ถ้าผมเกิดใหม่ใน RPG? (So What if it’s an RPG World !?) - ตอนที่ 35
ตอนที่ 35 ลี โอยาโดะ
หาอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็เจอโอยาโกะย่อตัวร้องไห้อยู่ที่ริมสุสาน
ผมถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไป
“โอยาโดะ”
“อ๊า…พี่นี่เอง แล้ว…คนเลวพวกนั้นล่ะ”
โลลิน้ําตาคลอมันอานุภาพร้ายแรงจริงๆ พอเห็นท่าทางในตอนนี้ของโอยาโดะผมก็อดตัวสั่นไม่ได้
ใจเย็นไว้! ฉันไม่ใช่โลลิคอนหรือซิสค่อนนะ!
“มันกําลังหาเราอยู่ พวกเราหนีกันเถอะ”
“บ้าจริง พูดเรื่องแบบนี้แบบสบายใจขนาดนี้เชียวเหรอ”
“โอเคๆๆ ไปกันเถอะ”
ผมจงโอยาโดะ แล้วเราก็เริ่มวิ่งหนีไปยังทางตรงกันข้ามกับหมู่บ้าน
ผมหันหน้ามองไปทางหมู่บ้าน ไม่รู้ว่าทําไมคนพวกนั้นถึงไม่ตามมามันทําให้ผมไม่เข้าใจเลยถ้าดูจากก่อนหน้านี้แล้วการที่พวกนั้นให้โอยาโดะหนีไปคงน่ากลัวยิ่งกว่าตายซะอีกที่นี่เป็นในความทรงจําถึงมันจะต่างกับความเป็นจริงแต่ยังไงซะเป้าหมายของพวกมันคงไม่ต่างไปจากเดิมหรอกตกลงมัน…
ถึงผมจะสับสนอยู่ในใจ แต่ก็ยังคงพาโอยาโดะหนีไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ผมเจอกับทางดินไปสู่ที่อื่นที่เหมือนเป็นทางที่คนสร้างขึ้นตอนที่สํารวจเมื่อก่อนหน้านี้ มันคงผ่านไปสู่เมืองอื่นได้และตอนนี้เป้าหมายของผมก็คือที่นั่น
ถึงจะไม่รู้ว่าทํายังไงถึงทําให้ความทรงจํานี้สิ้นสุดได้แต่ถ้าไปถึงจุดที่สามารถแทรกแซงโลกความจริงได้นก็คงจะเวิร์คละมั้ง
อย่างน้อยผมก็คิดแบบนี้นะ
แต่ว่า…
พวกเราเข้าไปในป่าอยู่นาน ก็ยังไม่เห็นเส้นทางที่เป็นเป้าหมายเลย
เป็นไปได้ไง ตามระยะทางที่ผมเดินมาเมื่อกี้ มันควรจะถึงตั้งนานแล้วสิ
หลงทางเหรอเป็นไปไม่ได้แน่ๆ เพราะตอนนี้ผมมั่นใจเต็มที่ว่าทางที่พวกเราเดินมาเมื่อกี้นี้เป็นทางตรง
ผมเลยหยุดลง
“พี่ เป็นอะไรหรือ”
“ฉันแปลกใจนิดหน่อย”
ผมชี้ไปที่ต้นไม้ด้านข้าง
“ฉันเคยเห็นต้นไม้ต้นนี้ที่อีกฝั่งของหมู่บ้านที่นี่…มีบางอย่างผิดปกติ
“แกเบรียล ข้อมูลของที่นี่ผิดพลาดหรือเปล่า”
ไม่มีคําตอบ แปลกจัง เวลาแบบนี้กลับตัดสายผมเหรอ
มีกลิ่นตุๆ ของแผนร้ายเต็มไปหมดเลย
“จริงเหรอ งั้นฉันก็จําผิดเองเหรอ”
จําผิดเหรอ
ผมมองโอยาโดะกลับพบว่าเธอกําลังใช้ท่าทางประหลาดมองผมอยู่
นี่มัน…เธอยิ้มเหรอ
ผมรีบถอยไปข้างๆ สองก้าวแล้วมองไปที่โอยาโดะ
“พี่ เป็นอะไรหรือ”
“เธอเป็นใคร”
“ข้าหรือ ข้าก็คือโอยาโดะไง”
“หึ อย่ามาหลอกฉัน โอยาโดะที่น่ารักจะถือมีดไว้ข้างหลังตอนคยกับฉันหรือไง”
โอยาโดะ ฉีกยิ้ม สองมือยื่นออกมามีดสองเล่มก็ปรากฏอยู่ในมือของเธอ
หลังจากชินกับระบบฉายาแล้ว ความสามารถในการสังเกตของผมก็ลดลงแต่โชคดีที่ช่วงนี้ความสามารถใน การเห็นฉายาลดลงไปหน่อยไม่งั้นการสังเกตคงหายไปเลยละมั้ง
แรงอาฆาต…
ถึงตอนนี้จะไม่เห็นแจ้งเตือนการโจมตี แต่ผมกลับรู้สึกถึงแรงอาฆาตนิดหน่อยของคนอื่นได้ แม้ว่ามันจะไม่ ใช่สาเหตุที่ทําให้ผมหยุดเดินไปพร้อมกับโอยาโดะก็เถอะมันเป็นเพราะผมเพิ่งเห็นมีดซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเธอต่างหาก
“นี่มันอะไรกันเนี่ย มันไม่ได้เกิดปัญหากับความทรงจําแล้วแต่เส้นเรื่องของโลกนี้มันผิดปกติ”
“หึม แหม รู้สึกแปลกงั้นหรือ ก็ช่วยไม่ได้นะ อย่างไรซะมันก็ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เจ้ารูไม่ใช่หรือ”
“มันไม่ใช่แค่ไม่สอดคล้อง มันเป็นคนละเรื่องเลยด้วยซ้ํา”
“ช่วยไม่ได้นี่ พี่ชาย ถึงเจ้าจะฆ่าคนที่ควบคุมโอยาโดะได้หมดแล้วแต่กลับนึกไม่ถึงเลย ว่าตระกูลสมิวจะวางใจยกโอยาโดะให้พวกเขางั้นก็แปลว่า…”
“งั้นแปลว่าโอยาโดะตัวเธอเองเป็นการค้ําประกันที่ดีที่สุดใช่ไหม”
“พูดให้ถูกคือความทรงจําที่ข้าถูกกรอกเข้ามาตอนแรกสุดเป็นการค้ําประกันที่ดีที่สุด”
“งั้นมันเป็นความทรงจําอะไรกันแน่”
“แหม…ก็ความทรงจําที่จะฆ่าเจ้าไง!”
พูดจบ “โอยาโดะ แค่โบกมือ โจรเก้าคนที่ไม่ได้ตามมาเมื่อกี้ก็ปรากฏอยู่รอบๆพวกเรา ล้อมพวกเราเอาไว้และในวินาทีถัดไปร่างกายของโอยาโดะก็โค้งลงเร่งความเร็วทันที แล้วพุ่งมาทางผมแบบซิกแซกจากทางซ้ํายและขวา!
“ด้วยการหยิบยืมของข้า จงเปลี่ยนความดุร้ายเป็นความกล้าหาญความแข็งแกร่ง!”
ผมท่องคาถาจบก็กระโดดขึ้นไป ดาบสองเล่มไขว้กันปกป้องแผ่นอกมีดสองเล่มกรีดผ่านดาบของผม จน เกิดสะเก็ดไฟ
“แหล่งกําเนิดน้ําแข็งที่ซ่อนอยู่ในขุมนรกอันหนาวเหน็บเอ่ย ข้าขอสั่งเจ้า!ปกป้องจิตใจข้าร่างกายข้า วิญญาณข้า! ขออัญเชิญ! เกราะน้ําแข็ง!”
คราวนี้ ในที่สุดชุดเกราะทั้งชุดก็ปรากฏขึ้นบนตัวผม
“โอ้ อัศวินเวทนี่ พี่ไม่ธรรมดาเลยนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ชั่วพริบตาที่ตกลงพื้น ผมหมุนตัวแยกดาบคู่ออกทันทีแต่กลับเห็นร่างกายของโอยาโดะที่โดดไปกลาง อากาศ มีดในมือเคาะบนดาบผมเบาๆแล้วยืมแรงหลบการโจมตีของผม
หลังจากโบกสองดาบ ร่างกายของอีกฝ่ายก็หมุนกลางอากาศมีดที่เธอถือไว้แทงเข้ามาทางผมทันที!
มีดแทงเข้าที่แขนผมในตอนที่ผมยังไม่เก็บดาบในมือเกราะน้ําแข็งบนแขนผมแตกเป็นเศษในทันที
ผมถอยกรูดหลายก้าว หลังจากยืนมั่นคงแล้วก็มองไปที่โอยาโดะ
“ฝีมือพี่ไม่เบาเลยนี่ นี่เป็นถึงทักษะที่เกิดจากความทรงจําของนักฆ่าที่เก่งกาจที่ถูกส่งเข้ามาในสมองของข้าถึงหลบหลีกได้ในสถานการณ์เมื่อกี้ พี่นับว่าแข็งแกร่งจริงๆ”
“ขอบใจที่ชม ถ้าเป็นงั้นจริง พวกเรามาวางอาวุธแล้วคุยกันดีๆไม่ดีกว่าเหรอรบราฆ่าฟันมันไม่ดีนะ”
“ฮ่าๆ พี่นี่น่าสนใจจัง”
โอยาโดะหัวเราะไปด้วย มีดในมือก็หมุนอย่างรวดเร็วราวกับวิญญาณภายใต้การควบคุมของเธอ
“เจ้ายังไม่สังเกตอีกหรือ สถานการณ์ในตอนนี้หากเจ้าไม่ตายก็เป็นข้าที่ตายนี่เป็นข้อจํากัดของความทรงจำนี้หรือก็คือชะตาของเรา”
พูดจบเธอก็ปามีดสองเล่มมาทางผม ดาบในมือขวาของผมกระเด็นออกไปส่งเสียงดังเครั้งในขณะเดียวกันโจรจากสองฝั่ง…ไม่สิโจรสี่คนจากข้างหลังก็พุ่งตัวมาทางผม!
“ให้ความร่วมมือดีจริงๆ!”
ยืนต่อไปก็เหมือนรนหาที่ตาย ผมพุ่งตัวไปทางโจรด้านซ้ายสุดแทงดาบหนึ่งเข้าที่อกเขาอีกฝ่ายก็หายไปกลายเป็นกลุ่มควันทันที!
ผมหมุนตัวขวางดาบที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ถีบเขาออกไปแล้วแทงดาบเข้าไป
แต่ในตอนนี้ จู่ๆ ด้านหลังก็ได้รับการโจมตีอย่างแรงเกราะบนตัวผมกลายเป็นเศษซากทันที พอหมุนตัวมองไปเลยพบว่าหมอนั่นถือค้อนเอาไว้!
ถ้าใช้เวทมนตร์ได้ก็ดีสิ! ถ้ามีเวทมนตร์พวกเขาคง…
ขณะที่ผมกําลังคิดแบบนี้ จู่ๆ ฝ่ามือผมก็มีความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างหนึ่งพอยื่นออกไปมอง บนนั้นกลับมีแสงสีครามสว่างออกมา
ในพริบตาที่ผมกําลังสตั้นท์ คนที่ถือค้อนกับดาบไว้ก็พุ่งตัวเข้ามาอาวุธสองชิ้นโบกเข้ามาที่ผม
ผมรีบยื่นมือไปขวาง แสงสีครามครอบคลุมพวกเขาไว้ทันทีวินาทีถัดไปพวกเขาก็กลายเป็นก้อนน้ําแข็ง!
ผมมองที่มือตัวเอง
แปลกจัง ฉันไม่ได้ท่องคาถาเลยนี่ ทําไมถึง…
แต่ช่างมันเถอะ ผมเคาะแท่งไอติมสองอันนั้นรูปปั้นน้ําแข็งสองอันนั้นก็กลายเป็นซากทันที
“ไม่มีทางเลือกที่สามแล้วเหรอ ฉันไม่ได้อยากสู้กับเธอเลย!”
“ช่วยไม่ได้ที่นี่เป็นข้อจํากัดของความทรงจํานี่เป็นตอนจบที่เลี่ยงไม่ได้ของเราพี่ชาย…เจ้าควรจะเข้าใจไว้หน่อยถึงเจ้าไม่อยากถึงเจ้าไม่เต็มใจสิ่งที่เจ้าเลือกได้ก็มีเพียงตัวเลือกที่เจ้าเห็นในตอนนี้เท่านั้น”
“งั้นเหรอ…”
ผมฉีกยิ้ม
“การมีอยู่ของฉันคือเพื่อสร้างพล็อตเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ขึ้นมาไงจะว่าไปฉันก็ทําพล็อตเรื่องของแวมไพร์ กับภาคดอว์นการ์ดได้พร้อมกันเลยนี่เห็นด้วยไหม”
แค่พูดจบ ผมก็เขวี่ยงบอลน้ําแข็งหกลูกในมือออกไป!
บอลน้ําแข็งหกลูกปาถูกเป้าหมายมีหก…ไม่สิมีเพียงรูปปั้นน้ําแข็งห้าอันที่ยังยืนอยู่กับที่ส่วนโอยาโดะกลับหายไปจากที่เดิมและมีดเล่มหนึ่งที่ถูกน้ําแข็งตรึงไว้ยังอยู่ตรงนั้น!
“ถึงกับใช้มีดขวางเวทมนตร์ของฉันเชียวเหรอ…”
ผมมองรอบๆ แต่ไม่เห็นร่องรอยของเธอเลย
“การโจมตีของเจ้าเป็นการใช้กระสุนเวทมนตร์ที่ทําขึ้นจากการเกาะตัวของพลังเวท ซึ่งไม่มีสิ่งแบบนี้อยู่ในข้อมูลแต่ว่า…ดูเหมือนมันจะแช่แข็งสิ่งแรกที่สัมผัสกับมันเท่านั้น!”
สิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าไม่ได้มีเพียงเสียงของโอยาโดะแต่ยังมีมีดของเธอด้วย! และแผ่นหลังที่เสียการปกป้องไปจะทําให้โดนแทงทะลุได้!
“อ๊า!!!”
แต่ผมพลิกมือไปจับแขนโอยาโดะผลักเธอให้ล้มลงไปข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ผมโยนดาบออกไปแล้วใช้น้ําแข็งผนึกเธอไว้บนพื้น
“เธอแพ้แล้วมันจบแล้วล้มเลิกซะเถอะลองทําตัวเป็นเด็กดีซะบ้าง”
อีกฝ่ายจ้องผมอยู่นาน แล้วยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“เจ้ายืนหยัดอะไรอยู่ ข้าไม่เห็นเข้าใจเลย”
“การยืนหยัดเป็นคุณธรรมของฉัน!”
แ…ดี น่าสนใจ! เจ้าชนะแล้ว!”
ผมตะลึงนิดหน่อย มือขวาของอีกฝ่ายก็ดิ้นรนหลุกจากการแช่แข็งของผมได้มือเธอคว้ามีดแล้วโบกเข้าใส่ ผม!
ผมโดดหลบการโจมตีไปข้างหลัง มือเพิ่งจับดาบไว้ได้กลับรู้สึกว่าทั่วทั้งพื้นที่สั่นไหวขึ้นมาทันที
“ทําไม…”
พอเงยหน้ามอง ก็เห็นโอยาโดะใช้มีดปักที่อกของตัวเอง!
“แหม…ข้าก็ช่วยอํานวยความสะดวกให้เจ้าเอาความทรงจําที่ไม่จําเป็นลงนรกไปไง เพราะงั้น…เชิญยืนหยัด ในคุณธรรมของเจ้าต่อไปเถอะจริงสิ เจอกันในนรกนะ”
“นี่มันคําบอกลาอะไรเนี่ย!”
จากนั้น พื้นที่รอบๆ แหลกสลายในชั่วพริบตา แล้วจมลงสู่ความมืด
1 ภาคหนึ่งในเกมที่ชื่อว่า “The Elder Scrols V”