รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่254 มีสิทธิ์อะไรมาจับฉันเอาไว้ชั่วชีวิต
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
ธิชาร้องไห้ออกมาจนใบหน้าได้เต็มไปด้วยน้ำตา
ตรงหน้ามันก็ได้ขาวออกมา จู่ ๆ เธอก็เหมือนกับถูกดึงจิตวิญญาณออกไป ล้มไปบนหมอนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวออกมาเลย
ดนัยกฤตเอาของที่อยู่ในมือทิ้งลงไปข้าง ๆ ไปอย่างเยาะหยัน สายตากวาดตามองร่างที่แดงไปทั้งร่างของหญิงสาว ยิ้มเสียจนดูชั่วร้ายออกมามากขึ้นกว่าเดิม “ดูท่าแล้วคุณธิชาจะชอบความรู้สึกจำพวกนี้มากเลยจริง ๆ นะเนี่ย แค่ปากกาด้ามเดียวเท่านั้นเอง ก็สามารถทำให้เธอปลอดปล่อยอย่างนี้แล้ว ที่แท้ไม่ชอบให้ฉันแตะต้อง แต่ชอบเล่นสิ่งแปลกใหม่น่าสนใจพวกนี้สินะ ต่อจากนี้ยังอยากจะเล่นอะไร ไม่สู้พูดออกมาทีเดียวไปเลย ฉันจะทำให้เธอได้สมใจอยากอย่างแน่นอน”
ธิชากึ่ง ๆ ได้ตายไปแล้ว พยายามไปอย่างหนักมากกว่าจะฝืนฟื้นกลับมาเป็นปกติได้
เธอมีคำพูดที่อยากจะสาปแช่งเขาออกไปอยู่เต็มไปหมด แต่ในเวลานี้กึ่งนึงเป็นเพราะว่าเหนื่อย กึ่งนึงเป็นเพราะว่ากลัว นึกไม่ถึงว่าสิ่งทั้งหมดมันจะข่มกลั้นเอาไว้ไม่ได้พูดออกไปอีก
เธอกลัวแค่เพียงว่าตัวเองด่าแรงไป ดนัยกฤตรังแต่จะทำเรื่องเกินไปกว่าเดิมกับเธอออกมา
เมื่อกี้นี้เป็นปากกา…ใครจะรู้ว่าเขาจิตวิปริตขึ้นมายังจะยัดอะไรแปลก ๆ เข้ามาได้อีก
ธิชาขดตัวไปด้วยความเศร้าเสียใจ น้ำตาไหลออกมาด้วยความหดหู่ใจ แม้แต่เสียงร้องไห้ก็ไม่มีหลุดออกมาเลย
ภายใต้การคิดไตร่ตรองโดยละเอียดแล้ว แม้แต่ธาวินก็ไม่เคยทำเกินไปกับเธอถึงขนาดนี้มาก่อนเลย
เธอติดตามดนัยกฤตมาได้แค่เท่าไหร่เอง ถึงแม้ว่าจะนับรวมช่วงก่อนและหลังมามันก็แค่ไม่กี่เดือนเอง…
นึกไม่ถึงว่าเขาจะเผยโฉมหน้าที่โหดเหี้ยมไร้ความปรานีออกมาขนาดนี้
ก่อนหน้าที่ธิชาบอกว่าอยากจะเลิก ในห้าส่วนมันก็เป็นเพียงแค่พูดไปด้วยความโกรธเท่านั้นเอง
ในตอนนี้กลับได้มีความคิดที่จะจากไปขึ้นมาเป็นแปดส่วนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้ชายคนนี้ชัดเจนแล้วว่าทำไปเพื่อหลอกใช้ประโยชน์จากเธอ…
รักใคร่โปรดปรานเป็นพิเศษอะไรกัน ท่าทีที่ปฏิบัติต่อกันที่ไม่เหมือนใคร…โดยพื้นฐานแล้วก็เพื่อสายเลือดของเธอกับพสิษฐ์นั่นเอง
ถ้าไม่มีความสัมพันธ์นี้ ดนัยกฤตไม่มีทางจะเสียแรงเปล่าไปเพื่อเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าถึงขนาดที่ยอมช่วยเหลือเธอมาเลย
ถึงแม้ว่าธิชาได้รู้สึกว่าเขามีส่วนรู้เห็นเป็นใจมาก่อนแล้ว แต่ว่าตอนที่ความจริงได้ถูกเปิดเผย เธอกลับยากที่จะยอมรับได้เลยจริง ๆ
หรือจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นลูกสาวของณิชานาฎ ชีวิตนี้จึงไม่อาจได้มีความรักที่บริสุทธิ์จริงใจได้เลยงั้นเหรอ?
ธิชารู้ว่าตัวเองเป็นคนอ่อนแอไร้ความสามารถคนนึง นาทีแรกที่เรื่องเกิดขึ้น เธอเพียงแค่อยากหลบไปเท่านั้นเอง
เธออยากจะหนี หนีไปเสียให้ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
การกระทำชำเราอย่างหยาบโลนอย่างนี้ของดนัยกฤต ไม่ได้ต่างไปจากราดน้ำมันไปบนกองไฟเลย
…………
ใบหน้าด้านข้างของธิชาได้ฝังเข้าไปในหมอน ร้องไห้ไปอย่างไร้เสียงอยู่นานมาก
จนกระทั่งดนัยกฤตได้ดันใบหน้าของเธอขึ้นไปอย่างแข็งกร้าว เอ่ยออกมาด้วยเสียงดุดัน “ไม่พูดอะไรออกมาเลย คืออยากจะให้ฉันช่วยเธอเลือกงั้นเหรอ? เธอชอบแบบไหนก็มีทั้งนั้น หลากหลายรูปแบบ หลากหลายไซซ์ที่รับรองว่าทำให้เธอพอใจได้อย่างแน่นอน”
ตอนที่ธิชาเพิ่งจะรู้จักเขายังไม่มีท่าทีแข็งกระด้างกับคนอื่นขนาดนี้เลย นิสัยเหมือนกับว่าจะอ่อนกว่าตอนนี้อยู่บ้าง
เขาจำได้ว่าธิชาคงจะยังกลัวอยู่ เขาเพียงแค่อยากจะขู่ไปสองสามคำ ให้เธอเชื่อฟังกันสักหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ว่าธิชากลับแข็งข้อกับเขาอยู่ตลอด ทั้งร่างเหมือนกับมีหนาวที่จับไปแล้วจะเจ็บขึ้นมา เหมือนกับว่าจะสามารถทำลายสิ่งที่แข็งแกร่งมากได้เลย
เงียบอยู่นานเธอก็ได้เอ่ยพูดเสียงเย็นออกมา “ถ้าใช้วิธีการปฏิบัติอย่างทารุณฉันจำพวกนี้มันสามารถทำให้จิตใจคุณสงบขึ้นมาได้บ้าง งั้นก็มาสิ ฉันมีเพียงแค่คำขอร้องวิงวอนที่ด้อยค่าอยู่แค่อย่างเดียว หลังจากที่คุณทรมานพอแล้ว ให้ปล่อยฉันเป็นอิสระไปด้วย”
พอคำพูดนี้ได้หลุดออกไป ใบหน้าที่หล่อเหลาของดนัยกฤตก็ได้มืดครึ้มเสียจนน่ากลัว
เขาไหนเลยจะไม่รู้ว่าตอนแรกเริ่มธิชาเพียงแค่โวยวายกับเขาไปด้วยอารมณ์เท่านั้นเอง แต่พอทะเลาะไปแล้วก็เหมือนจะว่าคำที่พูดได้เบนออกไปจากนัยสำคัญที่ต้องการจะสื่อออกไปจากเดิม
เขาเริ่มสังเกตเห็นได้ว่าธิชาเหมือนกับว่าจะอยากออกไปจากเขาจริง ๆ
การได้รับรู้ถึงอะไรจำพวกนี้มันได้ทำให้เขากังวลเป็นอย่างมาก
เขาจ้องมองใบหน้าเธอไปด้วยสายตาที่ล้ำลึก พลางเอ่ยออกไปเสียงเข้มเป็นคำ ๆ ไป “เธอฝันหวานอะไรอยู่น่ะ อยู่กับฉันเธอพูดแค่คำเดียวก็จะสามารถปลีกตัวออกไปได้แล้วงั้นเหรอ?”
ธิชาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง “งั้นคุณก็บอกเดดไลน์มาสักหน่อยสิ ไม่ก็จำนวนครั้ง ต้องนานแค่ไหน หรือว่ากี่ครั้ง คุณถึงจะยอมปล่อยฉันไป”
ดนัยกฤตโกรธจนเกือบจะยื่นมือไปดึงเธอ
“ชาติหน้ามั้ง ธิชา ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไป ถึงแม้ว่าจะนอนกับเธอไปเป็นพันเป็นหมื่นครั้งแล้ว ขอเพียงแค่ฉันไม่หลุดปากพูดออกไป เธอก็อย่าได้หวังว่าจะปลีกตัวถอยห่างออกไปได้”
ธิชาประมาณว่าคงจะถูกความโหดเหี้ยมไปอย่างไม่จริงจังนักทำเอากลัวไป
จู่ ๆ เธอก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมา เพราะว่าไม่มีแรง ถึงแม้ว่าร้องออกมาหนักมากแค่ไหน แต่ฟังไปแล้วกลับเหมือนกับร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงเบาออกมา
เธอไม่พูดอะไรเอาแต่ร้องไห้ออกมา ผ่านไปนานกว่าจะพูดออกมาต่อว่า “มีสิทธิ์อะไร คุณมีสิทธิ์อะไรมาจับฉันเอาไว้ชั่วชีวิต คุณมีสิทธิ์อะไรห้ะ คุณได้ดีกับฉันอย่างที่คุณว่ามาอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ? สิ่งดี ๆ ที่คุณทำกับฉันมันไม่ถึงครึ่งของธาวินด้วยซ้ำ! หลอกใช้ประโยชน์จากฉันอย่างนี้เหรอ? ถ้าฉันไม่ยอมรับพสิษฐ์เป็นพ่อล่ะ คุณเตรียมจะทำยังไง?”
หัวใจของชายหนุ่มได้ถูกเธอร้องไห้จนปวดแปลบไปหมด ปวดหนึบขึ้นมาออกมาอย่างแผ่วเบา
แต่เธอกลับพูดถึงธาวินขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ทำให้ไฟโกรธที่สุมอยู่ภายในท้องได้ปะทุขึ้นมาทันที
ธิชาร้องไห้จนน้ำตาเปียกชื้นไปเต็มใบหน้า แต่เพราะว่ามือทั้งสองข้างได้ถูกมัดเอาไว้อยู่จึงไม่อาจเช็ดน้ำตาได้ ดูเหมือนว่าจะยิ่งดูน่าเวทนาขึ้นมากกว่าเดิม
ดนัยกฤตอดทนกับเธออยู่นานมากด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
เสียงร้องไห้ของผู้หญิงคนนี้ก็ไม่มีหยุดลงไปเลย
ในที่สุดเขาก็ได้เหลืออดเหลือทนไปแล้ว เอ่ยออกไปด้วยใบหน้าหงิกงอออกมา “หุบปาก อย่าร้อง เธอรู้หรือเปล่าว่าเธอร้องไห้ขึ้นมาแล้วได้ทำให้คนอื่นเขารำคาญกันสุด ๆ ไปเลย!”
ธิชาสะอึกสะอื้นอยู่นั้นได้หยุดชะงักไปเล็กน้อย แล้วก็ได้ร้องต่อออกมาทันที
ดนัยกฤตในที่สุดก็ได้หงุดหงิดจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ดึงขาของเธอออกแล้ว——
ธิชาไม่ได้เตรียมตัวเลยสักนิด เจ็บจนทั้งร่างกระตุกไปหมด มือทั้งสองข้างที่ถูกมัดเอาไว้ได้ทุบเขาไปอย่างแรง
“คุณออกไป เจ็บ ดนัยกฤตฉันอยากฆ่าคุณไปซะ คุณมันไม่ใช่คนแล้ว! คุณมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน! ฉันจะฆ่าคุณ!”
ดนัยกฤตได้กำราบมือทั้งสองข้างของเธอไปด้วยมือข้างเดียว กดขึ้นไปบนหัวของเธอ ส่วนมืออีกข้างนึงก็ได้กดร่างเธอไว้อย่างแรง “เก็บเสียงไปซะ หุบปากไป ร้องไห้อีกก็จะยิ่งเจ็บเชื่อมั้ย”