รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่265 สมบัติที่แย่งมา ฉันจะทำใจทิ้งได้ลงคอได้ยังไง
ธิชาพยักหน้าออกมา “งั้นฉันในการทำธุรกิจของพวกคุณ เล่นเป็นตัวอะไร?”
ดนัยกฤตได้ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ ผ่านไปนานมากก็ไม่ได้ตอบกลับเขาไปเลย
ภายในใจของธิชามันอึดอัด ไม่สบายใจเลย
เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำเช่นกัน รอคำตอบอยู่อย่างใจเย็นไปอย่างนี้
ดนัยกฤตจากเดิมไม่อยากพูดอะไรกับเธอให้มากมายเกินไป แต่เขาก็รู้จักนิสัยของธิชาดี เมื่อคำขอไม่สมหวังเธอจะดึงดันไม่จบไม่สิ้นขึ้นมามันจะทำให้คนอื่นปวดหัวกัน เธอเพียงแค่อยากจะถามให้รู้ดำรู้แดงไปเท่านั้น
เขาครุ่นคิดออกมาเล็กน้อย พลางลูบผมธิชาไป เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง “อันที่จริงจนถึงตอนนี้ ฉันเองก็ไม่อาจคอนเฟิร์มได้ว่าเธอแสดงเป็นตัวอะไร นี่ไม่เพียงแต่จะขึ้นอยู่กับฉันเท่านั้น แต่มันขึ้นอยู่กับเธอมากกว่า เธออยากแสดงเป็นตัวอะไร?”
บนใบหน้าที่นุ่มนิ่มของธิชาได้เผยความสับสนออกมาเล็กน้อย
เธอไหนเลยจะรู้ว่าตัวเองจะสามารถแสดงเป็นตัวอะไรได้
ตั้งแต่ต้นมาจนถึงตอนนี้เธอถูกปิดบังความจริงไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิดเดียว จวบจนถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลย ไหนเลยจะสามารถพูดออกไปได้ว่าเธออยากแสดงเป็นตัวอะไร ผู้ชายคนนี้กำลังปั่นหัวเธออยู่
เธอนิ่วหน้าออกมา ไม่พูดอะไรเลยสักคำเดียว
ดนัยกฤตยื่นมือไปลูบแก้มของเธอ พลางเอ่ยเสียงนุ่มออกมา “อันที่จริงบางเรื่อง เธอไม่จำเป็นต้องทำเรื่องให้มันชัดเจนขนาดนั้นเลย เธอเพียงแค่รู้ให้ชัดเจนว่า ฉันไม่มีทางทำร้ายเธอก็พอ ก็เหมือนกับเรื่องพสิษฐ์เรื่องนี้ ใช่ ฉันปิดบังเธอไปในตอนแรก นี่เป็นความผิดของฉัน แต่จนถึงตอนนี้แล้วเธอควรจะเข้าใจได้แล้วว่า เรื่องมันได้วางแผนมาแล้ว ถ้าฉันพูดกับเธอชัดเจนเกินไปก่อนล่วงหน้า มันจะไม่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เธอถูกปิดบังความจริง ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พสิษฐ์กลับโอบอุ้มไปด้วยการตั้งตารอคอย ไปสืบหาผลสุดท้ายมา ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิดของเธอ ฉันไม่มีทางส่งเธอไปอย่างสบายใจเป็นอันขาด”
ธิชาคิดว่าเขาพูดมาได้อย่างเพียงพอให้สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดายแล้ว ใช้ประโยคที่ชัดเจนที่สุดมาอธิบายการแผนการของเขาออกมา
อันที่จริงนี่สำหรับเธอแล้ว มันโหดร้ายมากเลย
ผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่เริ่มแรกเข้าหาเธอก็ได้มีจุดมุ่งหมายแฝงอยู่ และได้ไปกระทำการไปทีละขั้นตอน
ตอนที่เธอไม่รู้อะไรเลยยังสามารถคาดหวังว่าบางทีดนัยกฤตอาจจะจริงใจกับเธอจริง ๆ ก็ได้
แต่ตอนนี้ก็ได้มาถึงขั้นที่ได้เผชิญหน้ากับความจริงแล้ว ธิชาจึงรู้สึกว่าภายในใจมันรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา
ดนัยกฤตบีบมือของเธอ เสียงอ่อนโยน “กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าฉันรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของเธอ แต่ไม่ใช่พสิษฐ์คนนี้ ฉันเองก็ไม่มีทางส่งเธอไปง่าย ๆ หรอก ตำแหน่งที่พสิษฐ์อยู่ ได้ยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีอะไรออกมาง่าย ๆ แน่ บนโลกนี้มีดวงตานับหมื่นนับพันจ้องมองเขาอยู่”
ธิชายังไม่ลืมความไม่สบายใจเมื่อหลายวันนั้นก่อนที่จะออกเดินทางไปดูไบไป
ไม่เพียงแค่จะกังวลเท่านั้น แต่ก็เศร้าซึมยิ่งกว่า
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือนดนัยกฤตก็หน่ายหนีเธอไปเสียแล้ว
เธอไม่ยอม
ถึงขนาดที่ถึงแม้ว่าตอนนี้จะนึกขึ้นมาแล้ว ก็ยังรู้สึกเสียใจมากอยู่
เธอเงียบไปนาน จู่ ๆ ก็ได้ถามออกไปเงียบ ๆ “ตั้งแต่แรก ฉันก็บอกแล้วว่าตอนที่ฉันกับคุณได้รู้จักกันครั้งแรก เมื่อตอนนั้นฉันไม่คิดจะอยากไปจากธาวินเลย แต่คุณกลับทำให้ฉันไปอยู่กับคุณหลายครั้งต่อหลายครั้ง รวมทั้งต่อจากนั้นมา คุณก็ได้มอบตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ให้กับธาวินไปอย่างง่ายดาย ใช้สิ่งนี้มาแลกสิทธิ์ความเป็นเจ้าของฉัน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ก็เพื่อ…ทั้งหมดก็เพื่อใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ของฉันกับพสิษฐ์งั้นเหรอ?”
ดนัยกฤตแทบจะไม่ลังเลเลย “แน่นอนว่าไม่ใช่”
ธิชาขมวดคิ้วออกมา ยังคงมีท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งออกมา
เขาอธิบายเสริมออกมา “ตั้งแต่แรกฉันเพียงแค่ถูกใจเธอคนนี้ ไม่ว่าเธอจะเป็นคนของใคร ฉันก็อยากจะได้มา ความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเธอกับพสิษฐ์ ฉันสืบมาได้โดยบังเอิญ เธอเองก็รู้ว่า ณิชานาฎกับฉันเป็นคนรู้จักเก่ากัน ฉันกับหล่อนมีเค้ามูลกันมาก่อนแล้ว ชาติกำเนิดของเธออันที่จริงฉันก็อยากรู้มาตั้งนานแล้ว ตามสืบมาโดยตลอด แล้วบังเอิญสืบมาได้เท่านั้นเอง”
ธิชามองเขา พลางเอ่ยเสียงเบาออกมา “เรื่องจริงเหรอ? คุณไม่ได้หลอกฉัน?”
ชายหนุ่มเหมือนกับจะยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาจับมือนุ่มของธิชา กดลงไปบนตำแหน่งหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง
“ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ เธอลองแตะที่หัวใจฉันดู”
เธอยู่จมูกออกมา ยังคงมีความคิดเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่บ้าง
แต่เรื่องได้มาถึงตรงนี้แล้ว อันที่จริงเธอก็นึกไม่ออกว่าตัวเองควรจะต้องทำยังไงดีเหมือนกัน
เหมือนกับว่าจะไม่มีหนทางที่จะให้เธอเลือกมาวางอยู่ที่ตรงหน้าเลย
เธอกับธาวินไม่มีทางจะคืนดีกันได้อีก ดนัยกฤต…ตอนนี้ เธอได้เริ่มพึ่งพิงผู้ชายคนนี้ไปแล้ว
ธิชาคับข้องใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วออกมา ยื่นนิ้วมือไปจิ้มที่อกเขาไปไม่หนักไม่เบา “งั้นคุณ หลังจากนี้ตอนที่มีความจำเป็นขึ้นมาอีก คุณจะส่งฉันไปให้คนอื่นเหมือนกับธาวินหรือเปล่า?”
ดนัยกฤตส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมาจากในจมูก “เธอคิดอะไรกันน่ะ สมบัติที่กว่าจะแย่งมาได้ไม่ใช่ง่าย ๆ เลย ฉันจะทิ้งลงได้ยังไง”
ธิชาไม่ได้ฟังมุกเสี่ยวพวกนี้ของเขาเลย
มันไม่จริงใจเลยสักนิดเดียว
เธอมุ่ยปากออกมาเล็กน้อย พูดพึมพำออกไปเบา ๆ “สิชาไม่ใช่ว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่ดีที่ได้ให้เห็นกันแล้วหรือไง? อีกอย่าง คงจะไม่ได้มีเพียงแค่สิชาคนเดียวล่ะมั้ง ท่าทีโหดร้ายเย็นชาของคุณ ฉันรู้สึกกลัวอยู่บ้างจริง ๆ …”
ดนัยกฤตเองก็ไม่ได้โกรธเหมือนกัน แต่กลับโอบเธอไปอย่างใจเย็นแทน
“เรื่องสิชาอี๊ฟเป็นคนบอกเธอใช่มั้ยล่ะ อี๊ฟก็จริง ๆ เลย เธอคงจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ทำให้เธอต้องตกใจกลัวไป เรื่องสิชามันไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เธอได้พูดมาเลย ฉันเป็นนักธุรกิจคนนึง ว่ากันไปจนถึงแก่นแท้แล้วก็ยังคงต้องทำเพื่อผลประโยชน์อยู่ เรื่องที่เห็นชีวิตคนเหมือนผักเหมือนปลาฉันไม่จำเป็นต้องทำเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่ผู้หญิงคนนึงเลยด้วย”
ธิชาคิดว่าเรื่องเกี่ยวกับสิชา ดนัยกฤตคงจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหลอกลวงเธอเลย
แต่ว่าเธอก็ยังไม่หยุดยั้งอยู่ดี ดึงคอเสื้อของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกไป “งั้นคุณก็พูดความจริงกับฉันมา ฉันอยากรู้ ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าสิชาตายได้ยังไง”
ดนัยกฤตขมวดคิ้วออกมาเล็กน้อย “นี่มันไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลย เธอจะถามให้ละเอียดไปเพื่ออะไร”
ธิชานึกถึงภาพตอนที่อี๊ฟข่มขู่เธอทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ปลายจมูกก็แสบร้อนเหมือนจะร้องไห้ออกมา
อันที่จริงเมื่อลองคิดพิจารณาให้ละเอียดดูแล้ว สิ่งที่อี๊ฟพูดมามันก็แปลก ๆ เหมือนกัน
ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าพสิษฐ์มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของเธอแล้ว แต่ก็ดันมาเล่าเรื่องที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่งของเด็กสาวคนอื่นให้เธอฟังอีก นี่มันเท่ากับว่าเป็นการข่มขู่ให้กลัวนั่นเอง
ถ้าธิชาเป็นคนไม่มีหัวคิด เมื่อตอนนั้นคงจะถูกทำให้กลัวไปแล้ว
เพราะถึงยังไงเด็กสาวที่อายุยังน้อย ใครมันจะยอมไปเจอเรื่องอย่างนั้น ต้องได้รับจุดจบที่น่าสลดอย่างนั้นกัน
เพียงแต่ว่าธิชาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะสู้ไปให้ถึงที่สุด เธอไม่เชื่อว่าดนัยกฤตได้เธอมาอย่างยากลำบาก ก็เพื่อจะให้เธอยอมตายเสียดีกว่ายอมจำนนเหมือนกับสิชา เขาจะต้องการเอาชีวิตเธอได้?