รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่474 ฉันอนุญาตให้เธอมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่
ธิชาทำหน้าบูดตึง เธอดูน้อยใจและดูงี่เง่ามาก
ธาวินไม่รู้ว่าตัวเองอดทนอดกลั้นได้ยังไง กับการที่ถูกเธอกวนจนทำให้โกรธจนแทบบ้าคลั่ง
เมื่อคืนเกล้าแก้วก็คอยคิดหาวิธีทางปลอบธาวินอยู่ตลอดเวลา
ธาวินโกรธเพราะธิชาปิดโลเคชั่นและยังปิดเครื่องอีก เกล้าแก้วเลยพูดว่า ที่เธอทำแบบนี้ ก็แค่อยากมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเอง ไม่อยากให้ถูกรบกวน แม้จะปิดเครื่อง แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าเธอยังปลอดภัยดี แค่เล่นสนุกจนเพลิน ไม่อยากกลับบ้านก็เท่านั้นเอง
ถึงธาวินจะโกรธ แต่ในใจก็รู้ดีว่าธิชายังป่วยอยู่ เขาจะโมโหเพราะการกระทำอารมณ์ชั่ววูบของธิชาไม่ได้ เดี๋ยวเธอจะตกใจและอาการแย่ลงกว่านี้
เกล้าแก้วเห็นธิชาเป็นแบบนี้ ก็พูดอย่างเหนื่อยใจว่า “พวกเธอสองคน……เลิกทะเลาะกันสักที มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากกันไม่ได้หรือไง? พูดดีๆ อย่าใจร้อนกันเลย”
ไหล่ของธิชาถูกมือใหญ่ของธาวินจับไว้แน่น บีบจนเธอเจ็บไปหมด
เธอขยับแขนของตัวเองเล็กน้อย แล้วพูดบ่นว่า “เจ็บนะ ปล่อย”
ธาวินทำหน้าบึ้ง นานมากก็ยังไม่คิดจะปล่อยมือออก
ความรู้สึกไม่พอใจของธิชาเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เธอทำหน้าบึ้ง จ้องมองธาวินด้วยแววตาที่สับสน พูดด้วยน้ำเสียงที่โมโหว่า “ธาวิน ถ้าพี่ยังรังแกฉันแบบนี้อีก……ฉันจะไม่ชอบพี่แล้วนะ”
ธาวินอึ้งไปชั่วขณะ
ถึงธาวินจะโกรธ แต่ในใจก็คิดว่าธิชายังเด็กมาก
บวกกับที่ตอนนี้เธอกำลังโกรธเป็นเด็กอยู่ ก็ยิ่งเตือนธาวินในเรื่องนี้ได้ดี
ธาวินยังคงทำหน้าบึ้งตึง แต่มือกลับเบาลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด
แม้เขาจะจับแขนเธอไม่ยอมปล่อย แต่เขาก็พยายามควบคุมแรงของตัวเองให้ถึงที่สุด
สักพักใหญ่ เขาก้มหน้าจ้องมองใบหน้าที่มีสีหน้าหดหู่ของเธอ และพูดอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำว่า “กลับห้องไปก่อน เล่าเรื่องทุกอย่างที่เธอไปทำมาเมื่อคืนให้ฉันทั้งหมด”
เกล้าแก้วเห็นธาวินใจเย็นลงแล้ว ก็คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาใหญ่อะไร
การเปลี่ยนแปลงของธิชาอยู่ในความคาดหมายเธออยู่แล้ว
สารพิษไม่สามารถกำจัดหมดได้ในครั้งเดียว สารพิษขั้นสูงของกองทัพอเมริกามีผลการทำลายล้างเพียงครั้งเดียว และไม่มีความเป็นไปได้ที่จะรักษาให้หายขาดได้
แต่หลังจากที่ธิชาได้รับสารพิษแล้วก็มียามากมายที่คอยระงับไว้อยู่ สติและอะไรหลายๆด้านของเธอก็จะมียาคอยช่วยนำพาให้เข้าสู่โหมดปกติได้
ส่วนระดับการฟื้นฟูในภายหลัง ร่างกายของทุกคนแตกต่างกัน ด้วยการรักษาและติดตามอาการธิชาแล้ว เกล้าแก้วคิดว่าธิชาอยู่ในช่วงเติบโตที่มีความเปลี่ยนแปลงสูง ระดับการฟื้นฟูก็จะไม่ช้าเกินไป
ดังนั้นต่อไปทุกการเปลี่ยนของเธอ ในสายตาของเกล้าแก้วก็จะเป็นเรื่องปกติทั้งหมด
แต่ระหว่างธิชากับธาวิน คงต้องใช้เวลาคุยกันสักระยะ
…………
พอขึ้นไปข้างบนแล้ว ภายในห้องใหญ่เหลือเพียงธาวินกับธิชาที่นั่งเผชิญหน้ากันอยู่
ธิชานั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา ก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไรก่อน
ธาวินรอเธออธิบายเรื่องเมื่อวาน แต่ทว่าเธอไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำเดียว แถมยังทำท่าทีต่อต้านเขาแบบนี้อีก
ธาวินเริ่มหมดความอดทน เขานั่งข้างธิชา ยื่นมือไปบีบคางของธิชาไว้
แล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ธิชา เธอไม่ฟังคำของฉันแล้วใช่ไหม?”
ธิชาถูกบังคับให้เงยหน้ามองเขา
แววตาของธาวินเข้มงวดมาก
แต่นอกจากเข้มงวดแล้ว เหมือนจะมีสิ่งที่ซับซ้อนปนอยู่ด้วย
เธอมองไม่ออกและไม่เข้าใจ
ธิชากัดริมฝีปาก อธิบายเสียงเบาว่า “ฉันไม่ได้ไม่เชื่อฟังนะ ฉันแค่อยากมีชีวิตและสังคมของตัวเอง พี่ก็มีสังคมเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ฉันจะตัวติดกับพี่ตลอดเวลาไม่ได้ พี่ก็ไม่มีเวลามาอยู่กับฉันทุกวันเหมือนกัน หรือฉันจะมีเพื่อนของตัวเองเลยไม่ได้หรือไง? พี่บอกเองว่า อยากให้ฉันมีเพื่อนเยอะๆ พี่เห็นฉันมีความสุข แต่กลับไม่พอใจงั้นเหรอ?”
ธาวินยังคงทำหน้าบึ้ง น้ำเสียงเย็นชาลงไปมาก “ฉันไม่เคยห้ามไม่ให้เธอมีเพื่อน ฉันก็อยากให้เธอทำทุกอย่างที่อยากทำ แต่เมื่อคืนสี่ทุ่มกว่าแล้ว อนุญาตให้เธอกลับบ้านสี่ทุ่มกว่าก็ถือว่าดีมากแล้ว เธอยังไม่เชื่อฟังและคิดจะขัดคำสั่งฉันอีก”
ธิชากัดริมฝีปากบาง และพูดบ่นอย่างน้อยใจว่า “แต่เพื่อนฉันบอกว่า สี่ทุ่มกว่ายังเช้าอยู่เลย พวกเขาไม่รีบกลับบ้าน มีแค่พี่ที่ตามฉันกลับบ้าน ธาวิน พี่คุมฉันมากไปแล้วนะ ต่อไปพี่อย่าคุมเรื่องเวลากลับบ้านของฉันได้ไหม?”
สีหน้าของธาวินเยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ
เขาพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเพื่อคุยกับธิชา
เขาคิดว่าธิชาเป็นเด็ก เป็นน้องสาว แต่เขาไม่คิดว่าธิชาจะเอาแต่ใจในช่วงเวลาหนึ่งเดือนสั้นๆแบบนี้ได้
ก่อนที่จะไปเรียนเธอไม่ได้เป็นแบบนี้
ก่อนหน้านี้เธอตัวติดกับเขาตลอด ส่วนใหญ่ก็เชื่อฟังคำพูดของเขาด้วย
ธาวินทำหน้าบึ้ง และพูดทีละคำอย่างชัดเจนว่า “ฉันเป็นพี่ชายของเธอ ถ้าฉันไม่คุมเธอ เธอยังอยากให้ใครมาคุมเธออีกงั้นเหรอ?”
ธิชาขมวดคิ้ว พูดเสียงเบาว่า “ฉันดูแลตัวเองได้ ฉันอยู่คนเดียวได้แล้ว ต่อไปพี่ไม่ต้องมาคุมฉันก็ได้”
ธาวินได้ยินแล้ว ไม่เพียงแต่ขมวดคิ้วเป็นปม ขนาดขอบตายังกระตุกเลย
ทันใดนั้นเขาก็บีบไหล่ของธิชาไว้ แล้วถามด้วยว่า “ใครสอนเธอพูดแบบนี้ ธิชา เธอบอกฉันมานะ ว่าใครสอนเรื่องไม่ดีแบบนี้กับเธอ?”
ธิชาถูกเขาบีบไหล่จนระบมไปหมด เธอขมวดคิ้วพยายามขัดขืนออกมา
“ไม่มีใครสอนอะไรฉันทั้งนั้นแหละ ธาวินปล่อยฉันนะ ทำไมพี่ถึงเป็นแบบนี้ ฉันสามารถใช้ชีวิตคนเดียวได้ พี่เป็นแค่พี่ชายฉันเท่านั้น ฉันไม่ได้เป็นของพี่ ทำไมพี่ต้องสอนและคุมฉันเหมือนเด็กอยู่ตลอดเวลาด้วย?!”
ธาวินทำหน้าบึ้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ก็เธอยังเด็กนี่”
ธิชาส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่เด็กแล้วนะ ฉันแค่เกิดอุบัติเหตุ แค่เกือบบ้าเอง ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว ยังไงฉันก็ต้องโตอยู่ดี ตอนนี้ฉันก็โตมากแล้วด้วย!”
“งั้นเหรอ? งั้นเธอบอกฉันมาสิ เมื่อคืนเธออยู่กับใคร ทำอะไรไปบ้าง ทำไมถึงกลับมาตอนเที่ยง เธอบอกมาก่อน”
ธิชาขมวดคิ้วเป็นปม กัดริมฝีปากบาง ไม่ยอมตอบคำถามเขา
ธาวินทำหน้าเข้มงวดอยู่นาน จากนั้นก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “เธออย่าคิดว่าไม่พูดแล้วจะปิดบังฉันได้นะ ธิชา ถึงเธอจะไม่บอกฉันก็รู้ว่าเธออยู่กับใคร ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะ ถ้าต่อไปไม่เชื่อฟังกันอีก ฉันจะไม่ยอมให้เธอออกไปด้านนอกอีก ไม่ให้เธอได้เรียน และไม่ให้เธอได้เจอกับคิมหันต์ด้วย!”
ธิชาได้ยินแล้วก็ตะลึงจนสีหน้าซีดเซียว
เธอจ้องมองใบหน้าของธาวินนิ่ง มองดูใบหน้าที่เย็นชา และหายใจถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง
ตอนแรกเธอยังไม่อยากจะเชื่อ
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยบอกชื่อของเพื่อนๆที่เธอคบหาเลยสักคน ธาวินก็ไม่เคยถามมาก่อนด้วย
สำหรับเขาแล้ว เพื่อนของเธอก็เป็นเด็กน้อยเหมือนเธอ เขาจะสนใจโลกของเด็กน้อยได้ยังไงกัน
ธาวินเห็นสีหน้าที่ตกตะลึงของเธอ ก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “เธอคิดว่าเธอจะปิดบังฉันได้เหรอ คิมหันต์เหรอ? ถ้าเธอยังทำเป็นเล่นอีก ฉันก็ย่อมมีเวลาทำให้เธอไม่ได้เจอกับเขาอีก”
ธิชาถูกเขาข่มขู่ ในใจก็ต้องรู้สึกไม่พอใจมากอยู่แล้ว
แต่เธอคิดไม่ออกว่าธาวินรู้เรื่องนี้ได้ยังไง
……
เธอเงียบไปสักพักใหญ่ เบะปากด้วยสีหน้าที่ดื้อรั้น “ไม่เจอก็ได้ พี่คิดว่าฉันจะสนใจขนาดนี้เลยเหรอ?”
ธาวินได้ยินแล้ว ก็บีบใบหน้าเธอไว้ด้วยมือเดียว
ธิชาถูกบีบจนเจ็บใบหน้าไปหมด น้ำตารื้นขึ้นเต็มขอบตา
“พี่จะทำอะไร?!”
เธอกรีดร้อง
ธาวินกลับพูดทีละคำอย่างเลือดเย็นว่า “เมื่อคืนเธอกับคิมหันต์ทิ้งเพื่อนในร้านแล้วกลับไปก่อน คิมหันต์สารภาพรักกับเธอ เธอบอกว่าขอคิดก่อน ต่อไปล่ะ ต่อไปเธอก็ตอบตกลงไปแล้ว ใช่ไหม?”
ธิชารู้สึกเหมือนถูกล้วงความลับ
เธอรู้สึกปวดหัวมาก……
แม้ส่วนที่ธาวินพูดถึงจะธรรมดามาก ไม่มีเนื้อหาต้องห้ามอะไร
แต่เรื่องของเธอกับคิมหันต์……ถูกเขาพูดออกมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอไม่ได้เตรียมใจไว้เลยด้วย จึงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
สักพักใหญ่ก็ยังไม่เห็นเธอพูด
ธาวินพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ฉันเดาถูกล่ะสิท่า เธอตอบตกลงเขา ธิชา ฉันแค่ให้เธอไปเรียน ให้เธอคบเพื่อน ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วว่าต้องปกป้องตัวเองให้ดี ฉันอนุญาตให้เธอมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ธิชา ในหัวเธอคิดอะไรอยู่กันแน่!”
ธิชาถูกเขาด่าจนสีหน้าแย่ลงไปเยอะมาก
เธอตอบกลับไปด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้ “การมีแฟนกับการปกป้องตัวเองให้ดีเกี่ยวกันยังไงเหรอ? หรือฉันจะมีแฟนไม่ได้? คิมหันต์เป็นเพื่อนคนแรกที่ฉันรู้จัก คุยกับเขาก็สนุกมากด้วย เขาก็มีเวลามาเล่นกับฉันบ่อยๆ หน้าตาก็ดูดี หล่อเหมือนพระเอกในหนังเกาหลี ในเมื่อเขาสารภาพรัก ทำไมฉันจะตอบตกลงไม่ได้?”