Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ - ตอนที่ 453
ขณะที่สิ่งมีชีวิตประหลาดทั้ง 2 ตนกำลังพุ่งตัวลงมา หานซั่วก็รู้สึกราวกับว่ามีแรงอันมหาศาลกดทับลงมาบนตัวเขา และสูงขึ้นไปในอากาศ หนึ่งในนั้นก็พุ่งเป้ามาที่หานซั่ว เขาทั้ง 5 เขาที่งอกออกมาบนหัวของมันเปล่งแสงรัศมีสีเขียวเข้ม ดูราวกับกระบองหยกเมื่อมองจากระยะไกล
แต่ก่อนที่หานซั่วจะทันได้ตั้งตัว เขาก็รู้สึกว่าจิตของตนเองกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงด้วยพลังลี้ลับบางอย่าง กระแสพลังทั้ง 5 นั้นคมกริบราวกับเหล็กปลายแหลมที่สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้กับหานซั่ว
ท่วงท่าพริ้วไหวขณะใช้ทั้ง 2 มือกวัดแกว่งคมดาบปีศาจของหานซั่วต้องหยุดชะงักไปทันที ก่อนที่สิ่งมีชีวิตประหลาด 4 เขาทั้ง 7 ตนที่ล้อมหานซั่วเอาไว้จะค่อย ๆ เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขาของพวกมันเปล่งแสงรัศมีสีเขียวเข้มออกมา และทันใดนั้นเอง กระแสพลังลี้ลับถึง 28 สายก็จู่โจมเข้ามาในจิตของหานซั่ว
ทำให้เขารู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก
ครั้งนี้คือการจู่โจมเข้าสู่จิตโดยตรงอย่างหานซั่วเองก็เคยได้สัมผัสมาก่อน ความเจ็บปวดอย่างเฉียบพลันนี้ถึงกับทำให้หานซั่วมึนงงและเห็นภาพหลอนไปชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม การจู่โจมที่วิญญาณโดยตรงจะเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมามากกว่า เพราะมันสามารถทำให้ศัตรูต้องรู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานที่เสียดแทงราวกับถูกคมมีดนับร้อยนับพันเสียบทะลุเข้ามาในสมองเลยทีเดียว
หลายต่อหลายปีของการฝึกฝนเวทย์ปีศาจทำให้หานซั่วพัฒนาขีดจำกัดต่อความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน ไม่เพียงแต่เวทย์ปีศาจจะทำให้วิญญาณของหานซั่วพัฒนากลายเป็นจิตระดับสูง แต่ยังทำให้จิตของเขาแข็งแกร่งและน่าอัศจรรย์เกินกว่ามนุษย์คนใดจะสามารถจินตนาการได้
ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาฝึกฝนร่างกายตนเองอย่างหนักหน่วง เขาต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสกับความเจ็บปวดที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางทนได้ เช่นนั้นแล้ว เมื่อความเจ็บปวดในครั้งนี้ระเบิดขึ้นในหัวของเขาอย่างเฉียบพลัน ความมึนงงที่เกิดขึ้นจึงคงอยู่เพียง 2 วินาทีเท่านั้น!
เมื่อ 2 วินาทีนั้นสิ้นสุดลง หยดเลือดภายในตัวอ่อนปีศาจของหานซั่วก็ส่องแสงวาบขึ้นมา และทันใดนั้นเอง จิตของเขาก็เปี่ยมไปด้วยพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุด
โดยไม่คาดฝัน ดวงจิตที่อยู่ภายในสมองของเขาก็ระเบิดออกมาเป็นกระแสพลังนับล้าน แล้วพลังงานลี้ลับที่จู่โจมจิตของหานซั่วก่อนหน้านี้ก็สูญเสียเป้าหมายของพวกมันอย่างสิ้นเชิง
ครู่ต่อมา ดวงจิตที่กระจัดกระจายของหานซั่วก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่ตัวอ่อนปีศาจของเขา
พลังงานลี้ลับรวมทั้งสิ้น 33 สายมีปฏิกิริยาทันทีเมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงจิตของหานซั่วที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกมันจะได้จู่โจมอีกระลอกหนึ่ง จิตของหานซั่วซึ่งผสานพลังกับตัวอ่อนปีศาจเรียบร้อยแล้ว ก็ปลดปล่อยพลังการดูดกลืนอันรุนแรงที่สุดออกมา!
** Please note : หากท่านไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จากบล็อก https://gdk-th.blogspot.com/ แปลว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับคนที่กำลังสุขสบายกับการหาเงินง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วคลิกก๊อบผลงานแปลของเพจไปขายอีกต่อหนึ่ง **v
“ศาสตร์อสูรกลืนกิน” เป็นพลังโดยเนื้อแท้ของผู้ฝึกฝนเวทย์ปีศาจที่ทำให้พวกเขาสามารถกลืนกินซึ่งทุกสิ่งอย่าง เมื่อมีตัวอ่อนปีศาจเป็นรากฐานของพลัง วังวนอันเกรี้ยวกราดและรุนแรงก็บังเกิดขึ้น
ในบรรดาพลังลี้ลับทั้งหมดที่ตั้งเป้าจู่โจมจิตของหานซั่ว ทั้ง 28 สายก็ถูกพลังนั้นดูดกลืนเข้ามาก่อนที่พวกมันจะทันได้ถอนตัวออกจากร่างของเขา
หานซั่วตั้งจิตอย่างแน่วแน่ แล้วกระแสพลังจู่โจมวิญญาณทั้ง 28 สายก็ถูกสูบเข้าสู่ปากเล็ก ๆ ของตัวอ่อนปีศาจทันทีราวกับปลาวาฬที่กำลังอ้าปากเพื่อสูดหายใจ
ส่วนพลังงานลี้ลับทั้ง 5 ที่มาจากสิ่งมีชีวิตประหลาดระดับหัวหน้าดูเหมือนจะมีพลังเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่จิตของหานซั่วกลับมารวมตัวกันที่ตัวอ่อนปีศาจและกำลังจะปลดปล่อยพลัง “ศาสตร์อสูรกลืนกิน” ออกมา กระแสพลังทั้ง 5 ก็สัมผัสได้ถึงอันตรายละรีบหนีออกไปจากร่างกายของหานซั่วได้ทันเวลา
ย๊ากกกกกกก !!!
หานซั่วร้องตะโกนด้วยเสียงอันดังหลังจากที่สัมผัสถึงการระเบิดพลังของตัวอ่อนปีศาจที่ดูดกลืนพลังลี้ลับเหล่านั้นเข้าไป ในขณะที่คมดาบปีศาจที่มือทั้ง 2 ข้างของหานซั่วก็สามารถขยับและกวัดแกว่งได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง
เมื่อทั้ง 5 เขาของสิ่งมีชีวิตประหลาดระดับหัวหน้าเปล่งประกายแสงสว่างเจิดจ้าออกมา มันก็รีบวิ่งไปยังเหล่ายอดฝีมืออีก 7 ตนที่มี 4 เขาทันที ดวงตาสีเขียวของพวกมันจับจ้องมายังหานซั่วอย่างเย็นชาและแฝงไปด้วยความตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด เขาที่เคยสีน้ำเงินอมเขียวเป็นมันเงาของพวกมันกลับกลายเป็นโทนสีที่แสนหม่นหมอง
มีเพียงสิ่งมีชีวิตประหลาดระดับหัวหน้าที่ลงมาจากจุดบนสุดของแท่นบูชาเท่านั้นที่เขาทั้ง 5 ของมันยังคงเป็นสีเดิม ดูราวกับว่าพลังลี้ลับทั้ง 5 ที่ถอนตัวออกมาจากร่างของหานซั่วล่วงหน้าได้กลับคืนสู่แหล่งกำเนิดพลัง จึงทำให้มันไม่ได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านั้น
ก่อนที่จะบรรลุสู่ระดับอาณาจักรพลังกามอสูร หานซั่วก็เข้าใจแล้วเวทย์ปีศาจนั้นให้ผลประโยชน์ต่อผู้เป็นเจ้าของด้วยการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น อีกทั้งยังครอบครองความสามารถในการดูดกลืนพลังงานเอาไว้ด้วย และยิ่งเวทย์ปีศาจของหานซั่วพัฒนาสู่อาณาจักรพลังที่สูงขึ้น พลังในการดูดกลืนของตัวอ่อนปีศาจเพื่อตัวมันเองก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม บางทีอาจจะเป็นเพราะตัวของผู้ฝึกฝนเวทย์ปีศาจเองที่จัดอยู่ในพวกที่เลวร้ายอย่างสุด ๆ อยู่แล้ว จึงทำให้การดูดกลืนพลังของตัวอ่อนปีศาจปฏิเสธพลังงานด้านบวกทั้งหมด ซึ่งรวมถึงพลังศักดิ์สิทธิ์และออร่าต่อสู้ ราวกับว่าการที่มันปฏิเสธพลังงานเหล่านี้ ก็เพื่อรักษาพลังความชั่วร้ายอันบริสุทธิ์ภายในร่างของหานซั่วเอาไว้
เพราะเมื่อใดก็ตาม พลังงานด้านลบอันวุ่นวายสับสนซึ่งก่อให้เกิดความโหดร้ายรุนแรงและความชั่วช้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าต้นกำเนิดพลังงานจะแปลกหรือจะลึกลับมากเพียงใด เมื่อรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของหานซั่วแล้ว ตัวอ่อนปีศาจก็มักจะดูดกลืนเอาไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับตัวอ่อนปีศาจที่สามารถทำให้มันเติบโตและพัฒนาร่างได้ต่อไป
เฉกเช่นพลังงานชั่วร้ายในร่างของเอลิซาเบธ และพลังงานที่แฝงอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตประหลาดที่โหดเหี้ยมอำมหิตเหล่านี้
แล้วหานซั่วก็ตระหนักได้ว่า เขาเองก็ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของกลุ่มที่ชั่วร้ายต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะพลังงานชั่วร้ายเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เขาสามารถนำมาใช้ได้ทั้งสิ้น!
ข้านี่มันเป็นคนชั่วร้ายได้โล่จริง ๆ! แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะข้ายังเป็นคนชั่วที่ลงทัณฑ์คนชั่วด้วยกันเองด้วยเนี่ยสิ!
หานซั่วคิดคนเดียวในใจพลางหัวเราะออกมา แล้วคมดาบปีศาจทั้ง 2 มือของเขาก็กวัดแกว่งอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดแสงวาบที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
สำหรับสิ่งมีชีวิตประหลาด 4 เขาที่อยู่ใกล้หานซั่วที่สุดและไม่สามารถหนีออกไปได้ทันเวลา ก่อนหน้านั้น คมดาบปีศาจของหานซั่วสามารถทำให้พวกมันเกิดรอยแผลจนพอเลือดตกยางออกได้บ้าง แต่ในตอนนี้ หลังจากที่คมดาบปีศาจส่องแสงสว่างวาบออกมา หานซั่วก็พบว่าบาดแผลใหม่ที่เขาสร้างให้กับเหล่ายอดฝีมือ 4 เขาทั้ง 7 ตนนั้นเริ่มบาดลึกลงไปถึงกระดูก!
แววของความกลัวในดวงตาสีเขียวของเหล่าสิ่งมีชีวิตประหลาดยอดฝีมือทั้ง 7 ตนแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด จากที่เคยล้อมหานซั่วเอาไว้ พวกมันต่างถอยร่นออกไปอย่างพร้อมเพรียงกัน เลือดสด ๆ สีเขียวไหลทะลักออกมาจากรอยแผลใหม่ของพวกมันอย่างควบคุมไม่ได้
แม้แต่หานซั่วเองก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน เขามองไปที่คมดาบปีศาจที่ยาวเป็นเมตรอย่างพิจารณา แต่ก็ยังแปลกใจไม่หาย เพราะเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอยู่ดี ๆ คมดาบปีศาจของเขาถึงสามารถสร้างรอยแผลกว้างให้กับสิ่งมีชีวิตประหลาดทั้ง 7 ตนนั้นได้
หลังจากที่คิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง หานซั่วก็สังเกตว่าระหว่างการโจมตีของเขาก่อนหน้านี้กับตอนนี้ ความแตกต่างเดียวคือการที่ตัวอ่อนปีศาจดูดกลืนพลังงานลี้ลับของสิ่งมีชีวิตประหลาดทั้ง 7 ตนที่จู่โจมวิญญาณของเขาเข้าไป เป็นไปได้ไหมว่าเหตุผลทั้งหมดจะมาจากการที่ตัวอ่อนปีศาจดูดกลืนกระแสพลังลี้ลับทั้ง 28 สายของพวกนั้น?
“นี่! พี่หญิงทิอาน่า ช่วยเร่งมือหน่อยได้รึเปล่า?”
เสียงตะโกนของสตรัทโฮล์มก้องดังขึ้นไม่ห่างจากหานซั่วที่กำลังคิดใคร่ครวญอยู่มากนัก
เมื่อหานซั่วหันศีรษะไปมอง เขาก็พบว่าสตรัทโฮล์มกำลังพุ่งตัวไปมาอยู่ภายในกลุ่มของสิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านั้น เขากวัดแกว่งดาบยาวในมือ ชุดคลุมที่ปักเย็บเป็นลวดลายดอกลิลลี่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด ๆ สีเขียว ท่าทีของเขาดูราวกับเป็นพวกบ้าความสะอาดอย่างเข้าขั้น สีหน้าของเขาดูขยะแขยงอย่างที่สุดเมื่อเห็นว่ามีเลือดสีเขียวเปรอะอยู่ตามชุดคลุมของตนเอง
ขณะที่จู่โจมเหล่าสิ่งมีชีวิตประหลาดด้วยดาบยาว เขาก็จะหันมาฟันชายเสื้อคลุมตรงบริเวณที่เลือดสีเขียวเปื้อนอยู่ออกบ้างเป็นบางครั้ง แม้แต่ในเสี้ยววินาทีระหว่างความเป็นความตาย เขาก็เป็นห่วงเรื่องความสะอาดบนชุดคลุมของเขามากกว่า ซึ่งสิ่งที่เห็นทำให้หานซั่วอึ้งจนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
แต่สตรัทโฮล์มก็ดูจะกระวนกระวายใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง หานซั่วจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อเห็นตัวตนของปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มที่แสนจะทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ซึ่งระหว่างนั้น เขาก็ไม่ยอมให้หัวหน้าสิ่งมีชีวิตประหลาด 5 เขามีโอกาสได้เข้าใกล้ตนเองเลยแม้แต่น้อย หากแต่เคลื่อนตัวไปรอบ ๆ พวก 4 เขาที่เคยล้อมเขาเอาไว้ด้วยรูปแบบอันน่าอัศจรรย์ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาตวัดคมดาบออกไป ก็จะก่อให้เกิดรอยแผลเหวอะบนร่างกายของพวกมันเสียทุกครั้ง
ไวน์ที่ยิ่งบ่มนาน ก็ยิ่งมีรสชาติดี ปีศาจเฒ่าคนนี้ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจเสียจริง ๆ หานซั่วคิดพลางรู้สึกประทับใจสตรัทโฮล์มอยู่ภายในใจ
“เรียบร้อยแล้ว!”
สตรีสูงศักดิ์ทิอาน่าร้องตะโกนขึ้นจากที่ซ่อนซึ่งไกลออกไป
ทันใดนั้นเอง อุณหภูมิโดยรอบบริเวณนั้นก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน กระแสลมหนาวยะเยือกที่บาดลึกไปถึงกระดูกพัดโหมกระหน่ำเข้ามาและหมุนวนราวกับอสรพิษขนาดยักษ์ แม้แต่สิ่งมีชีวิตประหลาด 4 เขา เมื่อพวกมันถูกลมเย็นนั้นพัดเข้าใส่ ร่างของพวกมันก็ถูกแช่จนกลายเป็นเพียงประติมากรรมน้ำแข็ง
และท่ามกลางเหตุการณ์นั้น มีกระแสลมเย็นขนาดใหญ่ถึง 4 สายที่พุ่งเข้าไปห่อหุ้มร่างของหัวหน้าสิ่งมีชีวิตประหลาดทั้ง 4 ตนเอาไว้
2 ตนที่อยู่บนแท่นบูชา และอีก 2 ตนที่อยู่ด้านล่างแท่นบูชาล้วนถูกกระแสลมเย็นเยียบที่ทิอาน่าเตรียมไว้สำหรับพวกมันโดยเฉพาะห่อหุ้มไว้อย่างแน่นหนา แต่หัวหน้าสิ่งมีชีวิตประหลาดทั้ง 4 ตนที่เกือบจะอยู่ในระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์กลับไม่ได้กลายเป็นน้ำแข็งในทันที แม้ว่าลมเย็นเหล่านั้นจะเย็นในระดับที่แทบทำให้มิติกลายเป็นน้ำแข็งได้ก็ตาม
** Please note : หากท่านไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จากบล็อก https://gdk-th.blogspot.com/ แปลว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับคนที่กำลังสุขสบายกับการหาเงินง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วคลิกก๊อบผลงานแปลของเพจไปขายอีกต่อหนึ่ง **
ถึงกระนั้น พวกมันก็ยังได้รับผลกระทบบ้างเช่นกัน เมื่อร่างกายของพวกมันเองก็รู้สึกหนาวเหน็บอย่างเห็นได้ชัด เสียงลั่นเปรี้ยะดังขึ้นให้ได้ยินจากหัวหน้าสิ่งมีชีวิตประหลาดที่กำลังไล่ล่าสตรัทโฮล์มอยู่ ในขณะที่ความเร็วของมันกำลังลดลงเรื่อย ๆ จนในที่สุด ความเร็วของมันก็เทียบเท่ากับการเคลื่อนไหวของหอยทาก เมื่อร่างกายของมันได้รับผลกระทบจากลมหนาวอย่างเต็มที่
หลังจากที่ทิอาน่าร่ายเวทมนตร์ออกมา เขตแดนทั่วบริเวณระหว่างพิภพและสวรรค์แห่งนั้นก็กลายเป็นอาณาจักรอันหนาวเหน็บขึ้นมาทันที ทั้งทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง ทั้งลมหนาว บรรยากาศ หรือแม้แต่เงาของมนุษย์ ดูเหมือนว่าทุกสิ่งถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ นอกเหนือจากปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์ม หานซั่ว และทิอาน่า ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถขยับเขยื้อนได้เลย
แม้แต่หานซั่วก็ยังถึงกับตัวสั่นเทิ้มจนแอบบ่นอยู่เงียบ ๆ ถึงความหนาวจับขั้วหัวใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาด 5 เขาเคลื่อนไหวอย่างเอื่อยเฉื่อย หานซั่วก็รู้สึกมั่นใจในที่สุดว่าทิอาน่าจะต้องเป็นจ้าวแห่งจอมเวทย์ธาตุน้ำ มิเช่นนั้นแล้ว อากาศเย็นที่บาดลึกถึงกระดูกนี้คงไม่สามารถแช่แข็งสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีพลังระดับครึ่งเทพเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
“ตอนนี้ล่ะ! รีบไปเอาของมาเลย!”
ทิอาน่าร้องสั่ง น้ำเสียงนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นดีใจที่แฝงอยู่
…คริสตัลต้นกำเนิดธาตุน้ำนั่นเอง
ไม่ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่มานานแสนนาน หรือได้แต่แอบซ่อนอยู่แต่ในเงามืดของอาณาจักรมามากมายหลายปีสักเพียงใด น้ำเสียงของเธอก็บ่งบอกถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของผู้ที่เป็นจ้าวแห่งจอมเวทย์ธาตุน้ำอย่างชัดเจน
“เร็วเข้า!”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มร้องขึ้นทันที ชุดคลุมสีเทาเงินที่ปักเป็นรูปดอกลิลลี่ชุดใหม่ถูกสวมใส่แทนที่ชุดเดิมที่ขาดวิ่น ดวงตาของฉายแววอันเร่าร้อนขณะจ้องมองไปยังทรงกลมที่เปล่งประกายแสงของออร่าต่อสู้ออกมา ร่างกายของเขาพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า
แน่นอนว่าหานซั่วเองก็ไม่ต้องการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ “ศาสตร์เทพอสูร” ในการเหาะด้วยความเร็วเต็มขีดจำกัด ทั้งเรย์โนลด์ และทิอาน่าต่างมองความเคลื่อนไหวของเขาไม่ทัน ราวกับว่าอยู่ดี ๆ เขาก็ไปถึงจุดสูงสุดของแท่นบูชา ทั้ง ๆ ที่เงาของหานซั่วที่เคยปรากฏตรงจุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่ด้านล่างแท่นบูชาเมื่อครู่ยังไม่ทันหายไปเลยด้วยซ้ำ
************************************