ถ้าผมเกิดใหม่ใน RPG? (So What if it’s an RPG World !?) - ตอนที่ 37
เสียงของการใช้เวทมนตร์เมื่อกี้รบกวนสาวใช้และสมาชิกตระกูลสมิวทั้งสามคนอย่างชัดเจน ผมไม่ควรอยู่ที่นี่นาน เลยหยิบมีดออกมางัดท่อระบายอากาศ หมุนตัวกลับไปใช้เวทแช่แข็งเพื่อผนึกประตูของห้องแช่แข็งเอาไว้ แล้วผมก็ลอดตัวเข้าไปในท่อระบายอากาศอย่างรวดเร็ว
โอ๊ย ปีนยากจัง
มันเป็นความรู้สึกแรก ส่วนความรู้สึกที่สองก็คือมันแคบมาก!
ทั้งที่ตัวละครนับไม่ถ้วนในเกมมากมายต่างก็ใช้ช่องทางอันสุดยอดในอาคารต่างๆ มาสัญจรไปมาเพื่อทำเควสต์ให้สำเร็จ แล้วทำไมพอผมปีนเองกลับรู้สึกน่าปวดหัวขนาดนี้เนี่ย
จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าการเป็นตัวละครในเกมนี่มันลำบากจริงๆ ต้องมาปีนในช่องทางลื่นๆ แบบนี้ทุกวัน ช่างอนาถซะจริง
ถึงจะบอกว่าทำเพื่อฆ่าชิงทรัพย์หรือแอบดักฟัง แต่โบราณกล่าวไว้ว่า อาชีพไม่แบ่งยากดีมีจน ในเมื่อเป็นนักฆ่าหรือโจรก็ต้องมีความเชี่ยวชาญ แม้ลำบากหรือเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องอดทน
แต่ผมก็เป็นแค่นักเวท แม้ลักลอบเข้ามาเพื่อทำเควสต์ แต่ยังไงซะก็ไม่ต้องให้ปีนช่องทางที่ลำบากขนาดนี้ก็ได้มั้ง
แต่บ่นไปก็เท่านั้น ถึงแม้ผมจะบ่นอีกนานแค่ไหนก็ขวางคนข้างนอกที่คิดจะบุกเข้ามาไม่ได้ ถ้าไม่หนีไปตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว
สรุปคือ แม้แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่าในท่อระบายอากาศจะคดเคี้ยวแค่ไหน แต่หลังจากค่อยๆ คุ้นชินแล้ว ในที่สุดผมก็เคลื่อนไหวไปในช่องทางนี้ได้อย่างช้าๆ
สิ่งที่น่าโมโหก็คือผมมองไม่เห็นเส้นทางในท่อระบายอากาศจากบนมินิแมพ แล้วนี่ก็ไม่ใช่เกมประเภท ‘นักฆ่า’ จะให้มามุดท่อระบายอากาศทำบ้าอะไรเนี่ย
แต่มันก็ยังมีทิศทางคร่าวๆ อยู่ และการอยู่ข้างบนในตอนนี้เป็นการรนหาที่ตายชัดๆ เลยทำได้แค่เคลื่อนที่ลงชั้นล่างอย่างรวดเร็วถึงจะดีที่สุด
ดังนั้น ผมจึงขยับไปยังช่องทางที่สามารถไปสู่ชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
ยังไงซะผมก็ไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีทางออกไป เพราะยังไงผมก็ยังใช้สกิล ‘บลิงค์’ ได้อยู่ดี
แต่ผมยิ่งสงสัยในคนที่ชื่อว่า ‘ครู๊ซ’ ที่อยู่ในห้องใต้ดิน
ไม่ว่าดูยังไง บางทีการหาเขาพบก็อาจคลี่คลายประเด็นสำคัญขั้นแรกของเควสต์ได้
ขยับอยู่นาน ในที่สุดก็มาถึงจุดเชื่อมต่อ พอผมชะเง้อหน้าออกไปมอง ก็ตกใจในทันที
ฉันเข้าใจผิดหรือเปล่าเนี่ย
ใครรับหน้าที่สร้างท่อระบายอากาศในอาคารแห่งนี้กัน ท่อระบายอากาศที่ตรงขึ้นตรงลงแบบนี้มันบ้าอะไรกันเนี่ย
เคยนึกถึงความรู้สึกของคนที่ต้องหากินในท่อระบายอากาศอย่างผมบ้างหรือเปล่า
แค่มองไปก็ไม่เห็นก้นบึ้งแล้ว มันลึกแค่ไหนกันนะ
แปดชั้นก็คงถึงที่สิ้นสุดแล้วมั้ง
ไม่สิ หรือว่ามันจะเป็นท่อระบายอากาศที่รวมไปถึงส่วนห้องใต้ดินด้วย แบบนี้ลงไปจะไม่ตกไปตายเหรอ
แต่มองดูแล้วผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก
ผมกด ‘เบาเหมือนขนนก’ ใช้สองมือยันสองฝั่งของท่อระบายอากาศแล้วเริ่มไถลลงไป
ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ! ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกับการเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์อย่างนั้นเลย!
เพียงแต่ว่า…
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเคยเล่นของพวกตกลงมาตรงๆ แบบนี้…
ปัง!
เสียงดังขึ้นมา ผมตกลงไปกระเด็นออกจากช่องระบายอากาศด้านล่างสุด ร่างกายยังกระแทกเข้ากับพื้นข้างล่างอีก
เจ็บจัง…
ยังไม่ต้องพูดถึงระดับความเร้าใจ แค่ HP ที่เกือบหมดหลอดก็ทำให้ผมหนาวแล้ว
ดูท่าคราวหน้าคงต้องศึกษา ‘เบาเหมือนขนนก’ ระดับสูงสักหน่อย อย่างเช่นการลอยบนผิวน้ำ หรือเท้าทะยานคลื่นอะไรทำนองนี้ ไม่งั้นคราวหน้าถ้าตกจากที่สูงแบบนี้อีก ถึงไม่ตายก็คงพิการแน่
อีกทั้งผมก็ไม่กล้าใช้เวทมนตร์สายน้ำแข็ง อย่างเช่นโทเท็มน้ำแข็งหรืออย่างอื่นเพื่อควบคุมความเร็วในการตกลงมา เพราะไม่งั้นผมคงถูกจับได้แน่
นอกจากตอนที่อยู่ในห้องแช่แข็ง เพราะยังไงทั้งห้องก็มีแต่น้ำแข็ง และมันก็คงไม่แปลกที่จะมีน้ำแข็งเพิ่มขึ้นสักแท่งสองแท่ง
ผมรีบฟื้นฟูเลือดของตัวเอง แล้วลุกขึ้นจากพื้น
ดูแล้วการตกครั้งนี้ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะตอนนี้ผมได้มาถึงห้องใต้ดิน พอมองดูประตูเหล็กอีกด้านผมก็รู้ว่าถ้าไม่เข้ามาจากท่อระบายอากาศก็คงเข้ามาไม่ได้แน่
ยังไงซะกลอนประตูก็ดูเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง ถ้าไม่มีสกิลเปิดล็อคระดับสูงก็คงเปิดไม่ได้หรอก
เอาละ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องกลอนประตูอะไรนี่ สิ่งสำคัญอย่างแรกในตอนนี้ก็คือสำรวจสิ่งของที่นี่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้ามา ไม่แน่ในนี้อาจมีข้อมูลบางอย่างที่อธิบายอะไรในเควสต์ได้ก็เป็นได้
มองรอบๆ ห้อง ก่อนอื่นก็ต้องวิ่งไปหยิบกระดาษทั้งหมดบนโต๊ะเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของ แล้วมองดูกล่องและชั้นวางอีกที เพื่อดูว่าในนั้นมีของอะไรอยู่ ถ้าเอาไปได้ก็เอาไป ถ้าเอาไปไม่ได้ก็คงต้องเอาไปทั้งกล่องเลย
…
ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกว่าผมมีความเชี่ยวชาญจัง เหมือนกับผมเคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย
ช่างเถอะ อย่าไปสนใจจะดีกว่า
ขณะที่ผมหอบของ จู่ๆ สิ่งของที่มุมหนึ่งของห้องก็ดึงดูดความสนใจของผม
มันดูเหมือนภาชนะแก้วขนาดมหึมา อีกทั้งข้างในยังมีของเหลวสีเขียวเข้มอีกด้วย
และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ…
ชื่อของครู๊ซปรากฏอยู่ในนั้น!
พระเจ้า หมอนั่นตายแล้วเลยโดนทำเป็นตัวอย่างทดลองเหรอ นี่เป็นความรักอันบิดเบี้ยวของน้องสาวเหรอ
ไม่สิ ถ้าตายแล้วก็คงไม่แสดงชื่อถึงจะถูก…ใช่แล้ว หมอนี่ไม่ได้กำลังควบคุมตุ๊กตาตัวเองจากระยะไกลอยู่หรอกเหรอ
หรือว่าจะเป็นในภาชนะอันนี้
เขาอยู่ในภาชนะนี้ทุกวันเป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอ
พระเจ้า นายไม่กลายเป็นตัวอย่างทดลองแล้วก็ไม่ขึ้นราด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ
แต่สีของของเหลวมันข้นเกินไป ทำให้มองไม่เห็นรูปร่างข้างใน ดังนั้นเลยไม่รู้ว่าข้างในมีสภาพยังไงกันแน่
แต่ว่า สมุดเล่มเล็กๆ ข้างภาชนะกลับให้เบาะแสผมนิดหน่อย
“โครงการมานุษยรูปนิยม1…ล้อเล่นแล้ว ถึงกับทำร่างของตัวเองให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดเลยเหรอ มันไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม แต่เป็นโรคจิตต่างหาก”
อัพเดทข้อมูลเควสต์
การตรวจสอบโรคทางพันธุกรรมของตระกูลสมิวเสร็จสิ้น
เควสต์ที่สอง : ตรวจสอบโครงการดัดแปลงมนุษย์ของตระกูลสมิว
พอเห็นแจ้งเตือน ผมก็โล่งอก เพราะก้าวแรกของเควสต์นับว่าเสร็จสิ้นแล้ว
แต่มันดูจะเป็นเควสต์ใหญ่อย่างชัดเจน จากความรู้สึกในช่วงนี้ของผม โดยทั่วไปเควสต์หลักแบบนี้จะทำให้ผมเข้าใจโลกใบนี้ในมุมมองที่ต่างออกไป หลังจากทำเควสต์เสร็จแล้วก็คงพอจะเข้าใจโครงสร้างของโลกนี้ขึ้นมาบ้าง
หวังว่ารางวัลจะมากพอนะ ไม่งั้นผมคงตกลงมาที่นี่ฟรีๆ แน่
ผมเห็นว่าชื่อที่ชั้นบนค่อยๆ ใกล้เข้ามา ผมเลยดื่มน้ำยาฟื้นฟู MP แล้วกดสกิล ‘บลิงค์’
วินาทีต่อมา ผมก็ปรากฏตัวในห้องน้ำชายของห้องสมุด
ผมตัดสินใจให้ห้องน้ำชายในพื้นที่หนังสือเวทมนตร์สายน้ำแข็งเป็นเกียรติได้เป็นสถานที่วาร์ปหมายเลขหนึ่งที่สามารถวาร์ปได้ทุกเมื่อ
เปลี่ยนชุดก่อนออกไป ยกเลิกการเปลี่ยนหน้าเรียบร้อย ก็เดินออกไปจากห้องน้ำ
“โอ้ เพื่อนสุดขยัน บังเอิญจังนะ”
“พึบ”
แค่ออกจากห้องน้ำก็ต้องตกใจ เพราะอาร์ย่านั่งอยู่ตรงเก้าอี้ของชั้นวางหนังสือข้างห้องน้ำชาย มีหนังสืออะไรไม่รู้กองอยู่ข้างๆ เป็นตั้ง เธออ่านไปด้วยพร้อมเหลือบมองผมไปด้วย
“เธอนี่มัน…”
“นั่งอยู่ที่จุดวาร์ปของนายก็ต้องหานายเจออยู่แล้ว นายไม่ได้อยู่ในห้อง ไม่อยู่ในร้านอาหาร ไม่อยู่ในห้องสมุด งั้นฉันก็เดาได้อย่างเดียวว่านายกำลังทำเรื่องลับๆ ล่อๆ บางอย่าง แล้วถ้าเป็นเรื่องลับๆ ล่อๆ ปกติพอสิ้นสุดแล้วก็จะวาร์ปมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เหรอไง”
“โอเคๆ นับว่าเธอฉลาด แต่ฉันจะพูดให้ฟังสองข้อนะ ข้อแรก ฉันไม่ได้ทำเรื่องลับๆ ล่อๆ ฉันทำเควสต์ที่ฉันต้องทำอยู่ อีกอย่างคือคราวหน้าถ้าจะหาฉันก็ส่งข้อความมาก็พอแล้วนี่ แล้วเธอทำอะไรอยู่ นั่งอยู่น่าห้องน้ำชายมันสนุกมากไหม”
“จะสำคัญอะไรล่ะ”
อาร์ย่าวางหนังสือลง แล้วลุกออกมาจากที่นั่ง
“จริงๆ เลย ไม่นึกถึงคนทำความสะอาดเลยจริงๆ”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย”
“เอาละ…จะว่าไปฉันได้รับเควสต์ที่ไม่เลวมา อยากร่วมด้วยไหม”
“เควสต์อะไร”
“เธอรู้จักการดัดแปลงมนุษย์ไหม”
หมายถึง การเอาลักษณะของมนุษย์ไปใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์