ถ้าผมเกิดใหม่ใน RPG? (So What if it’s an RPG World !?) - ตอนที่ 36
เพราะคนแถวนี้ไม่ได้ใช้สกิลซ่อนตัวอะไรเลย อีกทั้งบนมินิแมพก็มีการแสดงตำแหน่งของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ไม่นาน ผมก็ใช้โอกาสในการกระทำของพวกเขา ลอดตัวผ่านเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
แน่นอน ถึงผมบอกว่าจะตามหาเธอ แต่ผมก็ไม่กล้าพุ่งเข้าใส่แล้วบังคับให้เธอพูดเรื่องที่รู้ออกมาหรอก เพราะยังไงเลเวลของอีกฝ่ายก็สูงกว่าผมไม่น้อย
แต่การหาสิ่งของที่พวกเขาพกแล้วร่ายเวทแอบฟังบทสนทนาของพวกเขา กลับไม่ใช่เรื่องยากอะไร
พื้นที่โล่งในชั้นนี้กว้างมาก มองไปไกลๆ ที่อีกด้านของชั้น ก็เห็นพ่อลูกสมิวกำลังอยู่ในห้องหนึ่ง ซึ่งคงจะกำลังศึกษาแบบร่างที่ผมทำไว้ให้
ส่วนสาวใช้สองสามคนกลับเพิ่งเก็บกวาดข้าวของบนโต๊ะเสร็จ จากนั้นก็กำลังรวมตัวกันเคลื่อนที่ไปที่อีกห้องหนึ่ง
ผมเร่งฝีเท้าตามไป ค่อยๆ เปิดประตูห้องข้างๆ พวกเขา แล้วซ่อนตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ที่นี่ดูเหมือนห้องห้องเก็บวัตถุดิบ ภายในห้องมีผักผลไม้ต่างๆ กองไว้เต็ม
ด้านข้างยังมีประตูที่แผ่ไอเย็นออกมา นั่นคงเป็นที่ที่ไว้แช่เนื้อสัตว์
มันก็ไม่แปลก ยังไงซะขอเพียงมีหินเวทสายน้ำแข็งสักก้อนก็สามารถทำให้ห้องห้องหนึ่งกลายเป็นห้องแช่แข็งได้แล้ว มันเลยดูไม่ค่อยต่างจากห้องแช่แข็งที่โลกของเราเท่าไร
“เจ้าบอกว่าแขกที่คุณหนูพามาวันนี้คือใครนะ”
“เจ้าไม่ได้ยินที่นายท่านบอกเหรอ คนคนนั้นคือคนที่ชนะคุณหนูในการแข่งขันชั้นปีเมื่อเช้า”
“การแข่งขันชั้นปี เกมที่ใช้เพื่อโอ้อวดและทำพอเป็นพิธีนั่นเหรอ”
“ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่ข้อจำกัดมากมายก็ไม่เป็นผลดีต่อคุณหนูนี่”
“นั่นสิ ถ้าใช้ ‘มอบวิญญาณ’ ได้ สถาบันนี้คงไม่มีคนที่เป็นคู่ต่อสู้ของคุณหนูได้เลยมั้ง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็จริงนะ”
อย่างนี้นี่เอง ความสามารถของยัยนั่นไม่ได้มีแค่เท่านี้สินะ แต่ไอ้ที่เรียกว่า ‘มอบวิญญาณ’ มันคืออะไรกัน หรือว่าจะเป็นของวิเศษในตำนานอะไรบางอย่าง
แต่ไม่ว่ายังไง สาวใช้หลายคนนี้ไม่ได้วิจารณ์อะไรแปลกๆ ขณะที่พูดคุยกันเลย ทั้งที่เป็นสมาชิกขององค์กร ‘อาทิตย์อัสดง’ แท้ๆ
มันไม่สมเหตุสมผลเลย หรือว่า ‘อาทิตย์อัสดง’ เป็นชื่อบริษัทที่ส่งสาวใช้ แต่ทำไมอาชีพถึงถูกเซ็ตให้เป็นนักฆ่ากับนักลอบสังหารล่ะ มันยากสำหรับสาวใช้ทั่วไปที่จะเลือกอาชีพเป็นสาวใช้เหรอ
“ข้าจะไปเก็บของเหลือที่ห้องเก็บของ พวกเจ้ารอเดี๋ยวนะ”
จู่ๆ ผมก็ได้ยินคนหนึ่งในพวกเธอพูดแบบนี้
มุมปากผมแข็งทื่อทันที
ไม่จริงมั้ง ที่นี่ดูเหมือนห้องเก็บของเลย เธอคิดจะมาที่นี่งั้นเหรอ
แต่นอกจากอาหารและอาหารแล้ว ห้องนี้ก็ไม่มีที่อื่นให้ซ่อนตัวได้เลย
อีกทั้งบนหน้าต่างยังมีการยับยั้งเวทมนตร์อีก ถ้าเปิดออกไปคงเหมือนขุดหลุมฝังตัวเองแน่
กวาดตามองรอบห้อง สุดท้ายสายตาของผมก็ตกไปอยู่ที่ประตูของห้องแช่แข็ง
ก็ได้ คงทำได้แค่แบบนี้แหละ…
เปิดประตูเดินเข้าไป ผมหามุมสักมุมแล้วใช้ ‘ปราสาทน้ำแข็ง’ ห่อตัวผมเอาไว้
เวทสายน้ำแข็งนี้ช่างไม่ครอบคลุมจริงๆ แม้แต่คนที่เคยชินกับการแช่แข็งอย่างผมยังรู้สึกหนาวเลย
โชคดีที่ความทนทานต่อสายน้ำแข็งของผมค่อนข้างสูง ไม่งั้นคงทนของแบบนี้ไม่ไหวแน่
ไม่นาน ผมก็เห็นสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเก็บของ เธอหมุนตัวอยู่ข้างนอกก่อน แล้วผลักประตูเดินเข้ามาในห้องแช่แข็ง
“แปลกจัง ทำไมประตูห้องแช่แข็งไม่ได้ล็อคไว้ล่ะ จริงๆ เลย…”
…
คุณพี่ไม่จริงหรอกมั้ง ถึงกับต้องล็อคประตูห้องแช่แข็งเลยเหรอ
ยังไม่รอให้ผมคัดค้าน ก็ได้ยินเสียงแกร๊กดังออกมาจากประตู ผมสลาย ‘ปราสาทน้ำแข็ง’ แล้วเดินไป กลับพบว่าประตูบานนั้นเปิดไม่ออกแล้ว
พระเจ้าช่วย ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าเนี่ย เธอล็อคมันจริงเหรอ
ถึงผมเป็นนักเวทสายน้ำแข็ง แต่ก็โดนแช่แข็งตายได้เหมือนกันนะ
นักเวทสายน้ำแข็งที่โดนแช่แข็งตาย มันไม่ตลกเลย ถ้าผมหาทางออกไม่เจอภายในหนึ่งชั่วโมงมันคงเกิดขึ้นจริงแน่
โดนแช่แข็งตาย…ก็คงไปคืนชีพที่สุสานละมั้ง
แต่มันก็ไม่ใช่ข่าวดีอะไรเลย!
ไม่ได้การแล้ว ต้องหาทางออกไปให้ได้
มองรอบๆ ห้อง ทั่วทั้งห้องต่างก็ถูกล้อมรอบไว้ด้วยเนื้อ ถ้ามองดูดีๆ ก็จะเห็นประเภทของเนื้อที่แตกต่างกัน
มันต่างจากห้องข้างนอก ห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง คงออกแบบมาเพื่อแยกไอเย็นโดยเฉพาะ
คลำดูบนพื้น มันทำมาจากแผ่นเหล็กทั้งแผ่น ไม่มีรอยต่อเลย พอมองขึ้นไปบนเพดาน ถึงมันจะเป็นเหล็กแต่ละแผ่นเชื่อมกัน แต่กลับไม่เจอจุดที่จะเปิดออกได้เลย
ซวยแล้วๆ ทำยังไงดีเนี่ย
หรือว่าจะ ‘บลิงค์’ ออกไปได้ แล้วกลับเข้าไปที่ห้องน้ำอีก
หรือว่าผมจะตั้งค่าให้ห้องน้ำเป็นจุดคืนชีพไปแล้ว พอล้มเหลวเลยไปปรากฏตัวในจุดคืนชีพทุกครั้ง
มันไม่ใช่เรื่องตลกเลย จริงๆ นะ…
ช่วยไม่ได้ ผมเริ่มนึกรูปร่างของห้องน้ำอย่างช้าๆ เตรียมจะใช้ ‘บลิงค์’…
เดี๋ยวก่อน!
ขณะที่ผมหลับตาลง ผมเหมือนกับรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากหินเวทสายน้ำแข็งในห้องไม่ได้ไหลวนรอบห้อง
แต่ไหลด้วยความเฉื่อยไปยังอีกทิศทางหนึ่ง!
แถวนี้มีอุปกรณ์อะไรใช้ดูดซับเวทมนตร์ด้วยเหรอ หรือว่า…
จะมีทางออกอื่น
ผมสัมผัสทิศทางการไหลของธาตุสายน้ำแข็ง แล้วก็…
เดินไปตรงหน้าเนื้อชิ้นหนึ่ง
เอาละ พูดตามตรงมันก็คือเนื้อชิ้นหนึ่ง ดูจากลวดลายแล้ว ผมก็นึกถึงส่วนประกอบของอาหารชั้นเลิศ
แน่นอน มันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ด้านหลังเนื้อชิ้นนี้มีอะไรอยู่
“กรวยน้ำแข็ง!”
ผมอัญเชิญกรวยน้ำแข็งออกมา แล้วแทงเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างเนื้อกับกำแพงด้านหลังมัน
ปู่อาร์คิมิดีส1เคยบอกเราไว้ว่า ถ้าหาจุดศูนย์กลางให้เขาได้ เขาก็สามารถยกโลกทั้งใบ ดังนั้นการยกเนื้อชิ้นนี้คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แต่ว่า…กรวยน้ำแข็งส่งเสียงดัง ‘เพล้ง’ แล้วแตกออก
บ้าน่า อย่าทำแบบนี้สิ จะบังคับผมจริงๆ เหรอ
“ไอร้อนเร่งด่วน!”
เวทมนตร์สายเพลิงระดับต้นที่นอกจากใช้เพื่อต้มอาหารมื้อค่ำ ผมก็ยังไม่เห็นประโยชน์อย่างอื่นเลย
แต่ตอนนี้มันกลับมีประโยชน์ จุดเชื่อมต่อระหว่างชิ้นเนื้อกับกำแพงก็ละลาย ผมเลยหยิบชิ้นเนื้อออกมาได้อย่างสบายๆ
“พระเจ้า…”
ด้านหลังชิ้นเนื้อมีทางออกไปช่องระบายอากาศ!
“สวรรค์ไม่ลืมฉัน!”
เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำสมัยคลาสสิค เป็นคนที่หาค่าประมาณที่ใกล้เคียงที่สุดของค่าพาย