รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 446 เติมเต็มซึ่งกันและกัน เริ่มรักกันใหม่
แต่แค่รู้สึกไม่ชัดเจน… ท่าทางของพี่ชายแปลกไปเล็กน้อย
ธาวินเห็นว่าเธอไม่ได้ต่อต้านออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ความกังวลในใจ เริ่มหนักอึ้งขึ้น
เขากระชับอ้อมกอด เอื้อมแขนโอบรอบเอวของธิชา แล้วลูบไปมาเบาๆ
ธิชาขี้เกียจเกินกว่าจะเคลื่อนไหว ดังนั้นเธอจึงเอนตัวพิงอยู่ในอ้อมกอดของเขา
หัวใจของชายหนุ่มสั่นไหว ก่อนจะออกแรงเพียงเล็กน้อย อุ้มเธอขึ้นมาแล้วเดินตรงไปที่ห้องนอน
พอกลับมาถึงห้องนอน ธิชาก็ถูกวางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา
ริมฝีปากเล็กๆ ของเธอยังคงบ่นพึมพำ “เปิดทีวีนะ รีบเปิดทีวีเร็วๆ …”
เมื่อตะกี้เสียเวลาไปหลายนาทีแล้ว ตอนนี้ถ้าเสียเวลาไปมากกว่านี้ รายการก็จะผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว
อุณหภูมิร่างกายของธาวินเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนหน้านี้อาการของธิชาไม่คงที่
เขาก็เลยไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้
แต่ตอนนี้อาการของเธอคงที่แล้ว
เสียอย่างเดียว…ก็คือสติปัญญาที่ไม่ตรงกับอายุ
แต่ในสายตาของเขา
การจะทำเรื่องแบบนี้ อายุทางกายสำคัญกว่าอายุทางจิตมาก
บางทีช่วงแรกธิชาอาจจะสับสนเล็กน้อย
แต่เมื่อสามปีก่อน…
เธอก็เริ่มจากไม่เข้าใจอะไรเลย จนถูกเขาค่อยๆ ฝึกฝนออกมา
ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากไม่รู้เรื่องเสมอ
…………
ความต้องการของธาวินรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
และมีแนวโน้มที่จะห้ามใจไม่อยู่
เขาโน้มตัวลงไปจูบริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มของธิชา แล้วหายใจแรงพูดออกมา “ดูย้อนหลังได้ไหม รอรายการจบลง พี่ดูย้อนหลังพร้อมกับน้องดีไหม”
ธิชากะพริบตา ท่าทางดูงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอพูดอย่างไม่เต็มใจ “ทำไมต้องดูย้อนหลังด้วยคะ ตอนนี้หนูยังไม่ง่วง หนูยังไม่อยากนอน…”
ธาวินถูกท่าทางงุนงงไม่รู้เรื่องของเธอทำให้แทบอยากจะหัวเราะ
เขาหรี่ตามอง แล้วพูดแฝงความหมายลึกซึ้ง “พี่มีเรื่องสำคัญกว่าที่อยากจะทำ…”
ธิชายิ่งขมวดคิ้วอย่างงงงวย
ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ลมหายใจร้อนระอุของชายหนุ่มพ่นเข้ามาตรงคอของเธอ ทำให้เธอรู้สึกร้อนขึ้นมาเล็กน้อย
เธอยื่นมือออกไปผลักแขนของเขา “ถ้าอย่างนั้นพี่ชายไปทำคนเดียวได้ไหมคะ หนูอยากดูทีวี”
หัวใจของธาวินบีบเกร็ง
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ที่จริงแล้วยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งถูกหลอกง่าย
สมองที่ชาญฉลาดของธาวินเดิมทีไม่ควรจะกังวลมากเกินไป
ลงมือทำเลยถึงจะถูก
ธิชาตัวติดกับเขามากในตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็เริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น
ถ้าเขาทำอะไรกับธิชา เธอคงไม่ต่อต้านมากเกินไป
แต่ถ้าลองใจเย็นลงแล้วคิดทบทวนดู
ก็อดที่จะกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกของธิชาไม่ได้
สติปัญญาของเธอตอนนี้ยังเหมือนเด็กอยู่ เรื่องแบบนี้… ระดับการยอมรับคงจะต่ำมาก
ถึงแม้ในช่วงแรกเธอจะไม่ขัดขืน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่อาละวาดหลังจากจบลง
ธาวินไม่กล้าทำให้เธอโกรธ
เกล้าแก้วเองก็ย้ำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใครก็ห้ามยั่วโมโหเด็ดขาด
ธาวินกลัวว่าการทำตามใจตัวเองไปชั่วขณะของเขาจะทำลายบรรยากาศที่กลมกลืนและอบอุ่นในตอนนี้ไป
หลังจากพยายามอดทนอดกลั้น เขาตัดสินใจหยุดการกระทำของตัวเอง
เขาพลิกตัวและนอนตะแคงข้างธิชา และใช้เวลาหลายวินาทีเพื่อทำให้การหายใจของเขาเป็นปกติ
ธิชามองหน้าเขาด้วยแววตางุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
หลังจากที่ธาวินเป็นปกติแล้ว เขาก็เริ่มเปิดทีวีให้เธอและกดหารายการที่เธอชอบ
……
หลังจากดูรายการเป็นเพื่อนธิชาได้สักพัก เขาก็พยายามหาข้ออ้างที่จะออกไปจากห้อง
เขาจึงพูดกับเธอเสียงทุ้ม “ธิชา พี่ชายยังมีงานต้องไปทำ น้องดูเองได้ไหม ดูจบก็รีบนอน พรุ่งนี้ค่อยเล่น”
ธิชาคว้าแขนของเขาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้เขาจากไป
“พี่ชายไม่อยู่เป็นเพื่อนหนูแล้วเหรอคะ”
ธาวินพูดไม่ออก
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากอยู่กับเธอ แต่เขาไม่กล้าอยู่
จู่ ๆ ธิชาก็จูบเขา
ปลุกอารมณ์ในตัวของเขาขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ยังไม่ดับลงเลย
เขาไม่กล้าที่จะอยู่ในห้องเดียวกันกับธิชาต่อแล้ว
เขาไม่กล้าแม้แต่จะนอนบนเตียงเดียวกันกับเธอ
ธาวินนิ่งเงียบ
หญิงสาวกลับสูดหายใจอย่างฉุนเฉียว “ตอนที่พี่ชายไม่อยู่บ้าน หนูเบื่อมากเลย…”
ธาวินเอื้อมมือออกไปสัมผัสใบหน้าของเธอ “คุณหมอเกล้าแก้วก็อยู่กับน้องทั้งวันไม่ใช่เหรอ?”
เธอบ่นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “เล่นกับพี่แก้วไม่สนุก มันก็ไม่ใช่ว่าไม่สนุก แต่ยังไง… หนูก็ชอบอยู่กับพี่ชายมากกว่า”
ธาวินตามใจเธอ ปฏิบัติกับเธอไม่แตกต่างไปจากเด็ก
และวิธีการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างพวกเขา
มันทำให้ธาวินรู้สึกเหมือนกลับไปในช่วงเด็กอีกครั้งชั่วข้ามคืน
ตอนที่ณิชานาฎพาธิชาเดินเข้าประตูมา
ถึงแม้นิสัยจะแตกต่างไปจากตอนนี้
แต่การที่เธอตามติดกับเขาแบบนี้ แทบจะเหมือนกับในอดีตไม่ผิดเพี้ยน
เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาของธาวินเต็มไปด้วยความขัดแย้งและนึกเสียใจย้อนหลัง
เพียงแต่เขาไม่ค่อยคิดถึงเรื่องนี้บ่อยๆ
เพราะเขามักจะรู้สึกว่า การนึกย้อนถึงอดีตมันไม่มีประโยชน์
เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว
โดยเฉพาะเรื่องที่ธิชาได้มอบหัวใจให้กับชายอื่น
เรื่องนี้ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
ธาวินเคยรู้สึกอิจฉา เคยเคียดแค้น แต่สุดท้ายก็สงบลง
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า
พระเจ้าจะให้โอกาสเขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ธิชาลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา
และลืมไปแล้วว่าเธอเคยแต่งงานและมีลูก
เรื่องที่มีความสุข ไม่มีความสุข
เจ็บปวด เสียใจ
สำหรับเธอ ล้วนแต่ว่างเปล่า
ธาวินได้รับโอกาสได้แก้ตัวใหม่
ได้รู้จักกับเธอใหม่ เติมเต็มซึ่งกันและกัน และเริ่มรักกันใหม่
ความรู้สึกดีใจในใจของธาวิน พอเวลาผ่านไป ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
……
เขาหยิกแก้มของธิชาอย่างเบามือและอ่อนโยน
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ พี่จะพาน้องไปทำงานด้วย ดีไหม?”
ในดวงตาของธิชาเปร่งประกายแห่งความดีใจ
เกล้าแก้วเคยพูดไว้ เธอจะรบกวนธาวินตลอดเวลาไม่ได้
เพราะธาวินเป็นผู้ใหญ่ เขาต้องไปทำงาน และมีเรื่องที่ต้องไปทำอีกหลายอย่าง
ธิชาจึงไม่กล้าที่จะรบกวนเขาตลอดเวลา
ถึงแม้เธอจะไม่รู้อะไรมากมาย
แต่กลับมองออกว่าเวลาที่ธาวินมีให้เธอนั้นมีขีดจำกัด
ดังนั้นในเวลาที่เขามีให้ เธอจึงตัวติดกับเขาตลอด
ส่วนเวลาอื่นๆ … เธอจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้
ธิชาจับแขนของธาวินไว้แน่น
แล้วพูดออกมาทีละคำ “งั้น… พี่ชายต้องทำตามที่พูดด้วยนะคะ”
ธาวินไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่โน้มตัวไปจูบหน้าผากของเธอ
…………
วันรุ่งขึ้น ธาวินพาธิชาไปที่อาคารตระกูลธนาภูวนัตถ์ด้วย
เรื่องอาการป่วยของธิชา มีคนรู้เรื่องน้อยมาก
แต่เรื่องที่ธิชาเลิกกับดนัยกฤตแล้วกลับไปอยู่ที่ตระกูลธนาภูวนัตถ์ คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้เรื่อง
แต่ยังไงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของธาวิน ไม่มีคนไหนเบื่อชีวิตกล้าพูดมาก
ธิชาลืมไปแล้วว่าตัวเองตอนเด็กเคยมาที่อาคารตระกูลธนาภูวนัตถ์บ่อยๆ
แต่เธอยังคงทำตัวดี เธอรู้ว่าบริษัทไม่ใช่ที่ที่เธอจะอาละวาดได้
ตอนที่ธาวินกำลังทำงานยุ่ง เธอก็นั่งเล่นเกมใน iPad อยู่ด้านข้าง
ตอนที่พงศ์พนาเข้ามารายงานเรื่องงาน เขาก็ไม่หลีกเลี่ยงหรือปกปิดธิชา
เพราะยังไง ตอนนี้ความคิดของเธอก็เหมือนเด็กอายุสิบขวบเท่านั้นเอง
ธิชายังพอจะเป็นมิตรกับพงศ์พนา และบางครั้งเธอยังพูดล้อเล่นกับเขาบ้าง
พอพงศ์พนาเห็นธิชาที่เป็นแบบนี้เป็นครั้งแรก ในใจรู้สึกไม่คุ้นชินเล็กน้อย
หลังจากผ่านไปสักพักถึงจะคุ้นชิน แต่ธิชาที่มีท่าทางไร้เดียงสาแบบนี้ก็น่ารักดี
เขากับธาวินก็เหมือนกัน ต่างก็เฝ้าดูธิชาเติบโตมากับตา แต่ตอนนี้แค่ถอยหลังเพียงไม่กี่ปี
เรื่องราวบนโลกใบนี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้จริงๆ
มีแค่ไพลินที่ทนดูต่อไปไม่ได้
ในตอนแรกเธอไม่กล้าที่จะพูดอะไรมาก แค่แอบบ่นกับพงศ์พนาบ้างเท่านั้น
เธอพูดกับพงศ์พนา “สถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลธนาภูวนัตถ์เป็นยังไงเราต่างก็รู้ดี บรรดาผู้ถือหุ้นอาวุโสต่างเพ่งเล็งตำแหน่งของคุณชายอยู่ อาการป่วยของคุณท่านก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ทั้งตระกูลธนาภูวนัตถ์ รวมถึงธุรกิจในเครือทั้งหมด คุณชายต้องบริหารเพียงคนเดียว ในสถานการณ์แบบนี้ ธิชายังจะมาก่อกวนอีก”
พงศ์พนาไม่ได้หยุดงานที่อยู่ในมือ แล้วตอบออกไปโดยไม่ใส่ใจ “ผมไม่เห็นว่าคุณธิชาจะก่อกวนตรงไหน อาการของเธอในตอนนี้คงที่แล้ว ซึ่งดีต่ออารมณ์ของคุณชายด้วย”
ไพลินกลอกตามองบน แล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “มาเล่นสนุกที่บริษัททั้งวัน ทำเหมือนบริษัทเป็นสนามเด็กเล่นของเธอ แบบนี้ยังไม่ก่อกวนอีกเหรอ พี่พงศ์ งั้นพี่บอกฉันที ว่าแบบไหนถึงจะถือว่าก่อกวน?”
พงศ์พนาแบมือยักไหล่ “ผมไม่มีความเห็น”
เห็นได้ชัดว่าไพลินสะสมความคับข้องใจมาหลายวันแล้ว และในเวลานี้ก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
ตำแหน่งของพงศ์พนาในบริษัทนั้น สูงกว่าเธอมาก
ถึงแม้พวกเขาจะทำงานกับธาวินมาเป็นเวลานาน แต่ไพลินอายุยังน้อย ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนรับผิดชอบธุรกิจที่ไม่สะอาดด้านนอก
เธอพึ่งความสามารถของตัวเองค่อยๆ ปีนขึ้นมาทีละขั้น ใช้เวลาสองปี ถึงได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารอย่างเป็นทางการ