รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 452 พี่ชายชอบจิ้งจอกสาวที่ชื่อไพลินคนนั้น
ใบหน้าของพงศ์พนาค่อย ๆ มืดมน และเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
ความเร็วในการคิดของเขามักจะเร็วมากเสมอ ถึงแม้เมื่อตะกี้เกล้าแก้วแค่บอกถึงความสงสัยของตัวเอง แต่พงศ์พนาก็ทำการรวบรวมข้อมูลในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว
พอเห็นสีหน้าของเขาแบบนี้ เกล้าแก้วจึงสงสัยว่าเธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า เพราะฐานะของ ธาวินนั้นสูงส่งกว่าคนปกติทั่วไป ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวรอบตัวก็ซับซ้อนพอๆ กัน บางทีเธอแอบถามพงศ์พนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจจะเป็นการละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของเจ้านายเกินไป เขาไม่เพียงแต่ทำตัวไม่ถูก แต่ยังระมัดระวังไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากก็ได้
แต่พอเกล้าแก้วคิดจะเปลี่ยนเรื่องคุย
พงศ์พนาก็เอ่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ความหมายของคุณหมอเกล้าแก้วก็คือ ไพลินน่าสงสัยใช่ไหมครับ”
เกล้าแก้วพูดอย่างตรงไปตรงมา “ในตอนนี้ฉันยังไม่รู้จักคุณไพลินดีค่ะ เพิ่งได้เจอกันครั้งเดียว ฉันไม่สามารถพูดโดยไม่มีหลักฐานได้”
แต่พงศ์พนากลับดูเคร่งเครียดมาก “คุณหมอเกล้าแก้วทำงานละเอียดรอบคอบ มักจะคอยระมัดระวังทุกคน ถึงแม้คุณจะไม่กล้ายืนยัน แต่ผมรู้ว่าถ้าไม่มีจุดที่น่าสงสัยจริงๆ คุณหมอเกล้าแก้วจะไม่แสดงข้อสงสัยของตัวเองออกมาโดยไม่ไตร่ตรองครับ”
เกล้าแก้วลังเลอยู่สักพัก หลังจากครุ่นคิดจนรอบคอบ สีหน้าของเธอก็วิตกมากขึ้นเรื่อยๆ “ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมค่ะ เลยขาดความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรม ฉันไม่มีความเห็นใดๆ เกี่ยวกับคุณไพลิน และไม่ใช่เพราะความสงสัยที่เกิดจากคำพูดหรือการกระทำของเธอ ฉันสรุปจากการสังเกตอาการของธิชา สถานการณ์ของธิชาในตอนนี้คุณเองก็คงจะทราบดี เธอมีความคิดและนิสัยของเด็ก ถึงแม้เธอจะหงุดหงิดและอาละวาดเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กที่ไร้เหตุผล เนื้อหาที่คุณไพลินนำมาฟ้อง ฉันเองก็ได้ยินแล้ว ฉันคิดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้อยู่สองประการ ประการแรกอาจเป็นเพราะว่าธิชาแค่อยากจะแกล้งเธอเล่นจริงๆ หรือเป็นเพราะว่าเธอติดธาวินมาก ทำให้ตอนที่เธอเห็นไพลินกับธาวินมีท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ จะทำตัวร้ายและเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด ส่วนความเป็นไปได้อีกอย่างก็คือ จากประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยลักษณะนี้มาเป็นระยะเวลานาน ความเป็นไปได้ว่ามีสูงมาก โดยพื้นฐานแล้วเพราะอาการป่วย จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเข้าใจ และการกระทำ ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการแสดงอารมณ์ จะมีอาการเป็นศัตรูกับบุคคลที่เคยทำร้ายตนเองอย่างรุนแรงมาก่อน และจะมีอาการอารมณ์เสียและดุร้ายกว่าปกติ”
“ฉันใช้เวลาในการสื่อสารกับธิชาทุกวัน ธิชาอยู่ในสภาวะทางจิตที่ไร้เดียงสามาก แม้จะไร้เดียงสาและอารมณ์ดี เธอไม่มีอาการไม่เป็นมิตรกับใคร มีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกใบนี้กับสิ่งแวดล้อม นี่คือสภาพแวดล้อมทางจิตวิทยาทั่วไปสำหรับวัยรุ่น แต่ว่าสิ่งที่เธอทำกับไพลินในสองวันที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทำเกินไปจริงๆ ตอนนี้ธิชามีความคิดเท่าเด็กอายุประมาณสิบขวบ ถึงแม้เธอจะอายุแค่สิบขวบ แต่สติปัญญาและความสามารถในการแยกแยะของเธอยังดีมาก เป็นเด็กอายุสิบขวบที่แข็งแรง แนวคิดถูกผิดได้ก่อตัวขึ้นแล้ว เธอชัดเจนมากว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรไม่ดีอะไรดี นี่แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ธิชาทำกับไพลิน มันเต็มไปด้วยความแค้นเคือง และความแค้นเคืองนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากสัญชาตญาณที่ลึกที่สุดของเธอ และแม้แต่ตัวเธอเองก็คงไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเกลียดไพลินมากขนาดนี้”
สีหน้าของพงศ์พนายังคงเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
เขาพูดอย่างจริงจัง “การวิเคราะห์ของคุณทำให้ผมนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างที่ควรค่าในการสงสัย ไพลิน … มีความสงสัยมากจริงๆ ก่อนหน้านี้พวกเราเลินเล่อเกินไป แต่เรื่องนี้สำคัญมาก เราต้องให้คุณชายรู้เรื่องนี้ด้วย”
…………
พงศ์พนาทำงานกับธาวินมาหลายปี ปกติเขาจะมีท่าทีที่นิ่งสงบเสมอ และวิธีการของเขาในการจัดการสิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากธาวิน จัดการได้เด็ดขาดและโหดร้ายมาก
ความสงสัยของเกล้าแก้วปลุกเขาให้ได้สติ เขาสงสัยญาณินเพราะญาณินเป็นคนที่จะทำร้ายธิชาได้ง่ายที่สุด และเป็นคนที่มีเหตุผลที่สุดที่อยากจะทำร้ายธิชา
เขาผิดที่สุดก็คือ เขาประมาทเลินเล่อมากเกินไป
ญาณินได้แต่งงานเข้ามาในตระกูลธนาภูวนัตถ์ได้อย่างราบรื่น โดยไม่เจออุปสรรคใด ๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีทักษะอยู่ไม่น้อย
พอคิดได้แบบนี้ ทำให้พงศ์พนาเกิดความสงสัย และพุ่งประเด็นไปที่ญาณิน และไม่เคยสงสัยคนอื่น
ตอนที่ญาณินปฏิเสธว่าไม่ได้ทำก่อนจะออกจากตระกูลธนาภูวนัตถ์ พงศ์พนายังคิดว่าผู้หญิงคนนี้ยอมจำนนในสิ่งที่เธอทำกับธิชาไปแล้ว
ส่วนคุณชายก็คิดถึงความสัมพันธ์สามีภรรยา และเพราะความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนต่างๆ จึงไม่ได้ทำการตัดสินใจที่เด็ดขาด
พอเขาเริ่มตรวจสอบไพลิน ไม่ช้าเขาก็พบว่าไพลินได้ติดต่อผู้บริหารระดับสูงหลายคนในบริษัทอย่างลับๆ และยังแอบปลุกระดมผู้บริหารให้คัดค้านและเรียกร้องให้ขับไล่ธิชาออกไป
ความเคียดแค้นของไพลินที่มีต่อธิชา สามารถกล่าวได้ว่าเป็นพฤติกรรม ประสงค์ หรือแผนการชั่วร้ายของเธอแสดงออกมาอย่างชัดเจน จนแม้แต่คนทั่วไปก็สามารถรับรู้ได้
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน
พงศ์พนาเข้าไปหาธาวินเพื่อรายงานสถานการณ์ปัจจุบันอย่างชัดเจน
สีหน้าของธาวินบูดบึ้ง เผยให้เห็นบรรยากาศที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
เขาหรี่ตาลง เหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ลึกๆ
หลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของธาวินก็ดุร้าย ริมฝีปากบางของเขาเม้มแน่นเล็กน้อย “ใครก็ตามที่ทำร้ายธิชา ไม่ว่าใครก็ต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง ฉันจะไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดแน่ๆ”
พงศ์พนาพยักหน้า “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
“อีกอย่างไพลินติดตามฉันมาตั้งแต่เด็ก และได้รับการฝึกฝนด้วยมือของฉันเอง ถ้าเธอทำจริง ฉันจะไม่ยกโทษให้เธอแน่นอน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ห้ามเข้าใจเธอผิด”
พงศ์พนาเข้าใจความหมายของเจ้านายดี
เช่นเดียวกับเขา ไพลินเป็นคนสนิทที่ได้รับการฝึกฝนจากธาวินมากับมือ และไพลินก็ติดตามธาวินและถือธาวินเป็นเจ้านายเพียงคนเดียวตั้งแต่อายุสิบกว่าปี นอกจากเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์แล้ว ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงแฝงอยู่ด้วย ถ้าไพลินไม่ได้ทำอะไรที่กระทบขีดจำกัดของเขา ถึงแม้จะทำผิด ก็มักจะได้รับการให้อภัย
ดังนั้นพงศ์พนาเข้าใจ ว่าสำหรับคุณชายแล้ว เขาหวังว่าไพลินจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉีดยาพิษให้กับธิชา
แต่ถ้าเกี่ยวข้องกันจริง ๆ ไม่ว่าความสัมพันธ์จะมีกี่ปีก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้
พงศ์พนาพูด “คุณชายครับ เรื่องมาถึงจุดนี้ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบครับ แต่เหลือเพียงหลักฐานที่แน่ชัด… ที่หายากมาก บางทีอาจต้องใช้วิธีการพิเศษ คุณหมอเกล้าแก้วเคยบอกกับผม ว่าเธอมีประสบการณ์ในการศึกษาด้านจิตวิทยามนุษย์ รวมถึงเรื่องที่เธอสงสัยไพลินด้วย และเพราะคุณหมอเกล้าแก้วบอกถึงสิ่งที่เธอสงสัยกับผม ผมคิดว่าก่อนที่จะลงโทษไพลิน เราขอความช่วยเหลือจากคุณหมอเกล้าแก้วผมเชื่อว่าจะสามารถบรรลุผลสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว”
ธาวินพูด “เกล้าแก้วช่วยได้จริงๆ จะขอความช่วยเหลือจากเธอในเรื่องนี้ก็ถูกต้องแล้ว นายไปจัดการเถอะ”
…………
หลังจากสอบสวนอย่างเจาะจงสองวัน พงศ์พนาพบรายละเอียดที่น่าสงสัยอื่นๆ อีกหลายเรื่อง
และเกล้าแก้วยังใช้วิธีทดสอบทางจิตวิทยากับธิชาเพิ่มเติม จึงยิ่งสงสัยว่าคนที่ทำร้ายธิชาคือไพลิน
ตอนนี้เหลือเพียงคำสารภาพของไพลินเท่านั้น
แต่เรื่องมาถึงตรงนี้ ไพลินยังไม่รู้เรื่องนี้เลย
พอพงศ์พนายึดอำนาจทั้งหมดที่อยู่ในมือของไพลินไปชั่วคราวโดยไม่มีคำอธิบาย ยิ่งทำให้ไพลินเกิดความไม่พอใจอย่างมาก
ไพลินให้ความสำคัญกับอำนาจมากที่สุด นั้นเป็นที่รู้กันดี การกระทำของพงศ์พนา สร้างความไม่พอใจต่อเธอเป็นอย่างมาก ทำให้เธอเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
เธอพยายามแข็งข้อกับพงศ์พนาแล้วสอบถาม แต่ท่าทีของพงศ์พนายังคงเย็นชา
ท่าทีของเขามีเพียงอย่างเดียว ก่อนผลการตรวจสอบจะจบลง ไพลินไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวภายในบริษัทได้อีกต่อไป
ในช่วงแรกไพลินแค่ถูกกักบริเวณอยู่ในบ้าน แต่หลังจากการสอบปากคำหลายครั้งติดต่อกัน เธอก็ไม่ยอมพูดถึง และปฏิเสธทุกเรื่อง
ดูเหมือนว่าเธอจะมั่นใจในตัวเองมาก และไม่พอใจกับการกระทำของพงศ์พนาเป็นพิเศษ
หลังจากที่พงศ์พนาตรวจสอบเธอหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล ไพลินก็ยิ้มเยาะเย้ยแล้วพูดว่า “พี่พงศ์ อย่าหาว่าฉันไม่เคารพคุณนะ พี่สงสัยว่าฉันทำร้ายธิชาโดยไม่มีหลักฐาน เรื่องลอบทำร้ายธิชาเป็นเรื่องใหญ่ จนถึงตอนนี้คุณชายไม่เคยปรากฏตัวเลย ฉันอดที่จะสงสัยไม่ได้… พี่โหดร้ายกับฉันมากขนาดนี้ มันเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเองหรือเปล่า? สองปีมานี้ ใครๆ ก็เห็นว่าตำแหน่งของฉันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนจึงอิจฉาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางทีพี่พงศ์อาจจะคิดเหมือนคนอื่น กลัวว่าฉันจะตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายอาจจะเขย่าเก้าอี้ตำแหน่งของพี่ได้ พี่ถึงได้ปฏิบัติกับฉันอย่างนี้!”
พงศ์พนามีสีหน้าที่เย็นชา และไม่ตอบกลับเช่นเดิม
ความก้าวร้าวของไพลินยิ่งฟังยิ่งโมโห
สีหน้าของพงศ์พนาเคร่งขรึม เขาพูดอย่างเย็นชา “ถ้าคุณยังไม่ยอมสารภาพผิดอีก คุณชายอนุญาตให้ผมใช้บทลงโทษได้”
พอได้ยินแบบนี้สีหน้าของไพลินซีดเผือด และเสียงของเธอก็แหลมขึ้น เธอพูดเสียงแหลม “พงศ์พนา คุณกล้า! ถ้าคุณกล้าก็ลองดู! ฉันจะเจอคุณชาย! ฉันขอเจอกับคุณชาย”
พงศ์พนาพูดอย่างว่างเปล่า “คุณก็น่าจะรู้ว่าคุณชายงานยุ่งมาก ถึงแม้เขาจะไม่ทำงาน เขาก็ต้องอยู่ดูแลคุณธิชา ไม่มีเวลามาสอบถามของคุณ ไพลิน คุณกับผมทำงานด้วยกันมาหลายปี คุณควรรู้วิธีการจัดการของผมดี ถ้ายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ผมคงไม่เสี่ยงหาเรื่องใส่ตัวเองขอคุณชายมาสอบปากคำคุณแบบนี้ เรื่องราวมาจนถึงตอนนี้ เรื่องบางเรื่องในเมื่อคุณทำลงไปแล้ว ก็ไม่ควรจะพยายามหนีความผิด ผมขอเตือนด้วยความหวังดี ทางที่ดีคุณทำตัวให้ฉลาด เรื่องที่ควรสารภาพผิดก็สารภาพผิดออกมาเถอะ”
ท่าทีและคำพูดของพงศ์พนาทำให้ไพลินรู้สึกสิ้นหวัง เธอรู้สึกว่าเธอต้องเปลี่ยนจากถูกกระทำเป็นผู้กระทำให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นอย่างที่พงศ์พนาพูด
ไม่ว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไร พงศ์พนาไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ ถ้าเจอสถานการณ์ที่เขาไม่แน่ใจ เขาจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงๆ
ในเวลานี้ถ้าเธอยังยืดเยื้ออยู่แบบนี้ เธอกลัวว่าเธอจะต้องตายในมือของพงศ์พนาแน่ๆ
ไพลินซ่อนความหวาดหวั่นไว้ในใจ แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นนิ่งสงบ
เธอยิ้มเยาะก่อนจะพูดว่า “ฉันเป็นคนของคุณชาย ไม่เคยเป็นลูกน้องของนาย ถึงแม้นายอยากจะบังคับให้ฉันยอมรับความผิด ฉันก็ต้องยอมรับผิดต่อหน้าคุณชาย นายคิดว่านายเป็นใคร คุณชายมอบหมายให้นายมาสอบปากคำฉัน ไม่ได้หมายความว่าจะมอบหมายให้นายยิงฉันให้ตายไปเลย”
“พงศ์พนา ถ้าฉันจำไม่ผิด ฉันไม่เคยทำให้นายไม่พอใจ ถ้าตัดความขัดแย้งระหว่างฉันกับธิชาออก นายกับฉัน… ถือว่าขัดแย้งกันไหม?”
ดวงตาของพงศ์พนาเย็นชา และเสียงของเขาก็เย็นชามาก “คุณคิดมากเกินไปแล้ว ผมแค่ทำตามคำสั่ง … ส่วนเรื่องระหว่างคุณกับผม ก็ไม่เคยมีความขัดแย้ง และจะไม่มีความขัดแย้งด้วย”
สีหน้าของไพลินเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เธอจ้องไปที่พงศ์พนา แล้วยิ้มเยาะเย้ยอย่างเย็นชา “ในเมื่อไม่มีความขัดแย้ง ก็อย่าหาว่าฉันคิดมาก พี่พงศ์ผู้ซึ่งระมัดระวังตัวและจริงจังอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับกระตือรือร้นที่จะช่วยธิชาอย่างเต็มที่ อาจเป็นเพราะว่า… ธิชาเป็นคนพิเศษสำหรับคุณสินะ”
สีหน้าของพงศ์พนาไม่แยแส และไม่มีความอบอุ่นอยู่ในน้ำเสียงของเขาเลย
“ผมจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างยุติธรรม และเชื่อฟังคำสั่งของคุณชาย ผมก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น และคุณธิชาก็ถือเป็นเจ้านายของผมด้วย”
ไพลินหัวเราะเกินจริง “เจ้านายเหรอ? พงศ์พนา นายกล้าพูดจริงๆ ธิชาแต่งงานไปแล้ว เคยมีลูกแล้วด้วย และตอนนี้กลับมาหาคุณชาย ก็เพราะไม่มีทางเดินต่อไป แต่ทุกคนในตระกูลธนาภูวนัตถ์ต่างก็รู้ดี ว่าอดีตสามีของธิชาเป็นศัตรูตัวร้ายของคุณชาย คนข้างกายคุณชายไม่มีใครเต็มใจที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับดนัยกฤต หลังจากที่ธิชากลับมา ทุกคนก็พากันตีตัวออกห่าง แต่คุณล่ะ คุณกลับยังคอยดูแลรับใช้อย่างดี เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่นายแอบชอบมาหลายปี ในที่สุดก็มีโอกาสให้นายได้แสดงความภักดี จริงไหม”
พงศ์พนาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่แววตาและสีหน้าของเขากลับเย็นชา
ไพลินไม่พอใจกับปฏิกิริยาของเขา
เธอพูดเสียงเข้ม “พงศ์พนา นายนิสัยแบบไหน ฉันรู้ดี คุณชายยิ่งรู้จักนายดีกว่า นายพยายามอย่างเต็มที่มากขนาดนี้ เพราะกลัวว่าคุณชายจะมองไม่ออกว่านายคิดยังไงกับธิชาหรือไง?”
ในที่สุดพงศ์พนาก็หรี่ตามอง สีหน้าของเขาเริ่มโกรธเล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย
“เมื่อก่อนคุณธิชาเคยถือเป็นเจ้านายของผม ผมเคารพเธอ ตอนนี้คุณธิชามีสติเท่าเด็กอายุ สิบขวบ ไพลิน คุณคิดว่าผมคิดอะไรกับเธอ”
ท่าทางของไพลินยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้น เธอหรี่ตามองพงศ์พนา แล้วพูดออกมาทีละคำ “ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงจะคิดยังไงกันได้ พงศ์พนา อย่ามาเล่นเกมต่อคำกับฉัน เห็นแก่ที่ทำงานร่วมกันมาหลายปี ฉันขอเตือน ธิชาเป็นคนยังไง ผู้ชายอย่างพวกคุณมองไม่ออก แต่ผู้หญิงอย่างฉันมองออกอย่างชัดเจน เธอเก่งเรื่องหลอกล่อให้ผู้ชายลุ่มหลงมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็หลงใหลในตัวเธอ นับประสาอะไรกับนายที่อยู่ใกล้เธออยู่ตลอด นายอุตส่าห์ทุ่มเทให้เธอแบบนี้ แต่ธิชากลับไม่ซาบซึ้งใจสักนิด และไม่เคยเห็นว่านายเป็นสุนัขผู้จงรักภักดีของเธอสักครั้ง”
พงศ์พนาได้ยินแบบนี้ก็ไม่ได้สนใจ เขายกยิ้ม “ด้วยฐานะของผมมีการติดต่อพูดคุยกับคุณธิชาบ้างในสายตาของคุณถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างสนิทสนมเหรอ ไพลิน คุณไม่คิดว่าตัวเองหลงผิดเกินไปหรือเปล่า?”
สีหน้าหน้าของไพลินเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าพงศ์พนาไม่ฟังคำห้ามปรามของเธอเลย เธอจึงไม่อยากที่จะอดทนต่อไป
เธอเริ่มพูดขอร้องซ้ำๆ และบอกว่าอยากจะเจอธาวิน
ถ้าไม่ได้เจอธาวิน เธอจะไม่ยอมพูดอะไรสักคำ
……
พงศ์พนานำวิดีโอกล้องวงจรปิดที่ถ่ายกระบวนการสอบสวนทั้งหมดมาให้ธาวินกับเกล้าแก้วดู
ธาวินดูวิดีโอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมตั้งแต่ต้นจนจบ ดูท่าทางอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ
เกล้าแก้วตัดสินอย่างมีเหตุมีผล “จากการพิจารณาเบื้องต้นด้านสีหน้า การกระทำและคำพูดของเธอ ผู้หญิงคนนี้มีความเคียดแค้นธิชามาก แต่ถ้าแค่ดูจากรายละเอียดเหล่านี้เพียงอย่างเดียว ตอนนี้ยังไม่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยปกติในกรณีแบบนี้ พวกเราแนะนำให้ธาวินเข้าไปคุยกับเธอ และฟังว่าเธออยากจะพูดอะไร”
……
ตอนที่ธาวินมาสอบปากคำไพลินเอง เธอได้ถูกพามาขังที่คุกใต้ดินภายในคฤหาสน์ตระกูลธนาภูวนัตถ์ถ์แล้ว
ปกติไพลินจะเป็นคนหยิ่งยโส เธอมีอำนาจอยู่ในมือ ไม่มีใครแย่งชิงกับเธอได้ ถึงแม้ญาณินจะมีตำแหน่งสูงกว่า แต่ญาณินไม่ค่อยเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจ ทำให้ลูกน้องส่วนใหญ่จะเคารพไพลินมากกว่า และทำตามคำสั่ง ไม่กล้าขัดขืน
แต่ว่าพอได้รับคำสั่งจากพงศ์พนา ห้ามให้ใครแอบช่วยเหลือไพลิน
ไพลินไม่ได้กินข้าวติดต่อกันมาสองวันแล้ว แม้แต่ตอนหิวน้ำ เธอยังต้องดื่มจากก๊อกน้ำ
ตอนที่ธาวินปรากฏตัว เธอก็หิวจนผอมโซแล้ว สีหน้าของเธอก็ซีดเซียวและอ่อนแรง
เธอคลานเข้าไปข้างเท้าของชายหนุ่มอย่างอ่อนแรง ก่อนจะจับกางเกงของธาวินไว้แน่นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของชีวิต และอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “คุณชายคะ ฉันทำอะไรผิด ฉันอยู่กับคุณชายมาตั้งหลายปี ถึงแม้ว่าฉันจะไม่กล้าพูดว่าตัวเองทำประโยชน์ได้มากมาย แต่ก็ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายมาอย่างดี พงศ์พนา เขากล้าดียังไงมาบังคับให้ฉันยอมรับผิดแบบนี้ ฉันไม่ได้ทำนะคะคุณชาย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยจริงๆ เรื่องของธิชา มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ คุณชายคะ คุณต้องเชื่อฉันนะคะ…”
ใบหน้าที่หล่อเหลาของธาวินปกคลุมไปด้วยชั้นของความโหดเหี้ยม เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่มีความสงสารหรือโกรธ “ยาพิษที่ฉีดให้ธิชา มาจากกองทัพทหารของประเทศM ไพลินเธอกล้ามาก ถึงกับสามารถติดต่อกับกองทัพทหารเป็นการส่วนตัวได้”
ไพลินได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเธอจึงเกิดความสับสนงุนงงเล็กน้อย
เธอขมวดคิ้ว แล้วพูดพึมพำ “ฉันไม่ได้ทำนะ เป็นไปได้ยังไงกัน… คุณชายคะ คนที่ติดต่อในวงการทั้งหมดคุณชายแนะนำให้ฉันเอง ฉันจะมีช่องทางติดต่อแบบนี้ได้ยังไงกัน… ยาพิษอะไรกัน ฉันไม่เคยได้ยินจริงๆ นะคะ”
ริมฝีปากบางของธาวินขยับเล็กน้อย สีหน้าของเขาเคร่งขรึม และนิ่งเงียบไป
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็พูดเยาะเย้ยอย่างเย็นชา “ไพลิน เธอเป็นคนที่ฉันฝึกมาเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ ฉันคงไม่คิดว่าเธอจะโง่ขนาดนี้ ยาเป็นผู้หญิงของดนัยกฤตให้ญาณินมา ญาณินเผลอพูดออกมา ให้เธอได้รู้ เธอตัดสัญญาณกล้องวงจรปิด แล้วแอบขโมยมันมา แล้วทำเรื่องที่ไร้ความฉลาดแบบนี้ มันน่าผิดหวังจริงๆ”
ร่างกายของไพลินอ่อนแรง แม้แต่มือของเธอก็สั่นเทา
เธอพยายามจับใช้มือที่สั่นเทาจับขากางเกงของธาวินให้แน่นอีกครั้ง แต่ถูกชายหนุ่มเตะออกไปอย่างไร้ความปรานี
เธอคลานไปบนพื้น แล้วส่ายหน้าไปมา “มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำจริงๆ …”
เธอไม่เข้าใจ
ไม่ว่าเธอจะคิดหนักแค่ไหนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมญาณินถึงเข้าข้างธิชา เห็นได้ชัดว่าธิชาเป็นศัตรูร่วมกันของพวกเธอแท้ๆ …
ธาวินมองลงมาที่เธออย่างดูถูก และพอเห็นท่าทางของเธอในตอนนี้ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีความมั่นใจที่จะแก้ตัวอยู่อีกแค่เพียงเล็กน้อย
เขาพูดอย่างไร้ความรู้สึก “คุณสามารถสารภาพผิดได้ ฉันจะเห็นแก่ที่เธอทำงานหนักเพื่อตระกูลธนาภูวนัตถ์มาหลายปีแล้ว ให้เธอตายอย่างมีเกียรติ แต่เธอสามารถปฏิเสธความผิดได้ แต่จุดจบของเธอจะเป็นยังไง เธอคงจะรู้ดี”
…………
ญาณินยื่นมือเข้ามาช่วยธาวินสืบเรื่องที่ไพลินทำ
ตอนที่ไพลินถูกฆ่าตายอย่างเงียบเชียบ ญาณินก็ได้ย้ายกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลธนาภูวนัตถ์สมปรารถนา
ในเวลานี้ธิชาได้ย้ายกลับมาอยู่ในห้องส่วนตัวที่คุ้นเคยของเธอแล้ว
ญาณินแสดงความใจกว้างอย่างมากในเรื่องนี้ และไม่โมโหที่ธิชาอาศัยที่นี่ และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของธาวิน
ในสภาพแวดล้อมที่สงบสุข ธิชาก็รู้ว่าผู้หญิงชั่วร้ายที่เธอเกลียดจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเธออีก และไม่สามารถแย่งพี่ชายไปจากเธอได้
บางครั้งเธอจะถามธาวินว่า “พี่ชาย พี่ชอบผู้หญิงที่ชื่อไพลินคนนั้นหรือเปล่า”
ธาวินตอบว่า “พี่ชายชอบธิชาคนเดียวเท่านั้น”
ธิชากะพริบตา และถามอย่างไร้เดียงสา “ถ้าไม่ชอบ แล้วทำไมพี่ชายถึงนอนกับผู้หญิงคนนั้นคะ?”