รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่255 คนสวย เธอทายดูว่าฉันคิดจะทำอะไร
ธิชาจากไปสี่วัน ดนัยกฤตเหงานอนไม่หลับมาสี่คืน
เขาข่มกลั้นมานานเดิมทีควรจะอยู่ในสภาพดีเป็นพิเศษหรือไง แต่ดันกลายเป็นว่าธิชาไม่แม้จะยอมสงบเสงี่ยมให้เขาเลยสักนาทีเดียว
ธิชาร้องไห้ไปตลอดทั้งขั้นตอน ร้องไห้ไปพลางทั้งยังด่าว่าไปพลาง ถึงแม้ว่าเธอจะปรับตัวได้อย่างรวดเร็วไม่ได้ทุกข์ขนาดนั้นจริง ๆ แต่กลับยังคงใช้วิธีที่สุดขีดที่สุดมาปฏิเสธเขา
ดนัยกฤตจำไม่ได้แล้วว่ามีชายหนุ่มมากแค่ไหนที่ไม่เคยเผชิญกับเรื่องซวย ๆ อย่างนี้มาก่อน
เขาใช้เวลาที่สั้นที่สุดในการปลดอาวุธไป ทิ้งธิชาเอาไว้อยู่ข้าง ๆ ไปด้วยความโกรธที่มีอยู่เต็มไปหมด
ก่อนที่จะลงจากเตียงไปเขาก็ได้ดึงเนกไทที่มัดธิชาเอาไว้ จากนั้นก็กระแทกประตูออกไปด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด
เขาไม่อาจอยู่กับเธอได้อีกสักนาทีเดียวได้เลยจริง ๆ
อยู่ต่อไปอีกสักนาทีนึง เขากลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วไปทุบตีเธอไปได้
………
นี่เป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการทะเลาะกันอย่างรุนแรง
ค่อนคืนธิชาได้นอนฟุบพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง
รอจนฟ้าสว่างในวันต่อมา เธอได้โทรหาเพียงวรินทร์ไป
ยังดีที่เพียงวรินทร์ได้กลับมาแล้ว ถ้าไม่มีเธอ ความน้อยเนื้อต่ำใจและความขุ่นเคืองใจที่มีอยู่เต็มไปหมดนี้ของธิชาไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าควรจะระบายให้กับใครดี
หลังจากที่ระบายความเจ็บปวดในใจของตนออกไปจนเสร็จแล้ว เพียงวรินทร์รู้ว่าครั้งนี้เธอได้รับความไม่เป็นธรรมเป็นอย่างมาก ก็อยากจะไปปลอบเธอแบบตัวต่อตัว
ธิชาในเรื่องระหว่างชายหญิง สุกงอมสู้เพียงวรินทร์ไม่ได้เลย
เพียงวรินทร์ได้เผชิญกับเรื่องที่ไม่อาจพูดมันออกมาได้มากมายขนาดนั้น แต่ว่ามันก็ได้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว
เธอนัดธิชาไปดื่มกันที่บาร์เหล้าสักหน่อย ในบรรยากาศอย่างนั้นแล้ว พูดคุยกันแบบเจาะลึกสักหน่อยมันก็ไม่ถึงกับน่ากระอักกระอ่วนขึ้นมา
เพียงวรินทร์ก็พยายามกล่อมเธอไปอย่างสุดกำลัง วิธีการสั่งสอนต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่จะ–ลองมาก่อนแล้วทั้งนั้น
อารมณ์ความรู้สึกในตอนนี้ของธิชาคืออยากจะหนีไป
แต่เพียงวรินทร์รู้ว่า เธอหนีไปไหนไม่รอด
เว้นเสียแต่ว่าดนัยกฤตจะหน่ายหนีเธอสลัดเธอทิ้งไปเอง เธอจะหนีรอดไปได้ยังไง
……
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ที่ผับไปจนถึงสามทุ่ม
เพียงวรินทร์ดูเวลา ร้อนใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เธอดึงธิชาไปหลายครั้งแล้ว แต่ธิชาก็ไม่ยอมไปเลย ดึงดันว่ายังอยากจะดื่มอีกสักพักนึง
หลังจากที่ล่วงเลยสามทุ่มเข้าไปแล้ว เพียงวรินทร์รอไม่ไหวแล้วจริง ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้ชัยกรจะอนุญาตให้เธอออกมา แต่ก็ไม่อนุญาตให้เธอกลับเกินสามทุ่ม ตอนนี้ได้เลยมาแล้ว ดึกไปกว่านี้เกรงว่ามันจะไปโดนขีดจำกัดของชัยกรเอา
เธอเพียงแค่กรึ่ม ๆ เท่านั้น ไม่ได้เมา เธอเห็นท่าทางนั่งไม่ติดที่ของเพียงวรินทร์แล้ว ก็คาดเดาได้อยู่บ้าง
เธอจึงคะยั้นคะยอให้เพียงวรินทร์กลับไปก่อน เธอนั่งอีกสักพักนึงเดี๋ยวก็กลับแล้ว
เพียงวรินทร์ตอนแรกก็ไม่ค่อยวางใจทิ้งให้เธออยู่ที่บาร์เหล้าตามลำพังเท่าไหร่นัก แต่ต่อมาเห็นเธอไม่ได้เมา จึงกำชับออกไปหลายคำแล้วก็กลับไป
ธิชาอยู่ที่บาร์เหล้าตลอดมาจนถึงเที่ยงคืน ถึงแม้ว่าเธอจะดื่มไปไม่นับว่าเยอะมากนัก แต่ก็รู้สึกเหนื่อยมากจริง ๆ
แต่เธอก็ไม่คิดจะกลับไปเผชิญหน้ากับดนัยกฤต ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าคืนนี้ดนัยกฤตจะค้างคืนอยู่ที่คฤหาสน์หรือเปล่า
ถึงจะไม่อยากกลับไปแค่ไหน ก็ไม่อาจอยู่ที่บาร์เหล้าไปทั้งคืนได้
ธิชาครุ่นคิดว่าจะไปค้างที่โรงแรมสักคืนนึง หลังจากที่ตัดสินใจแล้วก็ได้ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
เพิ่งจะผ่านพ้นฤดูหนาวที่หนาวเหน็บไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิไปแล้ว อุณหภูมิอากาศในเมืองJได้มาถึงระดับที่ต่ำที่สุดของทุก ๆ ปี
ยืนอยู่ที่ข้างถนนลมหนาวพัดเข้ามาเป็นช่วง ๆ หนาวเหน็บไปถึงกระดูก
ธิชายื่นมือไปโบกแท็กซี่ แต่ด้านหลังในทันใดนั้นเองกลับมีมือข้างหนึ่งยื่นออกมา อุดปากเธอเอาไว้แน่น
เธอขัดขืนไปอย่างรุนแรงอยู่หลายวิ แต่เพียงไม่นานกลับสูญเสียสติการรับรู้ไป
……
ธิชาฟื้นคืนสติกลับมาที่ในห้องที่มืดมิดไปหมดห้องหนึ่ง
เธอปวดหัวเสียเหมือนว่าจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นผลสืบเนื่องชั่วคราวหลังจากที่ถูกคนใช้ยาสลบไป
ธิชาตระหนักได้ว่าตัวเองได้ถูกลักพาตัวมา เรื่องอะไรอย่างนี้เธอเคยเจอมาแล้วครั้งนึง…นั่นก็คือเมื่อครั้งที่ญาณินลงมือกับเธอครั้งนั้นนั่นเอง แล้วก็ได้ถูกดนัยกฤตช่วยมา
แต่ว่าครั้งนี้ เธอถูกขังอยู่ในห้องที่ปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา แสงสว่างโดยรอบมันขมุกขมัวเป็นอย่างมาก
หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาก็ได้คลำสำรวจไปอย่างระมัดระวัง ถึงขนาดที่ได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกไป แต่บริเวณโดยรอบไม่มีใครอยู่เลย เงียบเชียบวังเวงตลอดเลย
ความรู้สึกจำพวกที่ไม่แม้แต่จะเจอโจรลักพาตัวเลยสักนิดมันดูเหมือนจะน่ากลัวเป็นพิเศษเลย
ธิชาทำได้แค่เพียงบังคับให้ตัวเองสงบลง พยายามคิดหาทุกวิถีทางว่ามีวิธีช่วยตัวเองไปได้บ้างหรือเปล่า
ในบรรยากาศที่มืดสนิทไปหมด ถึงแม้ว่าแขนขาของเธอจะเป็นอิสระ แต่กลับไม่เจอหนทางที่จะหนีไปไหนได้เลย
ไม่รู้ว่ามันได้ผ่านไปนานแค่ไหน ในจุดที่ไกลออกไปจู่ ๆ ก็มีเสียง “แกรก” ดังเข้ามา
ถึงแม้ว่าจะห่างจากในจุดที่ธิชาอยู่ไกลมาก แต่เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าประตูได้ถูกเปิดออกได้ราง ๆ
นาทีที่แสงสว่างด้านนอกส่องเข้ามา ในลำแสงที่หรี่เบาธิชาจึงได้ค้นพบได้ว่าในห้องที่เธออยู่มันใหญ่โตกว้างขวางมาก รอบ ๆ ไม่มีหน้าต่างเลย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อกี้นี้เธอควานหาอยู่ตั้งนานเสียขนาดนั้น ก็ไม่เจอทางออกเลย ที่แท้ห้องนี้มันใหญ่กว่าที่เธอจินตนาการไปเยอะมากเลย ดังนั้นแล้วไม่ว่าเธอจะไปยังไง ก็ไปไม่ถึงปลายทางเลย
ผู้หญิงที่มือไม้ปราดเปรียวคุมตัวเธอลากออกไปข้างนอก
ธิชาถามออกไปด้วยความตื่นตระหนก “พวกนายเป็นใครกันแน่?”
เธอซักถามไปหลายคำ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีใครสนใจเธอเลย
ธิชาถูกปิดผ้าปิดตาเอาไว้แล้วกุมตัวไปยังอีกที่นึง
เธอมองอะไรไม่เห็นเลย ช่องทางการหายใจทางจมูกได้มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษอบอวลไปทั่ว
เธอย่นจมูกออกมาเล็กน้อย คิดว่ากลิ่นหอมนี้มันคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่ก็นึกไม่ออกอีกว่าเคยได้กลิ่นมาจากไหน
ในความเงียบ ธิชาได้ยินเสียงฝีเท้าที่มั่นคงค่อย ๆ ประชิดเข้ามาหาเธอ
เธอตื่นตระหนกจนถอยออกไปหลายก้าว แต่เสียงฝีเท้านั้นมันกลับเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ
มาพร้อมกับกลิ่นอายความกดดันสุด ๆ
คนที่เดินเข้ามาหาเธอจะต้องเป็นผู้ชายแน่ ๆ ธิชาได้กรีดร้องส่งเสียงออกไปทันที “นายเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงจับฉันมาที่นี่?”
ชายคนนั้นได้ยื่นมือไปแกะผ้าปิดตาของเธอออก สิ่งที่เข้ามาในสายตา กลับเป็นเงาร่างสูงใหญ่อย่างมากร่างหนึ่ง
ธิชาเบิกตากว้างออกมา
เป็นผู้ชายอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย อีกทั้งบนใบหน้าของผู้ชายคนนี้กลับยังใส่หน้ากากครึ่งหน้าเอาไว้อีกด้วย
สาเหตุที่ว่ามันเป็นแบบครึ่งส่วน เพราะว่าหน้ากากบนใบหน้าของเขาไม่ได้ปิดไปทั้งใบหน้า เพียงแค่ปิดรอบ ๆ ดวงตาเอาไว้เท่านั้น เหมือนกับหน้ากากจำพวกที่ใช้ในงานเลี้ยงหน้ากากแฟนซีจำพวกนั้นเลย
ภายใต้หน้ากาก…ชายคนนั้นอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวตัวหนึ่ง
ถึงแม้ว่าธิชาจะไม่ได้มีการตกใจออกมาเลย บางทีอาจจะมีสาเหตุมาจากการดื่มเหล้ามานิดหน่อยจึงมีความกล้าขึ้นมาบ้าง เธอจึงได้สังเกตว่าผู้ชายคนนี้ไปอย่างละเอียดมาก
ตั้งแต่คางไปจนถึงจมูก แล้วก็ยังมีดวงตาที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก
มองสำรวจอยู่หลายวิ ธิชาแน่ใจแล้วว่าโจรลักพาตัวคนนี้ไม่ใช่คนที่รู้จักกัน
ในเมื่อไม่ใช่คนที่รู้จักกัน…ทำไมถึงต้องสวมหน้ากาก?
กลัวว่าจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา หรือว่ากังวลในเรื่องอะไรอื่น
ธิชาลอบหยิกตัวเองไปทีนึง ให้ตัวเองดูสงบลงมากขึ้น “ตกลงแล้วนายเป็นใครกันแน่ คิดจะทำอะไร?!”
ชายร่างสูงใหญ่ประชิดเข้ามาหาเธอก้าวหนึ่ง ในทันใดนั้นเองก็ได้ยื่นมือไปลูบไล้หน้าของเธอ ต่อจากนั้นก็ค่อย ๆ เลื่อนไปช้า ๆ ไล้ลงไปตามลำคอของเธอ…
ธิชาได้หลบไปทันทีอย่างระแวดระวัง
แต่กลับได้ยินชายคนนั้นส่งเสียงเยาะหยันออกมา “สาวสวยที่หอมฟุ้งไปทั่วทั้งร่างอย่างนี้ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน แต่เธอกลับถามฉันมาว่าจะทำอะไร เธอสามารถลองทายดูอย่างไม่ต้องกังวลได้เลย ลองทายดูว่าฉันจะใช้อะไรมาจัดการเธอ…”
ธิชาได้กลิ่นอายความกำหนัดจากบนร่างของคนคนนี้มาได้ในภายหลัง
เธออยู่ในความตื่นตระหนกจนเกือบจะกัดลิ้นตัวเองไปเลย