รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 450 แสดงอำนาจ กลั่นแกล้ง ไปฟ้อง
สีหน้าได้ใจและมั่นใจของธิชา ค่อยๆ จางหายไป
ไพลินแอบพิจารณาเงียบๆ
รู้สึกแค่ว่า… สีหน้าที่สับสนของเธอ ดูไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำ
เสียงของธิชาทั้งต่ำและบางเบา เหมือนกับตกเข้าไปในภวังค์ความทรงจำ
เธอพูดพึมพำกับตัวเองว่า “ภรรยาของพี่ชาย… พี่ชายมีภรรยากับลูกแล้ว ทำไมฉันถึงไม่รู้ล่ะ ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย…”
ยิ่งเธอคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้น
ดูไปแล้ว…จะยิ่งผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ
ไพลินเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผิดปกติรอบตัวของเธอ
ดูแล้ว… เรื่องที่ธิชาบ้าไปแล้ว คงจะเป็นเรื่องจริง
มันไม่ง่ายเลยที่จะแกล้งโง่แกล้งบ้า นับประสาอะไรกับการแกล้งโง่แกล้งบ้าต่อหน้าจิตแพทย์
แต่เธอคิดไม่ถึงว่าหลังจากธิชาบ้าแล้ว… ยังเป็นแบบนี้ ทั้งก้าวร้าว และโมโหง่ายขนาดนี้
ทำให้เธอ… แทบจะทนไม่ไหว
เข้าไปบีบคอเธอให้ตายด้วยมือของตัวเองในห้องทำงานนี้เลย
ความคิดชั่วร้ายในใจของไพลินมีเยอะมาก
แต่เธอไม่กล้าลงมือจริงๆ
เธอเคยเสี่ยงทำมาแล้วครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้ ถือว่าโชคของเธอดีถึงรอดตัวมาได้…
ถ้าทำอีกครั้ง เธออาจไม่โชคดีแบบนี้ก็ได้
ดังนั้นถึงแม้เธอจะโกรธจนกัดฟันกรอด และไม่กล้าทำอะไรกับธิชาในอาคารตระกูลธนาภูวนัตถ์
สีหน้าของธิชาเริ่มร้อนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอพูดพึมพำซ้ำๆ “ภรรยาของพี่ชาย… พี่ชายมีภรรยาแล้วจริง ๆ เหรอ แต่ทำไม ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ภรรยาของพี่ชายเป็นใคร บอกฉันมา เธอบอกฉันมาว่าภรรยาของพี่ชายฉันเป็นใคร แล้วเธอ … เธอรู้ได้ยังไง เธอเป็นใคร เธอเป็นใครกันแน่ เธอ… เธอเป็นแค่ลูกน้องของพี่ชายไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงรู้เรื่องพวกนี้มากกว่าฉัน เธอ…”
ความร้อนใจในดวงตากับน้ำเสียงของธิชาทำให้ไพลินเริ่มกลัวเล็กน้อย
ไพลินรู้สึกเสียใจทีหลังที่ยั่วอารมณ์คนบ้าคนนี้
ถึงยังไงก็คนบ้า… อาจเป็นอันตรายได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นเธอจึงปรับสีหน้า แล้วพูดเหมือนไม่มีอะไร “ไม่มีหรอก ฉันแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย ล้อเธอเล่นเท่านั้นเอง”
ธิชาหรี่ตามอง ประกายตาของเธอแฝงไปด้วยความโหดร้ายที่ผู้หญิงในวัยของเธอไม่ควรมี
ไพลินตกใจมากจนเหงื่อเย็นไหลเต็มแผ่นหลัง
เธอแอบด่าในใจ
ธิชาคนนี้…
ธิชาคนนี้อาการบ้ารุนแรงจริงๆ
นี่มันเหมือนโรคจิตมากกว่าไม่ใช่เหรอ
หลังจากที่เธอแน่ใจถึงสภาพจิตใจของธิชา และมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยชั่วคราว จึงไม่ได้ร้อนใจอีก
แต่ธิชาอันตรายแบบนี้… เธอเหมือนบุคคลอันตรายเลย
ไม่แปลกใจเลยที่ธาวินจะคอยอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา… คงเพราะคอยระวังไม่ให้เธออาการกำเริบ?
ไพลินกำลังคิดหาวิธีแก้ตัว
แต่ธิชาเอื้อมมือออกไปแล้วคว้าข้อมือของเธอ แล้วบีบมันอย่างแรง
“รีบบอกมาเร็วเข้า! เธอเพิ่งบอกว่าพี่ชายของฉันมีภรรยาแล้ว ฉันแค่อยากจะถามเธอเป็นใคร ทำไมเธอถึงไม่พูด บอกฉันมานะ!”
ไพลินตอบไม่ได้ ในขณะที่รีบร้อนเธอนึกขึ้นได้ว่าคนอื่นเคยพูดไว้…ว่าตอนนี้ความคิดของธิชา เหมือนเด็กอายุสิบขวบ
สิบขวบนะ
นั่นมันยังเด็กอยู่ไม่ใช่เหรอ?
ไพลินแทบอยากจะตบท้ายทอยของตัวเองแรงๆ
เธอสูดหายใจเข้าลึก แล้วยิ้มแห้งๆ ออกมา
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ฉันแค่พูดเล่น พูดเล่นเธอน่าจะเข้าใจใช่ไหม ธิชา ปล่อยมือฉันก่อน อย่าทำแบบนี้ ใจเย็นๆ ก่อนนะ… ฉันแค่พูดเล่นจริงๆ”
…………
ธิชากับเธอยืดเยื้อกันอยู่อย่างนั้นสักพัก
ไพลินใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะเกลี้ยกล่อมเธอให้ปล่อยมือได้ จากนั้นจึงส่งเธอออกจากห้องทำงานไป
……
ถึงแม้ไพลินจะกลัวธิชาอยู่บ้าง แต่ในที่สุดก็มีโอกาสตรวจสอบสภาพทางจิตของธิชา
เดิมทีเธอคิดว่าธิชาอาจจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องธาวิน และอาจจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองเข้าแล้ว
เธอถึงขั้นคิดคำพูดแก้ตัวให้ตัวเองไว้แล้ว เธอตั้งใจจะเอาเรื่องที่ธิชาเอากล่องอาหารมาเททิ้งต่อหน้าเธออย่างสะใจออกมาพูด ท่าทีเอาแต่ใจแบบนี้ ฟังไปแล้วไม่เหมือนเรื่องโกหก
แล้วอีกอย่าง… ธิชาเดินถือกล่องอาหารเข้ามา ในกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าลิฟต์กับทางเดินสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ถ้าธาวินมีข้อสงสัย เขาจะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างแน่นอน
แค่ตรวจสอบดูก็จะรู้
ไพลินคิดคำแก้ตัวไว้แล้ว จึงไม่กลัวเลยสักนิด
ธิชาทั้งโง่ และบ้าจริงๆ
ใครจะฟังคำพูดของคนบ้าล่ะ?
ถึงแม้ธาวินจะเอาใจเธอมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เขาจะเอาคำพูดของคนที่ป่วยทางจิตมาคิดจริงจัง
…………
ที่น่าแปลกก็คือ
หลังจากเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวแล้ว ไพลินไม่ได้ยินอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าธิชาจะพูดฟ้อง
ไพลินถึงกับแอบถามอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ข่าวอะไร
ในขณะที่เธอกำลังสงสัย
เหตุการณ์ต่อเนื่องก็เกิดขึ้น…
ตอนที่ไพลินเข้าประชุมสไลด์ที่แสดงบนจอคอมพิวเตอร์กลายเป็นรูปการ์ตูนตลกพิสดาร
ตอนที่เธอกลับมาที่ห้องทำงาน ทันทีที่เธอเปิดประตู เธอก็ถูกถังสีตกลงมาบนศีรษะของเธอ…
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยกับดักที่ไร้สาระและหน่อมแน้มมากขึ้น
เป็นเวลาสามวันติดต่อกัน ไพลินจากจนใจในตอนแรก เป็นโวยวาย และสุดท้ายเกือบจะอาละวาด
หลังจากที่เธอแอบสืบดู ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ ทุกอย่างเป็นฝีมือของธิชา
ไพลินโกรธมาก เดิมทีคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะไล่ธิชากลับไป
ก่อนหน้านี้เธอแอบพูดโน้มน้าวในคณะผู้บริหารคนอื่นๆ ให้ตำหนิเรื่องนี้ แต่ไม่มีใครกล้าทำ
ตอนนี้ธิชาถือว่าธนาภูวนัตถ์กรุ๊ปเป็นสนามเด็กเล่นส่วนตัวของเธอ และก่อปัญหาไปทั่ว
ซึ่งก็เท่ากับให้โอกาสเธอพูดออกไปอย่างเปิดเผย
…………
ไพลินขอบตาแดงตั้งใจจะเอาเรื่องนี้เข้าไปฟ้องธาวิน
ตอนที่ฟ้อง เธอเรียกพงศ์พนาและคนอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย
ถึงแม้พงศ์พนาจะดูเหมือนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธิชา แต่จากความเข้าใจของไพลินที่มีต่อพงศ์พนา
พงศ์พนาเป็นคนจริงจังกับการทำงาน รอบคอบ และเข้มงวดมากทั้งในเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัว
ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่คัดค้านที่ธิชามาอยู่ในอาคารตระกูลธนาภูวนัตถ์ เพราะธิชาไม่ได้สร้างปัญหาออกมา และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องทำงานของท่านประธาน
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป
ไพลินถูกแกล้งหนักที่สุดตอนจัดประชุมประมูลราคา ทุกคนที่เข้าร่วมการประชุมต่างก็เห็นการ์ตูนล้อเลียนพวกนั้นเช่นกัน
และตอนที่เธอก็ถูกราดด้วยสีน้ำตาล ก็สร้างความตกใจให้พนักงานทั้งชั้น
สถานการณ์วุ่นวายจนแทบห้ามไม่ได้ ไพลินรู้สึกว่า ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ พงศ์พนาจะต้องพูดอย่างยุติธรรมแน่นอน
ตอนที่ไพลินกำลังฟ้องด้วยเสียงสะอื้น
ธิชาก็กำลังนั่งฉีดยาอยู่บนโซฟาในห้องทำงานเช่นกัน
เธอต้องฉีดยาสองครั้งต่อสัปดาห์ เกล้าแก้วแนะนำให้เธอฉีดยาที่บ้าน
แต่วันนี้ธิชาต้องตามธาวินมาที่บริษัท
ธาวินไม่สามารถต้านคำออดอ้อนของเธอได้ ดังนั้นจึงต้องตามใจเธอ
พอถึงเวลาฉีดยา เกล้าแก้วก็รับหน้าที่เข้ามาดูแลเธอ
เดิมทีธิชาอยากจะงีบหลับสักพัก แต่เพราะระบบกันเสียงในห้องแย่มาก
เสียงของไพลินร้องไห้คร่ำครวญ พูดฟ้องไม่หยุดดังเข้าไปถึงหูของธิชา
เธอพูดกับเกล้าแก้วว่า “พี่เกล้าแก้ว หนูอยากออกไปข้างนอกค่ะ”
เกล้าแก้วรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย “ตอนนี้เหรอ ต้องออกไปตอนนี้เลยเหรอ?”
ธิชาพยักหน้า แล้วยิ้มอย่างแฝงความหมายลึกซึ้ง
ช่วงนี้ธิชาเหมือนเด็กจอมซนมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ด้วยสติปัญญาในปัจจุบันของเธอ วัยนี้ยังไม่เข้าสู่วัยแรกรุ่นเลย ยังอยู่ในช่วงเล่นสนุก ไม่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเธอจะซุกซนมากแค่ไหน มันก็เป็นการกระทำปกติ
เกล้าแก้วไม่มีทางเลือก ดังนั้นจึงช่วยเธอยกขวดยาและเดินออกไปกับเธอ
……
ประตูห้องนั่งเล่นถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน
ไม่ว่าจะเป็นไพลินหรือพงศ์พนา ต่างก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย
ภายในห้องทำงานเงียบสนิท ตอนที่พวกเขาเดินเข้ามา พวกเขาจึงเข้าใจว่าธิชาน่าจะไปเล่นที่อื่นแล้ว
คิดไม่ถึงว่าเธอจะอยู่ที่นี่ด้วย
อีกทั้งคุณหมอเกล้าแก้วก็อยู่ที่นี่ด้วย
ใบหน้าของไพลินซีดเซียว
ฟ้องไปครึ่งทางคนที่ถูกฟ้องปรากฏตัวขึ้นมา… แน่นอนว่าต้องเป็นสถานการณ์ที่กระดากอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่เธอกลับคิดว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอจะร้อนตัว
ธิชากำลังรบกวนการทำงานของเธอ เหมือนเรื่องโง่ๆ ที่เด็กไม่มีสมองทำกัน
พอคิดแบบนี้ ไพลินก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความน้อยใจ และอดทนอดกลั้น
ธาวินหันหน้ามองไปที่ธิชา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวล “น้องออกมาทำไม ไม่ได้บอกว่าอยากจะงีบหลับเหรอ?”
ธิชากลอกตามองบนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะทำหน้าบึ้งแล้วพูดว่า “หนูกำลังจะนอนค่ะ แต่ว่า… หนูได้ยินมาว่ามีคนแอบพูดไม่ดีเกี่ยวกับหนู หนูก็เลยอยากออกมาดูสักหน่อย”