รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่292 นิสัยใจง่าย แก้ไม่ได้สักทีนะ
ทั้งที่อยู่ในความทรงจำ และยังอยู่ใกล้มากอีกด้วย ไม่ได้เป็นเรื่องที่ห่างกันนานเท่าไหร่เลย แค่นึกนิดเดียวก็นึกออกแล้ว
แต่วินาทีนี้ ธิชายิ่งคิดก็ยิ่งลนลาน ยิ่งลนลานสมองก็ยิ่งใช้การไม่ได้ ยิ่งว่างเปล่าก็ยิ่งสับสน
ธิชาขยี้หูที่ร้อนผ่าวของตัวเอง มองดูชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตกใจ เรียกดนัยกฤตอยู่หลายครั้ง
แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ตอบเธอสักที
เหมือนจะมองเธอด้วยแววตาที่ดูถูกเหยียดหยามอีกด้วย
สายตาแบบนี้ทำให้ธิชารู้สึกสับสน
เธอรู้สึกปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องยื่นมือไปนวดขมับ
จากนั้นไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงกัดริมฝีปากแล้วถามเสียงเบาว่า “พี่ชาย นั่นพี่ใช่ไหม?”
ที่จริงธิชาก็ดูไม่ออกหรอกว่าอีกฝ่ายคือใคร
แค่รู้สึกเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวห่าง ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า
ขนาดเธอยังไม่รู้เลยว่าทำไมถึงเรียกธาวิน
เหมือนมีสิ่งของบางอย่างในจิตใต้สำนึกนำทางเธออยู่
ในตอนที่ดนัยกฤตไม่ยอมตอบสักที เธอก็รู้สึกได้ทันทีเลยว่า ตัวเองจำคนผิด
ที่จริงชายตรงหน้า……ไม่ใช่ดนัยกฤต แต่เป็นธาวิน
……
การเรียกชื่อผิดเป็นเหมือนความผิดที่ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจให้อภัยได้
ธิชาเป็นเหมือนเด็กน้อยที่สับสน จ้องเขานิ่งๆ เหมือนรอคุณครูมาแก้โจทย์ให้ และเหมือนกำลังรอการตัดสินของโชคชะตา
ในที่สุด ชายหนุ่มก็หัวเราะแล้วลูบไล้ใบหน้าของเธอ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“คนสวย เธอนี่มันมีนิสัยใจง่าย ไม่รู้จักแก้เลยนะ”
ปฏิกิริยาของธิชาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ผ่านไปหนึ่งนาทีเต็ม ก็ถึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
ตอนนี้เธอก็ไม่สนแล้วว่าตัวเองจะเรียกชื่อผิดหรือเปล่า แค่รู้สึกว่าโมโหและอับอายมาก
เธอถามออกไปอย่างโมโห โดยไม่กลั่นกรองจากสมองก่อน “นาย……นายหมายความว่ายังไง นายด่าฉันเหรอ? ฉันใจง่ายยังไง นายพูดให้ชัดเจนเลยนะ! พูดเลย!”
ธิชาโกรธมากจริงๆ
โกรธจนเจ็บกระเพาะไปหมด เธอเบิกตาโพลงโต สองมือเท้าสะเอว ทำท่าจะเอาคำตอบให้ได้
ชายหนุ่มหรี่ตาลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ตัวกาลกิณี เธอมันเป็นแค่นังโสโครก!”
ธิชาโกรธจนพูดคำหยาบ “นายบ้าไปแล้ว เป็นบ้าอะไรของนาย?!”
จากนั้นในตอนที่เธอโกรธจนเลิกแขนเสื้อขึ้นเตรียมสู้กับคนตรงหน้า ทันใดนั้นก็รู้สึกเวียนหัวอย่างหนัก จากนั้นภาพตรงหน้าก็มืด จนเธอต้องสลบเหมือดลงไป
…………
ในตอนที่ธิชาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาเธอก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง การฟังเหมือนจะกลับมาเป็นปกติแล้วด้วย
กลิ่นที่หอมและทำให้คนเสพติดได้ในอากาศก็หายไปแล้วด้วย
ในที่สุดธิชาก็จำได้ว่าคืนนี้ตัวเองมาทำอะไร
เธอพูดพึมพำว่า: “เพียงวรินทร์ล่ะ พวกนายเอาเพียงวรินทร์ไปไว้ที่ไหน?!”
ธิชาสีหน้าเข้มงวด แม้จะจำไม่ค่อยได้ว่าก่อนเป็นลมเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง และยังจำคำพูดที่ตัวเองพูดไม่ได้ด้วย แต่ห้องที่แปลกแบบนี้ รวมไปถึงบรรยากาศในร้านด้วย……ทำให้เธอเกิดข้อสงสัยอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนักเต้นสาวรำที่ร่างกายเปลือยเปล่า ธิชาก็กวาดตามองรอบด้าน ก็ไม่เห็นบอดี้การ์ดของตัวเองเลยสักคน
ทั้งที่ดนัยกฤตจัดกำลังบอดี้การ์ดที่เคยเป็นทหารมาปกป้องเธอกว่าแปดถึงสิบสองคน ปกป้องความปลอดภัยของเธอแบบยี่สิบสี่ชั่วโมง
เมื่อกี้ในตอนที่เดินไปที่ห้อง ทั้งที่เธอก็เห็นอยู่ว่ามีบอดี้การ์ดเดินตามหลังมาครามที่นำขบวนก็ยังพูดกับเธออยู่เลย
ธิชาใจคอไม่ดีมาก จนรู้สึกระแวงขึ้นมา
ก่อนหน้านั้นดนัยกฤตก็เตือนเธอแล้ว
ด้วยตำแหน่งและฐานะของเขา มีคนจับตามองอยู่มากมาย ความอันตรายที่อยู่กับเขา ไม่น้อยไปกว่าธาวินเลย
ดังนั้นเขาจึงเฝ้าระวังการณ์ให้ธิชาตลอด ถ้าเกิดเรื่องอันตรายขึ้น จะต้องทำใจเย็นไว้ก่อน พยายามยื้อเวลาอีกฝ่ายไว้ให้ได้มากที่สุด
ช่วงนี้ธิชาเจอเรื่องช็อกมากมาย ช็อกจนแทบจะเสียขวัญ ครั้งนี้ก็ดูไม่เบาเหมือนกัน
“พวกเธอหยุดเต้นได้ไหม? ที่นี่ก็มีฉันแค่คนเดียว ไม่มีผู้ชายแล้ว พวกเธอเต้นให้ใครดูกัน?!”
เธอดไม่ได้ตะคอกสาวๆที่เต้นอยู่ข้างหน้า
“เพียงวรินทร์ล่ะ เพียงวรินทร์อยู่ที่ไหนกันแน่? ยังมีบอดี้การ์ดฉันอีก พวกเธอทำอะไรบอดี้การ์ดของฉัน?!”
ธิชารู้สึกปวดหัวมาก ครามรวมไปถึงบอดี้การ์ดคนอื่นก็เป็นคนมีความรับผิดชอบมาก ที่ผ่านมาก็ทำเต็มที่มาตลอด แต่ไม่รู้ว่าทำไม เหมือนยิ่งเป็นช่วงเวลาอันตรายมากเท่าไหร่ พวกคราม……ก็จะยิ่งทำผิดพลาดมากขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้เธอยังไม่มีเวลามาด่าใคร แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของพวกคราม
จะปกป้องเธอได้ไหมนั่นก็อีกเรื่อง ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไป……ธิชาก็คงรู้สึกผิดเหมือนกัน
ธิชารอด้วยจิตใจที่ทั้งกลัวและร้อนรน
มีชายคนหนึ่งผลักประตูออกจากอีกทิศทางหนึ่งภายในห้อง
ธิชามองดูหน้ากากบนใบหน้าของเขา……
ก็นึกขึ้นได้เลยว่าเขาคือใคร
นี่ก็คือ……คนที่ลักพาตัวเธอครั้งก่อน
การลักพาตัวครั้งก่อนเป็นฝันร้ายที่ธิชาไม่อาจสลัดให้หายไปได้เลย
ถ้าไม่ใช่เพราะดีใจเพราะท้อง เกรงว่าเธอจะยังออกจากฝันร้ายนั้นไม่ได้
ในตอนที่เธอคิดว่าอาจจะไม่ต้องเจอเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว……
ฝันร้ายก็กลับมาอีกครั้ง