รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 449 คุณชายแค่เห็นใจเธอ แค่สงสารเธอเท่านั้นเอง
เลขาคนสนิทของธาวินรู้เรื่องอาการป่วยของธิชาอยู่บ้าง
เธอจะรู้ได้ยังไงว่าธิชาคิดจะทำอะไร เธอแค่คิดว่าธิชาคงอยากจะเล่นสนุก
แค่รู้สึกว่าปวดหัว ที่เลขาอย่างเธอต้องมาล้างกล่องอาหารกลางวันที่มันเยิ้มแบบนี้
แต่ว่างานที่ท่านประธานมอบหมายให้ทำ เธอจะกล้าปฏิเสธได้ยังไงกัน
แต่เพิ่งเดินออกจากห้องทำงาน
ธิชาก็มองมาที่เธอด้วยรอยยิ้ม แล้วเอื้อมมือออกไปหยิบกล่องอาหารกลางวันที่เธอถือกลับมาถือไว้เอง
แล้วก็พูดเสียงหวาน “พี่สาว พี่ไปทำงานต่อเถอะค่ะ หนูเล่นเองได้”
เลขาสาวดูไม่ไว้ใจ “แต่เมื่อตะกี้ ท่านประธานสั่งให้ดิฉันเอาไปล้างให้สะอาดก่อนจะให้คุณธิชานะคะ”
สีหน้าของเหมือนสาวน้อยบริสุทธิ์ และไร้เดียงสาไม่รู้ความ
เธอกะพริบตา “แต่หนูไม่อยากล้าง หนูแค่อยากเอากล่องอาหารนี้ไปทิ้ง”
เลขาสาวตกตะลึงเล็กน้อย เหมือนเดาใจของเธอไม่ถูก
ธิชาพูดย้ำอีกครั้ง “เอาล่ะค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ พี่สาวไม่ต้องห่วง ถ้าธาวินจะลงโทษ หนูจะรับผิดชอบเอง พี่ไม่โดนลงโทษแน่นอน!”
ที่จริงแล้วเลขาสาวก็อยากทำแบบนี้ แต่พอเห็นธิชามีท่าทียืนกราน เธอเคยได้ยินว่าธิชามีความผิดปกติทางอารมณ์อย่างรุนแรง ฉุนเฉียวและหงุดหงิดง่าย เธอกลัวว่าถ้าเธอเผลอพูดอะไรผิดไป แล้วทำให้ธิชาโมโห เธอจะเจอเรื่องลำบาก . .
ปกติเธอก็พูดน้อยทำผิดน้อย และพูดด้วยความเคารพนอบน้อม “ถ้าอย่างนั้นคุณธิชา ระวังด้วยนะคะ มีเรื่องอะไรเรียกดิฉันได้ตลอด”
ธิชาเดินจากไปพร้อมกับกล่องอาหาร
…………
ธิชาเดินเข้าไปในลิฟต์ และกดลิฟต์ลงไปชั้นล่าง
จนลิฟต์ลงมาถึงชั้นสิบเจ็ด
พอเห็นเธอเดินออกมาจากลิฟต์ พนักงานที่ชั้นสิบเจ็ดต่างพากันกล่าวทักทายเธอทันที
ธิชาไม่สนใจใคร และเดินตรงไปข้างหน้า
จนมาถึงประตูห้องทำงานของไพลิน
เธอเอื้อมมือออกไปเคาะประตู ไม่รอคำอนุญาตจากคนด้านใน เธอก็ดันประตูเปิดออก
ไพลินกำลังนั่งทำงานอยู่ พอเธอได้ยินเสียงประตูเปิด เธอนึกว่าเป็นผู้ช่วยของเธอ จึงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
จนกระทั่งธิชากระแทกกล่องอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรง
ห่างจากปรายตาของไพลินเพียงนิดเดียว
เธอสะดุ้งตกใจ ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก็สบตาเข้ากับสายตาที่ไม่เย็นชาของธิชา
นี่มัน นี่มันเหมือน… ท่าทีของเด็กอายุสิบขวบที่ไหนกัน?
แต่แพทย์และทีมงานมืออาชีพทั้งหมด รวมถึงธาวินที่อยู่กับเธอมาเป็นเวลานาน ทุกคนต่างยืนยันว่า ธิชาเป็นโรคสมองเสื่อม และปัจจุบันมีความคิดเหมือนเด็กอายุสิบขวบเท่านั้น
หรือว่า… เธอจะแสดงทั้งหมด?
ในใจของไพลินมีความคิดที่ซับซ้อนปนเปกันไปหมด
เธอมองไปที่ธิชาอย่างระมัดระวัง
แต่จู่ๆ ธิชาก็ยกยิ้มมุมปากและเป็นรอยยิ้มที่สดใสเป็นพิเศษ
นิ้วเรียวของเธอจิ้มกล่องอาหารเบาๆ ก่อนจะกลอกตามองบนอย่างรังเกียจ “เอาคืนไป ของของเธอ”
ไพลินไม่รู้ว่าจะทำสีหน้ายังไง แค่ท่าทางของธิชาก็ทำให้เธอกลัวมากแล้ว
เธอลังเลอยู่สักพัก แล้วพูดอย่างใจเย็น “นี่เป็นอาหารที่ฉันทำเอง เป็นยังไงบ้าง รสชาติดีไหม?”
คิ้วและสายตาของธิชายกยิ้ม ดูไปแล้วเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสาที่ไม่เป็นอันตราย
แต่ว่าตอนที่เธอหัวเราะ น้ำเสียงของเธอก็เย็นชามาก
เธอเปิดกล่องอาหารกลางวันทีละชั้น ต่อหน้าไพลิน
ไพลินเห็นด้วยตาของเธอเองว่าอาหารที่เธออุตส่าห์ตั้งใจทำมาเองกับมืออย่างพิถีพิถันไม่ถูกแตะต้องเลยแม้แต่คำเดียว
ในสถานการณ์แบบนี้ เธอเตรียมพร้อมไว้ก่อนอยู่แล้ว
เพราะยังไงธิชาก็ไม่ใช่คนง่าย
เธอติดตามเขามาหลายปีแล้ว และเธอก็รู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง
ถึงแม้ธาวินจะไม่รับมัน เธอก็ไม่ได้รู้สึกถูกทำร้ายจิตใจตรงไหน
แต่ในเวลานี้
สำหรับไพลินแล้ว
นี่มันไม่ใช่แค่ถูกทำร้ายจิตใจ แต่เป็นความอัปยศขายหน้า
ธิชาจับกล่องอาหารไว้ในมือ
แววตาของเธอคมกริบและเยาะเย้ย
เธอเหมือนเด็กนิสัยไม่ดี จงใจจะทำร้ายจิตใจของผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเธอ
ไพลินตกตะลึงไปชั่วขณะ และเดาไม่ถูกว่าธิชาคิดจะทำอะไร
ส่วนธิชากลับเดินไปด้านข้างสองก้าว
จากนั้นก็ยกข้อมือขึ้น คว่ำกล่องอาหารลงทันที แล้วเทอาหารที่ยังอุ่นและน่าทานลงในถังขยะที่อยู่ด้านข้างโต๊ะทำงานของไพลิน
กลิ่นหอมของอาหารอบอวลไปทั่วทั้งห้องทันที
ดวงตาของไพลินเป็นประกายเล็กน้อย
ถ้าเธอทำได้ เธออยากจะฆ่าธิชา ผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ให้ตายเดี๋ยวนี้เลย
แต่ว่าธิชายังทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย กะพริบตาปริบอย่างไร้เดียงสา แล้วเทอาหารทั้งหมดลงถังขยะด้วยมือของเธอเอง
สุดท้าย เธอปล่อยมือ จนแม้แต่กล่องอาหารก็ตกลงไปแตกกระจายบนพื้น
ในห้องทำงานที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยถูกกลิ่นอาหารปกคลุมไปทั่วห้องทันที
สีหน้าของไพลินเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกนับครั้งไม่ถ้วนในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จากบึ้งตึงเป็นซีดเผือด และยังเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ
มันดู น่าสนุกและมีสีสันมาก
ธิชายิ้มจนใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอเต็มไปด้วยความสดใส
เสียงของเธอนุ่มนวลและอ่อนหวาน
“โอ๊ะ ของพวกนี้ ดูไม่น่ากินเลยสักนิด เป็นฝีมือของเธอทำอย่างนั้นเหรอ มันคง… รสชาติแย่มาก วันนี้ตอนเที่ยง พี่ชายพาฉันไปกินปิ้งย่าง ปิ้งย่างอร่อยมากเลย โดยเฉพาะเนื้อย่างที่พี่ชายเป็นคนปิ้งให้”
สีหน้าของไพลินเป็นบูดบึ้งและดำคล้ำ
ดูเหมือนเธอจะโมโหจนเส้นเลือดในสมองแทบจะแตก
เธอหรี่ตาลง แล้วเดินเข้าไปใกล้ธิชา
ธิชาทำใบหน้าไร้เดียงสาตั้งแต่ต้นจนจบ
ไพลินกัดฟันถามว่า “เธอ เธอหมายความว่ายังไง”
ธิชาพูดโดยไม่ลังเล “ก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรนี่ ฉันแค่จะบอกเธอว่า ต่อไปนี้อย่าเสียเวลาอีก พี่ชายของฉันไม่เคยชอบเธอเลย”
เล็บของไพลินจิกลงบนฝ่ามือของตัวเอง
จนเหมือนจะจิกจนเลือดไหล
เสียงของเธอสั่นเครือและพูดออกมาทีละคำ “ธิชา เธอ… เธอแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมใช่ไหม? เธอแค่แกล้งทำเป็นโง่ใช่ไหม เธอ… เธอนี่มันไร้ยางอาย นี่เธอไม่กลัว… ฉัน”
สิ่งที่ไพลินต้องการจะพูดก็คือ “เธอไม่กลัวว่าฉันจะฆ่าเธอหรือไง”
แต่คำพูดรุนแรงจุกอยู่ที่คอ ก่อนจะกลืนมันกลับลงไป
เพราะเธอไม่รู้ว่าธิชา ผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้จะแอบวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า
เผื่อเธอเตรียมอุปกรณ์บันทึกเสียงไว้…งั้นก็จบกันเลย
เธอข่มกลั้นอารมณ์ และมองพิจารณาธิชาอย่างละเอียด
มองจากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา
ธิชาสวมกระโปรงที่ดูบางมาก และไม่มีวี่แววว่าจะมีของในกระเป๋ากระโปรง
เธอเอาแต่กล่องอาหารเดินเข้ามา อีกมือว่างเปล่า
ไพลินนิ่งคิดด้วยความกลัว… บางทีเธออาจจะคิดมากเกินไป บางทีเธออาจจะคิดมากเกินไปจริงๆ
เพราะว่าธิชา…มีทีมแพทย์จำนวนมากคอยดูแล
ถึงแม้เธอจะมีแผนในใจ
แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะแอบจัดการต่อหน้าทีมแพทย์ได้
……
ในสายตาของธิชาไม่มีความกลัวเลยสักนิด
อีกทั้งยังดูสนุกมาก
เธอยกยิ้มแล้วตอบกลับ “กลัวเธอเหรอ ทำไมฉันต้องกลัวเธอด้วย เพียงแต่ว่า… ฉันไม่ชอบผู้หญิงแบบเธอเลย ทั้งที่หน้าตาดี แต่ไม่มีความสามารถ ทำไมถึงได้อยากได้ผู้ชายที่ไม่มีทางได้ครอบครองด้วย”
สมองของไพลินถูกเธอรบกวน
จนตอนนี้เหมือนของเหลวก้อนหนึ่ง
ทำไมเธอถึงเดาไม่ออกว่าธิชากำลังคิดอะไรอยู่…
เธอโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่
จะบ้าหรือแกล้งบ้ากันแน่
คนที่มีสติปัญญาเท่าเด็กอายุสิบขวบ จะพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง?
ตั้งแต่ไพลินฉีดไวรัสใส่เธอ เธอก็กังวลจนนอนแทบไม่หลับ
เธอรู้สึกเสียใจทีหลังเล็กน้อย
ไม่ใช่เสียใจที่ลงมือกับธิชา
แต่เป็นตอนที่ลงมือเธอใจร้อนเกินไป
เธออยากจะให้ธิชาตายมากจริงๆ
อีกทั้งยังได้ยินมาจากญาณินถึงความคิดของอี๊ฟ
เธอก็รู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก
อีกทั้งยังไม่มีเวลาคิดให้รอบคอบ ก็เริ่มลงมือแล้ว
ถึงแม้ลบหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว
แต่สิ่งเดียวที่เธอไม่สามารถลบได้คือ… ความทรงจำของธิชา
จากที่อี๊ฟพูดมา
หลังจากที่ธิชาถูกฉีดยา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้
ไม่มียาวิเศษครอบจักรวาลที่สามารถช่วยเธอได้
เธอแค่กลายเป็นคนโง่เท่านั้นเอง
แต่ว่า……
แต่ว่าไพลินก็ยังอดไม่ได้ที่จะกลัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่ธิชามายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
แล้วมองมาที่เธออย่างเหยียดหยาม
เธอยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าธิชาจะยังมีสติปัญญาอยู่จริงๆ …
ในขณะนี้ ไพลินทั้งโกรธและกลัว
พวกเขาตัดสินใจใช้โอกาสนี้ทดสอบกันและกัน
เธอพูดกับธิชาว่า “มันก็จริงที่คุณชายเป็นพี่ชายของเธอ แต่เขาก็เป็นคุณชายของฉันด้วย ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ของ… แต่ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะแอบรักคุณชาย ที่สำคัญ.. .ธิชา เธอคิดว่าเป็นใคร คุณชายมีภรรยาอยู่แล้ว เธอคิดว่าตัวเองเป็นภรรยาของเขาหรือไง!”
ธิชาขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
เธอยืนอยู่ที่เดิมครุ่นคิดอยู่นาน
จากนั้นก็ถามด้วยความตกใจ “ภรรยา… ใคร? พี่ชายของฉันมีภรรยาแล้วเหรอ?”
ไพลินขมวดคิ้ว “แน่นอน คุณชายไม่เพียงแต่มีภรรยา แต่ยังมีลูกแล้วด้วย เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ก็แค่ตัวปัญหาขี้โรค คุณชายทำดีกับเธอ ก็แค่สงสารเธอเท่านั้นเอง”