รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่258 เธอนั้นเป็นถึงยอดดวงใจของพี่ดนัยเลยนะ
ธิชางอตัวไปด้วยความเจ็บปวด รู้สึกว่าของสิ่งนั้นค่อย ๆ ขยับขึ้นมาอยู่ในร่างของเธอไปอย่างช้า ๆ …
แค่ครึ่งนาทีสั้น ๆ เลือดทั้งร่างของธิชาได้ไหลย้อน ทั้งหมดได้ทะลักไปที่หัว
เธอถึงขนาดที่เรียกคืนสติกลับมาไม่ได้เลย ไม่ว่ายังไงก็นึกไม่ออกเลยว่าตกลงแล้วมันเกิดเรื่องอะไรกันแน่
เธอเพียงแค่ดื่มกับเพียงวรินทร์แค่สองแก้วเท่านั้น ทำไมถึงได้ถูกคนลักพาตัวมากลางทาง ตกมาอยู่ในจุดนี้ได้
รสชาติของการถูกคนหมิ่นเกียรติทรมานกันอย่างไร้ความปรานีแน่นอนว่าต้องเจ็บปวดอยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่ายังเป็นผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักกันโดยสิ้นเชิงคนหนึ่งด้วยอีก
ชีวิตนี้ของธิชาเคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายแค่สองคน
คนก่อนเป็นผู้ชายที่เธอรักมาสิบเอ็ดปี คนหลังก็เป็นคนที่ครั้งหนึ่งเธออยากฝากชีวิตไว้กับเขาไปชั่วชีวิตด้วยเช่นกัน
แต่ว่าในตอนนี้…นี่มันนับว่าเป็นเรื่องอะไรกัน
ธิชากัดริมฝีปาก ร้องไห้โอดโอยออกมา
ชายที่สวมหน้ากากอยู่มองเธอร้องไห้ลงมาจากมุมด้านบน เหมือนกับเพลิดเพลินกับความสุขที่ได้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างจำพวกนี้อย่างมาก
สวิตช์ไม่รู้ว่าได้ถูกเขาปิดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าของธิชาเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ทำอะไรไม่ถูกไปหมด
เขาบีบกรามล่างที่เปียกชื้นของธิชาเอาไว้ เสียงมีความจริงจังอย่างที่เมื่อกี้ไม่มีมาก่อน “ทำเป็นโศกเศร้าเพื่อเรียกร้องความสนใจการแสร้งทำตัวน่าสงสารไม้นี้ มันไม่ได้ผลกับฉันเลย ไม่สู้ให้เธอใช้วิธีที่มันตรงไปตรงมาสักหน่อย ธาวินส่งเธอมา ภารกิจที่มอบหมายให้กับเธอคืออะไร?”
ธิชาหน้าแดงลามไปถึงใบหู ความโกรธที่จุกอยู่ที่อกเหมือนกับว่ามันจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อเลยก็ไม่ปาน
ผู้ชายเสียสติคนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ข่มเหงเธอด้วยตัวเองเหมือนกับปกติอย่างนั้น
แต่วิธีการจำพวกนี้…ในระดับบางอย่างมันก็ยิ่งเลวร้ายเสียยิ่งกว่าอีก
เธอไม่มีความอดทนที่จะไปพูดคุยกับเขา ความสงบนิ่งเองก็แทบจะถูกพังทลายลงไปด้วยเหมือนกัน
เธอเอ่ยออกมาอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “อะไรที่ว่าส่งฉันมา…ภารกิจอะไรกัน นายเป็นโรคคิดไปเองงั้นเหรอ? ธาวินไม่ต้องการฉันแล้ว เลยส่งฉันไปให้คนอื่น คำพูดนี้เมื่อกี้ฉันก็ได้พูดไปรอบนึงแล้ว นายมีคำไหนที่ฟังไม่เข้าใจงั้นเหรอ?”
รังสีรอบตัวของผู้ชายคนนั้นดูเหมือนว่าจะชั่วร้ายและอันตรายออกมามากขึ้น แรงที่เขาใช้บีบกรามล่างของธิชาเอาไว้อยู่ก็ได้เพิ่มแรงให้หนักขึ้น เหมือนกับว่าจะบีบกระดูกที่กรามล่างของเธอให้แหลกไปเลยไม่มีผิด
“ฉันไม่อยากเสียเวลาอยู่กับที่ร่างของผู้หญิงคนนึงมากนักได้ คำถามฉันจะขอย้ำอีกแค่ครั้งเดียว ธิชา ภารกิจที่ธาวินมอบหมายให้เธอคืออะไร? พูดออกมาตรง ๆ ฉันจะไม่เอาชีวิตของเธอ แต่จะส่งเธอกลับไปอย่างไม่มีบาดเจ็บเลยสักนิดเดียว แต่ถ้าปากแข็ง จุ๊…เด็กสาวผิวขาวหน้าตาสะสวย สภาพที่น่าเวทนาทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด ฉันเองก็ทนดูไม่ได้เหมือนกัน”
ธิชาฟังคำข่มขู่ที่น่ากลัวของเขาแล้ว ร่างก็สั่นออกมาแรงขึ้น แต่แผ่นหลังกลับแข็งเกร็งขึ้นมาเรื่อย ๆ
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายกำลังพูดอะไรอยู่ มันไม่มีภารกิจอะไรทั้งนั้น ธาวินเพียงแค่สลัดฉันทิ้ง เขาสลัดฉันทิ้งไปมันแปลกมากเลยเหรอ? มันเป็นเรื่องยุ่งวุ่นวายอะไร ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่านายพูดอะไร นายอยากฆ่าฉันมันก็ได้ ผู้ชายคนหนึ่งลงมือจัดการมาตรง ๆ เลย อย่าใช้กลอุบายที่น่ารังเกียจพวกนี้มาทรมานคนอื่นเขาเลย!”
ชายคนนั้นเหมือนกับถูกท่าทีปากแข็งของเธอทำเอาโกรธขึ้นมาไม่น้อยเลย
เขาชักมือไปทันที ดึงของสิ่งนั้นออกมาขว้างไปบนพื้นไปแรงมาก เสียงกระทบดังออกมาดังมาก
ธิชาสั่นสะท้านออกมาอย่างแรง ถึงแม้ว่าเธอจะพูดคำพูดกดดันอีกฝ่ายออกไป เพียงแค่ไม่อยากถูกเหยียดหยามอีกแล้วเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีความกล้าที่จะถูกปืนยิงทิ้งไปเลย
ชายคนนั้นยื่นมือไปบีบเค้นลำคอของเธอไป แรงบีบลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“ดูท่าแล้วหน่วยความจำของคนสวยไม่ดีเลย ไม่สู้ให้ฉันบอกใบ้เธอสักหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ เธอแฝงตัวอยู่ข้างตัวดนัยกฤต เพื่อขโมยความลับทางการค้า หรือว่าทำให้บุคลากรภายในองค์กรแตกคอกัน…หรือไม่ก็ยังมีเป้าหมายที่ไม่อาจบอกใครได้ยิ่งกว่านั้นอีก หืม?”
สมองของธิชาเหมือนกับถูกฟ้าผ่าลงมา
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
คำพูดที่คนคนนี้พูดออกมาถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจเลย
แต่พอได้คิดดูอย่างละเอียดแล้ว ก็จะค้นพบว่านึกไม่ถึงว่าเขาจะคิดในแง่มุมของดนัยกฤต
แต่ว่านานขนาดนี้มาแล้ว…ดนัยกฤตก็ไม่เคยเคลือบแคลงใจในตัวเธอมาก่อนเลย
ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนที่ถูกธาวินส่งมาโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ดนัยกฤตก็ไม่มีเหตุผลจะมาแคลงใจเธอด้วยเหมือนกัน!
เดี๋ยวก่อน การเต้นของหัวใจของธิชาได้ชะงักไป
หรือว่า…หรือว่าโจรลักพาตัวคนนี้…จะเป็นคนของดนัยกฤตงั้นเหรอ?
การคาดเดาจำพวกนี้ได้ทำให้ธิชารู้สึกช็อกและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
แต่ว่าหลังจากที่สงบนิ่งไปหลายวิ เธอก็ได้ปัดความเป็นไปได้นี้ไปอย่างรวดเร็ว
ไม่หรอกมั้ง…
ถ้าดนัยกฤตเกิดความแคลงใจขึ้นมา สงสัยว่าเธอเป็นสายลับที่ธาวินจัดการส่งมาแฝงตัวอยู่ใกล้ตัวเขาจริง ๆ
อย่างนั้นก็ป้องกันเธอไปก็จบแล้ว หรือไม่ก็จัดการทำให้เธอจากไปเลยทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะอยากถามไปให้รู้ดำรู้แดงจริง ๆ ก็จับเธอทรมานให้สารภาพออกมาก็ได้แล้ว
ทำไมจะต้องส่งคนที่ธิชาไม่เคยเจอมาก่อน…ทำให้เธอเผชิญกับเรื่องที่น่าหวาดกลัวทั้งยังถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างนี้อีก
ช่วงเวลาที่ดนัยกฤตร่วมเรียงเคียงหมอนกับเธอถึงแม้ว่าจะไม่ได้นาน แต่ความดีของเขา ธิชาก็ซาบซึ้งใจมากเลย
ผู้ชายคนนี้…ไม่ถึงกับทำร้ายเธออย่างนี้
อย่างมากที่สุดเขาก็แค่หลอกใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น แต่ไม่มีทางที่จะให้คนอื่นมาทำลายชีวิตเธอ
……
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว ธิชากัดริมฝีปาก พูดย้ำชัดออกมาเป็นคำ ๆ “ฉันบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ นายเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงไม่ให้ฉันเห็นหน้านาย ดนัยกฤตไม่เคยจะสงสัยในตัวฉันมาก่อนเลย นายมีสิทธิ์อะไรมาสงสัยในตัวฉัน?!”
ชายคนนั้นคลายมือออก ธิชาไอออกมาอย่างรุนแรงอยู่พักหนึ่ง
เพียงแค่ได้ยินเขาพูดออกมาอยู่แว่ว ๆ ว่า “ทางที่ดีที่สุดเธออย่าได้คิดอะไรที่ยุ่งวุ่นวายไปเลยจะดีกว่า มองไม่เห็นหน้าของฉันมันก็เป็นความโชคดีของเธอแล้ว ถ้าเห็นเข้า ตาสวย ๆ ทั้งสองข้างนี้ของเธอ ก็ทำได้แค่เพียงต้องทิ่มให้ตาบอดไปเท่านั้น”
ผู้ชายคนนี้เหมือนกับว่าถูกเธอทำเอาหมดความอดทนไป
เขาได้ล่าถอยออกไปด้วยใบหน้าบึ้งตึง ยื่นคำขาดออกมาเสียงเย็น “วิธีการสอบปากคำด้วยคำพูดดี ๆ คุณธิชาเหมือนกับว่าจะไม่ยอมพูดความจริง อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาแล้วกัน ด้านนอกมีน้อง ๆ รูปร่างกำยำอยู่เป็นสิบคน วิธีการทรมานผู้หญิงของพวกเขามันเรียบง่ายและโหดเหี้ยมมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณธิชาจะทนได้สักกี่น้ำ”
สีหน้าของธิชาซีดเผือดออกมา เธอร้องไห้พลางกรีดร้องออกมา “อย่า! ฉันไม่ได้ไม่อยากตอบ แต่ฉันก็ไม่รู้จริง ๆ นายอยากรู้อะไร! นายอยากได้ยินคำตอบอะไร ฉันเป็นสายลับทางธุรกิจของธาวินงั้นเหรอ? ฉันยอมรับ! ฉันยอมรับแล้วยังจบอีกเหรอ!”
ในระหว่างที่ธิชากำลังร้องไห้ครวญครางอย่างสิ้นหวังอยู่นั้นเอง ชายที่สวมหน้ากากอยู่นั้นได้ออกจากห้องไปแล้ว
……
ด้านนอกประตู ชายคนนั้นได้ยกมือขึ้นมาปลดหน้ากากออกนั่งบนโซฟาจุดบุหรี่มามวนนึง
เพิ่งจะสูบไปได้ไม่กี่ครั้ง ก็ได้ยินผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “แปลกนะครับ ว่ากันตามหลักแล้ว คุณหนูพันชั่งที่โตมาในสภาพแวดล้อมที่สุขสบายอย่างธิชา ควรจะขี้ขลาดมาก คุณไปข่มขู่ให้เธอกลัว เธอก็ยังไม่สารภาพออกมาอีกเหรอครับ?”
ชายคนนั้นได้เอ่ยพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “เมื่อพูดดี ๆ แล้วก็ไม่ยอมพูดก็ทำได้แค่เพียงต้องใช้กำลังแล้ว”
ผู้ช่วยเผยสีหน้าลำบากใจออกมา “นี่ จะต้อง…นี่มันคงไม่เหมาะมั้งครับ เพราะถึงยังไงก็เป็นคนของพี่ดนัย ผมรู้มาว่า ช่วงนี้พี่ดนัยรักใคร่เอ็นดูเธอมากเลย ประคบประหงมอย่างกับยอดดวงใจเสียอีก อีกทั้งผู้หญิงคนนี้ยังเกี่ยวข้องกับพสิษฐ์อีกด้วย ช่วงนี้อย่าเพิ่งไปแตะต้องเธอเลยจะดีกว่านะครับ อีกอย่างถ้าเกิดทำเธอเสียหายไปแล้ว พี่ดนัยสืบออกมาไม่ได้มันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าสืบออกมาได้…ปัญหาวุ่นวายมันก็จะยิ่งใหญ่โตขึ้นมานะครับ”