้งอยู่ น้ำในสระราวกับลาวาสีแดงฉานที่กำลังเดือดพล่าน มีร่างหนึ่งนั่งทรุดตัวอยู่ข้างสระโลหิตมังกรเพลิง บริเวณหน้าท้องถูกโซ่สีดำขนาดเท่าหัวแม่มือพันธนาการไว้ ปลายโซ่อีกด้านหนึ่งฝังลึกลงไปในสระโลหิตมังกรเพลิง องค์ชายใหญ่เชียงฉางลวี่!
ลูเยียเคยเห็นภาพวาดของอีกฝ่ายมาก่อน เจ้าจึงจำได้ในทันที
“ลูเยีย เจ้าเข้ามาเถอะ ที่นี่นอกจากข้ากับองค์ชายใหญ่แล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก”
น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น
เห็นเพียงร่างงดงามสง่างามก้าวออกมาจากใต้สระโลหิตมังกรเพลิงที่เดือดพล่าน นางสวมอาภรณ์หงส์สีดำดูหรูหราสะดุดตาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี เมื่อนางก้าวออกมาจากสระโลหิตมังกรเพลิง เส้นผมและอาภรณ์กลับไม่เปียกชุ่ม ยังคงรักษาความสง่างามและความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้
ลูเยียไม่ได้ลังเล เดินเข้าไปในใจกลางดินแดนลับอย่างองอาจทันที
“เจ้ากับพี่สะใภ้ใหญ่ของข้าในอดีตมีความคล้ายกันอยู่สามส่วน ไม่เสียแรงที่เป็นคนในตระกูลเดียวกัน” ลูเยียเอ่ยอย่างทอดถอนใจ
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากองค์ชายใหญ่เชียงฉางลวี่ สัมผัสได้อยางชัดเจนว่าเชียงฉางลวี่มีชีพจรอ่อนแอและตกอยู่ในอาการหมดสติ
“อิงซิวเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้า ส่วนข้าก็คือนาสาวของอิงซิว นี่แหละคือพรหมลิขิต” พานหลานอวินปรายตามองอย่างงดงามชวนหลงใหล “แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถฝ่าเข้ามาถึงที่นี่ได้เพียงลำพัง นับว่าเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ”
ลูเยียสำรวจพานหลานอวินแล้วกล่าวว่า “ตัวข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคนที่อันตรายที่สุดที่ข้าเจอในคืนนี้จะเป็นเจ้า”
ขันทิเฝิงและเชียงอวินเฮอล้วนเป็นบรรพชนแก่นศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อเทียบกับพานหลานอวินที่อยู่เบื้องหน้า พวกเขากลับด้อยกว่ามากนัก เพราะร่างของหญิงสาวผู้นี้มีพลังลมปราณของเทพมารอันแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
นางอาจปิดบังคนอื่นได้ แต่ไม่มีทางปิดบังลูเยียได้
แต่สิ่งที่ทำให้ลูเยียรู้สึกประหลาดใจคือเมื่อดูจากพลังลมปราณแล้ว พานหลานอวินนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเผ่ามนุษย์ไม่ใช่เทพมาร
“อันตรายงั้นหรือ?”
แววตาของพานหลานอวินดูมีเลศนัย “ทั้งที่รู้ว่าอันตราย แต่เจ้าก็ยังกล้ามา พิสูจน์ได้ว่าเจ้าไม่ได้มองข้าเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงเลย” นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า “ผู้ที่เจ้าเชิญออกมาเมื่อครู่นี้คงจะเป็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานจากดินแดนหลิงชางกระมัง? น่าเสียดายที่เหลือเพียงรอยประทับของพลังเท่านั้น แม้แต่วิญญาณที่แท้จริงก็ไม่มี”
พานหลานอวินส่ายหน้าเบาๆ ดูเหมือนไม่ได้สนใจนัก
ลูเยียหัวเราะพลางกล่าว “พูดเช่นนี้เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะใช้ไม่ตายแบบนี้อีกหรือ?”
พานหลานอวินกล่าวอย่างสงบนิ่ง “แต่สำหรับข้าแล้ว ต่อให้ตายไปก็ไม่เป็นไร”
ลูเยียขมวดคิ้ว นี่หมายความว่าอย่างไร?
พานหลานอวินค่อยๆ เดินไปที่ริมสระโลหิตมังกรเพลิงแล้วกล่าวว่า “ในบรรดาราชวงศ์เชียงทั้งหมด มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ความลับเบื้องหลังสงครามด่านเทียนหลาง ส่วนที่ว่าท่านอารองลูซิงอีของเจ้าไปอยู่ที่ใด ข้าก็จะรู้ในไม่ช้า”
“แม้แต่ป้ายหยกไร้อักษรสองชิ้นนั้นตอนนี้ก็อยู่ในมือข้าแล้ว ความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้นเจ้าเองก็คงยังไม่รู้แจ้ง”
“หากเจ้าอยากรู้คำตอบเหล่านี้ ก็ควรข่มความคิดที่จะสังหารในใจเอาไว้ อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม”
ขณะที่พูดอยู่นั้น พานหลานอวินก็เดินเข้าไปในสระโลหิตมังกรเพลิงทีละก้าว แช่ร่างกายครึ่งท่อนไว้ในน้ำสระที่ราวกับลาวาหลอมละลาย ราวกับไม่กลัวเลยว่าลูเยียจะฉวยโอกาสนี้ลงมือ
ลูเยียหัวเราะและไม่ได้ปฏิเสธ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่จิตสังหารในใจเขาก็พลุ่งพล่านอยูตลอดเวลา เขาเดินไปที่ขอบสระแล้วก้มมองนาง “ข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังพยายามถ่วงเวลาใช่หรือไม่?”
พานหลานอวินตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าสามารถบอกเจ้าก่อนได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสงครามด่านเทียนหลาง เมื่อเจ้าฟังจบแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะลงมือหรือไม่ก็ยังไม่สาย”
ลูเยียยิ้มพลางกล่าวว่า “ได้”
“คนทั้งโลกต่างรู้ดีว่าเมื่อเจ็ดเดือนก่อนเผ่าหมอผีปีศาจทางชายแดนเหนือของต้าเฉียนได้ระดมกองทัพบุกโจมตีด่านเทียนหลางอย่างเต็มกำลัง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้”
“ทว่ากลับไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าทำไมเผ่าหมอผีปีศาจถึงได้ทำเช่นนี้?” พานหลานอวินไม่อ้อมค้อม นางกล่าวต่อทันทีว่า “เหตุผลนั้นง่ายมาก เมื่อหนึ่งปีก่อนฝ่าบาทของพวกเราได้เสด็จเข้าสู่เขตหวงห้ามลึกลับที่หา”
ลูเยียขมวดคิ้ว
เขานึกขึ้นได้ว่าเขตหวงห้ามลึกลับที่หาตั้งอยู่บริเวณชายแดนเหนือของต้าเฉียน ห่างจากด่านเทียนหลางเพียงแค่สามร้อยลี้เท่านั้น!
และลูเยียเคยได้ทราบจากเวิงอวี้ชิวว่าเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อนจักรพรรดิต้าเฉียนได้ปิดด่านจากโลกภายนอกจริงๆ และที่เวิงอวี้ชิวกล่าวไว้ว่าก่อนที่ท่านอารองลูซิงอีจะหายตัวไปอย่างลึกลับในสงครามด่านเทียนหลาง เขาเคยได้รับพระราชโองการฉบับหนึ่งจากจักรพรรดิต้าเฉียน!
ในตอนนั้นลูเยียก็สงสัยว่าความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสงครามด่านเทียนหลางต้องเกี่ยวพันกับจักรพรรดิต้าเฉียนอย่างแน่นอน
พานหลานอวินเงยหน้าขึ้นจ้องมองลูเยีย “เจ้ารู้หรือไม่ ข้าเป็นคนแนะนำให้ฝ่าบาทไปที่เขตหวงห้ามลึกลับที่หา?”
“ข้าเห็นนานแล้วว่าการฝึกฝนในขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ของฝ่าบาทเกิดปัญหาใหญ่ หากไม่รีบแก้ไขจะต้องเผชิญกับหายนะแห่งความเสื่อมของแก่นศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน!”
“และข้าก็ได้มอบแผนที่ลับที่ซ่อนวาสนาครั้งใหญ่ให้แก่เขา เขาเกิดความโลภแล้วเขาก็ไปที่นั่น”
ลูเยียเอ่ยขัดขึ้น “ข้าไม่สนใจว่าเขาจะไปที่ใด เจ้าเพียงแค่บอกความจริงเกี่ยวกับสงครามด่านเทียนหลางมาก็พอ”
พานหลานอวินยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “อย่ารีบร้อนไป สิ่งที่ข้ากำลังพูดนี่แหละคือความจริงของสงครามด่านเทียนหลาง”
หลังจากฝ่าบาทเข้าสู่เขตหวงห้ามลึกลับที่หาได้ไม่นาน เขาก็ประสบกับวิกฤตครั้งใหญ่
เขาถูกกักขังอยู่ในเขตหวงห้ามลึกลับที่หาด้วยพลังบำเพ็ญของเขาชาตินี้คงไม่มีทางหลุดพ้นออกมาได้
เรื่องนี้เป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์ไว้ เพราะแผนที่ลับที่ข้ามอบให้เขานั้นเดิมทีมันก็มีปัญหาอยู่แล้ว!
เมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ลูเยียอดไม่ได้ที่จะมองหญิงสาวคนนี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
กล้าวางแผนเล่นงานจักรพรรดิแห่งแผ่นดินเช่นนี้ ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ พานหลานอวินขมวดคิ้วเรียวแล้วกล่าวต่อว่า “สิ่งที่ข้าไม่คาดคิดคือฝ่าบาทไม่รู้ว่าใช้วิธีการใดถึงกลับสามารถติดต่อกับลูซิงอีได้”
“เขาร้องขอให้ลูซิงอีเดินทางมายังเมืองหลวง ให้ลูซิงอีติดต่อกับราชวงศ์เชียงเพื่อระดมกำลังไปช่วยเหลือเขา”
“แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่าบาทหรือลูซิงอี พวกเขาล้วนไม่รู้เลยว่าข้าได้ควบคุมราชวงศ์เชียงทั้งหมดอยู่ในความมืดมานานแล้ว!”
พานหลานอวินกล่าวว่า “ทว่าในตอนนั้นข้ายังไม่เปิดเผยตัว แต่สั่งให้เชียงอวินเฮอจัดเตรียมยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งร่วมเดินทางไปกับลูซิงอีเพื่อไปช่วยฝ่าบาทที่เขตหวงห้ามลึกลับที่เอง”
หัวใจของลูเยียสั่นสะท้าน “ท่านอารองของข้าถูกเจ้าวางแผนเล่นงานตั้งแต่ตอนนั้นเลยอย่างนั้นหรือ?”