รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 189 ธาวิน คุณเอามือสกปรกของคุณออกไป
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้สึกว่าทางผู้ก่อเหตุไม่ยอมลงจากรถจนเป็นการแสดงทัศนคติแย่อยู่บ้าง
ดังนั้นจึงเคาะกระจกรถด้านข้างรถสปอร์ตของธิชาอย่างถูกต้องตามข้อปฏิบัติตามความเป็นธรรม “คุณครับ รบกวนคุณช่วยลงจากรถด้วยครับ รบกวนแสดงใบขับขี่ให้ด้วยครับ”
ญาณินหัวเราะเยาะและทำหน้าตลก
ความรู้สึกที่อยู่ในใจธิชานั้นราวกับคลื่นมหาสมุทรขนาดมหึมา เธอเกลียดชังธาวินจนมีความรู้สึกอยากจะฆ่าด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่ามันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหนที่สามารถบังคับฝืนใจตนเองได้ เธอสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติ ท้ายที่สุดก็หยิบใบขับขี่และเปิดประตูรถลงมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเธออายุยังน้อย แถมยังเป็นรถยนต์คันเพิ่งซื้อมาใหม่ เมื่อได้มีการพิจารณาตรวจสอบจากพฤติกรรมแวดล้อมแล้ว จึงตัดประเด็นการจงใจที่จะหาเรื่องออกไปทันที
ถึงอย่างไรก็ขับรถสปอร์ตแบรนด์หรู และไม่มีความจำเป็นที่ต้องขับรถมาเฉี่ยวชนเบนท์ลี่บนท้องถนนใหญ่มั้ง
มีเงินก็ไม่น่าสร้างเรื่องแบบนี้…
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกไว้เล็กน้อย รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายมีประกันทั้งคู่ ปกติแล้วทางบริษัทประกันจะจัดการเรื่องค่าเสียหาย ไม่นานนักก็จัดการได้อย่างเสร็จสิ้นและเตรียมแยกย้ายกัน
ญาณินเห็นว่าธิชายังคงแสดงอาการเย่อหยิ่งเหมือนเดิม จนความหงุดหงิดที่อยู่ในใจพลุ่งพล่านมากขึ้น
เธอมิสามารถกลืนอารมณ์โกรธเคืองเช่นนี้ได้
ทั้ง ๆ ที่ขับมาดีๆ บนท้องถนนแล้วทำไมถึงโดนชนตูดได้ล่ะ
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอีนังแพศยาธิชาคนนี้มันจงใจทำ
เธอกับไพลินมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก่อนหน้านี้ไพลินเคยบ่นว่า มีครั้งหนึ่งที่ธิชาเคยโกรธ เลยจงใจขับรถชนไพลิน จนเกือบจะชนไพลินตาย
ตอนนั้นธาวินก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่กลับเข้าข้างออกโรงปกป้องธิชา และไม่มีการลงโทษแต่อย่างใด จนทำให้ไพลินเกิดอาการขุ่นเคืองใจอัดแน่นอยู่เต็มอก
ญาณินรู้สึกว่าเธอนั้นชอบทำผิดอยู่เรื่อย กระทั่งไม่มีวิธีที่จะฝากขังเธอไว้หลายวัน จึงอยากจะพูดคำพูดที่ไม่น่าฟังจนทำให้รู้สึกน่าขยะแขยงตัวเธอ
ญาณินยืนอยู่ด้านข้างตัวธิชา พลางขึ้นเสียงทำเหมือนไม่ตั้งใจ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์รอบๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยต่างได้ยินกันถ้วนหน้า
“โอ๊ย คนบางคนพอเป็นเมียน้อยของคนอื่นแล้วเนี่ย ดันหยิ่งผยองพองขนขึ้นเรื่อย ซึ่งเรียนรู้ความแพศยามาจากผู้หญิงที่เป็นกะหรี่ตามความเคยชินจนกลิ่นโฉ่ไปทั้งตัว การขับรถแล้วไปเฉี่ยวชนรถคนอื่นทั้งสร้างสถานการณ์มาถ่วงเวลาอีก ยังไม่สำนึกผิดสักนิด พ่อแม่ไม่อบรมสั่งสอนจริงๆ เลย นิสัยต่ำช้าเหม็นโฉ่ไปทั่วทั้งตัวตามความเคยชิน อย่ามาโทษที่ฉันพูดจาไม่น่าฟัง ถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน ผู้หญิงใช่ว่ามีลีลาเด็ดบนเตียงจนปรนนิบัติพัดวีผู้ชายเป็นถึงจะใช้การได้ แกทำตัวเป็นคนประเภทนี้ ต่อไปย่อมมีคนมาสั่งสอนแกแน่!”
นัยน์ตาธิชายังคงเฉยชาเช่นเดิม ทว่ามุมปากกลับกระตุกรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา
“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงในความเป็นห่วงของคุณค่ะ แต่ว่าคุณนายธนาภูวนัตถ์มีเวลามาสอนฉันเรื่องจะเป็นคนอย่างไร สู้เอาเวลาเล็กน้อยไปร่ำเรียนเรื่องลีลาบนเตียงสักหน่อยจะดีไหมคะ รูปร่างหน้าตาคุณก็แสนธรรมดาคนเขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เรื่องบนเตียงน่าจะไม่เด็ดเท่าไหร่มั้ง แม้ว่าจะเพิ่งจะแต่งงานเป็นข้าวใหม่ปลามัน ทว่าสามีของคุณก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรด้วย ต้องเป็นคนที่ไม่ได้คิดถึงความรักแบบสามีภรรยาอย่างแน่นอน ต่อไปตระกูลมงคลวัชรกุลมั่นคงสุขสบายดี ถือว่าคุณโชคดีไป ถ้าเกิดสถานการณ์พลิกจนไม่มั่นคงเพียงเล็กน้อย งั้นคุณก็เตรียมตัวเก็บของเพราะถูกไล่ออกจากบ้านเถอะค่ะ”
คำพูดทุกคำของธิชามันคือสถานการณ์เรื่องจริงทั้งหมด เวลานี้ญาณินกำลังได้รับความโปรดปรานจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วจะทนฟังกับความจริงเรื่องที่ไม่เข้าหูแบบนี้ได้อย่างไรกัน
เธอโมโหจนขาดสติ จนเกือบชูมือตบหน้าธิชาสักครั้งอยู่แล้ว
ทว่ากลับมีเสียงหัวเราะเยาะอันแผ่วเบาของธาวินในจังหวะนี้ทันที เสียงหัวเราะนั้นแสดงความหมายลึกๆ เอาไว้
เขากดไหล่ของญาณิน และกดตัวเธอให้เธอเข้าไปอยู่ในรถ แล้วตบแผ่นหลังเธออย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการเอาใจ “พอแล้วแหละ ผมจัดการเอง คุณสงบสติอารมณ์นะ อย่าไปโต้เถียงกับคนในระดับล่างเลย”
ญาณินที่รู้สึกโมโหและเกลียดชังเป็นทุนเดิมนั้น แต่เมื่อเห็นธาวินที่ทำว่าเธอไปเป็นคนของเขาแล้ว และยังมองธิชาที่เคยโปรดปรานมาเป็นสิบๆ ปีกลายเป็นคนนอกไป เธอพลันได้รับความรู้สึกถึงความสงบบางอย่างเกิดขึ้น และไม่ยินยอมเปิดเผยนิสัยเดิมของตนเอง พลางระงับอารมณ์ทันที และยิ้มพูดอย่างอ่อนโยน “ค่ะ ฉันขี้เกียจจะไปโกรธเธอ”
ธิชามองว่าพวกเขาแสดงความรักกันก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมา
เธอไม่ได้อิจฉาจริงๆ แค่เป็นความรู้สึกขยะแขยงอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างสิ้นเชิง
ธาวินปฏิบัติกับญาณินด้วยความจอมปลอมทั้งเพ จอมปลอมจนเธอรู้สึกได้ว่าขนาดคนที่ไม่รู้จักกันยังไม่เชื่อเลย
มีเพียงญาณินเท่านั้นที่คิดว่ามันคือความจริง แถมเชื่อหมดใจ และคิดว่าธาวินจะอยู่กับเธอไปชั่วชีวิต
การที่เธอมีความรู้สึกกระอักกระอ่วนกับญาณินมันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง
แต่ความเกลียดชังธาวินมันกลายเป็นเกลียดซึมลึกเข้ากระดูก
ผู้ชายคนนี้ช่างน่าขยะแขยงที่สุดจริงๆ
เธออยากจะหยิบโทรศัพท์ตนเองขึ้นมา เพื่อเอาข่าวเรื่องนั้นให้ผู้หญิงที่แสนโง่เขลาอย่างญาณินได้อ่าน
ในตอนแรกธาวินใช้วิธีการเกลี้ยกล่อมหลอกล่อเธอยังไงจนเธอต้องเบนเข็มไปอยู่กับดนัยกฤต
มีลายลักษณ์ตัวอักษรอย่างชัดเจนและสามารถพิสูจน์ได้ซึ่งเขียนไว้แล้วว่าพยายามกำจัดตระกูลมงคลวัชรกุลกับญาณินให้เร็วที่สุด กระทั่งมีสัญญาว่าจะขอเธอแต่งงาน
เพียงแต่ความคิดหุนหันพลันแล่นเช่นนั้นเพียงชั่วครู่ก็ถูกเสียงหัวเราะอันเย็นชาระงับทันที
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่หน้าที่ตนเองที่ต้องช่วยเอาเรื่องจริงของธาวินมาเปิดเผยให้ญาณินฟัง เธอรนหาเรื่องเอง แม้ตนเองเอาหลักฐานความจริงไปให้เธอดู เธอจะคิดว่าตนเองจงใจหาเรื่อง และไม่มีทางเชื่ออยู่แล้ว
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว แล้วทำไมเธอจำต้องทำให้ตัวเองเสียความรู้สึกให้สูญเปล่าไปด้วย
ธิชาก้าวขึ้นรถทันที จังหวะที่กำลังปิดประตูนั้น ประตูรถกลับถูกต้านจากแรงดึงอย่างหนึ่ง จึงปิดประตูไม่ได้ในช่วงเวลานั้น
เธอเหลือบมองธาวินด้วยสายตาเฉยเมยที่สุด “ก็จัดการจนเสร็จเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ? มีอะไรก็รบกวนติดต่อกับทางบริษัทประกันได้โดยตรง”
ทว่าธาวินกับดึงประตูรถเธอ พลันยืนพิงประตูที่เปิดอ้าอยู่ และยืนกอดอก แสดงท่าทางทำตัวสบายๆ และยิ้มอย่างสื่อความหมายเป็นนัย
“เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปแล้ว ญาณินก็ขึ้นรถไปแล้ว การพูดคุยกันตรงนี้มีแค่เราสองคนที่ได้ยิน ธิชา คุณพูดความจริงกับผมมา การเฉี่ยวชนในวันนี้… คุณจงใจทำใช่ไหม คือเกลียดผมเข้าไส้ ดังนั้นจึงควบคุมตัวเองไม่อยู่ แถมยังคิดถึงผมจนใจจะขาด เมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถของผมก็อดใจไม่ไหวจนพุ่งมาหาเลยเหรอ หือ?”
การหยอกล้อของชายหนุ่มเช่นนี้กลับทำให้สีหน้าธิชายิ่งเย็นชาหนักกว่าเก่า
ความรู้สึกเกลียดชังที่อยู่ในใจพลันลุกโชนขึ้นมา และมีความรู้สึกเกลียดจนอยากจะตบหน้าเขาสักสองทีพุ่งขึ้นมาทันที
แต่สุดท้ายเธอก็อดทนเอาไว้ได้ ธาวินมีนิสัยชั่วช้าแบบนี้ ยิ่งเธอแสดงพฤติกรรมโต้ตอบกลับรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ เขายิ่งไม่จบไม่สิ้นสักที
ทางที่ดีที่สุดคือตอบโต้กลับด้วยความเย็นชา
เธอมองมาทางด้านหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และไม่สบตามองหน้าเขาสักนิด
“ไอ้ความรู้สึกนิสัยหลงตัวเองไม่เลิกน่าจะรักษาไม่หายแล้ว นี่มันป่วยระยะสุดท้าย รอวันที่คุณตายนะ ถ้าคำพูดไร้สาระพูดจบแล้วก็รบกวนหลบไปสักที ฉันจะกลับบ้านแล้ว กลับไปเย็นมาก… เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วงเอา”
ธาวินเงียบอยู่ชั่วครู่ ดวงตาดั่งนกฟีนิกส์หรี่ตามอง มองดูราวผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาส่วนลึกนั้นกลับทอประกายความอันตรายอันแสนเย็นชาออกมา
เขายื่นมือออกไปตรึงปลายคางของธิชา และใช้เรี่ยวแรงเต็มพิกัด ริมฝีปากบางพลันโพล่งออกมา คำพูดคำจาที่พูดออกมานั้นช่างลามกจกเปรตถึงที่สุด–
“ดูเหมือนว่าอารมณ์โกรธเคืองคุณจะร้อนแรงขึ้นนะ ตอนอยู่กับผม คุณเป็นคนอ่อนโยนราวกับเจ้าลูกแกะน้อย ทั้งเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ทำไมนะเพิ่งไปอยู่กับดนัยกฤตได้ไม่นานเท่าไหร่ อารมณ์ถึงได้เปลี่ยนไปย่ำแย่ถึงขั้นนี้ เรื่องบนเตียงไม่เข้าขากันใช่หรือเปล่า เขาไม่สามารถทำให้คุณอิ่มเอมได้ใช่ไหม?”
ธิชาจับพวงมาลัยอยู่ นิ้วมือเกร็งทุกนิ้ว
เธอยับยั้งอารมณ์จนถึงขั้นสูงสุด ทว่าทุกคำพูดของธาวินมันมาแตะจุดเส้นตายของเธอแล้ว
อารมณ์โกรธเคืองและกองเพลิงความโกรธที่อัดแน่นเต็มอกของเธอในเวลานี้ถ้าระเบิดออกมา เธอสงสัยว่าตนเองจะไม่สามารถควบคุมตนเองเอาไว้ได้
เธอเม้มริมฝีปาก และตอบกลับไปอย่างเย็นชาทุกคำ “ธาวิน คุณเอามือสกปรกของคุณออกไป อย่าได้ใช้ความคิดอันแสนอัปรีย์จัญไรมาคาดเดาความสัมพันธ์ของฉันกับดนัยเลย”
แววตาของธาวินยิ่งหม่นหมองลงกว่าเดิม พลางปล่อยมือที่ตรึงคางเธอออก แต่กลับเคลื่อนมือลงจากทางไหปลาร้าของเธอต่ำลงเรื่อย ๆ —
เขาหอบหายใจแรงมากขึ้น ความรู้สึกที่ซ่อนความอดทนบางอย่างราวกับมันจะอดไม่ไหวอยู่แล้ว
บางทีการที่ธิชาเรียกดนัยกฤตอย่างสนิทสนมออกมาจากปากยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด
บางทีการแสดงความเฉยเมยของธิชาตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้มันทำให้เขาไม่มีความสุขตั้งแต่แรกแล้ว
นิ้วมือของเขาเคลื่อนตัวลงไปบีบจับบริเวณที่อ่อนนุ่มระหว่างขาของหญิงสาวโดยไร้การคาดเดาสักนิด—
ธิชาราวกับถูกไฟช็อต และจัดการข่วนแขนเขาอย่างรุนแรง พร้อมทั้งสบถด่าเขาอย่างดุเดือด “เอามือออกไป ไอ้สัตว์เดรัจฉาน! อย่าทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยง!”