รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่476 โอกาสดีที่จะเลี้ยงธิชาไว้ข้างกาย
พูดให้ถูกก็คือ……นั่งอยู่บนจุดสำคัญตรงตักของเขา
อุณหภูมิที่ร้อนผ่าวและแข็งนั้นทำให้เธอนั่งได้ไม่นิ่ง จึงขยับก้นช้าๆ
ธิชาแทบจะตกลงไปแล้ว จึงต้องยื่นมือไปโอบคอของชายหนุ่มเอาไว้
เธออ่อนนุ่มจนเหมือนแมวเหมียวตัวน้อย
แต่ออร่ารอบกายกลับเหมือนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
ธาวินหรี่ตาเล็กน้อย อดไม่ได้พูดว่า “ธิชา ฉันรู้สึกเหมือนว่าเธอจะเติบโตขึ้นไม่น้อยในคืนเดียวนะ หื้ม?”
ธิชาขยับก้นช้าๆ และเขียนความรู้สึกของการนั่งไม่สบายทั้งหมดไปที่ใบหน้า
แต่มุมปากเธอกลับกระตุกยิ้มขึ้นมา
ยิ้มได้อย่างอ่อนโยนและมีเสน่ห์
“ฉันรับรู้ได้ถึงความคิดของพี่ อาจเป็นเพราะรู้หลักการแล้ว คนก็เลยเติบโตขึ้นจริงๆ……”
สภาพที่น่าดึงดูดของธิชาไม่สามารถตัดสินได้เลยว่าเธอตั้งใจหรือจงใจกันแน่
ธาวินแทบจะเสียสติไปแล้ว
ร่างกายของเขาเหมือนล่องลอยอยู่กลางอากาศ สติของเขาหลุดลอยไปไกล
ธิชาไม่รู้ว่าไม่เข้าใจ หรือตั้งใจทำแบบนี้ เธอขยับไปมาไม่ยอมหยุด
ธาวินเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มในใจขึ้นทุกที……
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของธิชาอย่างลึกซึ้ง และถามด้วยรอยยิ้มว่า “อ้อ? เธอเข้าใจหลักการอะไร?”
มือของธาวิน เลื้อยเข้าไปใต้เสื้อไหมพรมของเธออย่างไร้เสียง
ธิชารู้สึกจั๊กจี้ อดไม่ได้หัวเราะออกมาเสียงเบา
ร่างกายของเธอก็อ่อนระทวยลง
การประเดิมในครั้งนี้——ในที่สุดก็มีความสูสีกัน
แต่นี่ยังไม่พอสำหรับธาวิน
เขาเคยชินกับการควบคุม
ไม่ยอมให้ถูกควบคุมเด็ดขาด
นี่เป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ของเขากับธิชา
และเป็นปกติ……ในทุกความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของเขา
ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะควบคุมเขาได้ง่ายๆ
แม้จะเป็นธิชาที่รักของเขา ก็ไม่อาจทำได้
…………
การประเดิมที่สูสีกันทำเอาธาวินแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
แต่ทว่ารอยยิ้มนี้กลับหยุดอยู่เพียงสองวินาที
เพราะว่า……ทันใดนั้นธิชาก็ยื่นมือไปจับของเขาไว้แน่น
เธอทำท่าที่กล้าหาญและรุนแรงแบบนี้
เป็นเหมือนเรื่องที่มีแต่ผู้หญิงสำส่อนจะทำได้
แต่ใบหน้ากลับมีแต่ไม่รู้ไม่ชี้
โดยเฉพาะตอนที่เธอกะพริบตา ก็ยิ่งเหมือนเด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ลมหายใจของธาวินถี่ขึ้นเรื่อยๆ เขาหรี่ตาลง
ในใจก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่สามารถเห็นธิชาเป็นเด็กน้อยได้อีกแล้ว……
เธออาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้
เธออาจจะกลับมาเป็นปกติแล้ว
สรุปคือ……ธิชาไม่ใช่เด็กที่มีความคิดอายุสิบขวบอีกแล้ว
เขาหรี่ตาลง กัดฟันถามว่า “เธอรู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?”
ดวงตากลมโตสีดำของธิชากะพริบปริบๆ ตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ฉันรู้ พี่คะ เมื่อคืน……ฉันศึกษามาแล้วว่าเรื่องนั้นต้องทำยังไงบ้าง”
สมองของธาวินว่างเปล่า แม้จะรู้ว่าธิชากำลังพูดอะไร
แต่สำหรับเขาแล้วมันดูกะทันหันมากจนไม่ทันตั้งตัว
ก่อนหน้านี้ธิชาเคยถามเรื่องนี้กับเขา
เขาเคยคิดที่จะจับเผด็จศึกเลย แต่ก็ต้องหยุดเพียงเท่านั้น
ธิชายังไล่ถามไม่หยุด เขาไม่ยอมพูดอะไร จึงบอกว่าถ้าเธอสงสัยจริงๆก็ไปถามเกล้าแก้ว
แต่ธิชาไม่ได้ไปถามเกล้าแก้ว……
แต่ไปนอนนอกบ้านมาคืนหนึ่ง……ก็มานั่งอยู่บนตักเขา บอกเขาว่า เธอรู้หมดทุกอย่างแล้ว
ธาวินหรี่ตาลง สีหน้าดุดันขึ้นเรื่อยๆ
รังสีพิฆาตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
และรังสีพิฆาตนี้……ไม่ได้มาจากแค่ความรู้สึกเท่านั้น
เขาจ้องมองใบหน้าที่ไร้เดียงสาของธิชา แล้วถามอย่างเข้มงวดว่า “ใครสอนเธอ คิมหันต์เหรอ?”
ธิชาหัวเราะเสียงเบา และในที่สุดใบหน้าของเธอก็แสดงความเขินอายเล็กน้อยที่ผู้หญิงควรมีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
เธอกะพริบตา มองเขาโดยไม่หลบสายตาไหน
“พี่ก็ลองเดาสิคะ”
ความเป็นไปได้นั้นผุดขึ้นมาในสมองของธาวิน……
สำหรับเขาแล้วเป็นเหมือนการโจมตีอย่างหนึ่ง
เขาทำหน้าบึ้งตึง ทันใดนั้นก็หยิกก้นของเธอ
“ธิชา เธอกล้ามากเลยนะ”
ธิชารู้สึกเจ็บจี๊ด จนต้องร้องซี๊ดออกมา เธอมองเขาด้วยใบหน้าบริสุทธิ์ใจ ถามเขาอย่างไม่เข้าใจว่า “ทำไมล่ะ? ฉันก็แค่……ก็แค่ให้คิมหันต์เปิดหนังอย่างว่าให้ดูเองนี่? หนังเรื่องนี้แสดงได้ละเอียดมากเลยนะ ฉันฉลาดมาก แค่ดูแวบเดียวก็รู้แล้วล่ะ”
ท่านั่งเมื่อกี้เขายังคงทนไหวแต่ตอนนี้กลับขยับไปข้างๆ
ธาวินหายใจเร็วและแรงกว่าเดิม
เขารู้ว่าตัวเองเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
ท่าที่เดี๋ยวไร้เดียงสาเดี๋ยวอ่อยของธิชา ทำเอาเขาเวียนหัวไปหมด
ครั้งนี้เขาแทบจะไม่ลังเลเลยก็พลิกตัวและคร่อมตัวธิชาเอาไว้
เขายกมือขึ้นตบก้นธิชาเบาๆ
ตีอยู่อย่างนั้นหลายที
ธิชาก็หัวเราะไปด้วย และพยายามหลบไปด้วย
แต่ทั้งตัวของเธอถูกเขาจับล็อกไว้แน่น จึงไม่มีโอกาสได้หนีเลย
ธิชาทำปากจู๋ไม่พอใจ
“ทำไมพี่ต้องตีฉันด้วย?”
เขาหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นชาจนทำเอาคนใจสั่น
“ว่าไงล่ะ ธิชา เธอพูดเองสิ”
ธิชามองเขาด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ใจ “พี่จะให้ฉันพูดอะไร?”
เขายกมือขึ้นตีลงไปอีกครั้งแรงๆ
ธิชาร้อง ‘โอ๊ย’ ออกมาเสียงเบา ร้องออกมาด้วยความไม่จริงใจ
ธาวินบีบคางเธอไว้ แล้วพูดว่า “เธอกับเจ้าคิมหันต์อะไรนั่น……นอนด้วยกันแล้วเหรอ?”
ในหัวของธิชามีภาพตอนหลังเที่ยงคืนปรากฏขึ้น
เธอกับคิมหันต์……นอนด้วยกันแล้วจริงๆ
ตอนนี้มาคิดดูแล้ว……ก็เขินเหมือนกันนะ
แต่นั่นก็ไม่ถือว่าทำแล้วนะ
เพราะยังไงตอนนั้นเธอ……ดื่มเหล้าไปแค่ขวดเดียว
แล้วดูหนังอย่างว่าอีกหนึ่งเรื่อง
ตอนนั้นในสมองเธอ มีแค่ธาวินเท่านั้น
ผู้หญิงในหนัง ดูแล้วเก่งมากเลย
ทำเอาผู้ชายแทบรับมือไม่อยู่
ธิชาก็อยากเป็นเหมือนผู้หญิงคนนั้น เอาชนะผู้ชายของตัวเองเหมือนพิชิตโลกทั้งใบ
ทั้งหัวใจของเธอ……มีแค่ธาวินเท่านั้น
แต่สำหรับเธอแล้ว
เรื่องนี้กลับดูอันตรายเกินไป
เธอจะทำเรื่องที่ไม่มั่นใจไม่ได้
อาจจะผิดพลาดไปหนึ่งครั้ง……ครั้งที่สองก็ยากที่จะมีความกล้าแบบนั้นอีก
ดังนั้น……ความสำเร็จมาจากการฝึกฝน
ตอนนั้นธิชาก็เลยหลอกใช้คิมหันต์เพื่อฝึกฝนทักษะ
ยังไงสำหรับคิมหันต์แล้ว……
ก็เป็นเรื่องที่ความสุขเรื่องหนึ่ง
สำหรับเขาแล้วก็ไม่เสียเปรียบอะไร
…………
ธิชาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเติบโตในคืนเดียว
แต่สิ่งที่วุ่นวายในสมองของเธอกลับโปร่งใสกว่ามาก
เธอรู้ว่าบางคำพูดสามารถพูดต่อหน้าธาวินได้ แต่บางคำพูดจะพูดไม่ได้โดยเด็ดขาด
เธอยังคงกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา และถามเขาว่า “เมื่อกี้ก็พูดแล้วนี่? ฉันแค่……ดูหนังอย่างว่ากับคิมหันต์เอง”
นิ้วมือเรียวยาวของธาวินยังคงบีบคางเธอเอาไว้ ไม่คิดจะปล่อยเลยด้วย
“เธอโกหก”
ธิชาส่ายหน้าเบาๆ “ฉันไม่ได้โกหกนะ ทำไมฉันต้องโกหกด้วย?”
ธาวินคาดเดาไม่ออก
ตั้งแต่ธิชาเกิดเรื่อง เธอก็ตัวติดกับเขาเหมือนเด็กน้อยตลอดเวลา
เขาดูแลเรื่องอาหารและที่พักให้เธออย่างละเอียดอ่อน
แต่จนถึงตอนนี้ เธอยังไม่เคยมีปฏิกิริยาแบบนี้มาก่อน
ด้านนี้ของเธอ……ก็เหมือนกับเพิ่งเปิดเผยออกมา
เขาตัดสินไม่ได้เลยว่าธิชากำลังโกหกอยู่หรือเปล่า
ธิชาเห็นเขาไม่พูด
ไม่เพียงแต่ไม่มีสีหน้าตื่นเต้น
แต่กลับหัวเราะออกมาเสียงเบา
เธอยื่นมือไปจับมือใหญ่ของธาวิน ต่อมาก็จับมือเขาแล้วกดไปที่ร่างกายของตัวเอง……
“ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ พี่ลองตรวจสอบดูก็ได้นะ”
…………
เรื่องที่ธิชาปรากฏตัวในโรงเรียน ไม่นานข่าวเรื่องนี้ก็กระจายไปแค่วงใน
คนที่ได้ข่าวก่อนคือวรรจชนก
ไม่ถึงครึ่งวัน ดนัยกฤตก็ได้ข่าวแล้วเหมือนกัน
คนที่ส่งออกไปรายงานมาว่า ตอนนี้ธิชาเรียนในโรงเรียนด้วยตัวตนเด็กนักเรียนธรรมดา ไม่ได้ปิดบังประวัติอะไรมาก
แต่ด้านอายุ……รวมไปถึงข้อมูลอื่น เหมือนจะน้อยกว่าอายุจริงของเธอมาก
ตอนที่ดนัยกฤตได้ข่าวแล้ว เขาก็เงียบอยู่นาน
วรรจชนกกำลังอยู่ข้างกายของเขาพอดี
เธอเห็นโอกาสเหมาะจึงพูดว่า “ที่จริง สำหรับนายแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ยังถือว่ามั่นคงดี แม้ธาวินจะยังไม่พ้นวาระ แต่เขาก็ไม่มีอำนาจที่จะสู้กับนายได้อีกแล้ว ตอนนี้แม้พวกเราจะไม่ค่อยรู้เรื่องสภาพจิตใจของธิชามากเท่าไหร่นัก แต่สรุปข้อมูลเล็กๆน้อยๆนี้ ก็เพียงพอสำหรับการตัดสินแล้วว่า ธิชาน่าอยู่ในอาการความจำเสื่อม อาจจะไม่ได้เสียแค่ความทรงจำ เธออายุสี่สิบเอ็ดแล้วแต่ธาวินกลับส่งเธอไปเรียนมัธยมเอกชน อาจจะสูญเสียความทรงจำและสมองเสื่อมไปด้วย”
ใบหน้าของดนัยกฤตไร้อารมณ์ใดๆ
แค่ถามเธออย่างไม่เร่งรีบว่า “ความคิดของเธอ?”
วรรจชนกพูดเสียงเบา แต่คำพูดกลับดูชัดแจ๋วและแสดงจุดยืนของเธอได้อย่างชัดเจน
“ถ้านายอยากเลี้ยงธิชาไว้ข้างกายอีก ตอนนี้ใช้โอกาสที่เธอเสียความทรงจำและสมองเสื่อม อาจจะเป็นโอกาสที่ดีมากด้วย ดนัย เมื่อก่อนฉันก็บอกตลอดว่านายโชคดีมาก เป็นคนที่พระเจ้าทรงรัก ขอแค่นายต้องการ ธิชาจะต้องกลับมาหานายแน่นอน และตอนนี้ ก็เป็นโอกาสที่พระเจ้าสร้างให้นาย”