รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่257 ผู้หญิงแพศยามันไร้ความรู้สึก ดูท่าว่าคงจะจริง
แผ่นหลังของธิชาเย็นเฉียบขึ้นมา อีกทั้งความเย็นมันก็เย็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอไม่เข้าใจว่าโจรลักพาตัวคนนี้เอาคำพูดไร้สาระมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน
แรกเริ่มเธอก็คิดว่าเขาถ่วงเวลาอยู่จริง ๆ แต่ยิ่งได้ยินน้ำเสียงที่คลุมเครือจำพวกนี้ของเขาแล้ว เธอก็ยิ่งสงสัยว่าผู้ชายคนนี้กำลังยุแหย่เธออยู่
โจรลักพาตัวที่ไม่ทำอะไรเป็นจริงเป็นจังคนหนึ่ง…มันยิ่งทำให้คนอื่นเขารู้สึกหวาดกลัวกว่าเดิมเสียอีก
ธิชากัดริมฝีปากออกมา ถูกบีบให้ต้องพูดกับเขาไป “รางวัลและบทลงโทษที่นายว่าเป็นอะไร?”
ชายคนนั้นขมวดคิ้วยิ้มเยาะออกมา “เธอนี่มันชอบถามจริง ๆ เลย ฉันยังไม่ทันได้คิดเอาไว้เลย รางวัล…แก้มัดให้เธอล่ะมั้ง ส่วนบทลงโทษ ฉันคิดว่าเธอคงไม่อยากจะรู้หรอกว่าบทลงโทษมันเป็นอะไร”
ความคลุมเครือในน้ำเสียงขี้เล่นของเขามันแทบจะไม่ต้องชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้วเลยด้วยซ้ำ
ธิชาก็ไม่ใช่เด็กน้อย ไหนเลยจะไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนี้กัน
เธอได้ส่ายหน้าปฏิเสธออกมาทันที “งั้นฉันไม่ทายแล้ว”
มือของชายคนนั้นแทบจะวางลงไปที่หน้าอกของเธอทันที นวดเคล้นไปไม่หนักไม่เบาไปสองที พูดข่มขู่ออกมาด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก “ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงมาต่อรองกับฉัน ถ้าไม่ทายล่ะก็ ฉันก็จะลงโทษเธอเลยทันที”
คิ้วของธิชาขมวดเป็นปมแน่น อดไม่ได้ที่จะลอบด่าว่าโจรลักพาตัวคนนี้อยู่ในใจว่าเขาจะต้องเป็นคนวิปริตผิดมนุษย์มนาคนหนึ่งแน่ ๆ เลย
แต่อยู่ใต้ชายคาบ้านของคนอื่น เธอต้องมีชีวิตอยู่ จะหาเรื่องตายไม่ได้ ทายก็ทายสิ ไม่ทายเกรงว่าจะตายเร็วขึ้นกว่าเดิม
ธิชาครุ่นคิดไปแค่สิบกว่าวิเท่านั้น
อันที่จริงเธอไม่รู้เลยว่าต้องเริ่มที่ตรงไหน ทำได้แค่เพียงคิดไปในแนวทางความคิดที่เรียบง่ายที่สุด
ตอนนี้ชื่อเสียงเธอฉาวโฉ่มาก ทุกคนต่างก็รู้กันว่าเธอเป็นคนของดนัยกฤต
ส่วนธาวิน…ธาวินกับภรรยาใหม่ก็สนิทสนมชิดเชื้อกันมาก ไหนเลยจะหมุนเวียนมาถึงตาเธอได้อีก?
ถ้าพิจารณาจากมุมมองของการแก้แค้นแล้ว คนที่โจรลักพาตัวพุ่งเป้าไปคือดนัยกฤต ความเป็นไปได้มันค่อนข้างจะมากกว่าหน่อย
ธิชาจำต้องเอ่ยปากพูดออกไป “ฉันเดาว่าเป็นดนัยกฤต”
ชายคนนั้นตบมือหัวเราะออกมาเสียงดัง “ผิดแล้ว คนสวย เธอไม่โง่ เพียงแต่โชคไม่ค่อยดีเท่านั้นเอง”
ธิชามองเขาเดินออกไปอย่างทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนกับว่าจะเดินไปที่ตู้ที่อยู่อีกด้านหนึ่งหยิบเอาอะไรออกมา
ในความหวาดกลัวถึงขีดสุดได้ทำให้เธอแทบจะร้องตะโกนเสียงดังออกมาเลยทีเดียว “คนที่นายพุ่งเป้าคือธาวิน? แต่ว่าความแค้นระหว่างธาวินกับนายมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ทั้ง ๆ ที่นายก็รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันเป็นคนของดนัยกฤต!”
ชายคนนั้นเดินกลับมาตรงหน้าของเธอ โบกของที่ถืออยู่ในมือของเขาไปเล็กน้อย
นั่นเป็นของที่ธิชาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอไม่เข้าใจอะไรเลยอยู่ครู่หนึ่ง
ตามมาด้วยเขาได้ค่อย ๆ เข้าประชิดเข้ามา ธิชาจ้องมองรูปร่างของสิ่งนั้น ช็อกจนในหัวมันอื้ออึงไปหมด แก้มแดงตามออกมาด้วย
“นาย นายอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ! ฉันเป็นผู้หญิงของดนัยกฤต ถ้านายทำเรื่องที่ไม่ควรทำขึ้นมา เขาไม่มีวันปล่อยนายไปแน่!”
ชายคนนั้นแสยะริมฝีปากขึ้น ย่อตัวคุกเข่าข้างนึงอยู่ที่ตรงหน้าเธอ
การสังเกตดูในระยะใกล้ได้ทำให้ธิชามองเห็นริมฝีปากของเขาได้อย่างชัดเจน
สีริมฝีปากของเขาจางมาก ตรงตำแหน่งมุมปากมันกลับน่าหลงใหลเป็นพิเศษ มุมที่ได้แสยะขึ้นมาได้ให้ความรู้สึกชั่วร้ายออกมา
ธิชารู้สึกแค่เพียงว่าเหมือนกับว่าจะเคยเห็นก่อนเลย…
ชายคนนั้นได้ยื่นมือมาเลิกกระโปรงของธิชาออก ต่อจากนั้นก็เข้าไปหยุดอยู่ที่ตรงช่วงเอวของเธอ ถอดถุงน่องที่เธอสวมอยู่บนขาลงไปทีละนิด ๆ
ธิชาตัวสั่นและรู้สึกอัปยศขึ้นมา กัดริมฝีปากเอาไว้ แทบอยากจะเป็นบ้าไปเลย
แต่การกระทำของเขามันกลับเชื่องช้าลงเรื่อย ๆ เหมือนกับว่าจงใจทำให้ช้าลงยังไงอย่างนั้น ถอดถุงน่องเธอไปพลาง มองประเมินเธอไปอย่างสงบเยือกเย็นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดไปพลาง “เธออยู่ข้างกายธาวินเป็นเวลาสิบกว่าปีเต็ม ๆ นี่เพิ่งจะเลิกกันมาได้ไม่กี่เดือน ทำไม ไม่คิดถึงอาลัยอาวรณ์ต่อรักเก่าสักนิดเลยเหรอ?
มือของเขาได้ทาบลงมาที่บนต้นขาที่เปลือยเปล่าของธิชา
ต่อจากนี้ไปอีก ธิชารู้ดีว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เธอคาดเดาไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าผู้ชายคนนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่ ก็เลยต้องเริ่มแสร้งทำเป็นเศร้าสร้อยเกินจริงออกมาอย่างอับจนหนทาง
“ในเมื่อนายรู้ความสัมพันธ์ของฉันกับธาวินขนาดนี้แล้ว งั้นนายรู้หรือเปล่าว่า ฉันติดตามอยู่ข้างตัวธาวินมาสิบเอ็ดปี จงรักภักดีต่อเขาแค่คนเดียว แต่เขากลับมอบฉันเป็นของขวัญให้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ ถ้านายกับธาวินมีความแค้นต่อกัน ก็ไปหาทางแก้แค้นกับเขาเอง ทำไมจะต้องมาแก้แค้นที่ตัวผู้หญิงที่เป็นผู้บริสุทธิ์คนนึงอย่างฉันด้วย นายทรมานฉัน ธาวินคงไม่มีวันจะไม่พอใจเลยสักนิดเดียว ฉันเพียงแค่เสื้อผ้าตัวเก่าที่เขาทิ้งไปตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่หรือไง?”
มือของอีกฝ่ายไม่ได้มีการกระทำนอกลู่นอกทางที่มากไปกว่านั้นอีก แต่กลับได้เคลื่อนออกไปแทน
ผิวของธิชาสั่นออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะว่าแขนขาต่างก็ถูกมัดเอาไว้จนขยับตัวไม่ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะต้องพยายามไปสุดชีวิตก็จะต้องเตะไปที่จุดสำคัญของเขาให้ได้เลย
“พูดเสียไร้ความรู้สึกขนาดนี้เลยนะเนี่ย ความรู้สึกสิบเอ็ดปี คิดจะให้ก็ให้ เธอไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเลย?”
ธิชาขมวดคิ้วออกมา “นายคิดจะพูดอะไร?”
“ฉันพูดอะไรเธอไม่เข้าใจจริง ๆ เหรอ? ผู้ชายคนนึงผลักผู้หญิงที่เลี้ยงดูเอาไว้ข้างตัวมาสิบเอ็ดปีเข้าไปในอ้อมแขนของคนอื่น ถ้าไม่เพราะไม่มีทางเลือก ผลประโยชน์มากมายแค่ไหนที่จะคุ้มค่ากับการเสียสละความรักครั้งเก่าสิบเอ็ดปีไปได้?”
สีหน้าของธิชาได้ซีดแล้วซีดอีก
เธอฟังไปจนรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
ถึงแม้ว่าโจรลักพาตัวคนนี้จะมีความเป็นไปได้ว่าเพียงแค่พูดพล่อย ๆ ออกมาเท่านั้น แต่ว่า…ภายในใจของธิชามันกลับรู้สึกไม่ดีขึ้นมา
สิบเอ็ดปีมันยาวนานมากจริง ๆ ยึดครองช่วงเวลาในชีวิตของเธอไปเกินครึ่งเลย
แต่ว่าธาวินก็ทำได้ยอดเยี่ยมไปเลยจริง ๆ ถึงขนาดที่เธอไม่อาจจะมีความอาลัยอาวรณ์ได้เท่าไหร่นัก ทำได้แค่เพียงอดทนกล้ำกลืนไปอย่างหมดทางเลือก หลับตาเดินเข้าไปข้างหน้าไปเท่านั้น
เธอเอ่ยเสียงเย็นออกมา “ตำแหน่งหัวหน้าใหญ่สมาคมพันธมิตรเมืองภาคใต้ทั้งแปด มันเพียงพอที่จะสามารถวางแผนกลยุทธ์ในเรื่องสำคัญตั้งเท่าไหร่ที่จะนำพาผลประโยชน์มามากขนาดนั้นได้ ฉันเป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่ถูกธาวินทอดทิ้งคนนึง เป็นแค่สิ่งของที่ไม่ได้มีค่าอะไรนักแต่จะทิ้งไปก็น่าเสียดายเท่านั้นเอง จะมาพูดเสียสละไม่เสียสละอะไรกันล่ะ?”
ชายคนนั้นหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย “มีคำโบราณกล่าวเอาไว้ว่า หญิงแพศยานั้นไร้ความรู้สึก ดูท่ามันจะจริง ถ้าธาวินรู้ว่าจิ้งจอกตาขาวที่เขาได้เลี้ยงดูมาไม่รู้คุณคนขนาดนี้ คงจะผิดหวังมากเลยล่ะมั้ง”
ธิชาขมวดคิ้วออกมา ความกระวนกระวายภายในใจเด่นชัดขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ
ชายคนนั้นจู่ ๆ ก็ได้ดึงกางเกงชั้นในของเธอออกไป ธิชาร้องออกมาทีนึง แต่ก็ทำได้แค่เพียงปล่อยให้เขาบีบแข้งเธอไป สอดของสิ่งนั้นที่อยู่ในมือเข้าไปเท่านั้น
เธอหน้าแดงไปจนถึงใบหู แก้มร้อนเสียจนเหมือนกับจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
“นาย…นายป่วยหรือไงห้ะ เรื่องระหว่างฉันกับธาวิน มีความเกี่ยวข้องกับนายด้วยเหรอ? ฉันว่านายไม่เหมือนกับโจรลักพาตัวเลย แทบจะจิตวิปริตไปเลย ทำไมนายถึงไม่ไปหาหมอ ทำไมถึงได้ล้มเลิกการรักษาไป!”
ชายคนนั้นเหมือนกับว่าถูกคำพูดเสียดสีอย่างไร้ความปรานี ของเธอยั่วให้เกิดโทสะขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เขายิ้มออกมาอย่างขี้เล่น แล้วก็ได้กดสวิตช์บางอย่างบนของสิ่งนั้นไปทีนึง