รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่188 วิน พวกเราแจ้งความเถอะ
โดยการเฉี่ยวชนในครั้งนี้ซึ่งเป็นความผิดพลาดจากตัวของธิชาเองโดยส่วนใหญ่
ระยะนี้เธอไม่รู้ว่าเป็นอะไรไป มักรู้สึกตกอยู่ในภวังค์อยู่เรื่อย เมื่อขับรถคันใหม่บนถนนคอยแต่ระวังเป็นพิเศษในช่วงสองสามวัน เพราะกลัวว่ามีเฉี่ยวชนจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้
ตอนที่ตัวเธอเปลี่ยนเส้นทางนั้นก็ไปขูดกับรถเบนท์ลี่ย์คันที่อยู่ด้านหน้า จนละอายใจขึ้นมาทันที ตอนที่กำลังรีบลงจากรถเพื่อไปขอโทษขอโพยนั้น
ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาอันคุ้นตาทางด้านข้างของธาวินนั้น ราวกับถูกก้อนหินก้อนมหึมาตกหล่นทับหัวใจของเธอ ชั่วขณะเวลานั้นพลันหม่นหมองลงทันที ไม่ว่าจะยังไงก็พูดขอโทษไม่ออก และไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
พนักงานขับรถที่เพิ่งลงมาจากที่นั่งคนขับหน้าไม่คุ้นตา ประมาณว่าคงมาช่วยขับรถให้ธาวินไม่นาน จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น พลันตกอกตกใจอย่างไม่รู้ตัว เมื่อลงจากรถจึงออกปากถามทันที
“คุณผู้หญิงท่านนี้ขับรถประสาอะไรเนี่ย ถนนก็กว้างขวางขนาดนี้ยังจะเฉี่ยวจนเป็นรอยได้ ขับรถไม่เก่งก็ไปฝึกเยอะๆขับให้ดีๆ หน่อย โชคดีนะที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ”
ความจริงแล้วคนขับรถอารมณ์กำลังขุ่นเคืองเต็มอก การขับรถให้กับเจ้านายใหญ่ หากเกิดเรื่องเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก โชคยังดีที่เขาจะส่งท่านประธานใหญ่กับคุณนายกลับคฤหาสน์ ถ้ารีบไปทำธุระสำคัญอื่น นั่นก็เท่ากับเป็นการทำให้ล่าช้าแล้ว
การที่เขาพูดเช่นนี้ถือว่าเกรงใจแล้ว ถ้าไม่ใช่เห็นว่าธิชาขับรถสปอร์ตรุ่นใหม่สีขาวราคาสูงแพงหูฉี่คันนี้ พลันคิดว่าอย่าไปหาเรื่องใส่ตัวกับคนมีเงิน ตราบใดที่ไม่ขาดแคลนเรื่องเงินทอง ปัญหาต่างๆ ก็สามารถแก้ไขได้อย่างไม่ยากเย็น
ธิชาที่เป็นคนจิตใจดีต่อคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ทว่าในเวลานี้กลับหน้าดำหน้าแดงแทน
ในที่สุดธาวินกับญาณินที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังก็ลงจากรถ คนขับที่ตกใจจึงรีบหันไปหาพร้อมทั้งรีบอธิบายทันควัน
ธาวินเห็นเธอแล้ว ราวกับไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด แววตาเฉยเมย แต่ยังสื่อความหมายแสดงความสนใจออกมาเล็กน้อย
ชั่วครู่เขาถึงได้อ้าปากพูด น้ำเสียงเย็นชามาก และไม่รู้ว่ากำลังถามใครกัน “ไม่ได้บาดเจ็บหนักใช่ไหม หือ?”
แววตาธิชามองผ่านไปเลย เหมือนว่าเธอไม่แสดงท่าทีสนใจเขาสักนิด จนทำให้บรรยากาศลดระดับลงจนเย็นเล็กน้อย
คนขับรถรีบหันไปพูดคุยกับธาวิน ในขณะที่กำลังพูดอยู่กับตนเองอยู่นั้น พลันรีบตอบกลับหวาดกลัวจนร่างกายสั่นเทา “ประธานธาวินครับ น่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก แค่เฉี่ยวชนจนเป็นรอยเล็กน้อย ถึงอย่างไรรถมีประกันอยู่แล้ว ไม่ได้เสียหายหนักมากนัก แค่ทำให้ท่านกับคุณนายต้องตกใจมาก ผิดที่ผมเองครับ…”
ธาวินประเมินผู้หญิงที่อยู่ตรงด้านหน้าอยู่นาน
ธิชาสวมเสื้อสเวตเตอร์ปิดคอสีขาว ท่อนล่างใส่กางเกงหนังสีดำ ส่วนเสื้อโค้ตคงถอดไว้และพาดอยู่ในรถแล้ว
แม้ว่าเธอจะผอมแห้ง แต่บริเวณใบหน้ากลับแดงระเรื่อยาวเป็นปื้นทว่าไม่ใช่การปัดแก้ม ซึ่งเป็นสีผิวหน้าของตัวเธอเอง
ซึ่งไม่รู้ว่าสองสามวันมานี้เลี้ยงดูดีมากหรือเปล่า หรือเป็นเพราะว่าตัวฮีตเตอร์ในรถแรงเกินไป
แววตาอันเย็นชาไร้ความอบอุ่นแต่อย่างใด ราวกับทำเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้า
ธาวินรออยู่นาน และไม่รอให้เธอได้พูด พลันหันไปพูดกำชับกับคนขับรถทันที “ก็ไม่ได้เป็นอะไร งั้นก็เดินทางต่อเถอะ เดี๋ยวนายกลับไปอย่าลืมแจ้งไปที่บริษัทประกันด้วย”
ญาณินที่มัวแต่ยืนอยู่ข้างรถและไม่เขยิบตัวเดินก้าวมาทางด้านหน้าเลยเมื่อได้ยินเช่นนั้นกลับสีหน้าเปลี่ยนไปทันควัน
เธอเดินขยับมาทางด้านหน้าสองสามก้าว พลันใช้สายตาอันเย็นชาเย่อหยิ่ง คล้องแขนธาวินอย่างสนิทสนมอย่างเป็นธรรมชาติทันที พลางเผยอปาก และพูดจาตอกย้ำอย่างเย็นชา “วินคะ รถเบนท์ลี่คันนี้นำเข้ามาทั้งคัน อีกทั้งไม่สามารถซ่อมบำรุงในประเทศได้ แถมอะไหล่สักชิ้นยังหาไม่ค่อยได้ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับประกันอะไรทำนองนั้นเลย ฉันว่าการถูกเบียดมันดูแปลกพิกล คุณเพิ่งจะได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าใหญ่หัวหน้าสมาคมธุรกิจแห่งเมืองภาคใต้ทั้งแปด และเป็นช่วงเวลาโดดเด่นจนจับตามอง ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้เลยว่ามีคนจงใจจัดฉาก คอยให้ท่าเพื่อให้คุณปฏิบัติตัวออกนอกลู่นอกทาง… เราแจ้งตำรวจกันเถอะค่ะ”
ธาวินหรี่ตาลง และแสดงท่าทางไม่สนใจแต่อย่างใด
ทางคนขับรถเห็นว่าคุณนายธนาภูวนัตถ์พูดเอ่ยปากออกมาแล้ว จึงไม่กล้าขัดคอ เพราะไม่รู้สถานการณ์ว่าตอนนี้ตกลงแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ธาวินยังคงไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ญาณินราวกับเกรงว่าตัวเองจะแสดงอาการหาเรื่องจนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเกินควร จึงสอดมือให้กระชับ โดยการคล้องแขนเขาให้รัดแน่นขึ้น แถมยังพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานขึ้นเยอะ ทำสีหน้าเคร่งขรึมและแสดงลักษณะท่าทางเป็นห่วงเป็นใยออกมา “วินคะ คุณอย่าเพิ่งมาโทษว่าฉันคิดมากไปนะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินคุณพ่อฉันพูดมาว่า ตอนที่หัวหน้าใหญ่คนก่อนยังดำรงตำแหน่งอยู่นั้น เคยมีคนลอบสังหารมาหลายครั้งแล้ว แม้ว่าจะทำไม่สำเร็จก็ตาม แต่ก็น่ากลัวมาก ครั้งนี้เกิดเรื่องที่มีอันตรายถึงชีวิต คุณเป็นสามีฉัน และเป็นคนที่ฉันสนิทสนมที่สุดแล้ว ฉันจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณ…”
ธาวินยิ้มเล็กน้อยพลันตบหลังฝ่ามือเธอ สีหน้าแสดงความหลงรักด้วยความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน “วางใจเถอะ ผมย่อมรู้ดีว่าคุณคอยกังวลแทนผมอยู่ ทำไมถึงได้คิดเยอะได้นะ”
ญาณินเห็นว่าธาวินกำลังคอยปกป้องเอาใจและแสดงความอ่อนโยนกับตนเองหน้าอีนังแพศยาธิชาคนนี้
เธอจ้องมองประเมินธิชาด้วยแววตาคมกริบ จากนั้นจึงสั่งกำชับกับคนขับรถโดยเน้นย้ำทุกถ้อยคำ “ทำไม ยังฟังความหมายของคุณวินไม่เข้าใจอีกเหรอ? ยังไม่รีบแจ้งความอีก”
ธาวินสีหน้าเรียบเฉย ราวกับคอยสังเกตธิชาอยู่ตลอด
ธิชาเติบโตอยู่ข้างกายเขา ซึ่งสามารถพูดได้เลยว่าเขารู้จักนิสัยของธิชาเป็นอย่างดี
ช่วงวัยเด็กของธิชาวุ่นวายมาก ด้วยนิสัยเป็นคนขี้กลัวมาก บางครั้งแม้ว่าจะกลัวจนขี้หดตดหายมากก็ยังแสดงความกล้าได้กล้าเสีย ก็เป็นจำพวกแข็งนอกอ่อนในภายนอกดูแข็งแกร่ง ภายในอ่อนแอก็เท่านั้นเอง
ซึ่งรถยนต์คันนี้ของเธอเป็นคันใหม่เอี่ยมอ่องจนเห็นได้ชัดเจน ขนาดป้ายทะเบียนก็เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง
เขาเข้าใจถึงสถานภาพของดนัยกฤตมาโดยตลอด ผู้หญิงเหล่านั้น ไม่สนว่าอายุจะห่างจากเขากี่มากน้อย ขนาดลูกสาวบุญธรรมของท่านอวัชที่เพิ่งตกเป็นกระแสข่าวโด่งดังในช่วงนี้ ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่จะรับมือได้ง่าย
ธิชากลับเต็มใจที่จะไปเดินตามก้นดนัยกฤตต้อย ๆ น่าจะปรารถนาใช้ชีวิตอย่างมั่นคงสงบสุขแหละ
ทว่าเธอได้มาพบเจอเขากับเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ … ถ้าเรื่องไปถึงหูดนัยกฤตเข้า ต่อไปเธอคงอยู่ไม่สุขสบายแน่
ธิชาเองก็ไม่ใช่คนโง่เขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เธอใจเย็นนั้น ก็คือจิ้งจอกน้อยที่แสนฉลาดเฉลียวตัวหนึ่ง
ธาวินเตรียมตัวไว้แล้วว่าถ้าเธออ้าปากพูดก็จะเพื่อยอมอ่อนข้อให้
แค่พูดขอโทษมาคำเดียว เขาย่อมห้ามปรามญาณินไม่ให้แจ้งตำรวจจนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต
……
แต่ช่างน่าเสียดาย ครั้งนี้เขาเข้าใจตัวธิชาผิดไปจริงๆ
ธิชายืนอยู่ตำแหน่งเดิมแต่ยังคงไม่พูดจาอะไร และแสดงท่าทางเย็นชาราวกับคนเป็นอัมพาต
รอจนเวลาที่คนขับรถหยิบโทรศัพท์ออกมาและเตรียมกดโทรศัพท์ออกไป ธิชาจึงเอ่ยปากพูดอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน “แจ้งความก็ดีนะ รถคันนี้ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ เป็นรถยนต์นำเข้าเช่นเดียวกัน แม้ว่าบางทีราคาอาจจะไม่หรูหราเท่าเบนท์ลี่ย์ ทว่าก็เป็นของรักของหวงของฉันเช่นกัน คุณนายท่านนี้พูดอย่างไร้เหตุผล ฉันขับรถอยู่ดีๆ จู่ ๆ ก็มาทำให้ลูกรักของฉันเป็นรอยเสียนี่ จนฉันอธิบายความรู้สึกที่อยู่ในใจไม่ถูก ไม่ทราบว่ารู้สึกเบื่อขี้หน้าคนเลยคิดมาหาเรื่องหรือเปล่า แจ้งความก็ดีนะ ให้คุณตำรวจเขาไปเอาภาพกล้องวงจรปิดมาดู อย่างน้อยก็แสดงความยุติธรรมแก่ฉัน”
คำพูดประโยคแรกของญาณินแอบแฝงการถากถางซึ่งเธอจงใจหาเรื่อง คำพูดประโยคถัดมาของธิชาเป็นการพูดตอกกลับจนเธอหน้าหงายทันที
ญาณินโกรธจนบดฟันกรามทันที
เธอคบหากับธิชามาตั้งหลายปี ก่อนที่จะพูดฉีกหน้าเช่นนั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าธิชาปากคอเราะร้ายวาจาเชือดเฉือนเช่นนี้
ตอนนี้เธอแทบไม่อยากจะมองธิชาให้เต็มตา ผู้หญิงแพศยาที่ถูกสามีของเธอส่งเป็นของกำนัลให้ถึงเตียงดนัยกฤต มีคุณสมบัติอะไรที่จะมายืนชี้นิ้วออกคำสั่งต่อหน้าเธอ?!
ญาณินสูดลมหายใจเข้า พลันระงับความโกรธเคืองที่อัดแน่นเต็มอก และไม่มีวันที่ยอมเปิดเผยภาพลักษณ์เรียบร้อยอ่อนหวานที่สร้างขึ้นมาตั้งหลายปีของตนเองเปิดเผยต่อหน้าธาวิน
“คุณผู้หญิงท่านนี้ถือว่า…แก้ตัวได้น้ำขุ่นๆ ทั้ง ๆ ที่คุณเป็นคนมาเบียดพวกเราก่อน แถมยังไม่ยอมรับผิดอีก? แจ้งความเดี๋ยวนี้!”
……………
หลังจากแจ้งความแล้ว ธิชาก็นั่งรออยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบเข้ามาจัดการแล้ว
ธิชาขี้เกียจลงรถ เธอมองสีหน้าอันเป็นเดือดเป็นร้อนของญาณินที่กำลังพูดยุยงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงไร้ความรู้สึกเช่นเดิม และคอยรอให้พวกเขาจัดการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จอย่างด้วยท่าทางเย็นชา
ญาณินยิ่งโมโหเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นเรื่อย ๆ เธอคิดไม่ออกว่าทำไมดนัยกฤตถึงได้ไปชอบพอคนอย่างธิชา
ถ้าบทสรุปของธิชาคือการถูกธาวินส่งให้ขึ้นเตียงกับพวกผู้ชายสูงอายุหน้ามันหัวล้านท้องโตพุงพลุ้ยพวกนั้น … และตกไปเป็นเมียน้อยที่ไม่ค่อยได้รับการเอ็นดูสักเท่าไหร่ ญาณินจะต้องพึงพอใจมากแน่
ซึ่งตอนนี้เธออยู่กับดนัยกฤต แถมยังขับรถคันใหม่เอี่ยมสวยมากขนาดนี้ มองดูก็รู้ว่าอยู่อย่างไม่ลำบากอะไรเลย แล้วเธอจะไม่โมโหได้ยังไงเล่า
เธอดึงเจ้าหน้าที่ตำรวจมา และจัดการพูดแต่งเติม “แม้ว่าจะขูดจนไม่ได้เป็นรอยเยอะมากนัก ทว่าคุณผู้หญิงคนนั้นเธอสงสัยต้องการหาเรื่องจนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน คุณมองการแสดงออกของเธอสิ ยังไม่ยอมลงจากรถด้วยซ้ำ ทำอย่างกับถนนเป็นบ้านของเธอเลยหรือไง?”
####บทที่ 189 ธาวิน คุณเอามือสกปรกของคุณออกไป
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้สึกว่าทางผู้ก่อเหตุไม่ยอมลงจากรถจนเป็นการแสดงทัศนคติแย่อยู่บ้าง
ดังนั้นจึงเคาะกระจกรถด้านข้างรถสปอร์ตของธิชาอย่างถูกต้องตามข้อปฏิบัติตามความเป็นธรรม “คุณครับ รบกวนคุณช่วยลงจากรถด้วยครับ รบกวนแสดงใบขับขี่ให้ด้วยครับ”
ญาณินหัวเราะเยาะและทำหน้าตลก
ความรู้สึกที่อยู่ในใจธิชานั้นราวกับคลื่นมหาสมุทรขนาดมหึมา เธอเกลียดชังธาวินจนมีความรู้สึกอยากจะฆ่าด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่ามันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหนที่สามารถบังคับฝืนใจตนเองได้ เธอสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติ ท้ายที่สุดก็หยิบใบขับขี่และเปิดประตูรถลงมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเธออายุยังน้อย แถมยังเป็นรถยนต์คันเพิ่งซื้อมาใหม่ เมื่อได้มีการพิจารณาตรวจสอบจากพฤติกรรมแวดล้อมแล้ว จึงตัดประเด็นการจงใจที่จะหาเรื่องออกไปทันที
ถึงอย่างไรก็ขับรถสปอร์ตแบรนด์หรู และไม่มีความจำเป็นที่ต้องขับรถมาเฉี่ยวชนเบนท์ลี่บนท้องถนนใหญ่มั้ง
มีเงินก็ไม่น่าสร้างเรื่องแบบนี้…
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกไว้เล็กน้อย รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายมีประกันทั้งคู่ ปกติแล้วทางบริษัทประกันจะจัดการเรื่องค่าเสียหาย ไม่นานนักก็จัดการได้อย่างเสร็จสิ้นและเตรียมแยกย้ายกัน
ญาณินเห็นว่าธิชายังคงแสดงอาการเย่อหยิ่งเหมือนเดิม จนความหงุดหงิดที่อยู่ในใจพลุ่งพล่านมากขึ้น
เธอมิสามารถกลืนอารมณ์โกรธเคืองเช่นนี้ได้
ทั้ง ๆ ที่ขับมาดีๆ บนท้องถนนแล้วทำไมถึงโดนชนตูดได้ล่ะ
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอีนังแพศยาธิชาคนนี้มันจงใจทำ
เธอกับไพลินมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก่อนหน้านี้ไพลินเคยบ่นว่า มีครั้งหนึ่งที่ธิชาเคยโกรธ เลยจงใจขับรถชนไพลิน จนเกือบจะชนไพลินตาย
ตอนนั้นธาวินก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่กลับเข้าข้างออกโรงปกป้องธิชา และไม่มีการลงโทษแต่อย่างใด จนทำให้ไพลินเกิดอาการขุ่นเคืองใจอัดแน่นอยู่เต็มอก
ญาณินรู้สึกว่าเธอนั้นชอบทำผิดอยู่เรื่อย กระทั่งไม่มีวิธีที่จะฝากขังเธอไว้หลายวัน จึงอยากจะพูดคำพูดที่ไม่น่าฟังจนทำให้รู้สึกน่าขยะแขยงตัวเธอ
ญาณินยืนอยู่ด้านข้างตัวธิชา พลางขึ้นเสียงทำเหมือนไม่ตั้งใจ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์รอบๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยต่างได้ยินกันถ้วนหน้า
“โอ๊ย คนบางคนพอเป็นเมียน้อยของคนอื่นแล้วเนี่ย ดันหยิ่งผยองพองขนขึ้นเรื่อย ซึ่งเรียนรู้ความแพศยามาจากผู้หญิงที่เป็นกะหรี่ตามความเคยชินจนกลิ่นโฉ่ไปทั้งตัว การขับรถแล้วไปเฉี่ยวชนรถคนอื่นทั้งสร้างสถานการณ์มาถ่วงเวลาอีก ยังไม่สำนึกผิดสักนิด พ่อแม่ไม่อบรมสั่งสอนจริงๆ เลย นิสัยต่ำช้าเหม็นโฉ่ไปทั่วทั้งตัวตามความเคยชิน อย่ามาโทษที่ฉันพูดจาไม่น่าฟัง ถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน ผู้หญิงใช่ว่ามีลีลาเด็ดบนเตียงจนปรนนิบัติพัดวีผู้ชายเป็นถึงจะใช้การได้ แกทำตัวเป็นคนประเภทนี้ ต่อไปย่อมมีคนมาสั่งสอนแกแน่!”
นัยน์ตาธิชายังคงเฉยชาเช่นเดิม ทว่ามุมปากกลับกระตุกรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา
“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงในความเป็นห่วงของคุณค่ะ แต่ว่าคุณนายธนาภูวนัตถ์มีเวลามาสอนฉันเรื่องจะเป็นคนอย่างไร สู้เอาเวลาเล็กน้อยไปร่ำเรียนเรื่องลีลาบนเตียงสักหน่อยจะดีไหมคะ รูปร่างหน้าตาคุณก็แสนธรรมดาคนเขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เรื่องบนเตียงน่าจะไม่เด็ดเท่าไหร่มั้ง แม้ว่าจะเพิ่งจะแต่งงานเป็นข้าวใหม่ปลามัน ทว่าสามีของคุณก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรด้วย ต้องเป็นคนที่ไม่ได้คิดถึงความรักแบบสามีภรรยาอย่างแน่นอน ต่อไปตระกูลมงคลวัชรกุลมั่นคงสุขสบายดี ถือว่าคุณโชคดีไป ถ้าเกิดสถานการณ์พลิกจนไม่มั่นคงเพียงเล็กน้อย งั้นคุณก็เตรียมตัวเก็บของเพราะถูกไล่ออกจากบ้านเถอะค่ะ”
คำพูดทุกคำของธิชามันคือสถานการณ์เรื่องจริงทั้งหมด เวลานี้ญาณินกำลังได้รับความโปรดปรานจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วจะทนฟังกับความจริงเรื่องที่ไม่เข้าหูแบบนี้ได้อย่างไรกัน
เธอโมโหจนขาดสติ จนเกือบชูมือตบหน้าธิชาสักครั้งอยู่แล้ว
ทว่ากลับมีเสียงหัวเราะเยาะอันแผ่วเบาของธาวินในจังหวะนี้ทันที เสียงหัวเราะนั้นแสดงความหมายลึกๆ เอาไว้
เขากดไหล่ของญาณิน และกดตัวเธอให้เธอเข้าไปอยู่ในรถ แล้วตบแผ่นหลังเธออย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการเอาใจ “พอแล้วแหละ ผมจัดการเอง คุณสงบสติอารมณ์นะ อย่าไปโต้เถียงกับคนในระดับล่างเลย”
ญาณินที่รู้สึกโมโหและเกลียดชังเป็นทุนเดิมนั้น แต่เมื่อเห็นธาวินที่ทำว่าเธอไปเป็นคนของเขาแล้ว และยังมองธิชาที่เคยโปรดปรานมาเป็นสิบๆ ปีกลายเป็นคนนอกไป เธอพลันได้รับความรู้สึกถึงความสงบบางอย่างเกิดขึ้น และไม่ยินยอมเปิดเผยนิสัยเดิมของตนเอง พลางระงับอารมณ์ทันที และยิ้มพูดอย่างอ่อนโยน “ค่ะ ฉันขี้เกียจจะไปโกรธเธอ”
ธิชามองว่าพวกเขาแสดงความรักกันก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมา
เธอไม่ได้อิจฉาจริงๆ แค่เป็นความรู้สึกขยะแขยงอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างสิ้นเชิง
ธาวินปฏิบัติกับญาณินด้วยความจอมปลอมทั้งเพ จอมปลอมจนเธอรู้สึกได้ว่าขนาดคนที่ไม่รู้จักกันยังไม่เชื่อเลย
มีเพียงญาณินเท่านั้นที่คิดว่ามันคือความจริง แถมเชื่อหมดใจ และคิดว่าธาวินจะอยู่กับเธอไปชั่วชีวิต
การที่เธอมีความรู้สึกกระอักกระอ่วนกับญาณินมันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง
แต่ความเกลียดชังธาวินมันกลายเป็นเกลียดซึมลึกเข้ากระดูก
ผู้ชายคนนี้ช่างน่าขยะแขยงที่สุดจริงๆ
เธออยากจะหยิบโทรศัพท์ตนเองขึ้นมา เพื่อเอาข่าวเรื่องนั้นให้ผู้หญิงที่แสนโง่เขลาอย่างญาณินได้อ่าน
ในตอนแรกธาวินใช้วิธีการเกลี้ยกล่อมหลอกล่อเธอยังไงจนเธอต้องเบนเข็มไปอยู่กับดนัยกฤต
มีลายลักษณ์ตัวอักษรอย่างชัดเจนและสามารถพิสูจน์ได้ซึ่งเขียนไว้แล้วว่าพยายามกำจัดตระกูลมงคลวัชรกุลกับญาณินให้เร็วที่สุด กระทั่งมีสัญญาว่าจะขอเธอแต่งงาน
เพียงแต่ความคิดหุนหันพลันแล่นเช่นนั้นเพียงชั่วครู่ก็ถูกเสียงหัวเราะอันเย็นชาระงับทันที
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่หน้าที่ตนเองที่ต้องช่วยเอาเรื่องจริงของธาวินมาเปิดเผยให้ญาณินฟัง เธอรนหาเรื่องเอง แม้ตนเองเอาหลักฐานความจริงไปให้เธอดู เธอจะคิดว่าตนเองจงใจหาเรื่อง และไม่มีทางเชื่ออยู่แล้ว
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว แล้วทำไมเธอจำต้องทำให้ตัวเองเสียความรู้สึกให้สูญเปล่าไปด้วย
ธิชาก้าวขึ้นรถทันที จังหวะที่กำลังปิดประตูนั้น ประตูรถกลับถูกต้านจากแรงดึงอย่างหนึ่ง จึงปิดประตูไม่ได้ในช่วงเวลานั้น
เธอเหลือบมองธาวินด้วยสายตาเฉยเมยที่สุด “ก็จัดการจนเสร็จเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ? มีอะไรก็รบกวนติดต่อกับทางบริษัทประกันได้โดยตรง”
ทว่าธาวินกับดึงประตูรถเธอ พลันยืนพิงประตูที่เปิดอ้าอยู่ และยืนกอดอก แสดงท่าทางทำตัวสบายๆ และยิ้มอย่างสื่อความหมายเป็นนัย
“เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปแล้ว ญาณินก็ขึ้นรถไปแล้ว การพูดคุยกันตรงนี้มีแค่เราสองคนที่ได้ยิน ธิชา คุณพูดความจริงกับผมมา การเฉี่ยวชนในวันนี้… คุณจงใจทำใช่ไหม คือเกลียดผมเข้าไส้ ดังนั้นจึงควบคุมตัวเองไม่อยู่ แถมยังคิดถึงผมจนใจจะขาด เมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถของผมก็อดใจไม่ไหวจนพุ่งมาหาเลยเหรอ หือ?”
การหยอกล้อของชายหนุ่มเช่นนี้กลับทำให้สีหน้าธิชายิ่งเย็นชาหนักกว่าเก่า
ความรู้สึกเกลียดชังที่อยู่ในใจพลันลุกโชนขึ้นมา และมีความรู้สึกเกลียดจนอยากจะตบหน้าเขาสักสองทีพุ่งขึ้นมาทันที
แต่สุดท้ายเธอก็อดทนเอาไว้ได้ ธาวินมีนิสัยชั่วช้าแบบนี้ ยิ่งเธอแสดงพฤติกรรมโต้ตอบกลับรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ เขายิ่งไม่จบไม่สิ้นสักที
ทางที่ดีที่สุดคือตอบโต้กลับด้วยความเย็นชา
เธอมองมาทางด้านหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และไม่สบตามองหน้าเขาสักนิด
“ไอ้ความรู้สึกนิสัยหลงตัวเองไม่เลิกน่าจะรักษาไม่หายแล้ว นี่มันป่วยระยะสุดท้าย รอวันที่คุณตายนะ ถ้าคำพูดไร้สาระพูดจบแล้วก็รบกวนหลบไปสักที ฉันจะกลับบ้านแล้ว กลับไปเย็นมาก… เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วงเอา”
ธาวินเงียบอยู่ชั่วครู่ ดวงตาดั่งนกฟีนิกส์หรี่ตามอง มองดูราวผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาส่วนลึกนั้นกลับทอประกายความอันตรายอันแสนเย็นชาออกมา
เขายื่นมือออกไปตรึงปลายคางของธิชา และใช้เรี่ยวแรงเต็มพิกัด ริมฝีปากบางพลันโพล่งออกมา คำพูดคำจาที่พูดออกมานั้นช่างลามกจกเปรตถึงที่สุด–
“ดูเหมือนว่าอารมณ์โกรธเคืองคุณจะร้อนแรงขึ้นนะ ตอนอยู่กับผม คุณเป็นคนอ่อนโยนราวกับเจ้าลูกแกะน้อย ทั้งเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ทำไมนะเพิ่งไปอยู่กับดนัยกฤตได้ไม่นานเท่าไหร่ อารมณ์ถึงได้เปลี่ยนไปย่ำแย่ถึงขั้นนี้ เรื่องบนเตียงไม่เข้าขากันใช่หรือเปล่า เขาไม่สามารถทำให้คุณอิ่มเอมได้ใช่ไหม?”
ธิชาจับพวงมาลัยอยู่ นิ้วมือเกร็งทุกนิ้ว
เธอยับยั้งอารมณ์จนถึงขั้นสูงสุด ทว่าทุกคำพูดของธาวินมันมาแตะจุดเส้นตายของเธอแล้ว
อารมณ์โกรธเคืองและกองเพลิงความโกรธที่อัดแน่นเต็มอกของเธอในเวลานี้ถ้าระเบิดออกมา เธอสงสัยว่าตนเองจะไม่สามารถควบคุมตนเองเอาไว้ได้
เธอเม้มริมฝีปาก และตอบกลับไปอย่างเย็นชาทุกคำ “ธาวิน คุณเอามือสกปรกของคุณออกไป อย่าได้ใช้ความคิดอันแสนอัปรีย์จัญไรมาคาดเดาความสัมพันธ์ของฉันกับดนัยเลย”
แววตาของธาวินยิ่งหม่นหมองลงกว่าเดิม พลางปล่อยมือที่ตรึงคางเธอออก แต่กลับเคลื่อนมือลงจากทางไหปลาร้าของเธอต่ำลงเรื่อย ๆ —
เขาหอบหายใจแรงมากขึ้น ความรู้สึกที่ซ่อนความอดทนบางอย่างราวกับมันจะอดไม่ไหวอยู่แล้ว
บางทีการที่ธิชาเรียกดนัยกฤตอย่างสนิทสนมออกมาจากปากยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด
บางทีการแสดงความเฉยเมยของธิชาตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้มันทำให้เขาไม่มีความสุขตั้งแต่แรกแล้ว
นิ้วมือของเขาเคลื่อนตัวลงไปบีบจับบริเวณที่อ่อนนุ่มระหว่างขาของหญิงสาวโดยไร้การคาดเดาสักนิด—
ธิชาราวกับถูกไฟช็อต และจัดการข่วนแขนเขาอย่างรุนแรง พร้อมทั้งสบถด่าเขาอย่างดุเดือด “เอามือออกไป ไอ้สัตว์เดรัจฉาน! อย่าทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยง!”