ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 566 เครื่องจักรสังหาร
บทที่ 566 เครื่องจักรสังหาร
ฉากเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าเฉินเฉียงตัดสินใจได้ถูกต้อง
หุ่นเชิดซากศพระดับราชาเหนือราชาขั้นสูง ได้ถูกส่งไปไว้อยู่ห่างจากร่างวิญญาณของราชาจักรพรรดิทั้งสามร่างเพียงสิบเมตร ในทันทีที่ออกมาจากโลกใบเล็กของเฉินเฉียง
และก่อนที่หุ่นเชิดซากศพตนนี้จะได้ทำอะไร ไม่สิ ต้องบอกว่าก่อนที่จะทำอะไรไปได้ ร่างวิญญาณทั้งสามก็หันมามองหุ่นเชิดซากศพตนนี้ พร้อมกับยื่นฝ่ามือแล้วทำการอัดกระแทกพลังงานเข้าไปบนร่างหุ่นเชิดซากศพ
นี่ทำให้หุ่นเชิดซากศพที่พึ่งจะถูกปล่อยออกมาไม่หลงเหลือแม้แต่ซากขี้เถ้าราวกับไม่เคยมีสิ่งใดคงอยู่
ฉากนี้ได้ถูกฉายตรงเข้าไปยังโลกใบเล็กต่อหน้าต่อตาเหล่าคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในร่างเฉินเฉียง
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พึ่งจะถูกลากเข้าไปในโลกใบเล็กของเฉินเฉียงแล้วยังฉงนสนเท่ห์อยู่กับสภาพแวดล้อมใหม่ที่พวกตนไม่เคยรู้จักนั้น ต่างก็คิดไปว่าได้หลุดจากพันธนาการความตายของเฉินเฉียงได้แล้ว แต่ก่อนที่พวกมันจะได้มีความสุข พวกมันก็พบว่าพวกมันถูกเหนี่ยวรั้งโดยแรงบางอย่างที่ทำให้พวกมันไม่อาจขยับเขยื้อนได้เสียยิ่งกว่าเก่า
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
กว่าพวกมันจะรู้ตัวก็ได้เห็นภาพฉายหนึ่งตรงหน้าพวกมัน และนั่นทำให้พวกมันเห็นว่าหุ่นเชิดซากศพของพวกมันที่ได้หายไปต่อหน้าต่อตาได้ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของเฉินเฉียง แล้วถูกส่งตรงไปยังลูกบอลแสงประหลาดสามลูกตรงหน้า
เป็นทันทีที่พวกมันได้ฉากที่น่าสะพรึงเหนือกว่าที่พวกมันเคยได้พานพบมา
หุ่นเชิดซากศพที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกมัน ถูกจัดการราวกับไม่เคยมีสิ่งใดอยู่ตรงนั้นโดยบอลแสงสามลูกที่เห็น
ความแข็งแกร่งในการโจมตีของลูกบอลแสงทั้งสามลูกยังดูเหนือกว่าชายหนุ่มที่สร้างความสะพรึงให้กับพวกมันอย่างมากมายหลายขุม
-ไอ้บอลแสงสามลูกนี่มันมาจากไหนกันแน่-
-ทำไมไอ้หนุ่มนี่ถึงได้หาเครื่องมือทุ่นแรงที่ทรงพลังเช่นนี้พบเจอได้กัน-
-หากพวกมันรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ยังมีสิ่งที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่อีก พวกมันคงไม่กล้าหาเรื่องชายหนุ่มคนนี้ต่อให้ตัวเองจะต้องถูกบังคับจนตกตายไปโดยไม่สู้ด้วยก็ตาม-
เมื่อได้เห็นความทรงพลังของบอลสามทิ้งสามตรงหน้าที่สามารถฆ่าหุ่นเชิดซากศพที่ทรงพลังที่สุดของพวกมันไปเพียงแค่ยกฝ่ามือขึ้นมา
แล้วพวกมันที่เป็นผู้บ่มเพาะระดับราชาเหนือราชาขั้นสูงที่ทรงพลังน้อยกว่าหุ่นเชิดซากศพตัวนี้ล่ะ……
เมื่อคิดได้แบบนี้ คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกรัดตรึงอยู่ในโลกใบเล็กของเฉินเฉียง ก็ได้แสดงท่าทางสะพรึงออกมาอีกครั้ง
และนี่ทำให้เฉินเฉียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ดูเหมือนว่าการฆ่าฟันของเขาตรงหน้าจะยังไม่อาจสู้การลงมือเพียงครั้งเดียวของร่างวิญญาณสามราชาจักรพรรดิเลยจริงๆ
ที่ดีไปกว่านั้นคือตอนที่เฉินเฉียงโยนหุ่นเชิดซากศพให้ร่างวิญญาณทั้งสามจัดการ ร่างทั้งสามได้หยุดสนใจที่จะโจมตีกำแพงแสงไป
ดูเหมือนว่า แม้ร่างวิญญาณทั้งสามจะสูญเสียห้วงจิตสำนึกไปแล้วก็ตาม แต่ใจตั้งมั่นที่จะปกป้องและโจมตีภัยอันตรายยังคงอยู่
ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดที่ปรากฏอยู่ในระยะที่กำหนด ทั้งสามร่างจะโจมตีสิ่งมีชีวิตนั้นในทันที
เมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ในแผนการของตนเป็นไปอย่างน่าพึงพอใจ เฉินเฉียงจึงค่อยๆใช้พลังดึงหุ่นเชิดซากศพออกมาจากโลกใบเล็กออกมาทีละตนทีละตน
ปัง ปัง ปัง ปัง ….
ภายใต้การโจมตีจากร่างวิญญาณของสามราชาจักรพรรดิ หุ่นเชิดซากศพที่ถูกส่งเข้าไปทีละร่าง ได้ถูกฉาบด้วยแสงพลังแล้วหายวับไปทีละร่างประดุจดั่งดาวตกที่หมดแสงมอดดับไป
เมื่อจำนวนของหุ่นเชิดซากศพที่อยู่ในโลกใบเล็กของเฉินเฉียงได้ลดจำนวนลงไป ความเหนื่อยล้าของเฉินเฉียงที่ต้องสูญเสียไปในการเหนี่ยวรั้งหุ่นเชิดซากศพเหล่านี้ ก็ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว
แต่กระนั้น พลังที่เฉินเฉียงที่ต้องใช้ในการเหนี่ยวรั้งคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่มีระดับบ่มเพาะราชาเหนือราชาก็ยังถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาไม่น้อย
นี่จึงทำให้กว่าหุ่นเชิดซากศพตัวสุดท้ายถูกจัดการโดยร่างวิญญาณของสามราชาจักรพรรดิ เฉินเฉียงก็เริ่มเหนื่อยจนแสดงความอ่อนล้าออกมาให้เห็น
แต่สำหรับเฉินเฉียงแล้ว นี่ถือว่ายังไหวอยู่
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโลกใบเล็กตอนนี้ต่างก็หวาดหวั่นพร้อมใจที่นึกขอให้เฉินเฉียงไม่จัดการพวกตนเฉกเช่นหุ่นเชิดซากศพทั้งหลายก่อนหน้า
“ปัง….”
เป็นตอนนี้ เฉินเฉียงเริ่มส่งคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปหาร่างวิญญาณสามราชาจักรพรรดิ
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พึ่งจะถูกส่งออกมาจากโลกใบเล็ก เมื่อเห็นสถานการณ์ของตนในตอนนี้ ความคิดหวังที่เคยผุดขึ้นมาจากหัวใจก่อนหน้านี้ได้มลายสิ้น พร้อมของเสียที่ไหลล้นออกมาจากหว่างขา เปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกายเพราะแรงต้านทานของอากาศ
พร้อมกับเหตุการณ์ที่คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์คนนี้ไม่อยากให้เกิดมากที่สุด นั่นก็คือบอลแสงตรงหน้าของมันได้ฉายแสงเข้าใส่ทีหนึ่ง จนร่างของมันได้หายไป
อีกคน
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พึ่งจะถูกปล่อยออกมานั้น ชายคนนี้ยังคงหลงเหลือความทระนง และเริ่มดำเนินการตามแผนการที่วางไว้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในโลกใบเล็กของเฉินเฉียงในทันที
ในตอนนี้ร่างของมันถูกส่งออกไป มันได้ทุบที่อกของตนในทันที ทำให้ร่างสีดำร่างหนึ่งออกมาจากอก และพุ่งตรงไปยังบอลแสงทั้งสามตรงหน้ามันแทน
“ปัง….”
ร่างวิญญาณของราชาจักรพรรดิทั้งสามได้ลงมือสังหารหุ่นเชิดโลหิตให้กลายเป็นฝนเลือดเพียงชั่วพริบตา
เมื่อได้โอกาสที่สร้างขึ้นมาเอง คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์คนนี้ก็สามารถตั้งหลักแล้วพุ่งตรงไปยังทิศทางตรงกันข้ามจนอยู่ห่างไปนับร้อยเมตรในทันที
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังยินดีที่สลัดจากความตาย ก็ได้พุ่งบินทะยานขึ้นห่างออกไป พลางคำรามลั่น “ไอ้ปีศาจวิปลาส ปีศาจแบบแกจะต้องตายอย่างน่าสยดสยอง”
ด้วยสภาพของเฉินเฉียงในตอนนี้ เขาบอกได้เลยว่าไม่อาจไล่ตามจับตัวคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์กลับมาได้
แต่เมื่อได้ยินคำสบถสาปแช่งนี้ เขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ปีศาจรึ เหอะ”
“ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเช่นแก มีคุณสมบัติอันใดมาบอกว่าคนอื่นเป็นปีศาจกัน”
“แกเคยคิดบ้างรึเปล่าว่าผู้บริสุทธิ์มากมายขนาดไหนที่ตกตายไปเพียงเพื่อแกก้าวมาอยู่จุดนี้ เพียงแค่พวกแกต้องการกลายเป็นราชาเหนือราชาขั้นสูง แกถึงกับยอมฝังสัตว์ปีศาจไว้ในร่างจนชุบเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็นราชันย์สัตว์ปีศาจขั้นสูงไม่ใช่รึไง”
“หากเอาความเป็นมนุษย์มาเปรียบเทียบ แกน่าจะย่ำแย่กว่าข้าเสียกระมัง”
“แค่ไอ้พวกสัตว์ปีศาจก็น่าเดียดฉันท์มากพออยู่แล้ว แต่กับไอ้คนที่ยอมเป็นข้าทาสของไอ้พวกสัตว์ปีศาจพวกนั้น สมควรจะน่าเดียดฉันท์เสียยิ่งกว่าไอ้พวกสัตว์ปีศาจพวกนั้นอีกนะ”
“ข้า เฉินเฉียง จะขอฆ่าล้างพวกที่ละทิ้งความเป็นมนุษย์เฉกเช่นพวกแกให้หมดสิ้น”
“ถุ้ย มาเรียกคนอื่นว่าเป็นปีศาจเพียงเพราะตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ นี่พวกแกไม่เคยสำเหนียกดูตัวเองบ้างรึไงกัน”
เมื่อคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ยิน ไม่เพียงจะไม่สำนึกเสียใจ มันยังแสดงความเย่อหยิ่งจองหองออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วไง”
“ต่อให้แกยังมีวิธีการอีกนับร้อยนับพันอยู่กับตัว แล้วแกจะทำอะไรข้าได้อีก”
“แกในตอนนี้ที่มีสภาพอ่อนแอเจียนตายแบบนี้ ข้าว่าแม้แต่ราชาเหนือราชาขั้นต้นก็ยังฆ่าแกได้เลยล่ะมั้ง ข้าว่า”
“ดังนั้น แกก็จงตายไปซะ”
เมื่อพูดจบ คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่หลุดรอด ก็ได้เปลี่ยนทิศทางแล้วพุ่งเข้าหาเฉินเฉียงในทันทีด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวถูกต้องแล้ว ในตอนนี้ แม้แต่ราชาขั้นสูงก็ยังฆ่าเฉินเฉียงได้เลยด้วยซ้ำ
แต่มันก็หลงลืมไปว่าเฉินเฉียงยังมีหยานเสวี่ย เว่ยฉิงเชิน หยางตู และคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์อยู่ในโลกใบเล็กของเฉินเฉียง
แต่กระนั้น เฉินเฉียงก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะให้ทั้งห้าคนออกมาจากโลกใบเล็กของเขาแต่อย่างใด
เมื่อเห็นว่าเฉินเฉียงตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ทั้งห้าคนได้กรีดร้องออกมา
“เฉินเฉียงปล่อยข้าออกไปนะ”
“พี่ใหญ่เฉินเฉียง ให้ข้าช่วยเหลือท่าน”
“ท่านนายเหนือหัว ผู้ใต้บัญชาผู้นี้ฟื้นฟูพอแล้ว”
เฉินเฉียงที่ได้ยินก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลยที่ทั้งห้าคนจะสามารถฟื้นฟูสภาพได้เร็วอย่างที่พูด โดยเฉพาะความเหนื่อยล้าทางจิตที่เกิดจากการใช้พลังจิตอย่างต่อเนื่อง
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ หากทั้งห้าคนร่วมมือกัน ก็ยังพอมีความเป็นไปได้ที่จะรับมือหรือแม้แต่สังหารคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งตรงเข้ามาได้
นี่จึงทำให้แม้จะไม่อยาก แต่เฉินเฉียงก็ให้ทั้งห้าคนออกมาจากโลกใบเล็ก
ในหมู่คนทั้งห้า หยานเสวี่ยฟื้นฟูได้ช้าที่สุด ตามมาด้วยเว่ยฉิงเชิน คนของฮุยตู๋ และหยางตู
ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสลำดับสองของฮุยตู๋ หยางตูแข็งแกร่งเป็นรองเพียงฮูเตี๋ยนเท่านั้น
นี่จึงทำให้ในทันทีที่เฉินเฉียงปล่อยเขาออกมาจากโลกใบเล็ก หยางตูก็ใช้พลังจิต จับจดอยู่ที่คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์คนนี้ในทันที
แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำสิ่งใด เขาก็ได้ยินเสียงของเฉินเฉียงตะโกนขึ้นมา “ผู้อาวุโสสอง รีบถอยออกมา”