บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 251 สามหมัดของอวินเจินเที่ยน!
ในชั่วขณะลูเยี่ยรู้สึกเหมือนตกลงสู่ห้วงลึกวิกฤติถึงชีวิตทำให้พลังเลือดลมทั่วร่างของเขาเกือบจะถูกแช่แข็งไม่ต้องคาดเดาให้เสียเวลาต่อให้เป็นบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์อยู่ทินี่ก็คงจะถูกทำลายในชั่วพริบตาเช่นกันพลังของค่ายกลนี้ช่างน่ากลัวถึงขั้นเหลือเชื่อ!
แต่ลูเยี่ยไม่ได้ถอยหนีจิตใจของเขายังคงมั่นคงดุจขุนเขา
ยามที่พลังแห่งค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนพุ่งเข้ากดทับหมายปลิดชีพลูเยี่ยเพียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ท่านผู้อาวุโสอวินต้องรบกวนท่านแล้ว”
ร่างเงาเลือนรางสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายลูเยี่ยก่อนจะสะบัดชายแขนเลื่อวูบหนึ่งวงแหวนเทพสีทองอร่ามปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างทั้งร่างของลูเยี่ยไว้ภายใน!
เลือดสาดกระเซ็นออกมาพลังของค่ายกลสังหารที่สามารถกวาดล้างบรรพชนแกนศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดายกลับถูกวงแหวนเทพสีทองต้านทานไว้ได้อย่างสิ้นเชิง
ร่างเลือนรางนั้นยืนอยู่ตรงนั้นและไม่ถูกพลังของค่ายกลสังหารสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย!
“รบกวนอันใดกันเจ้ากับข้าจะมาเกรงใจทำไมให้เสียมารยาท?”
ร่างเลือนรางนั้นเป็นชายชราผู้หนึ่งในอาภรณ์ขาวผมยาวสยายใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งทระนงน้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยราวกับจะตำหนิที่ลูเยี่ยใช้คำว่า ‘รบกวน’ กับเขา
ลูเยี่ยยิ้มออกมา
ชายชราในอาภรณ์ขาวตรงหน้านี้คืออวินเจินเที่ยนหนึ่งในสิบเก้าบรรพจารย์ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา
มาจากตระกูลอวินแห่งเวยซานในดินแดนหลิงชาง
ลูเยี่ยนึกถึงอวินเป่ยเฉินขึ้นมาทันทีดูจากกิริยาท่าทางแล้วเขามีบุคลิกคล้ายกับผู้อาวุโสอวินอยู่สามส่วนจริงๆ!
ค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนส่งเสียงคำรามกึกก้องปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขามราวกับคลื่นยักษ์โจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่องแต่กลับไม่อาจสั่นคลอนวงแหวนเทพสีทองที่ห่อหุ้มร่างของลูเยี่ยได้และไม่อาจทำอันตรายต่อท่านผู้อาวุโสอวินได้เช่นกัน
“น้องชายเจ้านั่งพักผ่อนอยู่ที่นี่เถิดข้าจะไปบดขยี้ค่ายกลสังหารสุนัขนี้ให้เอง!”
อวินเจินเที่ยนเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย
สิ้นเสียงร่างของเขาก็สืบเท้าพุ่งทะยานออกไปทันที
“ท่านผู้อาวุโสอวินท่านแค่ทำลายค่ายกลนี้ก็พอ”
“ส่วนที่เหลือให้ข้าเป็นคนจัดการเอง!”
ลูเยี่ยรีบเอ่ยขึ้น “หากท่านไม่ฟังข้าต่อไปข้าจะไม่ไปตระกูลอวินแห่งเวยซานของท่านเด็ดขาด!”
อวินเจินเที่ยนหัวเราะดัง “ฮ่าๆ!”
ลูเยี่ยลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ฉินชิงหลีเดินทางไปยังตระกูลอวินแห่งเวยซานแล้วหากในอนาคตต้องการให้ตระกูลอวินแห่งเวยซานอนุญาตให้ตนเองแต่งงานกับฉินชิงหลิอวินเจินเที่ยนต้องมีชีวิตอยู่เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ลูเยี่ยจึงไม่อยากให้พลังรอยประทับของอวินเจินเที่ยนต้องถูกใช้จนเหือดแห้งหายไปและการที่ครั้งนี้เขาเลือกขอให้อวินเจินเที่ยนลงมือแทนที่จะขอให้บรรพจารย์ ‘ฟูหนานถึง’ ปรมาจารย์ด้านค่ายกลนั้นก็มีเหตุผลอื่นแอบแฝงอยู่…
“อะไรกันแค่วิญญาณที่ตายไปนานแล้วหรือนี่?”
บนเทือกเขาพันมังกรเซียงอวินเฮอขมวดคิ้ว “นี่คือไพ่ตายของเจ้าเด็กเหลือขอนั้นหรือ?”
เมื่ออวินเจินเที่ยนปรากฏตัวเซียงอวินเฮอและพวกผู้อาวุโสจากราชวงศ์เซียงก็รับรู้ได้ในทันทีแม้จะประหลาดใจอยู่บ้างทว่าก็ไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมายนักก่อนหน้านี้เขาเคยวิเคราะห์กันแล้วว่าลูเยี่ยเด็กหนุ่มขอบเขตแท่นทองคำคนหนึ่งสามารถควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจือเวยและสังหารขันทีเฝิงได้ย่อมต้องมีไพ่ตายซ่อนอยู่เป็นแน่
และตอนนี้เขาได้เห็น ‘ไพ่ตาย’ ใบนี้ของลูเยี่ยเสียทีพวกเขาเกือบจะหัวเราะออกมาแล้ว
ร่างที่เลือนรางจนเกือบจะสลายไปนี้เป็นเพียงวิญญาณแตกสลายเท่านั้น!
น่าเสียดายที่ลูเยี่ยกล้าเอามันออกมาอวด
มิใช่ว่าเซียงอวินเฮอและคนอื่นๆจะประมาทเลินเล่อแต่เป็นเพราะพลังลมปราณทั่วร่างของอวินเจินเที่ยวนั้นเลือนรางเกินไปธรรมดาสามัญไร้ความโดดเด่นต่อให้จะต้านทานพลังสังหารของค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนไว้ได้แต่ก็ยังให้ความรู้สึกว่าอาจสลายไปได้ทุกเมื่อ
“เจ้าพวกมดปลวกเหล่านี้… ถึงกับบังอาจมาหัวเราะเยาะข้าเชียวหรือ?”
อวินเจินเที่ยนตะลึงไปครู่หนึ่งให้ตายเถิดหากพวกเฒ่าชราคนอื่นๆล่วงรู้เข้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
“ฮ่าๆ! สังหารวิญญาณแตกสลายนั้นให้สิ้นซาก!”
เสียงเกรี้ยวกราดของเซียงอวินเฮอดังกึกก้องตู้ม!
ค่ายกลสังหารระเบิดแสงโลหิตออกมาดูราวกับมังกรจริงทะยานสู่ท้องฟ้าเชิดหนาสะบัดหางคลื่นพลังค่ายกลอันไร้เทียมทานแผ่กระจายออกไปโอบล้อมอวินเจินเที่ยนไว้ในนั้น
อวินเจินเที่ยนมีสายตาเยือกเย็นเขาเพียงซัดหมัดออกไปหมัดหนึ่งอย่างเรียบง่าย
แผ่นดินสั่นสะเทือนห้วงมิติล่มสลายหมัดที่ดูธรรมดาสามัญนั้นกลับมีพลังมหาศาลสั่นสะเทือนแผ่นดินบดขยี้คลื่นพลังค่ายกลได้โดยตรงแล้วซัดเข้าที่ ‘หัวมังกร’ อย่างรุนแรงปัง!!!
ราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินแยกแสงสีเลือดมากมายปะทุแตกกระจายออกมาค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกคือองครักษ์โลหิตวิญญาณสามพันนายที่แปลงร่างเป็น ‘เกล็ดมังกร’ พวกเขาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและได้รับบาดเจ็บสาหัสจากหมัดนี้เพียงหมัดเดียว
เซียงอวินเฮอและผู้คนจากราชวงศ์เซียงก็ได้รับผลกระทบเช่นกันพลังชีวิตและพลังบำเพ็ญของพวกเขาทั้งหมดได้หลอมรวมกับค่ายกลสังหารแล้วเมื่อค่ายกลเสียหายพวกเขาย่อมหนีไม่พ้นเช่นกันภายใต้หมัดนี้พวกเขาทั้งหมดต่างถูกสั่นสะเทือนจนพลังเลือดลมปั่นป่วนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
วิญญาณที่เหลือเพียงเสี้ยวเดียวที่ดูไม่น่าสนใจนี้แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่?
ทำไมหมัดนี้ของเขาถึงได้รุนแรงเด็ดขาดเช่นนี้?
“หืม? ค่ายกลสังหารที่รวบรวมปราณโชคชะตาของผู้คนทิศนี้ก็มีอะไรน่าสนใจอยู่เหมือนกัน”
อวินเจินเที่ยนรู้สึกประหลาดใจ
แม้เขาจะเหลือเพียงพลังรอยประทับเพียงเสี้ยวเดียวแต่พลังหมัดนั้นก็ไม่ใช่ว่าค่ายกลทั่วไปจะสามารถต้านทานได้
“เข้าใจแล้วรากฐานของค่ายกลนี้แท้จริงแล้วซ่อนพลัง ‘ซือเหวิน’ อยู่หนึ่งสาย!”
อวินเจินเที่ยนเข้าใจในทันที
ตามตำนานเล่าว่ามังกรมีบุตรเก้าตัวและหนึ่งในนั้นก็คือซือเหวิน
และภายในค่ายกลสังหารนี้นอกจากมีปราณโชคชะตาแห่งแผ่นดินแล้วยังมีกลิ่นอายพลังของ ‘ซือเหวิน’ อีกด้วย
นี่คือความลับที่แท้จริงที่ทำให้ค่ายกลนี้ทรงพลังนัก
“น้องชายลูคงจะมองออกตั้งนานแล้วถึงได้เชิญข้ามาลงมือ”
อวินเจินเที่ยนนึกในใจเคล็ดวิชาลำนำของตระกูลอวินแห่งเวยซาน ‘คัมภีร์วิถีหมื่นวิญญาณ’ แท้จริงแล้วก็เป็นตำราที่เกี่ยวข้องกับ ‘วิญญาณนับหมื่น’
ในนั้นมีแก่นแท้มหาวิถีที่เกี่ยวข้องกับ ‘ซือเหวิน’ ด้วยเช่นกัน!
“ฆ่า! จงโจมตีสุดกำลัง!”
เสียงตะโกนของเซียงอวินเฮอดังกึกก้องค่ายกลสังหารที่พลังน่าสะพรึงยิ่งขึ้นแสงสว่างเจิดจ้าท่ามกลางราตรีพุ่งทะยานสูงสู่ฟากฟ้า
เมืองหลวงทั้งหมดได้รับผลกระทบจากการโจมตีราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
“ฮึๆจะดูว่าค่ายกลนี้จะรับหมัดของข้าได้กี่กระบวนท่ากันแน่!”
อวินเจินเที่ยนซัดหมัดออกไปอีกหนึ่งหมัด
พลังที่แฝงอยู่ในหมัดนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงตู้ม!
แผ่นดินสั่นสะเทือนแสงระยิบระยับแผ่กระจายไปทั่วฟ้าพลังแห่งการทำลายล้างแพร่กระจาย
หมัดนี้ของอวินเจินเที่ยนไม่เพียงแต่ทำลายพลังค่ายกลเท่านั้นแต่ยังซัดลงบน ‘ศีรษะมังกร’ อีกด้วยค่ายกลสังหารทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมังกรจอมทีกำลังบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
องครักษ์โลหิตวิญญาณสามพันนายที่เกาะกลุ่มเป็นเกล็ดมังกรร่วงหล่นหายไปเกินครึ่งตายอนาถในทันที!
เหล่าคนหนุ่มสาวในราชวงศ์เซียงต่างกระอักเลือดร้องครวญครางด้วยความทรมาน
ผู้อาวุโสหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระเทือนจนร่างกายโซเซ
เขา… เขาคือใครกันแน่?
หรือจะเป็นตัวตนที่อยู่เหนือขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์?
เกรงว่าคงมีเพียงผู้แข็งแกร่งจาก ‘ห้าขอบเขตบน’ มาจากดินแดนหลิงชางเท่านั้นที่จะทำได้ถึงขั้นนี้!
แต่เขาเป็นเพียงวิญญาณที่เหลือเพียงส่วนเสี้ยวเท่านั้น!
หมัดที่สองของอวินเจินเที่ยนนี้ทำให้ราชวงศ์เซียงตกตะลึงอย่างสิ้นเชิงพลังหมัดอันเกรี้ยวกราดนั้นทำให้พวกเขาจิตใจสั่นสะเทือนไม่อาจสงบลงได้ใครเล่าจะกล้าจินตนาการว่าแม้แต่ค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนก็ยังสั่นคลอนได้?
ทว่าในตอนนั้นเองอวินเจินเที่ยนก็ซัดหมัดที่สามออกมาตู้ม!
แสงสีเลือดระเบิดกระจาย
ค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง
‘เกล็ดมังกร’ หลุดร่วงลงมาเหมือนสายฝน
ราชวงศ์เซียงทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างต่างถูกแรงปะทะจนบาดเจ็บล้มตายทายาทราชวงศ์บางคนเสียชีวิตในทันที
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องโหยหวนจนน่าหวาดกลัวดังกึกก้องไปทั่วเทือกเขาพันมังกร
“เจดีย์สมบัติ!”
สีหน้าของเซียงอวินเฮอแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจเชื่อสายตา
นี่คือสิ่งที่วิญญาณที่กำลังจะสลายไปสามารถทำได้งั้นหรือ?
“ให้ตายเถิดช่างน่าอายหน่อยๆนะถึงขนาดนี้ยังไม่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้?”
อวินเจินเที่ยรรู้สึกว่าเสียหน้ายิ่งนักจึงไม่ลังเลที่จะต่อยหมัดที่สามออกไปราวกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์ซัดใส่ร่างมังกรแท้อย่างรุนแรง
ร่างมังกรปรากฏรอยแตกมากมายนับไม่ถ้วนศีรษะมังกรเสียหายและหลุดออกเกล็ดมังกรแตกละเอียดและถูกทำลายจนสิ้นราชวงศ์เซียงทั้งหมดบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากมาย!
เมื่อหมัดที่สามนี้ผ่านไปค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนทั้งหมดก็สั่นคลอนจวนเจียนจะพังทลายแทบจะทรงตัวไม่อยู่แล้ว
“ไม่นี่เป็นไปไม่ได้!”
เซียงอวินเฮอกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและโกรธแค้น “หากตระกูลลูมีที่พึ่งเช่นนี้ย่อมไร้เทียมทานทั่วใต้หล้าไปนานแล้วเหตุใดจึงต้องยอมลดตัวอยู่ในเมืองเทียนเหออันกันดารเช่นนั้นด้วย!”
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปรากฏว่า ‘ค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวน’ ในที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไปพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง