รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 459พี่ชาย หนูสร้างปัญหาให้พี่หรือเปล่าคะ
ธิชาเต็มไปด้วยความสงสัย
เธอมองไปที่ชนัดพลเป็นเวลานาน
ชนัดพลใจร้อนเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าเป็นเรื่องยากสำหรับดนัยกฤตที่จะได้เจอกับธิชาในเวลาปกติ
และอาการของธิชาทำให้เขาไม่แน่ใจ
ชนัดพลร้อนใจอยากจะทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ
พอเขาเอื้อมมือออกไปอีกครั้ง และพยายามจับข้อมือของธิชา
ในที่สุดเธอก็เปลี่ยนสีหน้าและลุกออกจากเก้าอี้นุ่มทันที
เธอพยายามสะบัดมือให้หลุด
เหตุการณ์ทางฝั่งธิชาเริ่มเสียงดังขึ้น
แขกที่มาร่วมงานที่รับประทานอาหารอยู่ข้าง ๆ ต่างก็พากันมองมา
แล้วพวกชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านก็เริ่มพูดขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้น มีอะไรทำไมไม่พูดกันดีๆ คะ”
เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ชนัดพลตั้งใจ
ท่าทางต่อต้านของธิชารุนแรงเกินไป เขาไม่สามารถทำอะไรต่อได้
เพื่อเชิญธิชาไปที่ห้องรับรอง ถ้าเกิดเรื่องจนเสียงดังเกินไปและทำให้เกิดข่าวลือที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเขารับผิดชอบไม่ไหว
ชนัดพลลดเสียง และลดเสียงของตัวเองให้ธิชาได้ยินเพียงคนเดียว “คุณธิชาครับ คุณก็น่าจะรู้ว่าผมไม่ได้มีเจตนาร้าย คุณทำแบบนี้ ผมลำบากใจจริงๆ …”
เดิมทีธิชาก็รู้สึกแปลกใจ ยิ่งมากขึ้น ความสงสัยก็ทำให้อารมณ์ของเธอเริ่มแปรปรวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ดวงตาที่เฉียบคมของเธอจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของชนัดพล ส่วนลึกในใจของเธอมีเสียงบอกกับเธอ
ว่าเธอน่าจะรู้จักกับผู้ชายคนนี้มาก่อน
ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้… คนที่เธอจำอะไรไม่ได้เลย
ความรู้สึกนี้ทำให้เธอเริ่มตื่นตระหนก
เธอเซถอยหลังไปสองก้าว แล้วพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “ฉันไม่รู้จักคุณ ออกไปไกลๆ เลยนะ!”
ชนัดพลรู้สึกได้ว่าสภาพจิตใจของเธอเริ่มไม่ปกติ จึงไม่กล้าเข้าใกล้เธอ
ธิชารู้สึกตื่นกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอไม่รู้ว่าเธอกลัวอะไรอยู่กันแน่
แค่สัญชาตญาณบอกให้เธอหนี
เหมือนเห็นคนที่ตัวเองเกลียดมากที่สุด และไม่อยากอยู่ใกล้แม้แต่วินาทีเดียว
ชนัดพลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจากไปอย่างเสียดาย
…………
ธิชานั่งลงด้วยสีหน้าซีดเผือด
เธอมองไปรอบๆ
แต่คนที่มารุมล้อมก่อนหน้านี้ต่างพากันแยกย้ายไป เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ดูไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว
ธิชาอยู่ภายใต้แสงไฟ
ทันใดนั้นก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมา
เธอรู้ว่าเธอเป็นใคร
เธอชื่อธิชา
เธอเป็นน้องสาวของธาวิน
เป็นน้องสาวของประธานธนาภูวนัตถ์กรุ๊ป
เธอรู้ด้วยว่าพ่อเลี้ยงของเธอชื่อชรัณ
แต่นอกเหนือจากนั้น
เหตุการณ์ในอดีต เธอจำอะไรไม่ได้เลย
และเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออายุเท่าไหร่กันแต่
ธิชารู้จักและเข้าใจโลกใบนี้มาจากอินเทอร์เน็ตและโทรทัศน์
ตอนที่ส่องกระจก เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองน่าจะเป็นสาววัยรุ่นมากกว่า
สาววัยรุ่น…
น่าจะยังเรียนหนังสืออยู่
แต่ทำไมเธอถึงไม่เคยไปโรงเรียน
เธอไม่มีอะไรที่ต้องทำ
ดังนั้นพอลืมตาตื่น ก็ว่างเปล่า
ตอนที่ธาวินไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอ เธอก็จะรู้สึกเหงา
แต่ชีวิตคนปกติทั่วไป…คงไม่ควรจะเป็นแบบนี้
ความคิดของธิชาสับสนมาก
สัญชาตญาณของเธอผลักดันให้เธอพยายามไขปริศนานี้ ที่กำลังคุกคามเธออยู่
แต่ลึกลงไปภายในใจ ดูเหมือนจะมีบางอย่างกำลังขวางไว้
ลึกลงไป…มีคำเตือนกำลังบอกเธอว่าเธอไม่ควรรู้มากเกินไป
ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความสุขน้อยลงเท่านั้น
ธิชาเริ่มรู้สึกปวดหัว
เธอเอื้อมมือไปนวดขมับของเธอ
…………
ในเวลานี้
ชนัดพลกลับไปที่ห้องรับรองของดนัยกฤต และรายงานให้เขาทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
สีหน้าของดนัยกฤตเรียบนิ่ง และดูไม่แปลกใจอะไรเลย
เขาเอ่ยถามขึ้นมา หลังจากผ่านไปสักพัก “จากการพิจารณาของนาย ธิชาจงใจแกล้งทำหรือมีปัญหาทางจิต?
ชนัดพลครุ่นคิดอยู่สักพัก น้ำเสียงของเขาก็ลังเลเล็กน้อย “สภาพจิตของเธอ…ต้องผิดปกติแน่นอนครับ ตั้งแต่ผมเข้าใกล้เธอ ผมรู้สึกว่าดวงตาและน้ำเสียงของเธอดูแปลกมาก ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเหมือนกัน ดูจากอาการของเธอ…อืม สรุปสั้นๆ ก็คือ คุณธิชาแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก แต่ว่า… ผมไม่รู้ว่าเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้จักผมหรือเธอจำผมไม่ได้แล้วจริงๆ”
ดนัยกฤตนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
เขาจุดซิการ์ชั้นดีขึ้นมาสูบ แล้วพ่นควันออกมาช้าๆ
เขาหรี่ตาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ส่งคนไปตรวจสอบ ทางที่ดีให้เข้าใกล้จิตแพทย์ของธิชา ฉันได้ยินมาว่า… ธาวินได้ว่างจ้างทีมแพทย์จากสวิตเซอร์แลนด์ แพทย์เจ้าของไข้ชื่อเกล้าแก้ว”
ชนัดพลอธิบายด้วยความกระดากอาย “การป้องกันของธาวินเข้มงวดมากครับ และคุณธิชาก็ไม่ค่อยออกจากคฤหาสน์ตระกูลธนาภูวนัตถ์ และถึงแม้จะออกไปข้างนอกเธอก็ถูกล้อมรอบด้วยบอดี้การ์ด พวกเขาล้วนได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี และเป็นเรื่องยากที่เราจะส่งคนแทรกตัวเข้าไปได้ คนที่เราเคยส่งไปเป็นสายลับข้างกายธาวิน ก็ถูกไล่ออกแล้วเช่นกัน”
ดนัยกฤตหรี่ตาของเขาลง สีหน้าดูไม่ดีมาก “เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ชนัดพลนิ่งคิดอยู่สักพัก “น่าจะประมาณหนึ่งเดือนกว่า หรือสองเดือนแล้วครับ ดูเหมือนว่า…จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่ชื่อไพลินที่อยู่ข้างกายธาวิน เมื่อไม่นานมานี้ เธอถูกไล่ออกจากตระกูลธนาภูวนัตถ์ แล้วไม่กี่วันต่อมา ก็หายตัวไป ผมยังคงสืบเรื่องของเธออยู่ แต่ยังไม่ได้เบาะแสอะไร”
…………
ธิชาปวดหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนได้ยินเสียงของธาวินดังออกมาทั่วทั้งงานเลี้ยง เธอถึงสงบลงได้
ธาวินกำลังยืนอยู่บนเวทีและกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเปิดงานเลี้ยง
เสียงที่ชัดเจนและใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาปรากฏตัวขึ้นมา
ธิชามองขึ้นไปที่เขาและค่อยๆ สงบลง
ธาวินเหมือนจะจับมองเห็นเธอจากฝูงชน
สายตาของทั้งคู่สบตากัน
และไม่กี่นาทีต่อมา ธาวินก็ก้าวลงจากเวที
แล้วเดินผ่านกลุ่มฝูงชน
ตรงไปทางธิชา
เขาเหลือบมองไปที่อาหารตรงหน้าธิชา และอดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ “น้องกินได้หมดเหรอ เอามากซะเยอะเลย”
ธิชาเม้มปากและไม่ได้พูดอะไรออกมา
ธาวินเริ่มรู้สึกว่าสีหน้าของเธอซีดเผือด และอาการของเธอก็แปลกไปเล็กน้อย
เขาเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของธิชา แล้วถามอย่างกังวลว่า “เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ธิชากัดริมฝีปากของเธอ แล้วยกนิ้วจิ้มไปที่หลังมือของเธอ
ธาวินเริ่มประหม่ามากขึ้น เขาโอบเอวของธิชาอย่างใจเย็นและพาเธอออกไปนอกงานเลี้ยง
หลังจากออกจากฝูงชน สีหน้าของธิชาก็ค่อยๆ หวาดกลัวน้อยลง
ธาวินลูบใบหน้าของเธอ แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เกิดอะไรขึ้น ธิชา?”
ธิชาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ออกมา
สีหน้าของธาวินเริ่มเคร่งขรึมมากขึ้นในขณะที่ฟังเธอเล่าเรื่อง
เขาไม่รู้ว่าดนัยกฤตจะปรากฏตัวที่นี่
ดนัยกฤตไม่ควรปรากฏตัวที่นี่
นี่เป็นงานเลี้ยงทางธุรกิจทั่วไป
ส่วนดนัยกฤต หลังจากจบการเลือกตั้งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาได้นั่งในตำแหน่งคณะรัฐมนตรีแล้ว
ตอนนี้เขาเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง และไม่ควรเข้าร่วมกิจกรรมทางธุรกิจใด ๆ ในที่สาธารณะทันทีที่เขาเข้ารับตำแหน่ง
นอกจาก…เขาจะจงใจมาเพื่อจะมาเจอธิชา
แต่ธิชาไม่ได้อยู่ในรายชื่อแขกที่มาร่วมงาน
จุดประสงค์ของดนัยกฤตคืออะไร ตอนนี้ยังไม่รู้
ธิชาเห็นสีหน้าของเขาเคร่งขรึมมาก
จึงอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้
เธอก้มหน้าลง เม้มปากแล้วพูดว่า “พี่ชายคะ หนูทำอะไรผิดหรือเปล่า หนู… ทำให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า หนูก่อปัญหาแล้วใช่ไหมคะ”
เธอไม่รู้ว่าคนที่มารบกวนเธอคือใคร
แต่ดูจากเสื้อผ้าและการแต่งตัว ไม่น่าจะเป็นคนธรรมดา
ธิชาเริ่มสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งอยากหนีไปจากที่นี่มากขึ้น
ธาวินยกแขนโอบไหล่เธอและปลอบเธอราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่หรอก น้องทำได้ดีมาก”
เสียงของธิชาเริ่มสั่นเครือ “แล้วทำไมพี่ชายถึงดูไม่มีความสุขล่ะคะ?”
ธาวินลูบผมของเธอ “ไม่หรอก คุณไม่ควรเป็นมิตรกับคนที่ไม่รู้จัก แค่น้องต้องปกป้องตัวเองให้ดี พี่ก็พอใจมากแล้ว”
ธิชาถามด้วยความสงสัย “แล้ว แล้วผู้ชายคนนั้น… เป็นใครคะ ทำไมดูเหมือน ดูเหมือนเขาจะสนิทกับหนูมาก แต่หนูจำไม่ได้จริงๆ ว่าเขาเป็นใคร…”
ธาวินมองไปที่ใบหน้าที่สับสนของธิชา
แล้วเกิดความกลัวขึ้นในใจ
เขาไม่ควรประมาทเลยจริงๆ
เขาไม่ควรพาธิชามาในงานนี้
ไม่ควรเลยจริงๆ …
เขาแค่เป็นห่วงว่าธิชาจะอาละวาด และกลัวว่าเธอจะอาละวาดไม่หยุด
และถูกญาณินคอยยุยงส่งเสริมอยู่ข้างๆ เขารู้สึกว่ามันเป็นเพียงงานเลี้ยงธรรมดาทั่วไป แค่พาธิชามาเที่ยวสนุกคงไม่เป็นอะไร
โชคดีที่ธิชาปฏิเสธ
ไม่อย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น…
เขาไม่สามารถจินตนาการได้เลย
ถ้าดูจากอาการในปัจจุบันของธิชา
ถ้าออกจากงานเลี้ยงไปทุกอย่างก็จะสายเกินไป
ธาวินไม่มีอารมณ์ที่จะคุยงานกับแขกในงานต่อ
เขาออกจากงานเลี้ยงก่อนเวลาเลิกงาน และพาธิชาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน