รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่289 พวกเราปกป้องเขาด้วยกัน ดีไหม?
ธิชาก็ไม่รู้ว่าสมองตัวเองเป็นอะไร รู้สึกได้ว่าตอนที่ดนัยกฤตจุ๊บหลังมือเธอ หัวใจเธอกลับอ่อนระทวยลงไปทันที
และหัวใจที่เต้นเร็วไม่เป็นจังหวะก็เต้นช้าลงไปด้วย……
ผู้ชายตรงหน้า แค่พูดด้วยคำพูดธรรมดาและลึกซึ้งเท่านั้นเอง
ดนัยกฤตมักจะพูดจาหวานแหววเพื่อหยอกเธอ
เธอน่าจะชินแล้วสิ
แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าทำไม เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองหยุดเต้น แผ่นหลังชาไปหมด ขนาดใบหูยังร้อนผ่าวไปด้วย เธอรู้สึกอายจนแทบเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
เธอทนไม่ไหวจริงๆ ก็เลยชักมือตัวเองกลับมา ก้มหน้าลงแล้วพูดพึมพำว่า “คุณอย่าทำแบบนี้เลย……”
ดนัยกฤตแกล้งถามว่า “ทำไมเหรอ คุณชายธิชาในอนาคต……ไม่ชอบเหรอ?”
ธิชายังรับไม่ได้กับการเรียกแบบนี้
ดนัยกฤตเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า รอเธอคลอดลูกแล้วก็จะแต่งงานกับเธอทันที
แต่ธิชาผ่านเรื่องราวมามาก จึงไม่ได้คาดหวังอะไรจากตัวเขามากเท่าไหร่
ขอแค่ได้คลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัยก็พอแล้วล่ะ แม้ต่อไปในอนาคต ความสัมพันธ์ของเธอกับดนัยกฤตจะเปลี่ยนไป
แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีลูก ขอแค่มีลูก เธอก็ไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไป โลกนี้จะต้องมีสักชีวิตที่เธอพร้อมจะอยู่ด้วยไปจนแก่และเสียสละทุกอย่างโดยไม่ลังเลได้
เธอจะต้องทำดีกว่าณิชานาฎแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว เธอก็จะให้ความรักกับเขามากที่สุดเท่าที่ทำได้
ส่วนคำพูดของดนัยกฤต ตอนแรกที่ธิชาได้ยินก็มีความสุขดี แต่เธอก็รู้ว่าที่เขาพูดแบบนี้ ก็เพื่อปลอบใจให้เธอวางใจแล้วคลอดลูกออกมา
คำสัญญาของผู้ชายจะเชื่อทั้งหมดไม่ได้ เหตุผลง่ายๆแบบนี้เธอเข้าใจมันดี
แต่ทว่าในวินาทีนี้ ในตอนที่ดนัยกฤตจับมือเธอไว้ แล้วเรียกเธอว่าคุณนาย
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่า การเรียกแบบนี้ สำหรับเธอมันดูไม่สบายใจและแปลกมาก
ก็เหมือนกับของล้ำค่าที่ทำได้แค่มองแต่ไม่อาจแตะต้องได้ แม้จะตกลงมาอยู่ตรงหน้าเธอ ขอแค่เธอโน้มตัวลงไป ลำบากแค่ไม่กี่วินาที สิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด เธอก็จะได้มาครอบครอง
ในขณะเดียวกัน วินาทีที่ธิชากำลังดีใจอยู่ ก็ต้องรู้สึกกังวลเหมือนกัน
สิ่งของที่ตอนแรกทำได้แค่เงยหน้ามอง ทันใดนั้นก็มาตกอยู่ในมือของเธอ มันอาจจะตกลงไปจากมือเธอได้ทุกเวลา จากนั้นก็ตกลึกลงไปเรื่อยๆ
ก็เหมือนกับจันทร์กระจ่างกลางนที มาลีฉายในคันฉ่อง ตื่นมาถึงพบว่า นั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน
……
ธิชาใบหน้าแดงระเรื่อโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอกัดริมฝีปากอย่างตื่นเต้น แล้วพูดเสียงเบาว่า: “ไม่ได้ไม่ชอบหรอก แต่ว่า ไม่เหมาะสมมากกว่า คุณอย่าเรียกฉันแบบนี้เลย……”
ดนัยกฤตกลับยื่นมือโอบไหล่เธอแน่นขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า: “เป็นเรื่องของเวลา เรียกแบบนี้เร็วๆ เธอจะได้คุ้นเคยไง”
ธิชาขัดขืนเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าว่า “แต่ แต่ว่าเด็กคนนี้เพิ่งจะเดือนกว่าเองนะ เขายังเล็กมาก อนาคตยังมีอีกตั้งเก้าเดือน ยังต้องรออีกนานเลยล่ะ นายทำแบบนี้ฉันรู้สึกกดดันมากเลยนะ แล้วถ้ากดดันมากไปก็ไม่ดีต่อผู้หญิงตั้งครรภ์ด้วย”
ดนัยกฤตกลับพูดว่า “ฉันไม่ได้จะกดดันเธอหรอก แต่ตอนที่ได้ยินเธอประกาศกร้าวต่อธาวินว่า สักวันเธอจะได้เข้าไปอยู่ในตระกูลภักดิภูมิเมธี ฉันได้ยินแล้วก็ดีใจมากเลยนะ”
ธิชารู้สึกหัวใจอ่อนระทวยและอบอุ่นปะปนกันไป จึงยากที่จะเผชิญหน้ากับเขาอย่างใจเย็น
ทั้งที่รู้ว่าในชีวิตนี้มาเรื่องมากมายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางคำสัญญาแม้ตอนนี้จะสัญญาจากใจจริง แต่สักวันความจริงใจนั้นอาจจะไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่ในวินาทีนี้……ธิชารู้สึกว่าตัวเองไม่เคยรู้สึกอบอุ่นแบบนี้มานานมากแล้วจริงๆ
เธอแค่อยากมีครอบครัวของตัวเองเท่านั้น
ตั้งแต่เด็กจนโตก็มีคำขอเล็กๆแค่นี้เอง
คำขอนี้เหมือนจะไม่มากเกินไปเลยนะ
ทันใดนั้นธิชาก็อยากจะยอมแพ้ต่อจิตใจตัวเอง
เมื่อมีความโลภแล้ว ความปรารถนาก็จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
แต่เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังคิดเพ้อเจ้ออยู่เลย
เธอแค่อยากอยู่กับพ่อของลูก……ไปตลอดชีวิตเท่านั้นเอง
ธิชารู้สึกใจเย็นมากขึ้น
เธอไม่ปฏิเสธและไม่อธิบายอะไรอีก
แต่แค่นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาเงียบๆ
“ดนัยกฤต เด็กคนนี้ ฉันจะต้องคลอดออกมาให้ได้”
“เขาเป็นสิ่งที่ฉันคาดหวังมากที่สุดในชีวิตนี้”
“พวกเรา……จะต้องปกป้องเขาด้วยกัน ดีไหม?”
…………
ตั้งแต่จัดการธาวินไปแล้ว ธาวินก็ไม่ได้สั่งคนมาวุ่นวายกับชีวิตของเธออีก ชีวิตการดูแลครรภ์ของธิชาก็รู้สึกสบายมากขึ้นทุกวัน
บวกกับตำแหน่งของดนัยกฤตที่ค่อนข้างใหญ่โต เรื่องการท้องของธิชาก็แพร่กระจายไปทั่ว
กระจายออกไปกว้างมากขึ้น
คนที่รู้ว่าเธอท้องยิ่งเยอะเท่าไหร่ ความอันตรายก็ยิ่งเยอะขึ้นเท่านั้น
ระบบความปลอดภัยที่ดนัยกฤตสร้างไว้ให้เธอก็สูงมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน
ขนาดธิชาจะออกบ้านทีหนึ่งก็ต้องมีบอดี้การ์ดปกป้องเธอแปดคน แม้ตอนแรกจะไม่ชิน แต่อย่างน้อยก็รู้สึกปลอดภัยดี สิ่งที่ไม่คุ้นชินธิชาก็เลือกที่จะคุ้นชินกับมันเอง
จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่ง ในตอนที่ธิชากินข้าวเสร็จแล้วกำลังเดินย่อยอาหารอยู่
เธอก็ได้รับสายหนึ่ง เป็นบาร์เทนเดอร์จากบาร์แห่งหนึ่ง
บาร์เทนเดอร์ถามว่าเธอมีเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อเพียงวรินทร์ไหม ตอนนี้เพียงวรินทร์เมาหนักมาก เกือบจะสลบไปแล้วด้วย ถ้าสะดวกล่ะก็ ไปรับเธอหน่อย จะได้ไม่เกิดอันตราย ร้านก็ไม่อาจจะรับผิดชอบได้
ธิชารู้สึกแปลกใจ แม้เพียงวรินทร์จะหายจากโรคเบื่ออาหารแล้ว แต่ร่างกายของเธอก็ไม่ถึงขั้นดื่มเหล้าหนักขนาดนั้นได้ จิบสักสองแก้วก็ยังพอไหว ถ้าให้ดื่มจนเมา ไม่รู้ว่าจะเป็นผลร้ายต่อร่างกายหรือเปล่า
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มเองนะ หรือว่าทะเลาะอะไรกับชัยกรหรือเปล่า หรือชัยกรเกิดคลั่งอะไรขึ้นมา แล้วทำเรื่องที่เธอไม่อาจให้อภัยได้ ก็ถึงได้เสียสติแล้วไปเมาในร้านเหล้า?
ธิชาเป็นห่วงมากจริงๆ เธอจึงบอกกับร้านว่าเดี๋ยวจะรีบไป ยังขอให้บาร์เทนเดอร์ช่วยดูแลให้หน่อย ไปถึงจะให้ทิปหนักๆ
ธิชาวางสายแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากบ้าน ดนัยกฤตเห็นท่าทางเธอรีบร้อน ก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ธิชาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเล่าไปด้วย
ดนัยกฤตขมวดคิ้ว “ดึกดื่นแบบนี้ เธอยังท้องอยู่ ไม่เหมาะกับไปที่แบบนั้นหรอก คนเยอะอันตรายไม่ว่านะ อากาศก็ยังไม่ดีอีก เธอเอาที่อยู่มา เดี๋ยวฉันส่งคนไปรับเอง”
เธอลังเลสักพักแล้วพูดว่า: “ไม่ได้หรอก เพียงไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์หรอก หลายปีมานี้ชัยกรฝึกนิสัยของเธอจนเชื่องแล้วล่ะ ต้องเกิดเรื่องใหญ่มากแน่ๆ ถึงได้ออกไปดื่มจนเมาขนาดนั้น……ฉันไปรับเธอเองดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ปลอบใจเธอและรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันถึงจะวางใจ”
ดนัยกฤตดูไม่พอใจมาก
ธิชาจึงคล้องแขนเขาไว้แล้วส่ายไปมา “คุณพ่อดนัยคะ ให้หนูไปเถอะน้า~ ถึงหนูจะท้องแล้ว แต่ก็ยังเห็นไม่ชัดเลย คนเยอะแค่ไหนก็เบียดหนูไม่ได้หรอก อีกอย่าง……หมอบอกว่าช่วงนี้หนูเอาแต่อยู่บ้าน น่าจะออกไปเดินออกกำลังกายหน่อย ถือว่าออกไปย่อยอาหารนะ หนูจะรีบกลับมาให้เร็วเลย ช้าสุดสี่ทุ่มนะ ได้ไหมคะ?”
ดนัยกฤตเงียบไม่พูด
คงจะไม่ไหวใจให้เธอไปคนเดียว แต่ก็อดไม่ได้ที่เธอจะโกรธเพราะเรื่องเล็กๆแบบนี้
เขาครุ่นคิดหลายวินาที ให้ธิชาโทรศัพท์หาเพียงวรินทร์ก่อน แต่ก็ไม่มีคนรับสายแล้ว
ชัยกรก็โทรไม่ติดด้วย น่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่
ดนัยกฤตสั่งบอดี้การ์ดและคนขับรถแล้ว ก็ถึงปล่อยเธอออกไป