รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่199 ท่านดนัยไม่ไปอยู่กับน้องปุณิกาเหรอ
ใบหน้าของปุณิกาเย็นชาอยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ้มร่าและดูน่ารักมากยิ่งขึ้น
ธิชากำส้อมและมีดในมือไว้แน่น ไม่ปล่อยให้ตกลงบนจาน เผยการเสียมารยาทของเธอออกมา
แต่ใบหน้าซีดเซียวของเธอ สุดท้ายก็แสดงความพอใจของเธอออกมาอยู่ดี
บรรยากาศห้องอาหารในตอนแรกยังปรองดองกันดี แต่เพราะคำพูดไม่กี่คำของปุณิกากลับทำให้บรรยากาศดูคลุมเครือขึ้นมา
แต่ความคลุมเครือนี้กลับไม่ได้ทำให้คนใจเต้น แค่ทำให้ธิชารู้สึกคลื่นไส้มากกว่า
ดนัยกฤตไอคอกแคกเสียงเบา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงด่าว่า: “ณิกา อย่าพูดเป็นเล่นไป”
ปุณิกากลับไม่มีความเขินอายเลย เธอขยับเข้าไปออดอ้อนชายหนุ่ม “ฉันไม่ได้พูดเล่นเลยนะคะ ฉันพูดจริงค่ะ พี่ธิชาบาดเจ็บ ท่านดนัยเลยเป็นห่วงพี่ธิชามาก ฉันก็อยากแบ่งเบาภาระพี่ธิชาค่ะ ยังไงท่านดนัยของเราก็กล้าหาญและเก่งกาจอยู่แล้ว ทำให้ฉันกับพี่ธิชาพึงพอใจพร้อมกันก็ได้นี่คะ”
สีหน้าของธิชาซีดเซียวมากขึ้น แต่เธอก็ไม่ได้มองดนัยกฤตเลย
เธอก็ไม่ได้มองปุณิกาด้วย ไม่ได้มองใครทั้งนั้น แค่ก้มหน้าจ้องอาหารบนจานของตัวเอง
ดนัยกฤตพูดด้วยสีหน้าเข้มงวดว่า: “เลิกพูดเล่นได้แล้ว อายุยังน้อยไม่อายบ้างหรือไง คิดจะพูดอะไรก็พูด”
ปุณิการู้สึกว่าเขาโหดมาก เลยเบะปากแล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันแค่อยากใช้โอกาสนี้ใกล้กับพี่ธิชามากขึ้นเท่านั้นเอง เพราะยังไงพูดจริงใจต่อกัน พี่น้องจริงๆก็ทำได้……”
ธิชามีความคิดที่อยากจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากโต๊ะอาหาร
ความจริงใจต่อกันที่ปุณิกาพูดถึงทำให้ในสมองของเธอมีความทรงจำไม่ดีลอยขึ้นมา
ดนัยกฤตเมื่อก่อนเคยลงโทษเธอ แล้วสั่งให้อี๊ฟทำแบบนั้นกับตัวเอง……
อาจเป็นเพราะธิชารู้ว่าทำผิดต่อดนัยกฤตมาเยอะกว่า หรืออาจเป็นเพราะเขายกโทษให้เธอ ไม่ได้ใช้อุปกรณ์สวาทที่ให้เธอหาความสุขจากผู้หญิงด้วยกัน
เธอไม่ได้โกรธหรือเกลียดดนัยกฤตด้วยเรื่องนั้นเลย
แต่ยังไงก็เป็นความทรงจำที่น่าขยะแขยงมาก และหลังจากเรื่องนั้นตอนที่เจออี๊ฟ ก็มักจะนึกถึงภาพความหลังที่น่าอดสู่นั้น
ธิชาคิดว่าปุณิกาพูดจาแบบนี้บนโต๊ะอาหาร ด้วยนิสัยของดนัยกฤต เขาน่าจะไม่พอใจมาก
แต่ทว่าเขาแค่ด่าปุณิกาอย่างไม่จริงจังแค่ไม่กี่คำ ในคำพูดนั้นดูไม่โกรธด้วย
หัวใจธิชาเย็นไปครึ่งแถบ
อาจเป็นเพราะผู้หญิงสองคนรับใช้เขาพร้อมกัน……
ในสายตาของเขานั้นเป็นเรื่องธรรมดามาก
แวดวงไฮโซไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ขอแค่มีเงินจนไม่มีที่ใช้ ก็ทำเรื่องลับๆแบบนี้ได้อยู่แล้ว
แต่แค่ปกติไม่ค่อยมีคนเอามาพูดเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าธิชาจะไม่รู้เรื่องเลย
สังคมที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ อาจเป็นเพราะผู้ชายที่มีทั้งเงินและอำนาจ เกิดมาแล้วก็มีสิทธิ์ทำให้ผู้หญิงยอมเป็นแม่สาวน้อยที่พร้อมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองแล้วยกก้นตัวเองให้กับเขา
ธิชารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
แต่เธอแค่รับไม่ได้เท่านั้นเอง
ตอนที่เธออยู่กับธาวิน ในใจก็นับถือเขาเหมือนคนรัก พี่ชาย และญาติสนิท
อาจเป็นเพราะความคิดนี้ผิดตั้งแต่แรกแล้ว
จึงทำให้ดนัยกฤตตามจีบเธออย่างจริงใจ และขอให้เธอไปอยู่กับเขาหลายรอบ
ธิชาอยู่กับเขาแล้ว ก็นับถือเขาเป็นผู้ชายของตัวเอง
แม้รู้ดีว่าเขาไม่ได้มีแต่ตัวเอง
แต่กลับไม่คิดว่าจะมีวันหนึ่งที่ต้องรับใช้สามีร่วมกับหญิงอื่นพร้อมกัน
แต่ตอนนี้เธอคิดไว้ในใจแล้ว
ไม่ว่าดนัยกฤตจะเป็นผู้ชายยังไง
และไม่ว่าผู้หญิงข้างกายเขาจะมีนิสัยยังไง
เธอก็จะยังคงรักษาเส้นตายของตัวเองเอาไว้
อย่างเรื่องที่ทำพร้อมกันสามคน แม้จะเอาปืนจี้หัวเธอ เธอก็ไม่มีทางทำแน่นอน
สวิงเหมือนกับหมู่สัตว์เดรัจฉาน ไม่มีความสุขหรือควาสวยเลย
……
ดนัยกฤตเห็นสีหน้าของธิชาซีดเซียวขึ้นเรื่อยๆ ก็ด่าปุณิกาด้วยสีหน้าที่จริงจังขึ้น “ณิกา วันนี้เห็นแก่ที่เธอทำผิดครั้งแรก ฉันจะไม่เอาความ ครั้งหน้าจะพูดเล่นแบบนี้ต่อหน้าธิชาไม่ได้ ธิชาขี้อายมากกว่าเธอ ต่อไปอย่าแกล้งธิชาแบบนี้อีก”
แม้น้ำเสียงเขาจะจริงจัง แต่ธิชาได้ยินแล้ว กลับไม่รู้สึกว่าเขาโกรธเลย
คิดว่าเขาคงเห็นแก่หน้าเธอ แต่ความเป็นจริงแล้วกลับไม่อยากด่าปุณิกาเพราะคำพูดหยอกล้อไม่กี่คำ
อาจเป็นเพราะเขาเอ็นดูปุณิกา ปุณิกามักจะพูดกับเขาและออดอ้อนเขาเหมือนเด็กน้อยเสมอ
ธิชารู้ว่าเขาไม่ได้โกรธจริงจัง แค่อยากบังคับให้ตัวเองใจเย็นลงเท่านั้น
ดนัยกฤตรักษาหน้าเธอไว้แล้ว และด่าปุณิกาไม่กี่คำ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีความคิดที่จะให้ผู้หญิงสองคนมารับใช้เขาพร้อมกัน
นี่คงเป็นความอดทนที่เขาทำให้ผู้หญิงได้มากที่สุด ธิชารู้สึกว่าถ้าตัวเองปรี๊ดแตกตอนนี้ คงทำให้เขารู้สึกรำคาญมากกว่า
ในที่สุดธิชาก็เงยหน้าขึ้น แล้วพูดด้วยรอยยิ้มกับปุณิกาว่า “ความชอบแบบนี้ของคุณปุณิกาไปหาพี่คนอื่นเล่นด้วยดีกว่านะ เรื่องแบบนี้ฉันทำไม่ได้หรอก ท่านดนัยรู้จักฉันดี”
ดนัยกฤตหรี่ตามองปุณิกา “พี่ธิชาของเธอยังอ่อน ต่อไปอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกนะ”
ปุณิกาเหมือนไม่ได้สนใจกับคำพูดของธิชา แค่เบะปากแล้วยิ้มให้กับดนัยกฤต “แต่ทั้งที่ฉันอายุน้อยกว่าพี่ธิชา พี่ธิชาจะยี่สิบอยู่แล้ว ก็ไม่ถือว่าอายุน้อยแล้วนะคะ……”
ดนัยกฤตเริ่มกินแล้ว ก็ตอบเธออย่างไม่พอใจว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องของอายุเลย ก็บอกแล้วไงว่าคนอื่นเขาอ่อนกว่าเธอ”
“ชิ พี่ธิชายังอ่อน ท่านคิดว่าฉันไม่อ่อนเหรอ? ท่านดนัยร้ายจริงๆเลย ทั้งที่ฉันก็อายุน้อยกว่า ครั้งก่อนท่านยังชมฉันว่าฉันอ่อนอยู่เลย ทั้งที่รู้ว่าฉันทั้งชมพูและแน่นกว่า หนีบจนท่านเสียวซ่านไปหมด……หรือว่าด้านล่างของพี่ธิชาชมพูกว่าฉันเหรอคะ?”
ดนัยกฤตหน้าบึ้งตึง “ปุณิกา พอแล้ว ถ้ายังพูดแบบนี้อีก ฉันจะไล่เธอออกไปแล้วนะ!”
ปุณิกาถูกเขาด่าจนสุดท้ายต้องหุบปากไม่กล้าพูดอะไรอีก
ธิชากว่าจะใจเย็นลงได้ ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนมีคนเอาขี้มาป้อนให้เธอ ในขี้ยังมียาพิษปนอยู่ด้วย……
…………
อาหารมื้อนี้ของธิชาไม่รู้ว่าสุดท้ายจบยังไง
แต่ตอนที่จบแล้ว เธอก็ไม่ยิ้มหรือพูดอะไรอีกเลย
เธอพูดทักทายดนัยกฤตเสียงเบาแล้วเดินเข้าไปในห้องเอง
เธอไม่รู้ว่าปุณิกาจะนอนในคฤหาสน์นี้หรือเปล่า และไม่อยากไปสนใจแล้วด้วย
เธอแค่รู้สึกคลื่นไส้จนอยากอ้วก ขอแค่ไม่ได้ยินเสียงของปุณิกาอีก เธอก็ขอบคุณฟ้าสวรรค์แล้วล่ะ
ผ่านไปประมาณสี่สิบนาที
ดนัยกฤตก็ผลักประตูเดินเข้ามา เปลี่ยนชุดนอนแล้วเรียบร้อย บนตัวยังมีกลิ่นหอมของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ
ธิชาไม่ง่วงเลย เห็นเขาเข้ามาแล้ว ความอึดอัดในใจไม่รู้ว่าเปลี่ยนเป็นความโกรธที่ยากจะปิดบังตั้งแต่เมื่อไหร่
เธอแสยะยิ้มอย่างประชดประชัน
“ท่านดนัยไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องปุณิกาเหรอคะ? คุณไม่สนใจเธอมาหลายวัน คนอื่นเขาคิดถึงคุณจนแน่นไปหมดแล้วนั่นน่ะ”
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรสักคำแล้วขึ้นมานอนบนเตียง จากนั้นก็ยื่นแขนไป แล้วช้อนตัวขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดตัวเอง และระวังแขนข้างซ้ายของเธอด้วย
ธิชาขัดขืน ตอนนี้เธอไม่อยากถูกเขากอดไว้เลย
แม้อ้อมกอดของเขาจะหนาแน่นและอบอุ่นมากแค่ไหน
ธิชาขัดขืนแบบไม่จริงจังเท่าไหร่ ชายหนุ่มม้วนเส้นผมที่มีกลิ่นหอมของเธอเล่นๆ ริมฝีปากแนบไปที่แก้มของเธอ และทั้งจูบทั้งหอมเธอ
“แน่นแค่ไหน ก็ไม่แน่นเท่าธิชาที่รักของฉันหรอก เพราะยังไงก็เป็นที่แน่นมากที่สุดที่ฉันเคยสอดใส่มา”