รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่260 น้าปวีณา ช่วยฉันด้วย
ความหวาดกลัวในดวงตาของธิชาไม่อาจหลอกลวงใครได้ทำให้ชายคนนั้นยิ่งสนใจขึ้นมามากขึ้น
เขาบีบคางธิชาเอาไว้ “ต่อต้านฉันขนาดนี้เลย? ไม่สู้ให้ฉันลองทายดูสักหน่อยว่ามีผู้ชายเคยได้เธอไปกี่คนแล้ว”
หน้าของธิชาเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดออกมา สมองเข้าสู่สถานะเตรียมตัวตั้งรับการรุกรานเนื่องจากความอัปยศที่รุนแรงออกมา
แต่ในช่วงเวลาอย่างนี้ เธอเองก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะไปคิดคำนึงถึงศักดิ์ศรีหน้าตาอะไรอีก
ผู้ร้ายอยู่ตรงหน้า มีชีวิตอยู่มันถึงจะสำคัญที่สุดแล้ว
ถ้าสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ…แน่นอนว่าจะดีกว่าอยู่แล้ว
ธิชาเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไรออกไปเลย
ชายคนนั้นจึงคาดเดาไปอย่างไม่สะทกสะท้านเลย “ห้าคน? สิบคน? คงไม่ใช่ว่าเยอะจนเธอเองก็นับไม่หมดด้วยหรอกมั้ง…”
เผชิญกับความอัปยศจำพวกนี้แล้ว ใบหน้าธิชาแข็งทื่อไม่ยอมให้คำตอบเขาไป
เขาเหมือนกับว่าจะค่อย ๆ รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา จึงได้ยื่นมือมาเลิกกระโปรงเธอออก ท้องนิ้วหยาบ ๆ ได้ลูบไล้อยู่บนผิวที่ใสสะอาดตรงต้นขาของเธอ
ทำให้เธอสั่นออกมาเป็นช่วง ๆ
“ทางที่ดีที่สุดเธอก็ตอบฉันกลับมาอย่างซื่อสัตย์สักหน่อยจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นแล้ว บางทีฉันอาจจะให้เธอเข้าเครื่องจับเท็จอีกครั้งก็ได้…”
ธิชาอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมา “นายจะถามเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออะไร มันเกี่ยวกับนายหรือไง?”
บนใบหน้าของสาวน้อยแดงก่ำออกมาด้วยความอับอาย แล้วเธอก็ยังมีปฏิกิริยาเขียวคล้ำสั่นสะท้านไปทั้งร่างอีกด้วย ไม่เหมือนกับแสดงออกมาเลยสักนิดเดียว
เขาช้อนต้นขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นมาอย่างเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้มออกมา ไม่สนใจการขัดขืนของธิชาเลย ยกขาเธอสูงขึ้นเรื่อย ๆ
สายตาสังเกตเธอไปโดยละเอียดอย่างเยือกเย็นและกำเริบเสิบสาน——
ธิชาทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ แล้วก็อ้าปากแผดเสียงกู่ร้องออกมา “นายฆ่าฉันเถอะ นายยิงฉันให้ตายไปมันก็เพียงพอให้ระบายความแค้นแล้วไม่ใช่เหรอ? นายมาทำเรื่องที่สร้างความอัปยศให้กับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ถ้านายกล้าก็ฆ่าฉันเสียสิ!”
ชายคนนั้นได้คลายมือออกไป รอยยิ้มที่มุมปากกลับมีความขี้เล่นออกมามากขึ้นกว่าเดิม
“เธอจะตื่นตระหนกขนาดนี้ไปทำไมกัน ฉันจะฆ่าเธอไปทำไม เธอเองก็อย่าเอาแต่พยายามฆ่าตัวตายไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าเลย เธอยังสาวเสียขนาดนี้ คงยังใช้วันเวลาที่สุขสบายไม่พอเลยล่ะมั้ง อย่าได้ดึงดันไปเลย เมื่อกี้ฉันทายไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้มีผลอะไร ตรวจสอบสินค้าแล้ว…ฉันจะทายใหม่แล้วกัน คุณธิชา เธอคงไม่ได้เคยนอนกับผู้ชายมาเพียงแค่สองคนเท่านั้นหรอกใช่มั้ย?”
ในหัวของธิชาได้อื้อไปแป๊บนึง “นายป่วยหนักจริง ๆ สินะ เรื่องมันแม่งเกี่ยวอะไรกับนายน่ะ นายมัน…ป่วยจริง ๆ !”
“โอ้ ยังพูดจาหยาบคายอีกนะ” รอยยิ้มของเขากดลึกมากขึ้น “เด็กผู้หญิงพูดจาหยาบคายมันไม่ใช่ความเคยชินที่ดีอะไรเลยนะ”
ภายในใจของธิชาได้หมดหวังไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงจะเป็นแค่โจรลักพาตัวคนหนึ่งเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันนั้นเองระดับของการวิปริตทางจิตใจมันก็หนักมากเลยเช่นกัน
เธอตกมาอยู่ในกำมือของคนจำพวกนี้ จะกลัวก็แต่มันจะยากที่จะปกป้องอะไรให้สมบูรณ์ได้…
แต่โจรลักพาตัวคนนี้เหมือนกับว่าจะชอบทำเรื่องที่ทำให้คนอื่นเขาคาดไม่ถึงกันพวกนั้นขึ้นมาเสียด้วย
เขาวางกระโปรงที่ถูกยกขึ้นมาของเธอลงไป จากนั้นก็ถามออกไปเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้มออกมา “ถ้าฉันปล่อยเธอไป นับจากนี้ไป เธอจะซาบซึ้งในบุญคุณของฉันหรือเปล่า?”
ธิชาคาดเดาไม่ออกเลยว่าในหัวที่เป็นโรคประสาทนี้กำลังคิดอะไรอยู่
เธอลังเลไปเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบออกไปว่า “เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ถ้านายยอมปล่อยฉันไป ฉันจะซาบซึ้งในบุญคุณของนายไปสิบแปดชั่วโคตรเลย”
ชายคนนั้นส่งเสียงเยาะหยันออกมา “พอเถอะ ทางที่ดีที่สุดเธอก็จำคำพูดนี้ของเธอเอาไว้ให้ดีแล้วกัน”
ธิชาตะลึงงันไป ทั้งช็อกตกใจและทั้งไม่เชื่อด้วย
เขายิ้มพลางสัมผัสใบหน้าเธอ “พวกเราอีกเดี๋ยวก็จะลากันแล้ว”
“…”
หลังจากที่เขาพูดจบ ก็ได้ผันร่างเดินออกไป
แต่ธิชากลับเรียกเขาเอาไว้ “นาย…เดี๋ยวก่อน นายจะปล่อยฉันไปจริง ๆ ?”
“เธอไม่อยากไป?”
ธิชาส่ายหน้าออกมาอย่างสุดชีวิต “แน่นอนว่าไม่ใช่! เพียงแต่ว่าฉันมีคำขออยู่อย่างนึง ขอยืมห้องน้ำนายใช้หน่อยได้มั้ย ฉัน…ฉันปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำมากเลย กลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้ว”
เธอพูดคำพูดประโยคนี้ออกมาจบแล้วก็แทบอยากจะกัดตัวเองให้ตายไปเสียให้ได้เลย
แต่เธอกลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วจริง ๆ …
ดื่มเหล้าเดิมทีแล้วก็ขับปัสสาวะบ่อยอยู่แล้ว เธอกลั้นมาหลายชั่วโมงแล้ว แล้วเมื่อกี้เขาก็ได้กรอกน้ำให้เธอไปอีกหลายอึกอีก…
น้ำหลายอึกนั้นแทบจะทำลายแนวป้องกันสุดท้ายของเธอไป ไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงจะทำอย่างนั้นออกไปจริง ๆ แน่เลย
ชายคนนั้นเหมือนกับว่าถูกเธอดึงดูดความสนใจที่วิปริตและน่าขยะแขยงบางอย่างขึ้นมา
เขาเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “เธอสามารถจัดการปล่อยตรงนี้ไปได้เลย ฉันไม่ถือสา”
“…” ธิชาข่มกลั้นความคิดชั่ววูบที่อยากจะฆ่าคนเอาไว้ ทั้งยังไม่กล้าต่อว่ารุนแรงออกไปด้วยอีก
จะกลัวก็แต่หลังจากที่ด่าเขาไปแล้วเธอก็คงจะไปไหนไม่ได้แล้ว
ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนี้ แต่ธิชาก็ได้ถูกสวมผ้าปิดตาส่งเดินออกไปข้างหน้า
ยังมีคนมาแก้มัดให้เธอแล้วพาเธอไปที่ห้องน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วย
หลังจากที่ขึ้นรถไปแล้ว มือทั้งสองข้างของธิชาได้ถูกมัดเอาไว้ ตรงหน้าก็มืดมิดมองไม่เห็นอะไรเลย
ตอนที่เธอถูกผลักลงไปจากรถ มีคนมาแกะมือทั้งสองข้างของเธอให้
ธิชานั่งอยู่บนพื้น เปิดเอาผ้าปิดตาบนหน้าออกด้วยตัวที่สั่นเทา
นึกไม่ถึงว่าเธอจะ…ถูกส่งกลับมาที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลภักดิภูมิเมธี
เธอมีความรู้สึกเหมือนกับได้เกิดใหม่ขึ้นมา แทบจะเป็นบ้าพุ่งกระโจนเข้าไปกดออดประตูอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดประตูใหญ่ออกมาแล้ว น้าปวีณาก็ได้วิ่งออกมาหาเธอเป็นคนแรก
น้าปวีณาเห็นสีหน้าของเธอเขียวคล้ำและขาวซีดออกมา สภาพเสื้อเชิ้ตยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ แทบจะทำให้ตกใจจนตัวแข็งค้างไปเลย
“คุณธิชา คุณ…คุณเป็นอะไรไปคะ?”
แต่เดิมธิชาก็คิดว่าตัวเองกับน้าปวีณาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกัน แต่นาทีที่เจอเธอ เบ้าตามันก็เปียกชื้นขึ้นมา
การได้อยู่ร่วมกันมาหลายเดือน น้าปวีณาเป็นคนที่ดูแลเธออย่างเอาใจใส่มากที่สุดในคฤหาสน์นี้แล้ว
ธิชาลำคอแหบแห้ง เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา แต่กลับพูดไม่ออกเลย
น้าปวีณาดึงเธอเข้าบ้านไป พูดพร่ำออกมาอย่างตื่นตัวตลอดทาง “นับจากนี้ไปคุณอย่าได้เป็นอย่างนี้อีกนะคะ คุณหายสาบสูญไป คุณดนัยกฤตกังวลไปหมดเลย นอนไม่หลับเลยทั้งคืน ตั้งแต่เมื่อคืนก็คอยตามหาอยู่ตลอดมาจนถึงตอนนี้”
หลังจากที่ธิชาเข้าโถงทางเข้าไปก็มองนาฬิกาไปแวบนึง จึงได้พบว่ามันเป็นเวลาสามโมงเย็นเข้าไปแล้ว
เธอถูกลักพาตัวไปสิบกว่าชั่วโมง…
ธิชายังไม่ทันได้สติกลับมา ก็เห็นผู้ชายที่มีสีหน้าเขี้ยวปั้ดเดินเข้ามาหาเธอด้วยความกราดเกรี้ยว
บนคางของดนัยกฤตมีหนวดเคราโผล่ขึ้นมา สีหน้าเขียวครึ้มเสียจนน่ากลัว
ธิชาได้ดึงแขนเสื้อของน้าปวีณาเอาไว้ทันที เข้าไปหลบข้างหลังเธอไปด้วยท่าทางที่สั่นเทา “น้าปวีณา ช่วยฉันด้วย…”
เธอยังไม่ทันได้วิ่งหนี แขนก็ได้ถูกชายหนุ่มจับพร้อมบิดไปอย่างแรงเอาไว้เสียแล้ว
แรงของเขาเยอะมากจนน่ากลัว ธิชาถึงขนาดที่คิดว่าแขนของตัวเองได้ถูกเขาบีบไปจนแทบจะแหลกไปเสียให้ได้เลย
เธอกลัวจนตัวสั่นออกมาอยู่ชั่วขณะ ที่ปากก็กำลังเอ่ยพูดออกมาเบา ๆ ว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้ตั้งใจหลบซ่อนตัวเล่น…”
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดคำพูดนี้ออกไป ภายในใจของตัวเองก็ยังรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยอยู่บ้างเหมือนกัน
ถูกลักพาตัวไปมันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ
แต่แผนเดิมของเธอนั้นก็คือไปเปิดห้องพักที่โรงแรม…