รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่262 คนคนนั้นแตะต้องเธอแล้ว
นี่ไม่เพียงแค่เป็นเหตุมาจากการร้อนตัวกลัวความผิด
ในความต้องการของธิชานั้นไม่ได้คิดจะทำเรื่องที่รู้สึกผิดต่อดนัยกฤตอะไรเลย…
สามารถพูดได้ว่าตั้งแต่ที่ได้มาอยู่กับเขาไปแล้ว เธอถึงขนาดที่เต็มไปด้วยสถานะความเป็นปฏิปักษ์ต่อธาวินไปอย่างชัดเจน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกับผู้ชายคนอื่นเลย…
แต่เรื่องจำพวกนี้นี่นะ เธอกลัวว่าพูดมากไปมันจะทำให้ชายหนุ่มเกิดข้อสงสัยขึ้นมาแทน
ดนัยกฤตฟังต้นสายปลายเหตุที่เธอได้อธิบายออกมาจบแล้ว สีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
เสียงที่เขาเอ่ยพูดออกมาเห็นได้ชัดว่ามันจริงจังสุด ๆ “หัวหน้าโจรลักพาตัวหน้าตาเป็นยังไง?”
ธิชาเอ่ยเสียงค่อยออกมา “เมื่อกี้ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเขาสวมหน้ากากที่จะใช้ในงานเลี้ยงเต้นรำ? ปิดใบหน้าช่วงบนเอาไว้…ส่วนสูงของเขาประมาณคุณ รูปร่างเองก็ไม่ได้มีส่วนไหนที่ดูพิเศษเลยด้วย ฉันเห็นแค่คางกับริมฝีปากเขาเท่านั้นเอง มัน…มันธรรมดาทั้งนั้นเลย ฉันถึงขนาดที่จำได้ไม่ชัดอยู่บ้าง เพียงแต่ว่า…”
เธอนึกย้อนไปพลางบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นไปพลาง ประโยคสุดท้ายเดิมทีอยากจะพูดไปว่าเธอจำได้ว่าบนมือของผู้ชายคนนั้นมีผิวหนังด้านหนาที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะที่ตรงง่ามมือ
แต่ในทันใดนั้นเองก็นึกขึ้นมาได้ว่ามือมันเป็นจุดที่ละเอียดยิบย่อยเสียขนาดนั้น…ถ้าพูดออกมา ดนัยกฤตจะเข้าใจผิดไปหรือเปล่า
ท่าทางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของเธอได้ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มยิ่งมืดครึ้มออกมามากขึ้น
เขาจ้องมองดวงตาธิชาไปด้วยสายตาที่ลุ่มลึก
ธิชาถูกเขามองไปจนอึดอัด และน้อยใจขึ้นมาอีกด้วย
ริมฝีปากบางของเขาได้ขยับออกมาเล็กน้อย เหมือนกับว่าจะพูดอะไรออกมายังไงอย่างนั้น แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เปิดปากพูดออกมา
นิ้วมือเรียวยาวของเขาได้จับมุมหนึ่งของกระโปรงของธิชาเอาไว้ ในที่สุดก็ได้ค่อย ๆ เลิกมันขึ้นมาอยู่ดี…
ธิชากึ่งอับอาย กึ่งกังวล กดต้นขาส่วนบนเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือไป
ดนัยกฤตหรี่ตาลงเล็กน้อย เสียงเข้มออกมา “ปล่อยมือ”
เขาเพียงแค่พูดมาแค่สองคำ
แต่ธิชากลับเหมือนราวกับว่าภายในใจมันเต้นรัวขึ้นมา
เธอกัดริมฝีปากล่าง แรงบนมือก็ได้เบาลงไปเรื่อย ๆ
ในที่สุดดนัยกฤตก็ได้เลิกกระโปรงเธอออก เห็นความลับที่ด้านในเธอไม่ได้สวมอะไรเอาไว้
เบ้าตาของเธอเปียกชื้นออกมาเล็กน้อย ริมฝีปากได้สั่นออกมาเล็กน้อย
ชายหนุ่มหรี่ตาออกมา ธิชาถึงขนาดที่รู้สึกได้เลยว่ามือของเขากำลังสั่นอยู่ด้วยเหมือนกัน
“คนคนนั้นแตะต้องเธอ?”
รูม่านตาของธิชาได้เบิกกว้างออกมา แทบจะส่งเสียงร้องออกมาทันที “เปล่า! เขาเปล่า!”
เธอกัดริมฝีปาก ภายในใจถกเถียงอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็จนปัญญาที่จะพูดรายละเอียดที่น่าอายเกินกว่าที่จะเอ่ยถึงให้เขาฟังไป “สรุปแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ฉัน…”
ความกดอากาศภายในห้องได้ดิ่งต่ำลงไปกะทันหัน ตามมาด้วยอุณหภูมิที่เหมือนกับว่าจะดิ่งต่ำลงไปด้วยเหมือนกัน
ทั้ง ๆ ที่ได้เปิดฮีตเตอร์เอาไว้อยู่ แต่ธิชากลับคิดว่าต้นขาเปลือยเปล่าของตัวเองได้ถูกแช่แข็งจนสั่นเทาขึ้นมา
น้ำเสียงของดนัยกฤตรุนแรงออกมา รวมไปถึงสีหน้าที่บึ้งตึงของเขา ต่างก็ได้ทำให้ภายในใจของธิชาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาด้วยกันทั้งคู่
ความรู้สึกตอนที่เธอเพิ่งจะกลับคฤหาสน์มาก็ได้นั้นคือได้ประดับไปด้วยปีติยินดีเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยเธอก็ยังมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยเธอก็ยังสามารถกลับมายังข้างกายของดนัยกฤตโดยที่ไม่มีส่วนไหนบุบสลายเลย
ความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทเหล่านั้นที่ได้ตามหลอกหลอนเธอมาตลอดเมื่อหลายวันก่อน เหมือนกับว่าจะเปลี่ยนไปเป็นไม่ได้สำคัญอีกแล้วเพราะเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้ด้วยเช่นกัน…
สัญชาตญาณในใจของเธออันที่จริงก็คืออยากกอดดนัยกฤตร้องไห้สักพักนึง
ถึงแม้ว่าดนัยกฤตจะว่าเธอเสแสร้งทำเป็นขี้แยไปก็ช่าง
เธอคิดเพียงแค่อยากกอดเขาร้องไห้ไปสักพักนึงจริง ๆ
แต่ว่าตอนนี้ความขัดแย้งที่ได้ทำให้เธอได้รับการปรักปรำมาแต่ก็ไม่อาจแก้ตัวออกไปได้นี้ ก็ได้ทำให้เธอไม่รู้ว่าควรจะจัดการออกไปยังไงดีขึ้นมา
ธิชานึกว่าตัวเองสามารถข่มกลั้นเอาไว้ได้
เพราะถึงยังไงดนัยกฤตก็เคยตำหนิเธอมาแล้วหลายครั้ง เขาไม่ชอบเห็นเธอร้องไห้ ไม่ชอบให้เธอร้องไห้เพราะฟังไปแล้วมันน่าหงุดหงิด
แต่สุดท้ายเธอก็ยังมีเบ้าตาแดงก่ำออกมาอยู่ดี ของเหลวในร่างกายที่ร้อนผ่าวได้คลอเบ้าออกมา ในชั่วเวลาสั้น ๆ ก็ยังไม่ได้หยดลงมา
นิ้วมือเย็นเฉียบออกมาเล็กน้อยของชายหนุ่มจู่ ๆ ก็ลูบมาที่แก้มของเธอ
ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ ในดวงตาได้แสดงความเยือกเย็นออกมาเล็กน้อย
เสียงก็ได้แข็งออกมาด้วยเล็กน้อย “ในเมื่อเปล่า ทำไมถึงร้อง?”
หนังตาของธิชาได้เลิกขึ้นมาด้วยความงงงวย เห็นสีหน้าของเขา ยิ่งแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมามากขึ้น
เธออดไม่ได้ที่จะร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงเบาออกมา ถึงขนาดที่เผลอไปกัดโดนลิ้นตัวเองไปโดยไม่ได้ระวัง เจ็บจนต้องซี้ดปากออกมา
“คุณ คุณเหมือนกับว่าจะไม่เชื่อฉัน ฉันไม่รู้ว่าจะอธิบายออกไปยังไงดี เรื่องจำพวกนี้ ถ้าอธิบายไปไม่ชัดเจน มันจะยุ่งเหยิงไปหมด ฉันเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง เรื่องพวกนี้อันที่จริงมันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมเชื่อหรือเปล่าทั้งนั้น ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไงเลยจริง ๆ …”
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาต่อ คำพูดที่พูดออกมาก็ได้ไม่เป็นระบบระเบียบไปด้วย
เธอถึงขนาดที่ไม่มีอารมณ์ไปเรียบเรียงคำพูดเลยด้วย
บางเรื่องในเมื่อมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว
เขาไม่เชื่อก็ไม่เชื่อสิ
ดนัยกฤตเงียบไปสักพักนึง
ในทันใดนั้นเองเขาก็ได้กดท้ายทอยของธิชาเอาไว้ กดหัวพร้อมกับตัวของเธอให้เข้ามายังอกของตัวเองให้มากที่สุด
เสียงอ่อนโยนแจ่มชัด “ฉันบอกเหรอว่าไม่เชื่อ?”
ธิชาซบอยู่ที่อกของเขา ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาหนักขึ้นกว่าเดิม
ในน้ำเสียงของเขาได้แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่คุ้นเคยอยู่ด้วย
ธิชาต้องยอมรับว่าความอ่อนโยนจำพวกนี้มันได้ทำให้เธอลุ่มหลงไปตั้งแต่ต้นเลย
ภายใต้มูลเหตุของการไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะไปของเธอ…
อย่างนั้นแหละ…ได้ตกลงสู่ห้วงเหวลึกไปเลย
แรกเริ่มเธอเพียงแค่น้อยใจจึงได้ร้องไห้ไปด้วยความหดหู่ใจ
ตามมาด้วยความรู้สึกคุ้นเคยของความไว้วางใจที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอค่อย ๆ ปล่อยตัวเองไป เสียงร้องไห้เองก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเริ่มร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่มีกระดากใจเลยสักนิด ระบายความตกใจกลัวจากการถูกลักพาตัวไปจนแทบจะเจอกับอันตรายออกมาทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็ยิ่งร้องไห้เอาความรู้สึกที่ข่มกลั้นเอาไว้และความรู้สึกหมดหนทางที่สั่งสมมาในช่วงหลายวันมานี้ออกมาด้วย…
ครั้งนี้ ดนัยกฤตไม่ได้ดุเธอเลย
และก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้เธอร้องไห้ออกมา
เขาเพียงแค่นั่งไปเงียบ ๆ ใช้มือค่อย ๆ ตบลงไปที่หลังของเธอเบา ๆ ผ่อนคลายอารมณ์ออกมาให้เธอ
…………
ธิชาเริ่มเหนื่อยขึ้นมาแล้ว ร่างกายก็ได้ผ่อนคลายลงไปด้วย ซบเข้าไปในอ้อมแขนของเขาไปอย่างไร้เรี่ยวแรง เหมือนกับลูกสัตว์ที่เตรียมตัวได้รับบาดเจ็บตัวหนึ่ง
ดนัยกฤตลูบผมเธอที่ร้องไห้จนเปียกชื้นออกมา เอ่ยพูดออกมาอย่างเนิบช้า “ร้องไห้ออกมาก็ดี เธอขี้ขลาดขนาดนี้ คงจะกลัวแย่เลย เรื่องนี้ก็มีส่วนที่ฉันต้องรับผิดชอบด้วยครึ่งหนึ่ง ฉันควรจะระวังสักหน่อย ควรจะปกป้องเธอให้ดีถึงจะถูก”
ธิชานิ่งอึ้งอยู่ในอ้อมแขนของเขา
คงจะเป็นเพราะว่าคาดไม่ถึงว่าเขาจะพูดออกมาอย่างนี้
เพราะถึงยังไงเธอก็คิดว่าความรับผิดชอบของตนมันมากกว่าหน่อย
ถ้าไม่เพราะเธอดื้อรั้นจะอยู่ที่ในบาร์เหล้าตามลำพัง บางทีก็อาจจะไม่ปล่อยให้คนร้ายได้ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ไปได้