รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่259 ให้เธอเข้าเครื่องจับเท็จไปก่อน
คำพูดของผู้ช่วยเพิ่งจะได้พูดออกมาแค่ครึ่งเดียว สีหน้าของชายคนนั้นก็ไม่ดีออกมา
เขารีบปิดปากเงียบไปทันที ยืนรออยู่ที่ข้าง ๆ ไปอย่างระมัดระวัง
ชายคนนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย ในดวงตาที่มีใสกระจ่างและมีความเยือกเย็นออกมาได้มีแววตาของการเหยียดหยามออกมาเล็กน้อย
“ก็แค่ผู้หญิงคนนึง นายยังจะบูชาหล่อนเป็นพระโพธิสัตว์อยู่จริง ๆ ?”
สีหน้าของผู้ช่วยกระอักกระอ่วนออกมาเล็กน้อย ไม่กล้าจะพูดอะไรออกไปขณะหนึ่ง
ชายคนนั้นได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “ธาวินเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมทุกคนต่างก็รู้กันอยู่แล้ว สามารถทำให้เขายอมส่งผู้หญิงคนนี้มาได้ มันจะต้องมีเป้าหมายที่ไม่อาจบอกกับใครได้แน่นอน เขาไม่ใช่พ่อพระเสียหน่อย”
ผู้ช่วยพยักหน้าออกมา “แต่…ถึงแม้ว่าธาวินเขาจะต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ ๆ แต่ว่าพี่ดนัยเองก็ไม่ใช่พ่อพระด้วยเหมือนกัน ถ้าผู้หญิงคนนี้มีข้อน่าสงสัยจริง ๆ พี่ดนัยจะต้องไม่มีวันให้อภัยเธออย่างแน่นอน ยิ่งไม่มีทางจะปล่อยให้เธอได้ทำสำเร็จไปอย่างง่ายดายแน่”
ชายคนนั้นก็ได้ส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมา “มีคำกล่าวที่ว่าหมกมุ่นอยู่กับความต้องการทางเพศจนหูหนวกตาบอด”
“นี่ นี่มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งครับ…พี่ดนัยไม่ใช่คนอย่างนั้น”
“เรื่องนี้ใครจะพูดแน่นอนได้กัน? ปุณิกาเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ นายยังจำได้มั้ยว่า ปุณิกาทั้งสาวทั้งสวย รูปร่างน่าดึงดูด ทั้งยังเป็นผู้หญิงไม่ฉลาดนักอีกด้วยคนหนึ่ง คนอย่างนี้วางไว้ที่ข้างเตียง สุดยอดกว่าธิชาเยอะเลย แต่เพื่อธิชาคนนี้ แม้แต่ปุณิกาก็ไม่เก็บเอาไว้ นี่มันไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับความต้องการทางเพศจนหูหนวกตาบอดแล้วจะเป็นอะไร นายลองอธิบายมาหน่อยสิ”
ผู้ช่วยรู้สึกเพียงแค่ว่าปวดหัวเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ “ลูกพี่…เรื่องจำพวกนี้ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ผมไม่เข้าใจเลยครับ คุณอย่าถามผมเลย เพียงแต่ว่าถ้ามันเป็นอย่างที่คุณว่ามาจริง ๆ ถึงแม้ว่าจัดการเธอไป ก็ต้องรอไปอีกสักพักนึง อย่างน้อยก็รอให้ความเสน่หาของในช่วงนี้ของพี่ดนัยหมดไปแล้วจะดีกว่า ถ้าลงมือไปตอนนี้ จะกลัวก็แต่มันจะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอย่างหนักเลย”
สีหน้าของชายคนนั้นสงบนิ่งออกมา เหมือนกับกำลังจมอยู่ในความคิด
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ได้สั่งออกไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ให้เธอเข้าเครื่องจับเท็จไปก่อน”
…………
ธิชาอยู่ในห้องตามลำพังไปอย่างเงียบเชียบสุด ๆ อดทนไปจนผ่านพ้นไปสองชั่วโมงอย่างสิ้นหวัง
เธอเอาแต่จมอยู่ในคำข่มขู่ของชายหน้ากากคนนั้นอยู่ตลอด
ธิชารู้ว่าตัวเองไม่นับว่าเป็นผู้หญิงแข็งแกร่งคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอ
เพียงแต่ว่าถ้าทำให้เธอต้องพบเจอกับเรื่องที่น่ากลัวอย่างนั้นไปจริง ๆ…เธอคิดว่าตัวเองยอมตายไปเลยเสียดีกว่า บางความเจ็บปวดมันก็เป็นสิ่งที่มนุษย์เราสามารถยอมรับได้อยู่แล้ว
และนอกจากนี้บางอย่างมันก็เจ็บปวดมากกว่าตายไปเสียอีก
ธิชาฝืนทนอยู่ในบรรยากาศที่น่าวังเวงแปลก ๆ อยู่นาน
ตอนที่ประตูได้เปิดออกมาอีกครั้ง เธอไม่เจอคนที่สวมหน้ากากคนนั้น
แต่ได้มีชายหญิงหลายคนเข้าห้องมาพร้อมกัน
พวกเขาได้ติดตั้งเครื่องมือชนิดหนึ่งบนร่างของเธอ สัญชาตญาณของธิชาได้บอกกับเธอว่านี่อาจจะเป็นเครื่องมือที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง
แต่ว่า…ในที่สุดขาของเธอก็ได้ถูกแกะการพันธนาการออก สามารถทิ้งตรงไปตามปกติได้
ผ้าที่อยู่ตรงช่วงล่างของเธออยู่ ๆ ก็ได้หายไปก่อนแล้ว แต่ท่านั่งตัวตรงตามปกติมันสามารถทำให้ชายกระโปรงของเธอไปดิ่งลงสู่พื้นไปตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่าจะยังรู้สึกไม่เป็นอิสระอยู่ แต่ก็มีเกียรติกว่าก่อนหน้านี้เยอะเลย
จนกระทั่งพวกเขาได้เริ่มผลัดกันซักถามเธอ ธิชาถึงได้ตระหนักขึ้นมาได้ในภายหลังว่าเครื่องมือที่ถูกติดตั้งอยู่ที่บนร่างของเธอนึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นเครื่องจับเท็จ
พวกเขาผลัดกันซักถามเธอไปนับครั้งไม่ถ้วน นับไม่ถ้วนต่อเนื่องไปไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมง
จนกระทั่งธิชาเหนื่อยล้าปากแห้งไปหมด เครื่องจับเท็จเองก็ไม่ดังขึ้นมาเลยสักครั้งเดียว
ในที่สุดพวกเขาก็ได้ยอมแพ้ไป ถอนเอาของพวกนั้นออกไปจากร่างของเธอไป จากนั้นทั้งหมดก็ได้ถอนตัวออกไปจากที่แห่งนั้น
ก็ได้เหลือธิชาอยู่ที่ในห้องเพียงลำพังอีกครั้ง มือทั้งสองข้างได้ถูกมัดอยู่ที่บนเก้าอี้ ยังไงก็ไม่มีโอกาสหนีใด ๆ เลยอยู่เหมือนเดิม
เธอไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วโมงแล้ว ถึงขนาดที่แม้แต่น้ำสักอึกก็ยังไม่ได้ดื่มเลย
เมื่อตอนกลางคืนเธอก็ยังดื่มเหล้าไปอีก ตอนนี้ทั้งรู้สึกว่าปากแห้งไปหมด ทั้งอยากจะเข้าห้องน้ำจนทนไม่ไหวอีก
ในความทรมานสุด ๆ ธิชาง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา สุดท้ายก็ได้งีบหลับไปสักพักนึง
รอจนตอนที่เธอตื่นขึ้นมา นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกำลังบีบแก้มทั้งสองข้างเธอเอาไว้ กรอกน้ำแร่เข้าไปในปากของเธอ
ธิชาได้สำลักไปเล็กน้อย ไอออกมาอย่างรุนแรงไม่หยุด
ถึงแม้ว่าเธอจะหิวน้ำมาก แต่หลังจากที่ได้สติกลับมาแล้วก็ได้เบือนหน้าไปไม่ยอมดื่มอีกไปทันที
ผู้ชายที่สวมหน้ากากมองเธออย่างดูถูกเธอไล่ลงไปข้างล่าง ก็เหมือนกับกำลังมองเหยื่อที่น่าสงสารที่ไม่อาจหนีไปไหนได้ตัวหนึ่ง
ธิชารู้สึกไม่สบายไปทั่วทั้งร่าง สีหน้าเองก็ขาวซีดไปด้วย
ชายคนนั้นเอ่ยออกมาเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้มออกมา “นานขนาดนี้ไม่กินไม่ดื่ม เธอไม่รู้สึกกระหายเหรอ?”
ธิชาแทบอยากจะฉีกผู้ชายคนนี้เป็นชิ้น ๆ ไปด้วยความโกรธ
เธอเอ่ยออกมาอย่างเหน็บแนม “ใครจะรู้ล่ะว่านายให้ฉันดื่มอะไร”
สีหน้าของชายคนนั้นได้นิ่งไป เหมือนกับตะลึงงันไป
จากนั้นไม่นานก็ได้เยาะหยันออกมา “ฉลาดจังเลยนะ ถูกเธอทายถูกเสียแล้ว อันที่ฉันให้เธอดื่มไปมันได้ผสมยาโป๊ที่จะหลอนประสาทเข้าไปด้วย อีกไม่เกินสิบนาที เธอก็จะมีความต้องการทางเพศสูงเสียจนทนไม่ไหว แล้วก็ยังจะเกิดภาพหลอน…”
สีหน้าของธิชาได้ซีดออกมา ปากเล็ก ๆ ได้อ้าออกมาเล็กน้อย แม้แต่จะพูดก็พูดไม่ออกเลย
นิ้วมือเรียวยาวของชายคนนั้นได้เล่นอยู่ที่หน้าของเธอ ทั้งบีบและทั้งเคล้นลงไป จากนั้นก็โน้มแนบเข้าไปข้าง ๆ ใบหูของเธอ พลางเอ่ยออกมาด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “ก็แค่หยอกเล่นมั้ยล่ะ? กลัว?”
ธิชาถูกเขาทำเอาเวียนหัวขึ้นมา แยกแยะไม่ได้เลยว่าตกลงแล้วคำพูดไหนของเขาที่จริงจัง แล้วคำพูดไหนที่มันเป็นการล้อเล่นกันแน่
เสียงของเธอได้ประดับไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น “นายได้ติดตั้งเครื่องจับเท็จซักถามฉันไปหลายครั้ง ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าฉันไม่ได้โกหกนาย มันยังไม่พออีกเหรอ? ตกลงแล้วนายยังคิดจะทำอะไรอีกกันแน่…”
มือที่ไล้อยู่ที่บนแก้มเธอของชายคนนั้น ในทันใดนั้นเองก็ได้ถูกหยาดน้ำตาเธอหยดโดนเข้า
เขาขมวดคิ้วออกมา เหมือนกับว่าจะปล่อยมือไปด้วยความหน่ายแหนง “ถูกทำให้กลัวจนร้องไห้ออกมาเสียแล้ว? ตกลงเธอกลัวตาย หรือว่ากลัวจะถูกข่มขืนกันแน่?”
ธิชากัดริมฝีปากออกมา รู้สึกเพียงแค่ว่าในคำพูดของเขามันล้วนเป็นคำพูดเหยียดหยามดูแคลนกันทั้งนั้น
เธอไม่ยอมตอบ แต่บนหลังกลับอาบไปด้วยเหงื่อเย็นขึ้นมาเป็นช่วง ๆ
“ฉันไม่เคยล่วงเกินผิดใจกับนายเสียหน่อย นายกับธาวินมีความแค้นต่อกัน ทำไมถึงต้องมาแก้แค้นที่ฉัน แก้แค้นฉัน นายจะไม่ได้อะไรทั้งนั้น!”
ลมหายใจอุ่นร้อนของชายคนนั้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
จากนั้นก็ยื่นมือไปตบหน้าเธอไปเล็กน้อย “คนสวย นับวันเธอจะยิ่งทำให้ฉันสงสัยอยากรู้ขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ สาวน้อยที่ร้องห่มร้องไห้เป็นอยู่อย่างเดียว ตกลงแล้วดึงดูดดนัยกฤตมาได้ยังไงกันแน่ จะต้องเคยลิ้มลองรสชาติของเธอมาก่อนใช่มั้ย…ถึงจะได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่อยู่ในนั้นได้”
เสียงพูดของเขาไม่ได้หลุดออกมา ธิชาก็แทบจะเป็นบ้าไปแล้ว
“อย่า นายอย่าแตะต้องฉัน นายยังอยากจะรู้อะไรอีกฉันสามารถบอกนายได้ทั้งหมด ขอเพียงแค่นายอย่าแตะต้องฉันก็พอ…”
หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ในมือเขาได้ถือของจำพวกนั้นมาทำกับเธอ…รสชาติของความสิ้นหวังและอัปยศจำพวกนั้นเหมือนกับว่าได้ประทับอยู่ในเลือดและกระดูกของเธอ ไม่อาจลืมมันไปได้เลย